(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 391
บทที่ 391 อัจฉริยะด้านตรรกะจริงๆ ถึงกับหาช่องโหว่ของหมอเฉินได้แล้ว
เฉินหยูให้โอกาสเธอได้ร่ำรวยและปลดหนี้สินจริงๆ
แต่ทว่าราคาที่ต้องจ่ายมันกลับสูงเกินไป
เธอรับมันไม่ไหวหรอก!
"หมอเฉิน ฉันไม่อยากร่ำรวยแล้ว ฉันไม่เอาอะไรเลยทั้งนั้น"
"ฉันอยากมีชีวิตอยู่ ฉันไม่อยากตาย"
เมื่อคิดว่าตัวเองเหลือเวลาชีวิตอีกแค่ไม่กี่เดือน กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็ร้องไห้โฮออกมา น้ำตาไหลพรากราวกับสายฝน
เหล่าเพื่อนชาวน้ำต่างพากันถอนหายใจ
หากน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานอย่างรุนแรง ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อนจะสูงกว่าคนน้ำหนักปกติถึงกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์
การลดน้ำหนักจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งตับอ่อน
ไม่ว่าใครก็ดูออก
การที่กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์กับพฤติกรรมการกินอย่างตะกละตะกลามของเธอ
"หมอเฉิน คุณก็ช่วยเธอหน่อยเถอะ ช่วยคนมาตั้งเยอะแล้ว เพิ่มเธออีกสักคนจะเป็นไรไป"
"พี่สาวอย่าเพิ่งเสียใจไปเลย หมอเฉินต้องมีวิธีช่วยคุณแน่"
"รู้สึกว่าหลังจากจบการวิดีโอคอลครั้งนี้ จะมีคนเริ่มลดน้ำหนักกันเยอะเลย"
"ตอนนี้ฉันเริ่มโทรศัพท์ติดต่อฟิตเนสแล้วเนี่ย"
"กินข้าวจนส่งตัวเองไปสู่สุคติ แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ"
"แบบนี้เรียกว่าเบิกชีวิตมาใช้ล่วงหน้าหรือเปล่า?"
เพื่อนชาวน้ำหลายคนที่ชอบกินอย่างตะกละตะกลามและมีรูปร่างอ้วนท้วน ต่างเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาบ้างแล้ว
พวกเขาตัดสินใจว่าช่วงสองสามวันนี้จะต้องหาเวลาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลให้ได้
ถึงแม้ร่างกายจะไม่มีปัญหาอะไร ก็ต้องหาทางลดน้ำหนักลงเสียหน่อย
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วันใดวันหนึ่งตัวเองต้องมาป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน แล้วยังติดต่อเฉินหยูไม่ได้อีก
เพื่อนชาวน้ำที่เคยดูไลฟ์สดของเฉินหยูต่างรู้ดีว่า นอกจากเฉินหยูจะสามารถทำนายอดีตและอนาคตของเพื่อนชาวน้ำที่วิดีโอคอลด้วยได้แล้ว
พร้อมทั้งให้วิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด
ในมือของเขายังมี 'ยา' ประหลาดๆ อีกตั้งมากมาย
ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไร แม้จะเหลือลมหายใจรวยรินแค่ไหน ขอเพียงได้กินยาที่เฉินหยูให้ไป
รับรองว่ารักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ได้แน่นอน
เฉินหยูพูดเรียบๆ "ยาในมือผม สามารถรักษามะเร็งตับอ่อนของคุณได้จริงๆ"
"แต่ว่ามันรักษาได้แค่ปลายเหตุ ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุนะครับ"
พอได้ยินคำพูดนี้ กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
"หมอเฉิน ขอร้องล่ะอย่าขู่ฉันเลย"
"ฉันดูคุณวิดีโอคอลมาหลายครั้ง พวกคนที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสพอกินยาของคุณเข้าไป อาการก็ดีขึ้นทันตาเห็นเลยนี่นา"
"แล้วทำไมพอมาเป็นฉัน ยาของคุณถึงกลายเป็นรักษาได้แค่ปลายเหตุ ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุล่ะ?"
