(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 145
บทที่ 145 เธอชอบผมจริงๆ ใช่ไหมครับ
ถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้สู้เฉินหยูไม่ได้ล่ะก็
เหวินซิงฮุยคงจะเรียกลูกน้องเข้ามาสอนเฉินหยูให้รู้จักโลกด้วยกำปั้นไปแล้ว
ในตอนนี้ เหวินซิงฮุ่ยมีความสงสัยในใจ
การที่เถ้ากระดูกของพ่อถูกเผาโดยชาวบ้านในหมู่บ้านหลี่เจีย มันอาจเป็นเพราะมีคนชี้นำอยู่เบื้องหลัง
และเฉินหยูก็น่าจะเป็นคนคนนั้น!
เขาเองที่เป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่าเกือบพันล้าน กลับถูกเฉินหยูบีบให้ต้องรับใช้ชาวบ้านพวกนั้นเหมือนทาส
แค่คิดก็ทำให้เหวินซิงฮุ่ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
เฉินหยูเห็นสีหน้าไม่พอใจของเหวินซิงฮุ่ย เขาก็ยังคงยิ้มเยาะมุมปากอย่างเยือกเย็น
“ก่อนจะทำเรื่องที่ผิดศีลธรรมแบบนี้ ก็ต้องรู้ว่าจะต้องเจอผลกรรม”
“นึกไม่ออกหรือ? ไม่เป็นไร ถ้าเจอฉันแล้ว ฉันจะช่วยให้จดจำมันได้ลึกซึ้งขึ้นเอง”
“ทางเลือกฉันให้คุณแล้ว ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร”
เฉินหยูยืดตัวพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันรักษาคนไข้ก็ต้องยึดตามหลักความเต็มใจทั้งสองฝ่ายเสมอ”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเหวินซิงฮุ่ยกระตุกไม่หยุด
ไอ้หนุ่มนี่มันร้ายกาจเกินไป!
นอกจากได้เปรียบแล้วยังทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายถูกอีก
แถมยังมีปากมีเสียงว่าตนมีปัญหาอีกต่างหาก
เหวินซิงฮุ่ยพยายามกดความโกรธลง แล้วพูดต่อ “หมอเฉิน ผมสามารถสร้างโรงงานเพื่อจ้างชาวบ้านพวกนั้นได้ แต่พวกสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ นี่เราพอจะเจรจากันได้ไหม?”
เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองเสียเปรียบ เหวินซิงฮุ่ยจึงต้องยอมก้มหัว
สร้างโรงงานจ้างงานก็ถือว่ามีทั้งรายได้และรายจ่าย
แต่การสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โรงเรียนอนุบาล หรือโรงพยาบาลชนบท มันเป็นการลงทุนที่ไม่มีผลตอบแทนเลย
พูดให้ถูกคือ มันไม่ใช่การทำธุรกิจ แต่เป็นงานการกุศลล้วนๆ
เฉินหยูไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออก
“เชิญครับ”
ท่าทางเฉินหยูเหมือนไล่เขาออกจากร้าน เหวินซิงฮุ่ยจึงกัดฟันพูด “ตกลง! ผมจะกลับไปติดต่อชาวบ้านเพื่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตามที่คุณต้องการ”
เฉินหยูยิ้มเย็นพลางพูด “จริงๆ แล้ว ผมค่อนข้างชอบตอนที่คุณยังหยิ่งทะนงในตัวเองอยู่นะ”
“หมอเฉิน อย่ามาล้อเล่นกับผมเลย ตอนนี้ผมแย่พอแล้ว”
ในใจเหวินซิงฮุ่ยแทบอยากจะฉีกเฉินหยูออกเป็นชิ้นๆ
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน รวมถึงอาจารย์หลิวที่ปลีกตัวเพราะอ้างว่าป่วย
ทำให้เขารู้ว่าเฉินหยูไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ
“หมอเฉิน ถ้าผมทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง ชีวิตผมจะไม่ดวงตกอีกใช่ไหม? แล้วพ่อผมก็จะไม่มาหาผมอีกใช่ไหม?”
เฉินหยูพยักหน้าพลางยิ้ม “ถ้าคุณกลับตัวกลับใจใหม่ คุณพ่อคุณคงจะดีใจและไม่มารบกวนคุณอีก”
คำพูดนี้ทำให้เหวินซิงฮุ่ยมั่นใจเต็มร้อย
เรื่องที่วิญญาณพ่อมาหา คงเป็นฝีมือของเฉินหยูทั้งหมด
“เดี๋ยว”
ก่อนที่เหวินซิงฮุ่ยจะเดินออกไป เฉินหยูหยิบคิวอาร์โค้ดบนโต๊ะขึ้นมา
“ค่ารักษารวมทั้งหมดหนึ่งหมื่นหยวน กรุณาชำระด้วยครับ”
เหวินซิงฮุ่ยกัดฟันจ่ายเงินพลางเดินจากไป
เมื่อเห็นเหวินซิงฮุ่ยจากไป เฉินหยูก็พึมพำเบาๆ
“ฟ้าลิขิตยังพออยู่ได้ แต่ถ้ากรรมลิขิตเอง อย่าหวังว่าจะรอด”
...
หลังจากที่เฉินหยูปิดประตูร้าน เขายืดตัวเล็กน้อยก่อนเดินกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์
ก่อนจะเริ่มไลฟ์ เขาเหลือบดูปฏิทิน
“พรุ่งนี้เที่ยง...ถึงเวลาคนนั้นมาหาฉัน”
เขาพึมพำเบาๆ ก่อนเปิดแพลตฟอร์มไลฟ์สด
ทันทีที่หน้าจอแสดงภาพในไลฟ์สด ความนิยมพุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็ว
แฟนคลับที่ติดตามเฉินหยูเหมือนเป็นกิจวัตรต่างหลั่งไหลเข้ามา
“ไลฟ์หมอเฉินนี่แหละ อาหารจานหลักของฉัน!”
“หมอเฉิน ขอแบบทุกวันเลยได้ไหม? จะกินข้าวได้เยอะขึ้นอีก!”
ในเวลาไม่กี่นาที จำนวนคนดูในไลฟ์ทะลุถึงล้านคน
เฉินหยูหัวเราะเบาๆ ก่อนจะคลิกแจกอั่งเปามูลค่า 100 หยวน
“เชิญคนไข้คนแรกครับ”
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านปรากฏบนจอ
ชื่อในไลฟ์ของเขาคือ "ข้าคือราชา ใครจะทำไม"
บรรดาแฟนคลับพากันขำกลิ้ง
"ชื่ออย่างกับนักเลง ตัวจริงกลับดูเหมือนลูกแกะตัวน้อย"
ชายหนุ่มกระแอมแก้เขินก่อนจะพูด “หมอเฉิน ผมรออยู่ในไลฟ์คุณมาทั้งอาทิตย์ ในที่สุดก็ถึงตาผมแล้ว”
“ปัญหาของผมคือ...ผมไม่เก่งเรื่องการปฎิสัมพันธ์กับคนเลย”
เขาเล่าถึงปัญหาที่เขาเจอในที่ทำงาน รวมถึงเรื่องหัวหน้าที่ไม่เคยให้หน้าดี และเพื่อนร่วมงานที่มักหัวเราะเยาะเขา
“ไม่ใช่แค่นั้นครับ...มีรุ่นพี่สาวสวยในบริษัทคนนึง เธอชอบชวนผมไปกินข้าวที่บ้านตลอด...”
“หมอเฉิน เธอนี่ชอบผมจริงๆ ใช่ไหมครับ?”







