ลูกหมีดำสองตัวกลิ้งหลุนๆ ออกมาจากโพรงต้นไม้
ฝั่งนั้น พวกหมาหลายตัวเห็นเข้าก็จ้องตาแดงพร้อมจะพุ่งเข้าใส่
สวี่ซื่อเยี่ยนกับหานเหวินจงรีบผิวปากเรียกหมาออกมา แล้วสวี่ซื่อเยี่ยนก็เดินเข้าไปอุ้มเจ้าลูกขนปุกปุยสองตัวขึ้นมา
เจ้าก้อนขนสีดำสองก้อนนี้ แน่นอนว่าคือลูกหมีดำสองตัว ขนาดประมาณสองเดือน ตัวไม่ใหญ่กว่าลูกแมวมากนัก
“เจ้านี่จะทำยังไงดี? เอากลับไปเลี้ยงไหม?”
สวี่ซื่อเยี่ยนมองเจ้าก้อนขนแล้วก็ลังเลอยู่เหมือนกัน ตัวมันยังเล็กมาก น่าจะยังไม่หย่านม จะเลี้ยงรอดไหมนะ?
“ไหนๆ นายก็มีฟาร์มปศุสัตว์อยู่แล้วนี่นา เอากลับไปเลี้ยงเถอะ พอเลี้ยงโตแล้วแค่ถุงน้ำดีหมีอย่างเดียวก็ขายได้ตั้งเยอะแล้ว”
หานเหวินจงพูดติดตลก พวกเขาทุ่มแรงทุ่มแรงลากต้นไม้ลงมา จับเจ้าลูกหมีมาได้ จะให้ปล่อยคืนป่าไปก็คงไม่ใช่แล้ว
ลูกหมีตัวแค่นี้ ปล่อยกลับป่าก็อยู่ไม่ได้แน่ เลี้ยงเอาไว้นั่นแหละดีที่สุด
“ไม่เอาหรอก สัตว์ที่เลี้ยงเองกับมือ พอเลี้ยงไปนานๆ แล้วเกิดความผูกพัน มันฆ่าไม่ลง” สวี่ซื่อเยี่ยนส่ายหน้า
สัตว์อย่างพวกตัวเซเบิ้ล ตัวนาก ที่เขาเลี้ยงอยู่ทุกวันนี้ ยังไม่เคยลงมือฆ่าซักตัว
แม้จะอยู่ในช่วงขยายพันธุ์ ยังไม่ใช่เวลาฆ่าอยู่แล้วก็จริง แต่เอาเข้าจริงก็เป็นเพราะเขาใจอ่อน ฆ่าไม่ลง
เขาคิดไว้แล้วว่า ต่อไปพอฟาร์มโตพอ เขาจะขายแค่พันธุ์เซเบิ้ล พันธุ์นาก ไม่เลี้ยงเพื่อเอาหนัง
สัตว์ที่เลี้ยงเอง ฆ่าลงได้ไงเล่า?
ส่วนกวางหรือมูสพวกนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เลี้ยงให้ตายเองตามอายุไปเลย
พ่อกับลูกบ้านหานได้ยินก็พากันนิ่งงัน แล้วก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“นี่แหละนะ ใจอ่อนแบบนี้ เอางี้ก็แล้วกัน เอากลับไปก่อน แล้วอีกสองวันค่อยไปถามดูว่าฟาร์มกวางจะรับไหม ถ้าเขาไม่รับ คงต้องขายให้สวนสัตว์แล้วล่ะ”
ฟาร์มกวางในเขตนี้ก็เลี้ยงหมีดำอยู่เหมือนกัน ลูกหมีตัวน้อยแบบนี้น่าจะรับอยู่ ถ้าไม่ ก็ยังพอขายให้สวนสัตว์อวี้หวงซานที่ทงฮวาได้เหมือนกัน
สวี่ซื่อเยี่ยนฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้า จะให้เขาเลี้ยงเองไม่ได้เด็ดขาด พอเกิดความผูกพันขึ้นมาแล้วจะวางมือไม่ลง แบบนั้นก็ลำบาก
สุดท้าย สวี่ซื่อเยี่ยนใช้ผ้าพันขามาผูกห่อลูกหมีดำไว้ที่อก ส่วนมือหนึ่งจูงหมา อีกมือหิ้วเลื่อยยนต์
หานเหวินจงจูงหมาห้าตัวของเขาเอง ส่วนหานลี่หมิงลากซากหมีดำ
ทั้งสามคนลำบากพอสมควรกว่าจะพ้นป่าออกมาได้ แล้วก็รีบมุ่งตรงไปยังแปลงปลูกโสมที่หานเหวินจงดูแลอยู่
ถึงที่นั่นแล้ว พวกเขาก็ลอกหนังชำแหละซากหมีดำ แยกเนื้อยัดใส่ถุงผ้าทอแล้วแขวนไว้ตรงที่ร่มลมเย็น
จากนั้นก็ต้มน้ำร้อน เอาน้ำร้อนลวกถุงน้ำดีแล้วใช้เชือกแขวนให้แห้ง
พอบ่ายๆ เห็นว่าสมควรแก่เวลา สวี่ซื่อเยี่ยนกับหานลี่หมิงก็แบกเนื้อ จูงหมา แล้วยังต้องพาลูกหมีดำสองตัวขึ้นรถกลับด้วย
คนงานที่อยู่แถวนั้น เห็นสภาพของทั้งสองคนแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าหมีดำต้องโดนจัดการเรียบร้อยแน่
ต่างคนต่างก็อดชมไม่ได้ พ่อกับลูกบ้านหานนี่ฝีมือการล่าสัตว์ไม่ธรรมดาจริงๆ
แม้แต่ที่ปรึกษาคนใหม่ของโครงการ ยังเป็นนักล่าที่เก่งกาจอีกด้วย
มีคนตาไว สังเกตเห็นว่าอกของสวี่ซื่อเยี่ยนมันตุงๆ ก็เลยอดถามไม่ได้
พอถามแล้วถึงรู้ว่า ที่แท้ไม่ใช่แค่ล่าหมีดำได้ตัวหนึ่ง ยังจับลูกหมีดำได้อีกตั้งสองตัว
ทุกคนต่างพากันตื่นเต้น อยากเห็นหน้าลูกหมีว่าจะหน้าตาเป็นยังไง สวี่ซื่อเยี่ยนเลยจำใจต้องเอาออกมาโชว์ให้ดู
“นี่มันก็เหมือนลูกหมานี่นา แถมขนยังนุ่มๆ น่ารักอีกต่างหาก”
สัตว์ตอนยังเป็นลูกมันก็น่ารักไปหมด ไม่เว้นแม้แต่หมีดำ ลูกมันก็ดูตลกน่ารักดี ทุกคนพากันมองอย่างตื่นตา
“ตัวเท่านี้ จะเลี้ยงรอดไหมเนี่ย? คุณที่ปรึกษา คุณจะจัดการยังไงกับมันล่ะ?”
มีคนเห็นเจ้าหมีน้อยแล้วยังอดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวมันจะเลี้ยงไม่รอด
“ภรรยาผมมีฟาร์มปศุสัตว์อยู่ ที่นั่นมีแกะให้นมหลายตัว
ตอนนี้ทำไงได้ ก็ต้องเอาไปฝากเลี้ยงไว้ก่อน แล้วค่อยไปถามสวนสัตว์ว่าจะรับไหม”
สวี่ซื่อเยี่ยนยังคิดว่าขายให้สวนสัตว์น่าจะดีกว่า ฟาร์มกวางถ้ารับไปแล้วเลี้ยงโต ก็อาจจะฆ่าอยู่ดี
หลายคนรู้ดีว่าครอบครัวสวี่ซื่อเยี่ยนมีฟาร์มของตัวเอง ก็เลยไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม เพราะยังไงก็ไม่มีบ้านไหนมีเงื่อนไขพร้อมจะเลี้ยงเจ้าสัตว์น้อยพวกนี้ได้เท่าเขาอยู่แล้ว
ฟาร์มที่บ้านสวี่ ก็อยู่ตรงระหว่างทางจากช่าวจื่อเหอกลับไปยังหมู่บ้านตงกังพอดีเลย.