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนรู้สึกสิ้นหวังอย่างหนัก
ขอแค่มีชีวิตรอด จะให้เธอทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น
เฉินหยูถอนหายใจแล้วพูดว่า "ผมไม่ได้ขู่คุณ สภาพร่างกายของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน"
"ผลลัพธ์ที่เกิดจากฤทธิ์ยาก็เลยไม่เหมือนกันไปด้วย"
"ยาที่ใช้ได้ผลกับคนอื่น อาจจะใช้ไม่ได้ผลกับคุณก็ได้"
"สรุปก็คือ ยาที่ผมขายให้คุณ จะช่วยรักษาชีวิตคุณไว้ได้แค่หนึ่งปีเท่านั้น"
"พอผ่านไปหนึ่งปี อาการป่วยของคุณก็จะกำเริบขึ้นมาอีก"
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนร้องไห้จนแทบจะขาดใจ
ตัวเองก็ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร ทำไมสวรรค์ถึงได้ตาบอดแบบนี้นะ?
ก่อนอื่นก็ประทานมะเร็งตัวร้ายแรงที่สุดมาให้เธอ
แถมเฉินหยูที่เคยเก่งกาจทำได้ทุกอย่าง กลับช่วยรักษาชีวิตเธอไว้ได้แค่ปีเดียว
ทันใดนั้น กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็หยุดร้องไห้
ดูเหมือนเธอจะมองเห็นทางรอดของตัวเองแล้ว
ยาที่เฉินหยูพูดถึง มีฤทธิ์อยู่ได้แค่หนึ่งปี
ถึงอย่างนั้น ตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องตายนี่นา
ยาหนึ่งเทียบใช้ได้หนึ่งปี อย่างมากตัวเองก็แค่ซื้อตุนไว้เยอะๆ หน่อย
ซื้อมาสักหลายสิบหรือเป็นร้อยเทียบไปเลย
กินปีละครั้ง ครั้งหนึ่งใช้ได้หนึ่งปี
พอฤทธิ์ยาใกล้จะหมด ก็รีบกินเทียบต่อไปทันที
เตรียมเอาไว้สำหรับหลายสิบปี เท่านี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่ไปจนแก่เฒ่าได้เหมือนกัน
"อิอิ ฉันนี่มันฉลาดแกมโกงจริงๆ"
เมื่อคิดได้แบบนี้ กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความดีใจ
"หมอเฉิน เมื่อก่อนฉันดูไลฟ์สดของคุณ ยาที่คุณขายให้คนอื่น ส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่หนึ่งแสน"
"ยาที่จะขายให้ฉัน ก็คงราคานี้เหมือนกันใช่ไหม?"
เมื่อเห็นเฉินหยูพยักหน้า กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็ยิ่งดีใจหนักขึ้นไปอีก
ยาหนึ่งเทียบราคาหนึ่งแสน หลายสิบเทียบก็แค่ไม่กี่ล้าน
ด้วยฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างมีอันจะกิน เธอจึงคิดว่าพ่อกับแม่ต้องยอมจ่ายเงินก้อนนี้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ตัวเองจะชอบเถียงกับพ่อแม่บ่อยๆ จนทำให้พวกท่านไม่พอใจอยู่เสมอ
แต่ในเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ พ่อแม่บังเกิดเกล้าไม่มีทางทิ้งเธอแน่นอน
"หนึ่งปีก็หนึ่งปี ฉันขอซื้อ..."
พูดมาถึงตรงนี้ กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ปีนี้ตัวเองอายุยี่สิบสาม มีชีวิตอยู่จนถึงอายุเก้าสิบ ก็ถือว่าคุ้มทุนแล้วล่ะมั้ง
"ฉันขอซื้อหกสิบเจ็ดเทียบ"
เมื่อได้ยินประโยคต่อมา เพื่อนชาวน้ำหลายคนก็พากันหลุดขำพรืด
"อัจฉริยะด้านตรรกะจริงๆ ถึงกับหาช่องโหว่ของหมอเฉินได้แล้ว"
"น้องสาว ฉันไม่อยากดับฝันเธอหรอกนะ แต่ก็ยังอยากจะบอกอยู่ดี รู้จักคำว่าอาการดื้อยาไหม?"
"ตามตรรกะของเธอ ก็คือสามารถกินยาไปเรื่อยๆ แล้วมีชีวิตอยู่ไปตลอดเลยใช่ไหม?"
