เฮิงสิงอู๋จี้ คนผู้นี้คือเป้าหมายที่ทีมผู้ใช้พลังแดนวิญญาณเขตคังหยางกำลังตามล่าตัวในช่วงนี้ เขาเป็นหนึ่งในคนสนิทของยมทูตดำ และเป็นผู้ใช้กู่ระดับ 3
ระหว่างนั่งรถตู้ไปยังสถานที่ประชุม หลี่ตงเจ๋อเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"จากข้อมูลที่เราได้จากวิญญาณของผู้ใช้กู่ที่ถูกสังหารไปก่อนหน้านี้ 'เฮิงสิงอู๋จี้' เป็นผู้ใช้กู่ระดับ 3 มีความเป็นไปได้สูงที่ค่าประสบการณ์ของเขาจะเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นจุดสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์อย่างแท้จริง"
จางหยวนชิงพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พลังต่อสู้ของอาชีพสายชั่วร้ายนั้นแข็งแกร่งกว่าอาชีพสายระเบียบทั่วไป การที่ค่าประสบการณ์ของเฮิงสิงอู๋จี้สูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ หมายความว่าต่อให้เป็นเทพท่องราตรีระดับ 3 เหมือนกัน หากค่าประสบการณ์ไม่สูงพอและต้องมาเผชิญหน้ากับเขา ก็คงถูกอัดน่วมเป็นแน่
กวนหย่าพูดพลางหัวเราะ "ไม่ต้องกลัว พวกเราคนเยอะ"
ผู้ใช้พลังฝั่งรักษาความสงบมีจำนวนมหาศาลมาก เมื่อเทียบกันแล้ว แม้อาชีพสายชั่วร้ายจะแข็งแกร่ง แต่จำนวนคนก็ห่างชั้นจนเทียบกับฝั่งรักษาความสงบไม่ได้เลย
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย มันคือสโมสรส่วนตัวที่ตั้งตระหง่านเงียบสงบอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
ชื่อของมันคือ 'สถานเสริมความงามชิงเถิง' เน้นให้บริการด้านความงาม สุขภาพ และการพักผ่อน สภาพแวดล้อมภายในถือว่าดีทีเดียว มีการปลูกต้นไม้ใบหญ้าจำนวนมาก ท่ามกลางผืนหญ้าสีเขียวขจี มีแมวและสุนัขสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักเดินเล่นหยอกล้อกัน
สไตล์การตกแต่งเป็นแบบจีนดั้งเดิม ดูคลาสสิก มีทั้งเก้าอี้หวาย โต๊ะกลม งานไม้แกะสลัก ภาพวาดพู่กันจีน และอื่นๆ
เมื่อเข้าไปในสโมสรและเดินบนสนามหญ้าที่ปูด้วยแผ่นหิน จางหยวนชิงก็ชื่นชมทิวทัศน์อันรื่นรมย์ พลางได้ยินกวนหย่าพูดอยู่ข้างๆ ว่า
"ที่นี่เป็นธุรกิจหนึ่งของสมาคมร้อยบุปผา ปกติใช้เป็นฐานที่มั่นของทีม ผู้รับผิดชอบคือกัปตันเถาวัลย์เขียว"
เมื่อเห็นจางหยวนชิงทำหน้างง เธอจึงอธิบายอย่างจนใจ "ก็ผู้หญิงที่ใส่กี่เพ้าลายพู่กันจีน นมโตๆ ก้นงอนๆ คนนั้นไง"
จางหยวนชิงถึงบางอ้อ "เธอเองเหรอ..."
