จางหยวนชิงถอดเสื้อคลุมที่แขนเสื้อถูกเผาไหม้ทิ้งลงในตะกร้าจักรยาน แล้วกลับไปที่กรมรักษาความสงบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการทำซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ใหม่
ซิมการ์ดที่ผูกกับชื่อ "เทพบรรพกาล" สามารถทำผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของหน่วยงานได้เท่านั้น
เหตุผลที่จางหยวนชิงอ้างคือ ทำโทรศัพท์มือถือตกท่อระบายน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ ขี้เกียจหาแล้ว เลยตั้งใจจะทำซิมใหม่
เขาไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับกวนหย่าและหลี่ตงเจ๋อ หากทำให้เรื่องการปะทะกันนี้รู้ไปทั่ว แล้วพอเพิ่งมีเรื่องชกต่อยกัน คล้อยหลังอีกฝ่ายก็เกิดอุบัติเหตุ ตามหลักการสืบสวนคดีปกติ คนที่มีเรื่องขัดแย้งกันเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ว่าจะมีข้อสงสัยมากน้อยเพียงใด ล้วนต้องถูกเรียกสอบสวนตามระเบียบ
และสองคนนี้ก็รู้ว่าเขาครอบครองไอเทมประเภทกฎเกณฑ์อยู่ชิ้นหนึ่ง
ด้วยเหตุผลเดียวกัน การแก้แค้นของจางหยวนชิงจึงไม่สามารถทำทันทีได้ ต้องชะลอไว้ก่อน
หลังจากทำซิมการ์ดเสร็จ เขาก็แวะไปที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือใกล้ๆ ซื้อโทรศัพท์แบรนด์ในประเทศราคาประมาณสามพันหยวน และใช้บัตรประชาชนเปิดซิมการ์ดเบอร์ใหม่อีกหนึ่งใบ
ที่ร้านกาแฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรมรักษาความสงบ ตรงโต๊ะริมระเบียง จางหยวนชิงจิบกาแฟเย็นพลางครุ่นคิดว่าจะแก้แค้นเซี่ยโหวเทียนหยวนอย่างไรดี
การไปล่วงเกินตระกูลเซี่ยโหวไม่ใช่ความตั้งใจของเขา แต่เรื่องนี้เขาไม่มีทางเลือก
ท่าทีของสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยโหวชัดเจนมาก ถ้าให้ความร่วมมือดีๆ ก็จะให้ผลประโยชน์ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ พวกเขาก็จะแย่งโทรศัพท์มือถือไปดื้อๆ
ยังไงเสียคนตัวเล็กๆ ก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ตระกูลใหญ่ที่กุมทรัพยากรไว้ในมือ ถูกพนักงานตัวเล็กๆ ปฏิเสธ แล้วจะยอมกลืนความโกรธลงคอเลิกราไปงั้นหรือ? แบบนั้นสิถึงจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน
เว้นแต่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้ค่าสำหรับตระกูลใหญ่
นี่แหละที่แม่ชอบพูดบ่อยๆ ว่าเป็นการกดขี่ของนายทุน ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งฉันจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง... จางหยวนชิงพึมพำเสียงเบา
"เลือดของเซี่ยโหวเทียนหยวนอยู่ในมือฉัน สามารถใช้รองเท้าเต้นรำสีแดงตามล่าเขาได้โดยตรง แบบไม่ตายไม่เลิกรา แต่วิธีนี้มันหยาบกระด้างเกินไป ร่องรอยการฆ่าของรองเท้าเต้นรำสีแดงนั้นชัดเจนมาก และคนที่รู้ว่าฉันครอบครองรองเท้าเต้นรำสีแดงก็มีไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
"อีกอย่าง อีกฝ่ายมาจากตระกูลแดนวิญญาณ เป็นตระกูลที่เชี่ยวชาญการสร้างไอเทม ไม่ใช่ผู้ใช้พลังทางการหรือผู้ใช้พลังอิสระทั่วไปจะเทียบได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีป้องกันหรือสะกดรองเท้าเต้นรำสีแดง ในสถานการณ์ที่รู้เขารู้เราไม่ถ่องแท้ จะลงมือผลีผลามไม่ได้ เดี๋ยวค่อยไปสืบข้อมูลตระกูลเซี่ยโหวจากเซี่ยหลิงซีสักหน่อย"
เขาจิบกาแฟอีกอึกหนึ่ง แล้วครุ่นคิดต่อไป
"จริงสิ ตระกูลเซี่ยโหวไม่ได้กำลังตามหาคนของวังหยุดสังหารอยู่หรอกหรือ ฉันสามารถฉวยโอกาสตอนชุลมุนได้ ทั้งได้วังหยุดสังหารมาเป็นโล่กำบัง และยังทำลายแผนการของตระกูลเซี่ยโหวได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"หวังเชียนรู้จักฉัน การเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ด้วยใบหน้าที่แท้จริงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก บางทีอาจจะใช้แหวนแปลงโฉมได้..."