เพื่อนชาวน้ำหลายคนรู้สึกว่าเรื่องราวมันอาจจะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
เฉินหยูพูดขึ้น "ในทางทฤษฎีแล้ว ความคิดของคุณก็ไม่ผิดหรอกนะ"
"การกินยาอย่างต่อเนื่อง สามารถต่อชีวิตได้จริงๆ"
"ปัญหาสำคัญก็คือ ยาหกสิบเจ็ดเทียบต้องใช้เงินหกล้านเจ็ดแสน คุณมีเงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
คำตอบของเฉินหยูผิดไปจากที่เพื่อนชาวน้ำส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
ความคิดแบบอัจฉริยะหลุดโลกแบบนี้ ดันสามารถเอาไปทำได้จริงซะงั้น
"ฉันไม่มีหรอก แต่พ่อแม่ฉันมี!"
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนรีบพูดขึ้นทันที "ฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพวกเขานะ พ่อกับแม่ไม่มีทางเห็นฉันตายโดยไม่ช่วยเหลือหรอก"
"อีกอย่างฐานะทางบ้านฉันก็ถือว่าไม่เลว เงินก้อนนี้ พวกเขาน่าจะหามาจ่ายได้"
เฉินหยูถามกลับ "ผมถามถึงคุณ ไม่ได้ถามถึงพ่อแม่คุณ"
"ฉันเหรอ?"
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนชะงักงัน
เงินของพ่อแม่ ก็ไม่ใช่เงินของเธอหรอกเหรอ?
มันมีความแตกต่างอะไรตรงไหนเนี่ย?
เฉินหยูพยักหน้า "ที่ผ่านมาคนไข้ที่มารับการตรวจและซื้อยากับผม ไม่ว่าสภาพครอบครัวจะเป็นยังไง เงินที่นำมาจ่าย ล้วนเป็นเงินของพวกเขาเองทั้งนั้น"
"เงินติดตัวคุณแค่กินข้าวยังไม่พอเลย นับประสาอะไรกับเงินหกล้านเจ็ดแสน"
"อ้อ จริงสิ ยังมีค่าตรวจอีกหนึ่งหมื่นหยวน รวมเป็นหกล้านเจ็ดแสนหนึ่งหมื่นหยวนถ้วน คุณหามาจ่ายได้จริงๆ หรือครับ?"
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที
ต่อให้เอาตัวเธอไปชั่งกิโลขาย ก็หาเงินหกล้านเจ็ดแสนหนึ่งหมื่นหยวนมาไม่ได้หรอกนะ
ความหมายของเฉินหยูชัดเจนมาก
ถ้าอยากซื้อยาเยอะขนาดนั้น เธอจะต้องเป็นคนควักเงินจ่ายเอง
จะยืมมือคนอื่นมาจ่ายแทนไม่ได้
ชั่วพริบตานั้น ราวกับมีน้ำเย็นจัดสาดโครมลงมาบนหัว
"ฮือๆๆ..."
กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนส่งเสียงร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
ครั้งนี้ กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนร้องไห้ปานจะขาดใจ
ทำเอาเกือบจะชักไปหลายรอบ
"อย่าเพิ่งร้องไห้ ตั้งใจฟังผมก่อน"
เฉินหยูกระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า "ยาทั่วไปทำได้แค่รักษาอาการป่วยของคุณที่ปลายเหตุเท่านั้น"
"ผมมียาเฉพาะทางอยู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสรักษาโรคของคุณให้หายขาดได้"
"แต่ก็แค่มีโอกาสเท่านั้น ไม่ใช่ยาวิเศษที่กินปุ๊บหายปั๊บ ราคาอยู่ที่ห้าแสน"
"ผมจะใช้วิธีให้ผ่อนผันการชำระเงิน โดยจะส่งยาไปให้คุณก่อน"
"ถ้าหลังจากนี้สามปีคุณยังอยู่รอดปลอดภัยดี คุณจะต้องจ่ายค่ายาห้าแสนแบบรวดเดียวจบ"
"รวมถึงค่าตรวจจากการวิดีโอคอลในวันนี้อีกหนึ่งหมื่นหยวนด้วย"
"จำไว้ว่า เงินห้าแสนหนึ่งหมื่นนี้ คุณจะต้องหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเท่านั้น"
เมื่อได้ยินเงื่อนไขประหลาดที่เฉินหยูเสนอ กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนก็ทำหน้าพิลึกพลางถามว่า "ถ้า...ถ้าฉันมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามปีล่ะ?"
เฉินหยูยิ้มบาง "นั่นก็แสดงว่าคุณป่วยหนักเกินไป ยาของผมใช้ไม่ได้ผลกับคุณ"
"ถ้ายาไม่ได้ผล แน่นอนว่าค่ายาก็ไม่ต้องจ่ายครับ"
มุมปากของกินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคนกระตุกยิกๆ







