หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 150
บทที่ 150 เฉินโม่! ยังจะบอกอีกว่าคุณไม่ถนัดการตลาด?
ไล่ตั้งแต่ต้นจนจบหนึ่งรอบ แล้วก็ตรวจจากท้ายขึ้นบนอีกครั้ง
เฉินโม่พยักหน้า รู้สึกพอใจกับแผนงานที่ตนร่างสำหรับงานเปิดตัว Xiaomi อยู่ไม่น้อย
มีงานเปิดตัวสุดตะลึงของสตีฟ จ็อบส์เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว อย่างน้อยงานเปิดตัวของ Xiaomi ที่ได้ฉันหนุนหลังก็ควรจะแซงหน้าให้ได้ไม่ใช่หรือ ไม่งั้นก็ขายขี้หน้าคนเกิดใหม่อย่างฉันสิ
ใกล้เวลาเลิกงาน เฉินโม่ออกจากโหมดปิดประตูบ่มเพาะผลงาน อุ้มโน้ตบุ๊กไว้แนบอก คราวนี้ไม่ได้ไปหาเหลยจวินก่อน แต่แวะไปหาฉีเหมิงเหมิงก่อน
“เหมิงเหมิง งานด่วนหน่อยนะ ช่วยฉันออกแบบโปสเตอร์สักสองสามแบบในสองวันนี้ งานอื่นในมือพักไว้ก่อน รายละเอียดเป็นแบบนี้...”
สั่งการเสร็จ เขาเงยหน้าขึ้น เห็นประตูสำนักงานของเหลยจวินเปิดอยู่พอดี
ปกติถ้าเหลยจวินอยู่ที่บริษัทและไม่มีอะไรด่วน ประตูห้องทำงานจะเปิดไว้ตลอด เพื่อให้คุยกันสะดวก มีเรื่องก็เข้าไปได้เลย แต่ถ้าปิดประตู แปลว่าตอนนี้เขาไม่อยากให้รบกวน
เห็นดังนั้น เฉินโม่ก็เดินเข้าไปตรงๆ แล้วปิดประตูตามหลังอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่จวิน ช่วยดูแผนนี้หน่อยครับ”
1 ชั่วโมงต่อมา
เฉินโม่ดื่มโคลาหมดกระป๋องแล้ว แต่เหลยจวินยังคงจมอยู่กับแผนงาน ไม่ได้สติกลับมา
เห็นท่าเลย เขาเลยไม่เร่ง จังหวะเดียวกัน วีแชตก็เด้งรูปโปสเตอร์เวอร์ชันแรกจากฉีเหมิงเหมิง เขาจึงออกไปคุยรายละเอียดกับเธอ
กำลังคุยอยู่ครึ่งทาง ก็ได้ยินเหลยจวินตะโกนเรียกจากข้างใน “เสี่ยวโม่? เสี่ยวโม่!”
“โอเค มาแล้ว~”
เฉินโม่เดินเข้าไป เหลยจวินรีบปิดประตู กดให้เฉินโม่นั่งลงบนเก้าอี้ ชี้ที่แผนในมือ “ไอเดียพวกนี้ทั้งหมด เป็นของแกคนเดียว?”
