(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 179
บทที่ 179 คดีความรุนแรงในครอบครัวที่แปลกประหลาด
"หมอเฉิน ผมสงสัยจริง ๆ ว่าบนโลกนี้ยังมีอะไรอีกไหมที่คุณไม่รู้?"
หลี่ชางจวินพูดพร้อมหัวเราะ เมื่อเฉินหยูเดาความตั้งใจของเขาได้อย่างแม่นยำ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกเฉินหยูมองทะลุใจ
จนตอนนี้เขาเริ่มชินกับมันแล้ว
พูดถึงความสามารถในการอ่านใจคน
ถ้าให้เฉินหยูมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวน
ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะเจ้าเล่ห์เพียงใด ก็ต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมด
อัตราการไขคดีคงพุ่งสูงราวกับจรวด
"มาคุยเรื่องจริงจังดีกว่า"
เฉินหยูยิ้มบาง ๆ แล้วถามว่า
"คราวนี้คุณจะซื้อไปกี่ชุด?"
"มีเท่าไหร่ก็ซื้อหมด!"
หลี่ชางจวินพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนจะหยิบเช็คออกมา
หลังจากซื้อ เครื่องรางป้องกันภัย "ผู้พิทักษ์แมวดำ" ไปจากเฉินหยูสองครั้ง
มันช่วยลดการสูญเสียชีวิตในหน้าที่ และยังได้รับการยอมรับจากทุกคนในองค์กรตำรวจ
ตอนนี้เครื่องรางนี้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง
จากเดิมที่ใช้เฉพาะในทีมสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์
ก็เริ่มขยายไปสู่ตำรวจหน่วยอื่น ๆ
เมื่อไม่นานมานี้ ทีมสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์และหน่วยตำรวจพิเศษร่วมมือกัน
บุกยึดฐานของแก๊งค้าอาวุธผิดกฎหมาย
เหล่าคนร้ายพยายามบุกฝ่าวงล้อมด้วยความบ้าระห่ำ
หากไม่มีเครื่องราง "ผู้พิทักษ์แมวดำ" ปกป้อง
เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยคงได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างแน่นอน
เฉินหยูหยิบเช็คขึ้นมาดู ก่อนจะยิ้มและพูดขึ้นว่า
"สองล้านในเช็คนี้ ร้านผมไม่มีเครื่องมือรักษาที่มากขนาดนั้นนะ"
หลี่ชางจวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"หลังจากหารือกับผู้บังคับบัญชา เราต้องการซื้อสิทธิ์ใช้งาน 'ผู้พิทักษ์แมวดำ' แบบพิเศษเฉพาะสำหรับตำรวจ"
"พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งนี้จะขายให้กับตำรวจเท่านั้นในอนาคต"
หลังจากเห็นประสิทธิภาพของเครื่องรางหลายครั้ง หลี่ชางจวินรู้ดีกว่าใคร
ว่าถ้าเครื่องรางนี้ตกไปอยู่ในมือของอาชญากร มันจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับตำรวจ
เฉินหยูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
"ก็ดี ต่อไปเครื่องมือรักษานี้จะจำหน่ายเฉพาะให้ตำรวจเท่านั้น"
"ขอบคุณครับ หมอเฉิน"
หลี่ชางจวินยิ้มอย่างยินดี เขาคิดว่าต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการเจรจา แต่เฉินหยูกลับตอบตกลงทันที
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของหลี่ชางจวินยังดูเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
เฉินหยูจึงถามขึ้น
"เจอคดีที่แก้ไขไม่ได้ใช่ไหม?"
"หมอเฉิน ผมยอมรับว่าผมหลี่ชางจวินไม่เคยเชื่อใครง่าย ๆ แต่สำหรับคุณ ผมนับถือจริง ๆ"
หลี่ชางจวินชูนิ้วโป้งขึ้น ก่อนจะกล่าวชมเฉินหยูไม่หยุดปาก
โจวเข่อซินที่อยู่ข้าง ๆ แอบหัวเราะในใจ
เธอรู้สึกว่าผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ดูเข้มแข็งคนนี้
หัวหน้าทีมสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ กลับมีมุมที่ดูเหมือนคนซื่อ ๆ อยู่ไม่น้อย
"หัวหน้าหลี่ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องพูดจาเกรงใจแบบนั้น"
เฉินหยูพูดพร้อมรอยยิ้ม
"ผมสามารถช่วยวิเคราะห์คดีนี้ในเชิงจิตวิทยาได้ แต่..."
หลี่ชางจวินรีบหยิบมือถือขึ้นมา
"เข้าใจ เข้าใจ ผมรู้กฎของหมอเฉินดี เดี๋ยวผมโอนเงินให้เลย"
ไม่นานนัก เงินหนึ่งหมื่นก็ถูกโอนเข้าบัญชี
โจวเข่อซินอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
ตำรวจท้องถิ่นพึ่งพาเฉินหยูขนาดไหนกัน?
ทั้งระดับผู้บริหารและหัวหน้าทีมสืบสวน ต่างยกย่องเฉินหยูราวกับเป็นเทพเจ้า
จ่ายเงินสองล้านไม่พอ ยังโอนอีกหมื่นแบบไม่ต่อรองสักคำ
หลังจ่ายเงินเสร็จ หลี่ชางจวินถาม
"หมอเฉิน ตอนนี้ผมพูดได้ไหม?"
