ศูนย์โสมที่หนึ่ง เก็บผลผลิตได้ปีละหนึ่งถึงสองหมื่นจั้ง โดยผลิตโสมสดได้เกือบสามแสนจินต่อปี
สำหรับผลผลิตในปีนี้ เป็นโสมที่ใช้ปุ๋ยน้ำจากกากถั่วเหลืองเมื่อปีที่แล้ว คาดว่าผลผลิตจะยิ่งสูงกว่าปีก่อน
ด้วยปริมาณมากขนาดนี้ หากรอเก็บทั้งหมดในช่วงก่อนและหลังวันชิวเฟินคงไม่ไหวแน่
ดังนั้น พอเข้าสู่เดือนเก้า ทางไร่โสมที่หนึ่งจึงเริ่มทยอยเก็บเกี่ยว และโรงงานแปรรูปก็เริ่มดำเนินการไปพร้อมกัน
โรงงานแปรรูปของศูนย์โสมที่หนึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสำนักงานศูนย์ พื้นที่กว้างขวางกว่าของทีมสองมาก
ภายในมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ครบครัน ทั้งหม้อนึ่งโสม เครื่องอบแห้ง เครื่องขัดผิวโสม ฯลฯ รวมมูลค่ากว่า 400,000 หยวน
ยังไม่รวมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เพียบพร้อม และพื้นที่ปฏิบัติงานที่กว้างกว่า
พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง พนักงานทั้งหมด รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ต่างก็ถูกระดมแรงงานกันทั้งหมดเพื่อมาเก็บโสมและแปรรูป
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องจ้างแรงงานชั่วคราวจากภายนอก
แม้แต่นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายของโรงเรียนตงกัง ก็จะมาช่วยทำงานในโรงงานอยู่หลายวัน เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน
ในยุคนั้น การเรียนหนังสือไม่ได้หมายถึงเรียนอย่างเดียว แต่ยังต้องลงแรงทำงานด้วย ซึ่งเป็นวิชาภาคปฏิบัติที่บรรจุในหลักสูตรของโรงเรียน
ฤดูหนาวก็ต้องผ่าฟืนและกวาดหิมะให้โรงเรียน ฤดูใบไม้ผลิก็ต้องไถนา ฤดูร้อนก็ต้องถางหญ้าและเก็บกวาดลานโรงเรียน ฤดูใบไม้ร่วงก็ต้องเก็บเกี่ยว ถอดเปลือกข้าวโพดและนวดถั่วเหลือง
นักเรียนต้องทำหมดทุกงาน ไม่มีใครเว้น
อีกสองปีข้างหน้า พอมีไร่โสมในสังกัดโรงเรียน นักเรียนยังจะต้องไปหว่านเมล็ดโสม ถอนวัชพืชในไร่ด้วยซ้ำ
วันแรกของการเก็บโสม ไม่เพียงแต่พวกสวี่ซื่อเยี่ยนเท่านั้นที่ขึ้นเขา แม้แต่ลี่ปิ่งจั๋วกับหลินฉีเยว่ก็ยังขึ้นเขาไปด้วย เพื่อดูด้วยตาตนเองว่าการใช้ปุ๋ยน้ำจากกากถั่วเหลืองได้ผลแค่ไหน
ช่วงสองปีนี้ วิธีการคลุมไร่โสมก็พัฒนาขึ้นอีก
จากเดิมที่ใช้แผ่นไม้แบบกันน้ำ และกระดาษน้ำมัน เปลี่ยนมาเป็นพลาสติกใสสีเหลือง ผ้าม่าน ไม้เส้น และโครงไม้ทรงโค้งขนาดเล็ก
ฟิล์มคลุมไร่โสมสีเหลืองที่ผลิตจากพีวีซี มีความกว้างเกือบสองเมตร อ่อนนุ่ม โปร่งแสงดี แต่ต้านทานการเสื่อมสภาพได้ไม่นาน
ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังวิจัยฟิล์มสีน้ำเงินที่ทำจากโพลีเอทิลีน ซึ่งทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดีกว่าแบบสีเหลือง