ก่อนขึ้นรถนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนก็ได้บอกกับคนขับไว้แล้วว่าให้จอดที่จุดหนึ่งสักสองสามนาที เขาจะลงไปส่งลูกหมีดำสองตัว
ดังนั้นเมื่อรถถึงที่ คนขับก็จอดให้ สวี่ซื่อเยี่ยนอุ้มลูกหมีดำสองตัวลงจากรถ แล้วรีบวิ่งไปที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์
พอดีกับที่สวี่ซื่ออันอยู่ที่ฟาร์มพอดี สวี่ซื่อเยี่ยนจึงมอบลูกหมีดำสองตัวให้ พร้อมกับกำชับให้หาที่เลี้ยงที่บังลมได้ แล้วหานมแพะมาให้กินก่อน เอาแค่ให้รอดไปสักสองสามวันก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
สวี่ซื่ออันมองลูกหมีดำสองตัวอย่างสนใจ เขาจึงอุ้มมันกลับไปที่ห้องพักเวร แล้วลงมือรีดนมแพะมาป้อนด้วยตัวเอง
เจ้าลูกหมีสองตัวนี้ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้กินอะไร หิวจนเกือบหมดแรง ไม่สนหรอกว่านั่นนมอะไร ขอกินได้เป็นพอ ดูดกันเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว
ส่วนสวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่มีเวลามาก ส่งลูกหมีเรียบร้อยก็รีบกลับขึ้นรถ
เมื่อรถกลับมาถึงคลังน้ำมันของศูนย์ปลูกโสม ผู้คนก็ทยอยลงจากรถ ส่วนสวี่ซื่อเยี่ยนก็จูงหมาทั้งสี่ตัวกลับบ้าน
ถึงบ้านพ่อแม่ เขาก็เอาหมาทั้งสี่ไปล่ามไว้ก่อน จากนั้นถึงได้เดินเข้าบ้านไปคุยกับพ่อ
“พ่อ แม่ ผมกลับมาแล้ว วันนี้ล่าหมีดำมาได้ตัวหนึ่ง แถมยังได้ลูกหมีดำมาอีกสองตัวด้วย”
สวี่ซื่อเยี่ยนรู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วง เลยรีบพูดให้สบายใจก่อนทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน
ตั้งแต่เช้าที่สวี่ซื่อเยี่ยนจูงหมาออกไป สวี่เฉิงโฮ่วกับโจวกุ้ยหลานก็ร้อนใจอยู่ตลอด
ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว สองตายายก็ไม่ค่อยอยากให้ลูกชายไปล่าสัตว์อีกหรอก
ถึงจะจริงว่าดีหมีมันขายได้ราคา แต่ก็เสี่ยงอันตรายอยู่ดี ทุกวันนี้ฐานะก็ดีขึ้นแล้ว เงินทองก็พอมี ไม่อยากให้สวี่ซื่อเยี่ยนไปเสี่ยงอีก
จนลูกชายกลับมาโดยปลอดภัย ทั้งสองถึงได้โล่งอก
“หา? ยังจับลูกมันมาได้อีกเหรอ? เอาไปไว้ไหนล่ะ? เอากลับมาบ้านไหม? แล้วจะเลี้ยงมันยังไง?”
โจวกุ้ยหลานถามเป็นชุดทันที
“ไม่ได้เอากลับมาหรอกครับ ไม่กล้าเอาเข้าบ้าน”
“ถ้าเอามา บ้านนี้คงเสียงหมาหอนทั้งวันแน่ หมาทั้งสี่ตัวมันจำกลิ่นหมีดำได้”
“แล้วถ้าพาไปไว้บ้านผมล่ะก็ ไม่ต้องถึงมือใครหรอก เจ้าไห่หยวนลูกผมนั่นแหละ คงบีบคั้นลูกหมีสองตัวจนแบนไปข้างแน่ๆ”
ไอ้ลูกชายสองคนนั้นซนเป็นลิง เจออะไรก็ไม่กลัว
ที่ไม่กล้าจูงหมากลับมาด้วยเหตุผลหนึ่งก็เพราะกลัวเสียงหมารบกวน อีกเหตุผลก็คือกลัวเจ้าไห่หยวนเจ้าลูกชายตัวดีจะรังแกมัน
ไอ้นี่เคยขี่หมาเล่นรอบบ้านมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของหมา ควรให้อยู่ห่างจากเจ้านั่นจะดีกว่า
ได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ พ่อแม่ก็หัวเราะ
“ก็จริง เจ้าเด็กคนนี้ก็เหลือแค่ปีนหลังคาแล้วล่ะ”
“ไม่เอากลับบ้านนั่นแหละดีแล้ว หมีดำมันเป็นสัตว์ป่า เลี้ยงยังไงก็ไม่เชื่อง”
“ในบ้านก็มีเด็กตั้งหลายคน ถ้ามันกัดขึ้นมาจะทำยังไง” สวี่เฉิงโฮ่วกระแอมเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พ่อจำได้ไหม ตอนพวกเรายังอยู่ที่ต้าอิ๋ง มีหมอสัตวแพทย์ชื่อเฉิง เคยล่าหมีดำแล้วจับลูกมันมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน”
“ลูกสาวเขาก็โตสามสี่ขวบแล้ว ลูกหมีดำที่ว่า ก็ยังไม่โตเท่าไรเลย จู่ ๆ ก็พุ่งใส่ลูกสาวเขาจนล้มลง”
“เฉิงเลยตกใจมาก รีบเอาลูกหมีไปขาย ไม่กล้าเลี้ยงไว้อีกต่อไป”
สวี่เฉิงโฮ่วแก่แล้ว ผ่านอะไรมากมาย เรื่องแบบนี้จำได้ชัดเจน
“จริง ๆ พ่อพูดเรื่องนี้ ผมก็จำได้ลาง ๆ”
สวี่ซื่อเยี่ยนรีบพยักหน้า เขาเคยได้ยินคนในต้าอิ๋งเล่าเรื่องนี้มาก่อน
สุดท้าย ลูกหมีดำตัวนั้นก็ถูกขายให้สวนสัตว์ไปแล้วมั้ง