ราศีพิจิกจริงๆ ด้วย! กวนหย่าค่อนขอดในใจ
เดินไปได้ไม่กี่นาที ห้องกระจกรับแสงที่มีพื้นที่ราวสามสิบตารางเมตรก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
กลางห้องมีโต๊ะไม้ยาวทรงท่อนซุง รอบโต๊ะมีผู้ใช้พลังแดนวิญญาณนั่งอยู่สิบกว่าคน
จางหยวนชิงเดินตามผู้กอง ผลักประตูกระจกเข้าไป กวาดสายตามองรอบหนึ่ง ก็เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคน พวกเขาคือลูกพี่หญิงมังกรขาวในชุดแข่งรถ หญิงงามเถาวัลย์เขียวในชุดกี่เพ้า ชายร่างกำยำจ้าวแห่งกล้ามในชุดรัดรูป และชายวัยกลางคนถังกั๋วเฉียงที่สวมหมวกคนงานเหมือง
ส่วนคนอื่นๆ เขาไม่รู้จัก
หมวกนั่นคือไอเทมสินะ? มีความสามารถอะไร ทำให้หัวแข็งเป็นเหล็กได้งั้นเหรอ? จางหยวนชิงมองถังกั๋วเฉียงเพิ่มอีกแวบหนึ่ง เถ้าแก่บริษัทรับเหมาก่อสร้างคนนี้เปลี่ยนชุดแล้ว แต่ยังคงดื้อดึงสวมหมวกใบนั้นอยู่
เมื่อก่อนเขาไม่รู้สึกแปลกอะไร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ของที่ผู้ใช้พลังแดนวิญญาณพกติดตัวตลอดเวลา ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไอเทมนี่แหละ
"โย่ว เทพท่องราตรีของพวกเรามาแล้ว" ลูกพี่หญิงมังกรขาวเลิกคิ้ว "เป็นไง อยู่กับหลี่ตงเจ๋อสบายดีไหม ถ้าไม่สบายใจก็มาอยู่กับพี่สาวทางนี้ได้นะ มีเหล้ายาปลาปิ้งดีๆ ทุกวัน แถมยังมีสาวสวยด้วย"
จ้าวแห่งกล้ามหัวเราะฮ่าๆ "ฉันว่าอยู่กับหลี่ตงเจ๋อไปก็ไม่รุ่งหรอก เว้นแต่เขาจะแจกแฟนให้สักคน"
พวกผู้ใช้พลังทางการที่โต๊ะยาวต่างมองมา มีทั้งสายตาอยากรู้อยากเห็น สำรวจตรวจตรา และเป็นมิตร ทำให้จางหยวนชิงกลายเป็นจุดสนใจในทันที
ประสบการณ์ที่อุโมงค์เสอหลิงเพียงแค่ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง แต่หลังจากผ่านด่านสวนสนุกจินสุ่ย ไอดีเทพบรรพกาลก็ก้าวกระโดดกลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามองของสาขาซงไห่
หลี่ตงเจ๋ออ้าปากเตรียมจะพูด สัญชาตญาณบอกให้เขาออกตัวแทนลูกน้อง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัดจนเกินไป แต่พอคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็น
จางหยวนชิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "บางทีอีกไม่กี่เดือน ผู้กองก็คงต้องมาอยู่ใต้สังกัดผมแล้วล่ะ"
ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอดหัวเราะออกมาไม่ได้ และเริ่มล้อเลียนหลี่ตงเจ๋อ
หลี่ตงเจ๋อพาลูกน้องสองคนไปนั่งที่ กระแอมไอหนึ่งที "เข้าเรื่องกันเถอะ"
ผู้ใช้พลังรอบโต๊ะหุบยิ้ม เถาวัลย์เขียวในฐานะเจ้าบ้านเอ่ยขึ้น
"'สายข่าว' ของเราเห็นว่าเมื่อเช้ามืดวันนี้ เฮิงสิงอู๋จี้ไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านวิลล่าข้างจัตุรัสรุ่นหมิน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่านั่นคือแหล่งกบดาน หรือเป็นที่อยู่ของพรรคพวก"
"สายข่าวของสมาคมร้อยบุปผาคือสัตว์จรจัด กระจายอยู่ทั่วซงไห่" กวนหย่ากระซิบข้างหูจางหยวนชิงเพื่ออธิบาย
สัตว์จรจัดเหรอ? อ้อ จริงสิ ปีศาจไม้ขั้นนักบุญยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ราชันสรรพสัตว์... จางหยวนชิงพยักหน้าเล็กน้อย
ถังกั๋วเฉียงขมวดคิ้วพูด
"หมู่บ้านนั้นฉันรู้จัก คนที่อยู่ล้วนเป็นคนมีเงิน ถ้าอยากจะบุกจับ ก็ต้องกันคนออกไปก่อน"
จ้าวแห่งกล้ามคัดค้านทันที "ไม่ได้ ถ้ากันคนออกไป ความเคลื่อนไหวจะใหญ่เกินไป เฮิงสิงอู๋จี้ต้องหนีแน่ เราต้องบุกสายฟ้าแลบ โจมตีให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน"
เขาไม่ชอบเตรียมการล่วงหน้าอะไรมากมาย ลุยเลยก็สิ้นเรื่อง
หลี่ตงเจ๋อครุ่นคิด
"การกันคนออกไปไม่เหมาะจริงๆ นั่นแหละ แหวกหญ้าให้งูตื่นได้ง่ายๆ ผมมีสองแผน หนึ่งคือขอให้ผู้กองร้อยฟู่ออกโรง พยายามจบศึกให้เร็วที่สุด สองคือใช้ไอเทม ตัดขาดวิลล่าที่เฮิงสิงอู๋จี้อยู่จากโลกภายนอก แล้วเราก็ปิดประตูตีแมว"
ชายที่มีบุคลิกมืดมนขมวดคิ้วพูด
"ผู้กองร้อยฟู่กำลังตามล่ายมทูตดำอยู่ อาจจะไม่มีเวลามาสนใจทางนี้ เราต้องวางกำลังให้ดีก่อน วางแผนจับกุมให้รัดกุม จะมัวแต่หวังพึ่งเขาฝ่ายเดียวไม่ได้..."
จางหยวนชิงนั่งฟังเงียบๆ ผู้ใช้พลังทางการที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่มีทั้งหมดสิบห้าคน เป็นหัวหน้าทีมห้าคน สมาชิกหัวกะทิสิบคน ถือเป็นทีมเฉพาะกิจของเขตคังหยางที่รับผิดชอบคดียมทูตดำโดยเฉพาะ
กองกำลังระดับนี้ หากใช้จัดการกับผู้ใช้กู่ระดับ 3 คนหนึ่ง ตามหลักแล้วถือว่าเหลือเฟือ
"ผมมีคำถามหนึ่ง..." จางหยวนชิงยกมือขึ้น
ทุกคนมองมา
"ถ้า 'เฮิงสิงอู๋จี้' เหมือนโอวเซี่ยงหรง คือเป็นอาชีพสายชั่วร้ายที่ถูกจอกศักดิ์สิทธิ์ที่เสื่อมสลายควบคุมอยู่ล่ะ จะทำยังไง?" จางหยวนชิงพูด
ตอนนั้นที่โอวเซี่ยงหรงหนีรอดจากการปิดล้อมไปได้ ก็เพราะพลังของจอกศักดิ์สิทธิ์ที่เสื่อมสลายปะทุขึ้น พลังงานชั่วร้ายที่เดิมทีใช้ปลิดชีพ กลับกลายเป็นไพ่ตายซะงั้น
จ้าวแห่งกล้ามหัวเราะหึๆ "วางใจเถอะ พวกเราเตรียมไอเทมสะกดพลังชั่วร้ายไว้แล้ว"
จางหยวนชิงพยักหน้าอย่างโล่งใจ
วันนี้เถาวัลย์เขียวสวมกี่เพ้าสีขาวนวล เธอมองจางหยวนชิงแล้วถามยิ้มๆ ว่า
"นายมีความคิดเห็นอะไรอีกไหม?"
ก่อนอื่นก็เอารองเท้าเต้นรำสีแดงออกมา จากนั้นก็เปิดลำโพงเอลวิสข่มขวัญ แล้วค่อยส่งเจ้าเปิ่นน้อยไปสลับการมองเห็น สุดท้ายก็อัญเชิญเจ้าสาวผี จบคอมโบนี้ ผู้ใช้กู่ระดับ 3 นั่นไม่ตายก็คางเหลือง ส่วนผมในฐานะเจ้านาย แค่วางแผนอยู่เบื้องหลังก็พอ... จางหยวนชิงส่ายหน้า
"ผมทำตามที่หัวหน้าทีมจัดแจงครับ"
แม้จะไม่มีคำแนะนำที่เป็นรูปธรรม แต่เหล่าหัวหน้าทีมก็พอใจกับท่าทีของเขามาก
กัปตันเถาวัลย์เขียวกล่าว
"แจ้งผู้กองร้อยฟู่ก่อนเพื่อยืนยันว่าจะใช้แผนหนึ่งหรือแผนสอง แต่ไม่ว่าจะเป็นแผนไหน ทางที่ดีควรลงมือตอนกลางคืน เพื่อให้ความเสียหายและผลกระทบลดลงเหลือน้อยที่สุด
"นอกจากนี้ พนักงานดูแลหมู่บ้านวิลล่านั่น พยายามเปลี่ยนเป็นคนของเราให้หมด ไม่สิ เปลี่ยนทั้งหมดไม่ได้ ต้องแทรกซึมคนของเราเข้าไป..."
.........
ชั้นสองของวิลล่า ฟู่ชิงหยางในชุดสูทสีขาวเนี้ยบ รวบผมหางม้าสั้นดูหล่อเหลา เคาะประตูห้องของหลิงจวินด้วยสีหน้าเย็นชา
"มีอะไร?"
หลิงจวินซึ่งมีสไตล์การแต่งตัวตรงข้ามกับฟู่ชิงหยางอย่างสิ้นเชิง หาวหวอดและบ่นว่า
"เมื่อคืนฉันเล่นไพ่กับสาวที่ถูกใจจนสว่าง ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม? อ้อ ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่สาวบันนี่เกิร์ลในวิลล่านายหรอก ฉันไม่กินหญ้าปากคอก"
"ผู้พิทักษ์กฎของเขตเฟิ่งหัวบอกว่า พวกเขาพบเบาะแสของยมทูตดำแล้ว กำลังวางกำลังกันอยู่ เลยขอให้ฉันไปสมทบ" ฟู่ชิงหยางกล่าว
"นายก็ไปด้วย"
"เจอยมทูตดำแล้วเหรอ?" หลิงจวินตาเป็นประกาย ตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาสวมรองเท้าแตะเดินไปที่บันได แต่เดินไปได้สองสามก้าวก็หยุดชะงัก
ตอนที่ฟู่ชิงหยางคิดว่าอีกฝ่ายจะบอกว่า 'ขอเปลี่ยนชุดก่อน' หลิงจวินกลับพูดว่า
"เดี๋ยวก่อน คืนนี้ฉันนัดสาวไว้ ต้องบอกเธอไว้ก่อนว่าขอเลื่อนเป็นวันหลัง"
สีหน้าของฟู่ชิงหยางยิ่งเย็นชาลงไปอีก...
.......
เที่ยงคืนตรง รถตู้สีดำสามคันแล่นเข้ามาในหมู่บ้านวิลล่า แล้วจอดในมุมลับตาคน
ประตูรถเปิดออก ผู้ใช้พลังทางการของทีมเฉพาะกิจลงจากรถอย่างเงียบเชียบและเป็นระเบียบ
จางหยวนชิงมองไปยังวิลล่าหลังนั้นแต่ไกล เนื่องจากผู้กองร้อยฟู่ติดธุระไม่สามารถมาได้ ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ ทีมเฉพาะกิจจึงต้องรับผิดชอบทั้งหมด
ชายหนุ่มในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืด มาอยู่ตรงหน้าเถาวัลย์เขียว แล้วกระซิบว่า
"หัวหน้าทีม 'เฮิงสิงอู๋จี้' อยู่ข้างในครับ ผมเห็นเขาเข้าไปกับตา"
ใบหน้างดงามของเถาวัลย์เขียวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เธอลูบไล้แมวส้มในอ้อมแขนเบาๆ เอ่ยเสียงเบา "ไม่ได้ถูกจับได้ใช่ไหม"
ชายหนุ่มส่ายหน้า "ผมใส่หน้ากากอนามัย แค่ปรายตามองเขาแวบเดียว ไม่ได้สนใจอะไรมาก การสะกดรอยตามหลังจากนั้น เสี่ยวคิวเป็นคนจัดการครับ"
เสี่ยวคิวคือนกกระจอกที่เขาเลี้ยงไว้
เถาวัลย์เขียวพยักหน้า เปิดช่องเก็บของ คว้าท่อนไม้แห้งๆ ขนาดเท่านิ้วมือสองนิ้ว ยาวครึ่งฟุตออกมาจากความว่างเปล่า
ในสายตาของเธอ ข้อมูลของไอเทมปรากฏขึ้น
【ชื่อ: สวนลึกลับ】
【ประเภท: สนับสนุน】
【ฟังก์ชัน: เขตแดน, ผนึก】
【คำอธิบาย: ท่อนไม้ที่แฝงไปด้วยพลังชีวิตอันมหาศาล ส่วนใหญ่แล้วมันจะหลับใหล เมื่อสัมผัสกับดินก็จะฟื้นคืนชีพ เปลี่ยนพื้นที่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรให้กลายเป็นสวน สวนแห่งนี้จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เข้าได้แต่ห้ามออก มีระยะเวลาแสดงผลสามสิบนาที】
【หมายเหตุ: คำอธิบายได้บอกถึงราคาที่ต้องจ่ายไว้อย่างชัดเจนแล้ว ฉันจะพูดอะไรได้อีก!】
เถาวัลย์เขียวมองไปรอบๆ เพื่อนร่วมทีม แล้วเอ่ยเตือน "เรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง"
เธออธิบายราคาที่ต้องจ่ายของไอเทมให้ฟังคร่าวๆ จากนั้นก็หยิบเชือกแดงออกมา ผูกไว้ที่ตัวแมวส้ม ลูบหัวมัน
"ไปเถอะ!"
แมวส้มพุ่งออกไปอย่างปราดเปรียว มุ่งตรงไปยังวิลล่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในความมืดเบื้องหน้า
......