ศูนย์โสมที่หนึ่งได้เปลี่ยนมาใช้ฟิล์มสีเหลืองทั้งหมดแล้ว ส่วนไร่ของกลุ่มเกษตรกรรมทั่วไปยังไม่ได้ใช้ เนื่องจากฟิล์มมีราคาสูง
ฟิล์มแบบนี้ช่วยให้ง่ายตอนเก็บออก เพียงแค่คลายเชือกและโครงด้านบนออก แล้วม้วนพลาสติกกับผ้าม่านด้านล่างเก็บขึ้น ก็เป็นอันเสร็จ ทำให้ทำงานรวดเร็ว
ข้างหน้ามีสองคนถอดฟิล์ม ข้างหลังคนหนึ่งใช้เคียวตัดใบโสม แล้วก็ตามด้วยการขุดโสม
“เลขาธิการหลิน ดูสิครับ ปีนี้โสมดีกว่าปีก่อนชัดเจน ขนาดหัวโสมใหญ่กว่าปีก่อนโดยทั่วไปเลยครับ
เดี๋ยวลองชั่งน้ำหนักดูเป็นชุด ถ้าเทียบแบบเฉลี่ย เราน่าจะดูได้ว่าเพิ่มผลผลิตไปเท่าไหร่ ผมว่าขั้นต่ำก็เพิ่มไปยี่สิบเปอร์เซ็นต์แน่ๆ”
พอเริ่มเก็บเกี่ยว ทุกคนก็สังเกตได้ทันทีว่าโสมปีนี้โตดีผิดหูผิดตา ใหญ่กว่าปีก่อนแบบเห็นชัด
“รีบบอกทุกคนเลย ให้เร่งมือเก็บโสม แล้วรีบชั่งน้ำหนักบันทึกผลด้วย!” เลขาธิการหลินพูดอย่างตื่นเต้นทันที
ถ้าแค่เพิ่มผลผลิตได้เพียงหนึ่งจินต่อหนึ่งจั้ง ก็มูลค่ากว่า 10 หยวนเข้าไปแล้ว แต่นี่ดูทรงแล้ว มากกว่าหนึ่งจินแน่นอน
ไร่โสมที่หนึ่งเก็บโสมปีนี้ทั้งหมดประมาณสองหมื่นจั้ง หากเฉลี่ยแล้วเพิ่มผลผลิตขึ้นมาขนาดนี้ จะได้โสมเพิ่มอีกกี่หมื่นจิน? รายได้จะเพิ่มอีกเท่าไหร่?
ใครเจอก็ต้องตื่นเต้นทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขาธิการหลินผู้เป็นผู้นำไร่โสม ยิ่งตาเป็นประกาย
ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพหัวโสม กับการคำนวณว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแค่ไหน
มีเงินก้อนนี้ ก็จะสามารถซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ เพิ่มสวัสดิการให้คนงานอีกเพียบ
พอเลขาธิการหลินออกคำสั่ง ข้างล่างก็เร่งมือลุยงานทันที
ไม่นาน หนึ่งชุดที่ขุดได้ประมาณ 42 จั้ง โสมก็ถูกสะบัดเอาดินออก แล้วยัดใส่กระสอบป่าน
จากนั้นมีคนเอาตาชั่งคานใหญ่เข้ามา ชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันชั่งกระสอบโสมทีละใบ ข้างๆ ก็มีคนจดบันทึกน้ำหนักไว้
ไม่นาน ตัวเลขก็ออกมา: หนึ่งชุด 42 จั้ง ได้โสมสด 850 จิน เฉลี่ยแล้ว หนึ่งจั้งได้โสมประมาณ 20 จินกว่าๆ
พอตัวเลขนี้ถึงมือเลขาธิการหลิน บรรดาข้าราชการที่อยู่ในที่นั้น ต่างก็ยิ้มไม่หุบกันทั้งนั้น
“เลขาฯหลิน ถ้าผลผลิตเฉลี่ยได้ขนาดนี้ทั้งไร่ ปีนี้เราจะได้โสมเพิ่มอีกเจ็ดถึงแปดหมื่นจินเลยนะครับ!”
“โอ้โห แค่เรื่องพวกนี้ก็ทำรายได้เพิ่มได้เป็นล้านแล้วนะ!”
พอนั่งคำนวณจริงๆ ถึงกับตกใจ เพราะแค่ใส่ปุ๋ยพรวนหน้าก็เห็นผลชัดเจนขนาดนี้
ถ้ารอถึงปีหน้าได้เริ่มขุดโสมล่ะก็? รวมปุ๋ยพื้นฐานกับปุ๋ยพรวนหน้าแล้ว ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นขนาดไหนกัน?
“ที่ปรึกษาสวี่ คุณนี่สุดยอดจริงๆ วิธีนี้ได้ผลดีเกินคาดเลย!”