แผนการคร่าวๆ ก่อตัวขึ้นในหัว... เขาเริ่มจากส่งข้อความหาพี่ชาย เฉินหยวนจวิน
"พี่ ผมอยากได้ซิมการ์ดโทรศัพท์แบบไม่ลงทะเบียน เลิกงานแล้วอย่าลืมเอามาให้ผมด้วยนะ"
เฉินหยวนจวินไม่ได้ตอบกลับ แต่จางหยวนชิงรู้ว่าเขาจะจัดการให้ ตั้งแต่เล็กจนโต ตราบใดที่ไม่ใช่คำขอที่เกินเลยไป พี่ชายก็จะไม่ปฏิเสธ
พี่ชายรู้สึกสงสารลูกพี่ลูกน้องที่กำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก แถมยังขาดความรักจากแม่อย่างเขามาก
จากนั้น จางหยวนชิงก็กดโทรออกหาเบอร์โทรศัพท์ของเซี่ยหลิงซี
.......
โรงแรมหัวอวี่ สระว่ายน้ำชั้น 48
แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้น สระว่ายน้ำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า น้ำสีฟ้าครามกระเพื่อมไหวเบาๆ ทอประกายระยิบระยับ
เซี่ยหลิงซีนอนคว่ำอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ดื่มด่ำกับความผ่อนคลายหลังว่ายน้ำ
เธอสวมเสื้อคลุมกันน้ำสีชมพูทับไว้ ตัวเสื้อยาวคลุมถึงแค่โคนขา เรียวขาขาวเนียนดุจหยกแนบชิดติดกัน ทั้งยาวและตรง รอให้โตอีกสักสองสามปี ก็จะกลายเป็นเรียวขายาวที่กลมกลึงสวยงาม
ผู้ช่วยสาวนั่งอยู่ข้างๆ กำลังตั้งใจหั่นผลไม้
เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น เซี่ยหลิงซีเพิ่งลืมตา ผู้ช่วยสาวก็เช็ดมือจนสะอาด แล้วประคองโทรศัพท์มาส่งให้แล้ว
เมื่อเห็นหน้าจอแสดงชื่อ "เทพบรรพกาล" เซี่ยหลิงซีก็ตาสว่างขึ้นมาทันที รีบรับโทรศัพท์มา บีบคอ กระแอมไอเคลียร์คอ แล้วจึงกดรับสาย ใช้เสียงอ่อนหวานหยดย้อยชนิดที่ทำเอาผู้ช่วยสาวขนลุกซู่ เอ่ยอย่างออดอ้อนว่า
"พี่หยวนสื่อ~"
"ฉันได้ยินมาว่ายอดฝีมือของตระกูลเซี่ยโหวมีเรื่องปะทะกับเจ้าวังหยุดสังหารงั้นเหรอ?" จางหยวนชิงแกล้งทำเป็นอยากรู้
"พี่หยวนสื่อ พี่โทรหาฉันเพื่อจะมาซุบซิบเรื่องนี้แค่นั้นเหรอ?" เซี่ยหลิงซีทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"พูดดีๆ อย่ามาทำเสียงพิลึกพิลั่น เสียงเธอเป็นอะไรไป"
"เสียงเค้าก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วน้า~"
"เอ๊ะ ลำโพงฉันเหมือนจะอยากร้องเพลงอีกแล้วสิ"
"อะแฮ่ม!" เซี่ยหลิงซีไอออกมาทีหนึ่ง แล้วกลับมาใช้เสียงใสแจ๋วตามปกติของเด็กสาว
"เมื่อวานตอนเช้าก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพี่สาวเจ้าวังอัดทายาทสายตรงของตระกูลเซี่ยโหวจนพิการ ตระกูลเซี่ยโหวไม่มีทางกลืนความโกรธนี้ลงคอแน่... พี่หยวนสื่ออยากจะช่วยตระกูลเซี่ยโหวจับกุมสมาชิกวังหยุดสังหาร เพื่อบีบให้พี่สาวเจ้าวังปรากฏตัวงั้นเหรอ?"
"เปล่า แค่อยากรู้เฉยๆ ตระกูลเซี่ยโหวมากันกี่คนครั้งนี้ เธอพอจะรู้ไหม?"