"พูดมาได้เลย"
เฉินหยูพยักหน้า
"สองสามวันก่อน ทีมสืบสวนของผมได้รับคดีหนึ่ง"
"จากภายนอกดูเหมือนเป็นแค่เรื่องทะเลาะกันในครอบครัวธรรมดา ๆ"
"ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากในตอนแรก แต่ยิ่งสืบสวนก็ยิ่งพบความผิดปกติ"
"ผมเป็นตำรวจมาเกือบยี่สิบปี เจอคดีแปลก ๆ มานับไม่ถ้วน
แต่คดีนี้กลับทำให้ผมไม่มีแม้แต่เบาะแสเดียว"
หลี่ชางจวินถอนหายใจอย่างหนัก
"คดีแปลก ๆ แบบไหนกัน?"
โจวเข่อซินมองหลี่ชางจวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่มัน...”
หลี่ชางจวินพึ่งสังเกตว่ามีอีกคนอยู่ในร้าน
เขามองไปที่เฉินหยูอย่างลังเล
ถึงแม้ว่าโจวเข่อซินจะเป็นพยาบาลในคลินิกนี้
แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องโดยตรง
การให้เธอร่วมฟังคดีนี้ จะดีจริงหรือ?
เฉินหยูยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า
“ไม่ต้องกังวลอะไร พูดออกมาได้เลย”
“ก็ได้”
เมื่อเฉินหยูพูดขนาดนี้แล้ว หลี่ชางจวินก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเล่าต่อ
“คดีนี้เป็นคดีความรุนแรงในครอบครัว
ผู้กระทำทำร้ายคู่สมรสอย่างต่อเนื่องจนฝ่ายถูกกระทำต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง”
“คนที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวควรตายไปให้หมด!”
โจวเข่อซินกัดฟันแน่นแล้วพูดอย่างโกรธจัด
“ผู้ชายที่ตีภรรยาคือคนเลว!”
“คนแบบนี้ควรติดคุกไปตลอดชีวิต!”
หลี่ชางจวินทำหน้าประหลาดใจแล้วพูดว่า
“แต่ผู้กระทำไม่ใช่ผู้ชาย...”
“ไม่ใช่ผู้ชาย?!”
โจวเข่อซินตกใจจนพูดไม่ออก
“หรือว่า...เป็นผู้หญิง?”
หลี่ชางจวินพยักหน้าและหยิบมือถือออกมา
เขาเปิดรูปหนึ่งให้ดู
ในรูปเป็นชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยสีหน้าเจ็บปวด
แขนถูกเข้าเฝือก ร่างกายพันผ้าพันแผล
ทั้งสองตาบวมช้ำจนดูเหมือนตาแพนด้า
“โธ่! นี่มันแย่มาก!”
โจวเข่อซินชะโงกเข้าไปดูรูปและถึงกับสูดหายใจลึก
ผู้ชายในรูปดูน่าสงสารมาก
ถูกทำร้ายจนแทบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ชายคนนี้รูปร่างสูงใหญ่ มีกล้ามเนื้อแข็งแรง
ดูยังไงก็เหมือนนักกีฬามากกว่า
แต่ภรรยาของเขาต้องแข็งแกร่งแค่ไหน ถึงทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ได้?
จากนั้น หลี่ชางจวินก็เลื่อนหน้าจอมือถือ
โจวเข่อซินถึงกับตาโต รู้สึกเหมือนสมองของเธอจะประมวลผลไม่ทัน
นี่เป็นรูปถ่ายแต่งงาน
ในรูปมีสองคน
ฝ่ายชายใส่ชุดสูทเจ้าบ่าวสีขาว
ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือผู้เสียหายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย
ส่วนฝ่ายหญิงเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สูงประมาณ 160 เซนติเมตร
น้ำหนักไม่เกิน 40 กิโลกรัม
โจวเข่อซินนอกจากจะตกใจแล้ว ในหัวเธอยังคิดถึงคำ ๆ หนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
"โฉมงามกับเจ้าชายอสูร"
“หัวหน้าหลี่ พวกคุณจะไม่เข้าใจผิดใช่ไหม?”
โจวเข่อซินพูดด้วยความไม่เชื่อ
“ตัวใหญ่ต่างกันขนาดนี้...”
“ผู้หญิงจะทำร้ายสามีจนเป็นแบบนี้ได้ยังไง?”
หลี่ชางจวินหัวเราะแห้ง ๆ และตอบว่า
“ตอนแรกผมเองก็คิดแบบเดียวกับคุณ คิดว่าเจ้าหน้าที่ภาคสนามคงเข้าใจผิด”
“เพราะความต่างของร่างกายมันชัดเจนมาก”
“ต่อให้ผู้ชายยืนนิ่ง ๆ ผู้หญิงก็คงทำอะไรเขาไม่ได้เลย”
“แต่ความจริงคือ ผู้กระทำความรุนแรงเป็นฝ่ายภรรยาจริง ๆ”
หลี่ชางจวินพูดต่อว่า
“จากการสอบสวนพบว่า ภรรยาทำร้ายสามีมาหลายครั้งแล้ว”
“เพื่อนบ้านรอบ ๆ ก็ให้การยืนยันเรื่องนี้ได้”
“มีครั้งหนึ่ง ภรรยาเตะสามีจนกระเด็นไปหลายเมตร”
“สามีชนเข้ากับประตูเหล็กของบ้านข้าง ๆ จนประตูบุบเป็นรอยใหญ่”
“พอจะนึกภาพได้ใช่ไหมว่าตอนนั้นแรงของภรรยามากแค่ไหน”
ในช่วงการสอบสวน หลี่ชางจวินพบเรื่องประหลาดอีกหลายอย่าง
ในบ้านของทั้งคู่ มักจะมีเสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังออกมาเป็นระยะ ๆ
เสียงร้องไห้ชวนให้เศร้าใจจนใครฟังก็ต้องรู้สึกหดหู่ตาม
แต่ที่แปลกคือ คนที่ถูกทำร้ายคือสามี
แล้วภรรยาจะร้องไห้ไปทำไม?