หลินฉีเยว่ ตื่นเต้นมากจนจับมือของสวี่ซื่อเยี่ยนแน่น ไม่รู้จะพูดอะไรถึงจะพอ
ที่ผ่านมาเขาได้ยินมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากชุมชนตงกัง ทีมสอง หรือแม้แต่ในหนังสือพิมพ์ของอำเภอ แต่เพราะไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง ก็เลยไม่เคยรู้สึกอะไรขนาดนี้
แต่ตอนนี้ ต้นโสมที่กองอยู่ตรงหน้า ตัวเลขผลผลิตที่เห็นด้วยตา มันยืนยันให้เห็นชัดเจนถึงประสิทธิภาพของการใส่ปุ๋ยกากถั่ว
ผ่านตัวเลขเหล่านี้ เขาเห็นผลกำไรมหาศาล ใครจะไม่ตื่นเต้น? ความปิติแบบนั้นมันบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้เลย
ในทางกลับกัน สวี่ซื่อเยี่ยนกลับดูสงบนิ่ง เพราะเรื่องแบบนี้เขาเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง
ปีที่แล้วตอนทีมสองได้ผลผลิตดี พวกอวี่โส่วกวงถึงกับตื้นตันจนน้ำตาไหลจะทรุดเข่าลงพื้น
“ตราบใดที่เรายังพัฒนาวิธีการปลูกต่อไป ผลผลิตจะต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ แต่อย่ารีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป”
จริงๆ เขายังมีเทคนิคอื่นอีกหลายอย่าง แต่ตอนนี้ยังไม่ควรใช้ เพราะอาจเกิดปัญหาราคาตกเนื่องจากผลผลิตล้นตลาดได้
หลินฉีเยว่ ถึงจะตื่นเต้นแค่ชั่วครู่ แต่เขาก็เป็นถึงหัวหน้าศูนย์ใหญ่ของไร่โสม เห็นอะไรมามากพอควร เขาเรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงสั่งให้คนงานทำงานต่อ ส่วนตัวเขาก็ชวนสวี่ซื่อเยี่ยนและเจ้าหน้าที่ของไร่ไปประชุมกันข้างๆ เพื่อวางแผนการแปรรูปโสม
เดิมที สวี่ซื่อเยี่ยนเสนอให้ทดลองผลิตโสมเคลือบน้ำผึ้งและโสมแดงฉางไป๋ซาน
แต่หลินฉีเยว่ กลัวว่าจะผลิตออกมาแล้วไม่มีตลาดรองรับ จึงไม่ได้อนุมัติโดยเต็มที่ บอกแค่ให้ทดลองผลิตจำนวนน้อยก่อน
แต่เมื่อเห็นตัวเลขผลผลิตเมื่อครู่ เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะสนับสนุนข้อเสนอของสวี่ซื่อเยี่ยนอย่างเต็มที่ ต้องพัฒนาโปรดักต์ใหม่ให้สำเร็จให้ได้
ต่อให้ยังทำเงินไม่ได้ในระยะสั้น ก็ต้องผลักดันให้มีผลิตภัณฑ์หลักของไร่โสมแห่งนี้ให้จงได้
“เสี่ยวสวี่ พวกเราหารือกันแล้ว ปีนี้จะจัดสรรโสมสดสามหมื่นจินให้คุณใช้ทดลอง
หวังว่าคุณจะไม่ทำให้เราผิดหวังนะ พวกเราคาดหวังในตัวคุณมาก อยากให้คุณสร้างผลิตภัณฑ์เด่นของไร่เราให้ได้”
จากตัวเลขตอนนี้ ดูแล้วผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกเจ็ดถึงแปดหมื่นจิน ดังนั้นจะแบ่งมาทดลองหน่อยก็ไม่ส่งผลกระทบกับภาพรวม
พอได้ยินแบบนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนก็ดีใจขึ้นมาทันที
“ขอบคุณท่านผู้นำทั้งหลาย ขอให้วางใจได้เลย ทีมเทคนิคของเราจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน พวกเราจะฟันฝ่าอุปสรรค ทำผลิตภัณฑ์ที่พวกเราต้องการออกมาให้ได้ครับ!”
ใครๆ ก็อยากได้รับความเชื่อใจจากคนอื่น อยากมีโอกาสแสดงฝีมือ
เมื่อก่อนอยู่ที่ทีมสอง เขาไม่มีโอกาสแบบนี้ จึงไม่กล้าฝันใหญ่
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาต้องทำผลงานให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าการที่หลินฉีเยว่ กล้าดึงเขามาเข้าร่วมไร่ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
“ดีมาก! คนหนุ่มต้องมีไฟแบบนี้ ลุยให้เต็มที่เลย พวกเราทุกคนเชื่อมั่นในตัวคุณ และในทีมเทคนิคของเรา
ตั้งใจทำงาน พยายามฝ่าฟัน หากสำเร็จ พวกคุณได้รางวัลตอบแทนแน่นอน!”
หลินฉีเยว่พูดพลางตบไหล่สวี่ซื่อเยี่ยนเพื่อให้กำลังใจ