"จำนวนคนแน่ชัดไม่ค่อยรู้หรอก คนนำทีมคือเซี่ยโหวฉือ ก็คือปู่ของเซี่ยโหวเทียนเวิ่น เป็นนักปราชญ์ระดับ 6 มาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เลื่อนระดับหรือยัง นอกจากเซี่ยโหวฉือแล้ว ยังมีสายตรงตระกูลเซี่ยโหวอีกสองคน คือเซี่ยโหวซินกับเซี่ยโหวเทียนหยวน คนหนึ่งเป็นพ่อของเซี่ยโหวเทียนเวิ่น อีกคนเป็นน้องชาย เซี่ยโหวเทียนเวิ่นก็คือหมอนั่นที่ถูกพี่สาวเจ้าวังทำร้ายจนบาดเจ็บไง"
เจ้าวังคนนั้นสามารถสู้เสมอกับนักปราชญ์ระดับ 6 ได้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ระดับเดียวกันสินะ... จางหยวนชิงถามต่อ
"แล้วเธอรู้จักตระกูลเซี่ยโหวดีไหม?"
"รู้สิ!" เซี่ยหลิงซีนอนคว่ำอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ โด่งบั้นท้ายน้อยๆ ขึ้น ลูบคลำเรียวขาทั้งสองข้างเบาๆ
นี่มันท่าทางอะไรกัน? ผู้ช่วยสาวขมวดคิ้ว
โชคดีที่เหมาสระว่ายน้ำไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าคนนอกมาเห็นท่าทางไม่งามของคุณหนูตระกูลเซี่ย แล้วเรื่องรู้ไปถึงตระกูล เธอคงต้องรับผิดชอบด้วยการขอขมาแน่
"ตระกูลเซี่ยโหวเป็นตระกูลแดนวิญญาณที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน มีสมาชิกเยอะ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายซับซ้อน ถ้าพี่อยากรู้โครงสร้างองค์กรของตระกูลแดนวิญญาณ พวกเราก็ตัดคนธรรมดาทิ้งไปก่อน เอาแค่ผู้ใช้พลังแดนวิญญาณมาพูดกัน
"อย่างแรกเลย ตระกูลเซี่ยโหวมีบรรพชนอยู่ท่านหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นผู้ใช้พลังแดนวิญญาณรุ่นแรกๆ ระดับของเขาฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก รองจากบรรพชนลงมาคือสภาผู้อาวุโส ตระกูลเซี่ยโหวมีผู้อาวุโสสามท่าน ล้วนอยู่ระดับผู้ครอบครอง ทั้งสามคนนี้คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของตระกูล
"รองลงมาอีกก็คือหน่วยบังคับใช้กฎหมายและผู้ดูแลแต่ละมณฑล หน้าที่ของหน่วยบังคับใช้กฎหมายคือร่วมมือกับทางการในการกวาดล้าง จับกุมอาชีพสายชั่วร้าย รวมถึงลงโทษสมาชิกในตระกูลที่ทำผิดกฎระเบียบ หัวหน้าหน่วยบังคับใช้กฎหมายก็คือเซี่ยโหวฉือนี่แหละ
"ส่วนผู้ดูแลแต่ละมณฑล ก็คือผู้ใช้พลังที่มีหน้าที่ดูแลธุรกิจของตระกูลเซี่ยโหวทั่วประเทศ เป็นเหมือนขุนนางครองเมืองเลยนะ มักจะให้ผู้ใช้พลังแดนวิญญาณระดับ 6 เป็นคนรับตำแหน่ง ตระกูลเซี่ยของเราก็มีโครงสร้างคล้ายๆ กัน พ่อฉันเป็นเหลนของบรรพชน ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล
"แต่ทว่า เหนือพ่อฉันก็ยังมีพวกผู้อาวุโสอยู่ แล้วคนที่ระดับเดียวกับเขาก็ยังมีผู้ดูแลแต่ละมณฑลอีก พ่อฉันต้องชิงไหวชิงพริบกับพวกลุงๆ อาๆ พวกนั้นทุกวันเลย"
แม่หนูน้อย เธอไม่รู้หรือไงว่าไฟในอย่านำออก เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเล่าให้ฉันฟังก็ได้... จางหยวนชิงบ่นอุบในใจ แล้วถามต่อ
"เซี่ยโหวซินระดับอะไร?"