“ก็ของ... คนแก่ เอ๊ย ของผมนี่แหละ คุณนึกว่าผมปิดห้องไปวันหนึ่งไม่ทำอะไร นอนเล่นอยู่ข้างในหรือไง?” ถึงแม้ว่าตอนเที่ยงหลังจากกินข้าว เขาจะเอนหลับบนเก้าอี้นอนอยู่สักพักจริงๆ ก็เถอะ
แม้เฉินโม่จะเคยทำลายกรอบความคิดเขาอยู่บ่อยๆ จนเหลยจวินคิดว่าตัวเองชินแล้ว แต่คราวนี้ก็ยังโดนทำให้ตกใจ เพราะสิ่งที่อยู่บนกระดาษพวกนี้ ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ตอนแรกเหลยจวินก็แค่ให้เฉินโม่ทำแผนและโฟลว์ของงานเปิดตัว คิดไว้ว่าแม้จะเหนือกว่าตนเองนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร
แล้วเขาได้เห็นอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่สไลด์ PPT สำหรับคืนวันเปิดตัวเท่านั้น แต่มันคือกระบวนการครบชุดตั้งแต่ต้นจนจบของ Xiaomi
ละเอียดจนน่าขนลุก
เรื่องที่เขาเสียใจที่สุดวันนี้ คือดันเอาแผนของตัวเองให้เฉินโม่ดู ชนิดที่ทำลายบารมีความเป็นเจ้านายไปถนัดตา เหลยจวินไม่รู้ว่าวันนี้ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว “เสี่ยวโม่ ยังจะบอกอีกว่านายไม่ถนัดการตลาด?”
“พอรู้อยู่บ้างๆ นิดหน่อย”
“นิดหน่อยของนายมันเยอะไปหน่อยแล้ว นายมันเป็นอัจฉริยะการตลาดที่โดนงานสายเทคโนโลยีกลบอยู่ มีอะไรบ้างที่นายทำไม่ได้เนี่ย? รู้สึกว่าถ้าส่งนายลงไปโรงงาน ตอนนี้กำลังผลิตสมาร์ทโฟน Xiaomi คงก้าวกระโดดขึ้นไปอีกหลายขั้น!”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ผมพอรู้น้ำหนักตัวเองอยู่ พี่จวินอย่ายกยอจนผมตายเอาดาบหน้า เดี๋ยวสคริปต์พูดใน PPT นั่น คุณต้องท่องให้ขึ้นปากก่อนนะ โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะ อย่าให้ไปค้างคาเวทีเข้าใจไหม”
เหลยจวินตาเบิกกว้าง ชี้ที่ตัวเอง “ฉัน? พูดบนเวที? ไม่ๆๆ ฟังก่อน ตอนที่นายไป PK กับ KK ครั้งแรก ฉันกับหลินปินก็ได้เห็นกับตาถึงความ... เอ่อ ฝีปากของนายแล้ว เพราะงั้นงานเปิดตัวของ Xiaomi แบบนี้ นายเหมาะกว่าฉันเยอะ!”
“คุณเป็นเจ้านาย เป็นนามบัตรของบริษัท ไม่น่าจะต้องขึ้นเองเหรอ?”
“ถ้าหลังจากนี้ Xiaomi ปังเป็นพลุแตก บางทีฉันอาจขึ้นได้ แต่ครั้งแรกที่ Xiaomi เปิดตัว ห้ามพลาดเด็ดขาด ฉันเชื่อเสมอว่าคนเก่งควรยืนในตำแหน่งที่เหมาะ นาย... เหมาะกว่าฉัน! อีกอย่าง สมาร์ทโฟน Xiaomi ก็เจาะกลุ่มวัยรุ่น นายในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Xiaomi ทั้งเป็นผู้ถือหุ้นและรองประธาน Title ก็ครบถ้วน”
“ก็ได้... แต่อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
“จะเสียใจอะไรล่ะ ก็สำเนียงฉันนี่แหละ ไม่ทำคนดูวิ่งหนีกันหมดก็บุญแล้ว” เหลยจวินพูดขำขันใส่ตัวเอง
ตอนเฉินโม่เดินออกไป เขาพ่นลมหายใจยาว “รู้งี้น่าจะขอสามเงินเดือนแล้ว ทั้งงานเทคนิค งานวางแผน แล้วยังต้องเป็นโฆษกอีก”
“ก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแล้วนะ เอาหน่อย! ว่าแต่เรื่องสถานที่เรียบร้อยแล้ว!”
“พี่จวินก็คือพี่จวิน พลังหนุนหลังนี่ไหลเชี่ยวอย่างกับแม่น้ำฮวงโหจากฟากฟ้า”
เหลยจวินเห็นท่าไม่ดี รีบขัดคาถายอทันที “สอพลอก็ไม่ช่วยหรอก ยังมีอะไรอีกไหม?”
“เหมือนไม่มีแล้ว”
“ไสหัวไป!”
“ได้เลย~”
พอเฉินโม่ออกไป เหลยจวินก็มองแผนงานบนโต๊ะ ทั้งเจ็บทั้งสุขปะปนกัน
โดยเฉพาะที่แต่ละภารกิจถูกไฮไลต์กำกับผู้รับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน สีปากกาที่ทำเครื่องหมายไว้ หมายถึงส่วนที่เขาต้องเป็นคนจัดการเอง
เช่น เชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเปิดตัว หรือการจัดตั้งทีมงานหลังการขาย เป็นต้น
ทำเอาเหลยจวินรู้สึกงงๆ ว่าตกลงใครเป็นลูกน้องใครกันแน่
จุดสำคัญคือพอเห็นบรรทัดสุดท้ายของแผนงาน เขาก็เหมือนมีกำลังฮึดขึ้นมาทันที
“ทุกอย่างเพื่อ Xiaomi! ลุยให้สุด!”
อืม ไม่มีอะไรต้องเถียง! ทุกอย่างเพื่อ Xiaomi!
คืนนั้นเหลยจวินเรียกประชุมผู้บริหารด่วน ประกาศแผนกลยุทธ์ปฏิบัติการงานเปิดตัว Xiaomi ณ ที่ประชุม แต่งตั้งเฉินโม่เป็นผู้บัญชาการใหญ่งานเปิดตัว
ส่วนเหลยจวินรับตำแหน่งผู้รับผิดชอบสูงสุด
จากนั้นเฉินโม่ที่ได้กระบี่ราชสำนักมาก็เหลือบมองทุกคน ล้วนเป็นสหายร่วมรบที่รู้จักฝีมือกันมาครึ่งปีแล้ว ไม่ต้องกล่าวพร่ำเพรื่อ พอเกริ่นเปิดไม่กี่คำก็เข้าเรื่องทันที
เริ่มแบ่งงานตามแผนที่เขากับเหลยจวินเพิ่งเคาะไปก่อนหน้า มอบหมายภารกิจให้แต่ละคนอย่างชัดเจน
ท้ายสุดเขากวาดตามองรอบห้อง เน้นย้ำว่า “ทุกคน ช่วงนี้ขอให้สู้เต็มที่ ทุกอย่างเพื่อ Xiaomi!”
“ทุกอย่างเพื่อ Xiaomi!”
กล่าวคำปฏิญาณเสร็จ เหลยจวินพูดว่า “ดี เลิกประชุม!”
วันต่อๆ มา Xiaomi เทคโนโลยีภายใต้แรงผลักจากทุกคนก็เหมือนเครื่องจักรที่ละเอียดเนี้ยบ เริ่มเร่งรอบทำงานเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เหลยจวินยิ่งนำหน้าลงสนามเอง โหมดทำงานหนักเปิดสุด เดินสายขอแรงคน ส่งบัตรเชิญ จัดประชุมเล็กใหญ่สารพัด ส่วนเฉินโม่ถ้าว่างก็เข้าไปนั่งฟัง คอยอุดช่องโหว่ เติมมุมมองของตัวเอง
ปกติแล้วเฉินโม่จะคุมภาพรวมอยู่เบื้องหลัง เฝ้าดูทุกอย่างอย่างเงียบๆ
เวลาในความวุ่นวายของทุกคน ก็ล่วงไปอย่างรวดเร็ว
11 ธันวาคม Meizu ปล่อยโปสเตอร์นับถอยหลังเปิดตัว M9 เผยภาพเครื่องต้นแบบของ M9
“กำลังฮอตสุดๆ เจอกัน 1 มกราคม” ประกาศว่าพิธีเปิดตัวทั่วประเทศของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่Meizu M9 จะจัดขึ้นวันที่ 1 มกราคม 2011 เวลา 10.00 น.
เพียงวันถัดมา 12 ธันวาคม บัญชีทางการ Xiaomi ประกาศปิดรอบ A ยอดระดมทุนรวม 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าบริษัท 300 ล้านดอลลาร์ ผู้นำรอบได้แก่กองทุนชุนเว่ยภายใต้เหลยจวิน, เฉินซิง แคปิตอล, ฉีหมิงเวนเจอร์ส และนักลงทุนบุคคล
ถึงตอนนี้ผู้คนจึงเพิ่งรู้สึกว่า ที่ผ่านมาเหมือนประเมิน Xiaomi ต่ำไปตลอด
บริษัทอินเทอร์เน็ตเทคโนโลยีที่เพิ่งก่อตั้งปีนี้ รายนี้ เริ่มจาก MIOS ขึ้นครองชาร์ตตลาดแอปแอนดรอยด์แบบปรับแต่ง ต่อด้วยสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่เริ่มเดินเครื่องเข้าที่ กลายเป็นแขกรับเชิญประจำท็อปเทนลิสต์ “รุ่นใหม่ที่น่าจับตา” ของสื่อดิจิทัลหลายเจ้า
แอปวีแชตที่เพิ่งออกเมื่อเดือนก่อน ยังฉายแววเหมือนจะท้าทายบัลลังก์ QQ ในสนามการสื่อสารเคลื่อนที่
จนวันนี้พอเห็นข่าวระดมทุน คนถึงเพิ่งตระหนักว่า Xiaomi มีมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์
มาถึงตอนนี้มองย้อนกลับไป Xiaomi ดูจะไม่เล็กเลย
พร้อมกันนั้น อาศัยกระแสความสนใจในครั้งนี้ เว็บไซต์ทางการ Xiaomi, ฟอรั่ม Xiaomi, ฟอรั่ม MIOS, บัญชีทางการ Xiaomi รวมถึง เวยป๋อ ของเหลยจวินและเฉินโม่ ซึ่งรวมตัวเป็นเมทริกซ์การประชาสัมพันธ์ Xiaomi แบบเฉพาะกิจ ต่างก็ปล่อยพรีวิวงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน Xiaomi พร้อมกัน
“งานเปิดตัวสมาร์ทโฟน Xiaomi เวลา 20:00 น. วันที่ 1 มกราคม เกิดมาเพื่อสายฮาร์ดคอร์!”
ใต้ข้อความมีภาพหนึ่งภาพ บนภาพมีเพียงเงาของโทรศัพท์ เห็นเค้าโครงโค้งมนลางๆ ด้านล่างระบุ X1 เป็นรหัสรุ่นสมาร์ทโฟน Xiaomi ในครั้งนี้
เหมือนจะเผยก็ไม่เผย เน้นอารมณ์ “กอดพิณพลางปิดหน้า” (ตั้งใจเผยบางส่วนให้ชวนสงสัย)
ทำให้ชาวเน็ตดูแล้วเหมือนไม่ได้เห็นอะไร แต่กลับคันไม้คันมืออยากรู้หนักกว่าเดิม
ไม่ว่าชาวเน็ตจะรู้สึกยังไง วงการสื่อดิจิทัลถึงกับคลั่ง เพราะเมื่อสกัดข้อมูลสองวันนี้แล้ว ในสายตาพวกเขามีอยู่แค่สามข้อดังนี้
Meizu M9 VS Xiaomi X1
หวงจาง VS เหลยจวิน
1 มกราคม เวลา 10:00 น. VS 1 มกราคม เวลา 20:00 น.