"น่าจะราวๆ ระดับ 4 มั้ง" เซี่ยหลิงซีหัวเราะคิกคักอย่างเจ้าเล่ห์ "ภายในตระกูลเซี่ยโหวชิงไหวชิงพริบกันหนักมาก เซี่ยโหวเทียนเวิ่นถูกพี่สาวเจ้าวังอัดจนพิการ ไม่รู้ว่ามีคนในตระกูลกี่คนที่กำลังสะใจอยู่"
"แล้วตระกูลเซี่ยของเธอมีท่าทีกับเรื่องนี้ยังไง?"
"ถึงเซี่ยโหวฉือจะเป็นสายตรงของตระกูลเซี่ยโหว แต่เขาก็ไม่สามารถเป็นตัวแทนของตระกูลเซี่ยโหวได้ทั้งหมด ตระกูลเซี่ยของเราไม่กลัวหรอก ส่วนพันธมิตรห้าธาตุ ถ้าเป็นทางการล่ะก็ตระกูลเซี่ยไม่กล้าไปตอแยด้วยหรอก ได้แต่อ้างว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะไม่ขอก้าวก่าย"
ไม่อยากยุ่งก็สามารถไม่ยุ่งได้ เพราะงั้นถึงบอกไงว่า ถ้าอยากให้คนอื่นเคารพ ตัวเองก็ต้องมีความแข็งแกร่งด้วย... จางหยวนชิงคุยกับเธออีกสองสามประโยค แล้วก็วางสายไป
........
ทุ่มครึ่ง ที่โต๊ะอาหาร
จางหยวนชิงซดน้ำแกงอึกหนึ่ง มองไปทางน้าเล็กที่ใบหน้าแดงปลั่ง "ประจำเดือนน้าเล็กหมดแล้วเหรอ? เร็วจัง?"
"ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวอยู่..." เจียงอวี้เอ่อร์ตอบปัดๆ ไปอย่างนั้น
เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำ จางหยวนชิงก็หมดสนุก หันไปมองเฉินหยวนจวินแทน
"พี่ ซิมมือถือของผมล่ะ?"
"อยู่ในกระเป๋าเอกสารพี่ กินข้าวเสร็จเดี๋ยวเอาให้" เฉินหยวนจวินซดน้ำแกงอึกหนึ่ง ขมวดคิ้วมุ่นเป็นรอยลึก "ย่าครับ ใส่ขิงเยอะไปแล้ว"
มื้อค่ำอันเงียบสงบจบลง จางหยวนชิงได้ซิมการ์ดมา เขาแทบรอไม่ไหวรีบกลับเข้าห้อง เปิดแอปพลิเคชันแชตในโทรศัพท์ แล้วส่งข้อความเสียงหาหวังเชียน
"เรื่องของวังหยุดสังหารกับตระกูลเซี่ยโหว ฉันรู้แล้ว วันนี้ตระกูลเซี่ยโหวมาหาฉัน หวังจะให้ฉันช่วยล่อตัวนายออกมา แต่ฉันปฏิเสธไปแล้ว นี่คือขีดสุดที่ฉันสามารถทำได้
"ฉันมีสายข่าวอยู่คนหนึ่ง ฝีมือดีมาก ถ้านายต้องการความช่วยเหลือ ไปหาเขาได้ เบอร์โทรศัพท์ของเขาคือ........"
ส่งข้อความเสร็จ จางหยวนชิงรออยู่นาน ก็ไม่เห็นหวังเชียนตอบกลับมา
ระแวงเก่งซะด้วย... เขาพึมพำในใจ
หัวใจสำคัญในแผนการนี้ของจางหยวนชิงคือแหวนแปลงโฉมและความเชื่อใจของหวังเชียน
ในสถานการณ์ปกติ หวังเชียนคงไม่ยอมเชื่อใจง่ายๆ แน่ แต่ถ้าตกอยู่ในวิกฤตจนไม่มีทางเลือก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แน่นอน หากหวังเชียนดื้อดึงไม่ยอมขอความช่วยเหลือ จางหยวนชิงก็แค่เปลี่ยนแผน ลุยเดี่ยวไปจัดการเซี่ยโหวเทียนหยวนซะก็สิ้นเรื่อง
เพียงแต่ทำแบบนั้น ก็จะไม่มีวังหยุดสังหารเป็นโล่กำบังให้แล้ว
........
ดึกสงัด อพาร์ตเมนต์ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง
สายลมหนาวเหน็บพัดผ้าม่านที่แขวนไว้จนเปิดออก ลอยเข้าไปในห้องนอนที่มืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง แล้วหมุนวนอยู่ข้างเตียง
คนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ลืมตาที่รูม่านตาเป็นแนวตั้งสีอำพันขึ้น
"ไม่ต้องตื่นเต้นไป!"
ใจกลางกระแสลมวนอันหนาวเหน็บ ร่างกึ่งโปร่งแสงร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมา ใบหน้าเลือนรางไม่ชัดเจน ทั้งที่ไม่มีกายหยาบ แต่กลับสามารถเปล่งเสียงออกมาได้
แสงไฟริมถนนอันสว่างไสวสาดส่องเข้ามาในห้องผ่านหน้าต่างที่เปิดอ้า ท่ามกลางแสงสลัว ชายบนเตียงมีหางตาชี้ขึ้น คิ้วกระบี่ ใบหน้าซูบผอม แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันมืดมนและดุดัน
เฮิงสิงอู๋จี้จ้องมองวิญญาณข้างเตียง พลางระแวดระวังอยู่เงียบๆ และเอ่ยถาม
"ในที่สุดพวกแกก็มา หัวหน้าของพวกแกอยู่ที่ไหน?"
วิญญาณที่ใบหน้าเลือนรางหัวเราะ
"แล้วยมทูตดำล่ะอยู่ที่ไหน? ความเชื่อใจคือพื้นฐานของความร่วมมือ ดูเหมือนว่าพวกเราต่างก็ยังเชื่อใจกันไม่พอสินะ"
เฮิงสิงอู๋จี้พูดเสียงขรึม "ฉันไม่รู้ว่าลูกพี่อยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้หรอก"
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสริมว่า "ช่วงนี้พวกเรากดดันมาก เสียพี่น้องไปหลายคน ลูกพี่เองก็เกือบจะถูกฟู่ชิงหยางหมายหัวแล้วเหมือนกัน"
"ฟู่ชิงหยางคือบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของกองกำลังพยัคฆ์ขาว ในระดับที่ต่ำกว่าผู้ครอบครอง มีคนไม่มากนักที่จะเอาชนะเขาได้ ถ้าถูกเขาหมายหัว แม้แต่ยมทูตดำก็อาจจะหนีไม่รอด พวกแกจะเอาแต่หลบซ่อนตัวไปเรื่อยๆ ไม่ได้ ต้องตอบโต้"
"หึ พูดน่ะมันง่าย" เฮิงสิงอู๋จี้พูดเสียงเย็น "นอกจากพันธมิตรห้าธาตุแล้ว คนของราชันย์พิษกู่ก็กำลังตามหาพวกเราอยู่ จะให้ตอบโต้ยังไง?"
"เพราะอย่างนี้ฉันถึงมาหาแกไง" วิญญาณยิ้มบางๆ
"พวกแกมีสองทางเลือก หนึ่งคือรอให้ผู้เสื่อมทรามที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีทยอยคลุ้มคลั่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพันธมิตรห้าธาตุ แต่ผู้เสื่อมทรามกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในขณะที่ศัตรูของพวกแกคือสาขาซงไห่
"วิธีที่สอง รวบรวมผู้เสื่อมทรามที่อยู่ใกล้เคียงซงไห่ ควบคุมพวกเขา ให้ล้อมปราบทีมผู้ใช้พลังทางการกลับ สร้างความวุ่นวายให้สาขาพันธมิตรห้าธาตุสักหน่อย แบบนี้จะช่วยลดความกดดันลงได้"
"พูดน่ะมันง่าย..." เฮิงสิงอู๋จี้แค่นเสียงเย็น
"เงื่อนไขของการล้อมปราบกลับคือต้องมีข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอ"
วิญญาณกล่าว "เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจ ฉันจะเปิดเผยการวางกำลังและการเคลื่อนไหวของผู้ใช้พลังทางการให้แกรู้"
เฮิงสิงอู๋จี้เริ่มหวั่นไหว "ฉันต้องรายงานเรื่องนี้ให้ลูกพี่ทราบก่อน!"
........
วันรุ่งขึ้น จางหยวนชิงตื่นขึ้นมา ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเช็กข้อความตามสัญชาตญาณ หวังเชียนไม่ได้ตอบกลับมา
เขาลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยความผิดหวัง หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ก็เรียกแท็กซี่ไปที่ทำงาน
เพิ่งนั่งลงคุยเรื่องสั้นยาวตื้นลึกกับนักขับสาวรุ่นเดอะได้ไม่ทันไร หลี่ตงเจ๋อในชุดสูทเต็มยศ เสื้อกั๊กสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ก็เดินออกมาจากห้องทำงาน
"หยวนสื่อ กวนหย่า ออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย" เขาพูดพลางดูนาฬิกาข้อมือ
"ทีมสืบสวนเขตคังหยางมีประชุมตอนเก้าโมง พวกเราพบเบาะแสของ 'เฮิงสิงอู๋จี้' แล้ว"
จางหยวนชิงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที......