ไม่ว่าข้อไหนก็พอจะเรียกกระแสได้แล้ว ยิ่งพอสามอย่างซ้อนกันยิ่งปะทุแตก
สื่อมวลชนดีใจกันยกใหญ่ ผลลัพธ์คือชาวเน็ตที่สนใจมือถือแทบทั้งหมดโดน “ตกปลา” จนงับเบ็ดกันถ้วนหน้า
“เขาคิดจะทำอะไร? เหลยจวินจะเล่นยังไงกันแน่? ขโมยเทคโนโลยีฉัน เสร็จแล้วยังจัดงานเปิดตัวมือถือแล้วส่งบัตรเชิญให้ฉันอีก?” หวงจางมองบัตรเชิญงานเปิดตัว Xiaomi ที่ไป๋หย่งเสียงส่งมาให้ หน้าแดงก่ำด้วยความเดือดดาล
มองจากมุมของหวงจาง มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งแต่งงานอย่างมีความสุข กำลังเห่อเมียสวยก็เลยแนะนำให้เพื่อนซี้รู้จักอย่างภาคภูมิใจ ผลคือพอผ่านไปไม่กี่เดือน หันกลับมาเห็นว่าเพื่อนซี้ไม่รู้ไปคว้าสาวที่รูปร่างหน้าตาแทบถอดแบบเมียเขามาจากไหน แถมยังชอบส่งคลิปอย่างว่ามาอวดเป็นพักๆ ถ้าแค่นี้ยังพอทน แต่ดันไปถึงขั้นแต่งงานกันจริงจัง แล้วยังเชิญเขาไปเป็นสักขีพยานอีก
เชิญให้ฉันไปดูตีนโก่งของโคตรย่ามึงเถอะ น่าขยะแขยงฉิบหาย
เพราะงั้นจะไม่โทษหวงจางที่โมโหจนแทบกลายร่างเป็นกระทิงเดือด ก็ไม่ได้ ท่าทางเหมือนอยากจะเอาชีวิตกันให้รู้แล้วรู้รอด
ด้านตรงข้าม ไป๋หย่งเสียงในฐานะ CEO ของ Meizu พอยื่นบัตรเชิญให้ก็ยืนเงียบๆ มองเหล่าหวงระเบิดอารมณ์ ไม่กล้าพูดอะไร กลัวโดนลูกหลง
สีหน้าหวงจางขึ้นๆ ลงๆ Meizuเพิ่งประกาศวันเปิดตัวไปหยกๆ Xiaomi ก็ประกาศงานเปิดตัวถัดมาแค่วันเดียว แถมเวลายังชนกันเป๊ะๆ?
ข้าเพิ่งสาดน้ำโคลนใส่เอ็งไปหน่อยเดียวเอง ถึงกับแค้นฝังหุ่นขนาดนี้เชียว?
ขโมยเทคโนโลยีแล้วยังห้ามพูดอีก? พอพูดก็จะมารุมตีกันเหรอ? แล้วจะบอกว่าเอ็งไม่ใช่ “เหลยปู้ฉวิน” ได้ไง!
แม่งเอ๊ย ข้าไม่เชื่อหรอก ทั้งสเปกทั้งหน้าตามาครบแบบ M9 จะสู้ไอ้ Xiaomi มือใหม่หัดขับของเอ็งไม่ได้ยังไง
พออารมณ์เริ่มนิ่ง หวงจางก็ถามคู่หูเก่า “ร้านทดลองใช้งานออฟไลน์เตรียมไปถึงไหนแล้ว?”
ไป๋หย่งเสียงตอบ “ในปักกิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เซินเจิ้น จูไห่ ทั้งห้าสาขาเข้าช่วงเตรียมการโค้งสุดท้ายแล้ว ผมมั่นใจในพลังของผลิตภัณฑ์ M9 มาก แต่ Xiaomi ที่มาพร้อม MIOS ก็ประมาทไม่ได้ งั้นเราลองขยับวันวางขายให้เร็วกว่ากำหนดสักหน่อย ชิงลงมือก่อนดีไหม?”
“หืม? ไม่ดี! เพิ่งกำหนดวันไปแล้วจะมาเปลี่ยนเอง เท่ากับตบหน้าตัวเอง คนจะมองว่าเราขาสั่นก่อนขึ้นเวที กลัว Xiaomi งั้นเหรอ แต่…จริงๆ ก็มีวิธีขยับได้อยู่” หวงจางนึกมุกหนึ่งออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดบนใบหน้า
คำพูดพลิกไปพลิกมาของหวงจางทำเอาไป๋หย่งเสียงงงไปเลย “ยังไงกันแน่ครับ?”
“เราขยับล่วงหน้าไปสามวัน เปิดให้ผู้ใช้เข้ามาลองจับเครื่อง M9 ก่อน! จัดวันเปิดให้ทดลองใช้งาน แต่รายละเอียดต้องวางแผนให้ดี เช่น วันแรกเปิดสำหรับสื่อ ให้เขาช่วยปลุกกระแส สองวันหลังเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปมาลอง แล้วกระตุ้นให้เขาไปรีวิวและแสดงความคิดเห็นบนออนไลน์ พร้อมรับพรีออร์เดอร์”
“อันนี้เข้าท่า เดี๋ยวผมจัดการต่อให้ทันที!”
“ไปเลย~”
หวงจางมอง M9 ในมือตัวเองอย่างรักใคร่ เอื้อนเอ่ยพึมพำ “ของดีขนาดนี้อย่าง M9 ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปแพ้ได้ยังไง”
นอกจาก Meizu คู่แข่งทางการค้ารายอื่นๆ ก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ MIOS แรงขนาดนี้ งั้นสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่บรรจุ MIOS ก็ยิ่งประมาทไม่ได้
โดยเฉพาะคูลแพดที่บุกตลาดไฮเอนด์ไม่สำเร็จ กัวเต๋ออิงคิดจะถอยกลับสู่คอมฟอร์ตโซนของคูลแพด ไปสู้ศึกในตลาดสมาร์ทโฟนพันหยวนกับพวกมือถือก็อปต่อ แต่ก็อยากดูเหมือนกันว่างานเปิดตัวของ Xiaomi จะเอามือถือแบบไหนออกมา
บรรดาเจ้านายของคู่แข่งทางการค้าหรือหัวหน้าฝ่ายธุรกิจมือถือทั้งหลาย มองบัตรเชิญงาน Xiaomi ในมือ สีหน้าต่างกันไปคนละแบบ
ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง โนเกีย แอปเปิล น่าจะแค่พอได้ยินชื่อ Xiaomi กันบ้างเท่านั้น ตอนนี้มือถือหัวเซี่ยยังไม่มีใครคุกคามพวกเขาได้ ความสนใจของพวกเขาจึงจับจ้องกันเองเป็นหลัก
โดยเฉพาะการเปิดตัวไอโฟน 4 ที่ปลุกให้เหล่ายักษ์ใหญ่ต่างประเทศตื่นตัวพร้อมกัน ผู้ผลิตมือถือหัวเซี่ยในสายตาพวกเขาก็แค่ “มดตัวเล็กๆ ที่จะบี้ตายเมื่อไหร่ก็ได้” แต่สตีฟ จ็อบส์ไม่เหมือนกัน ผลงานในอดีตของแอปเปิลพิสูจน์แล้วว่าเขาคือ “ปลาดุก” ที่เขย่าทั้งตลาดให้ปั่นป่วนได้จริง
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ยังมี “ปลาดุก” อีกตัวหนึ่งแอบซุ่มรอจังหวะอยู่ในความมืด กำลังคันไม้คันมือพร้อมจะพุ่งออกมาเขย่าตลาดเมื่อถึงเวลา







