(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 390
บทที่ 390 ป่วยเป็นราชาแห่งมะเร็ง มีเงินใช้ไม่หวาดไม่ไหว
ชาวเน็ตสายเปย์จากไปทั้งน้ำตา
ในฐานะคนท้องถิ่น เขารู้ดีว่าสั่งมาครบชุดขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องจ่ายร้อยกว่าเกือบสองร้อยหยวนแน่ๆ
ชาวเน็ตในห้องสตรีมเพิ่งจะตระหนักได้ในตอนนี้นี่เอง
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' กินแต่อาหารธรรมดาทั่วไปจริงๆ
แถมยอดใช้จ่ายแต่ละมื้อก็ไม่ได้เยอะอะไร
แต่ประเด็นคือเธอกินจุและสั่งมาซะครบทุกอย่างนี่สิ
แค่ซุปเนื้อแกะใส่หมั่นโถวธรรมดาๆ มื้อเดียว เธอก็สั่งเครื่องเคียงมาซะครบสูตร
ขาดแค่เส้นเหลียงผีอีกจานเดียว ก็รวมร่างเป็นเซ็ตเมนูในฝันได้แล้ว
"อาการแบบนี้น่าจะเป็นปัญหาทางจิตใจหรือสรีรวิทยาแน่ๆ การกินจุเกินพิกัดมันส่งผลเสียต่อร่างกายมากนะ"
"มาเจอปรมาจารย์สายกิน แถมยังต้องมาฟังท่องชื่อเมนูอาหารยาวเหยียด นี่มันจงใจยั่วน้ำลายกันชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง?"
"สี่ปีกินไปสองแสน เฉลี่ยวันละ 136 หยวน ต่อให้กินวันละแปดมื้อ ก็ตกแค่มื้อละ 17 หยวน ไม่ถือว่าเยอะเท่าไหร่นะ"
"คิดเลขแบบนั้นไม่ได้สิ เธอมีค่าขนมเดือนละสามพัน เอาเงินหมุนเข้าหมุนออก หักค่าธรรมเนียมอะไรต่างๆ นานาแล้ว ปีหนึ่งยังเหลือเงินเก็บตั้งสองหมื่นกว่าหยวน ถ้ารวมช่วงปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อนที่กลับไปกินข้าวที่บ้านด้วย มื้อหนึ่งตกเกินสิบกว่าหยวนแน่ๆ"
"ไปตรวจค่าไตรกลีเซอไรด์กับเอนไซม์ตับเถอะ ขืนกินจนไขมันพอกตับขึ้นมาล่ะก็เรื่องใหญ่แน่"
"ไม่ต้องตรวจหรอก ถ้าเธอไม่มีภาวะไขมันพอกตับ ฉันยอมตีลังกากินขี้โชว์เลยเอ้า"
ชาวเน็ตหลายคนหวังดีพากันเกลี้ยกล่อม 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ว่าให้เอาปัญหาอื่นพักไว้ก่อน
แล้วรีบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลด่วนๆ
มีสตรีมเมอร์สายกินชื่อดังหลายคนที่มีพฤติกรรมกินจุเกินพิกัด แล้วสุดท้ายก็จากโลกนี้ไปหลายรายแล้ว
"อุ๊ย!"
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ตบหน้าผากตัวเอง เธอเกือบจะลืมจุดประสงค์ที่เข้ามาในห้องสตรีมไปซะสนิท
วินาทีต่อมา 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
"หมอเฉินคะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงฉัน"
"เดี๋ยวฉันจะไปตรวจที่โรงพยาบาลแน่นอนค่ะ"
"แต่ก่อนจะไปตรวจ คุณช่วยบอกวิธีรวยให้ฉันก่อนได้ไหมคะ?"
"ถ้าฉันยังไม่คืนเงิน พวกนั้นต้องโทรไปที่บ้านฉันแน่ๆ"
"แถมยังจะโทรป่วนรายชื่อผู้ติดต่อในมือถือฉันอีก"
"ถึงตอนนั้นชีวิตฉันจบเห่แน่ค่ะ"
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อแม่
พวกท่านจัดการเตรียมทุกอย่างที่บ้านเกิดไว้ให้เธอหมดแล้ว
พอคิดว่าถ้ากลับไปทำงานที่บ้านเกิด จะต้องตกอยู่ใต้สายตาที่คอยจับผิดของพ่อแม่ และไม่สามารถดื่มด่ำกับของอร่อยได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ก็ต่อต้านแบบสุดชีวิต
ทุกๆ ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อนที่กลับบ้าน เธอต้องคอยสวมเสื้อผ้ารัดรูป
เพื่อพยายามทำให้ตัวเองดูไม่ค่อยอ้วนเท่าไหร่
แต่การกลับไปคราวนี้ คือการกลับไปใช้ชีวิตอยู่ถาวร
นอกจากจะโดนพ่อแม่บังคับให้ลดน้ำหนักแล้ว เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ต้องถูกจำกัดอย่างหนักด้วย
เพราะฉะนั้น 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' จึงอ้างว่าเธอหางานทำในเมืองนี้ได้แล้ว
แถมสวัสดิการต่างๆ ก็ดีกว่าที่บ้านเกิดตั้งเยอะ
สาธยายไปตั้งยืดยาว แต่พ่อแม่ไม่เชื่อเธอเลยสักนิด
ทว่าพวกท่านก็ไม่ได้พูดหักหน้า
แต่แอบใช้ไม้ตายขั้นเด็ดขาด
นั่นคือการตัดเสบียง บีบให้ยอมจำนนด้วยสงครามเศรษฐกิจ
พอไม่มีค่าขนมเดือนละสามพัน 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ก็เผยธาตุแท้ออกมาทันที
เธอเริ่มค้างชำระหนี้เงินกู้ออนไลน์
โทรศัพท์และข้อความทวงหนี้จากทุกสารทิศพากันกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสาย
โชคดีที่สวรรค์ยังมีตา
พ่อแม่ตัดเสบียงเธอ แต่ก็ยังมีญาติผู้ใหญ่แอบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
การที่เฉินหยูบอกให้เธอโทรไปนัดคิวตรวจร่างกายกับทางโรงพยาบาล
ก็คงเป็นเพราะเขาเป็นห่วงว่าร่างกายของเธอจะมีปัญหาจากการกินจุเกินพิกัดนั่นแหละ
"หมอเฉินคะ ความหวังดีของคุณฉันรับรู้ได้ค่ะ แต่เรามาคุยเรื่องวิธีรวยกันก่อนดีกว่า"
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' กะพริบตาปริบๆ มองเฉินหยูด้วยท่าทางน่าสงสาร
"ตกลงว่าต้องทำยังไงฉันถึงจะรวยทางลัดได้ในเวลาสั้นๆ คะ"
"จะได้เอาไปปลดหนี้เงินกู้ออนไลน์ แล้วก็หลุดพ้นจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของพ่อแม่สักที"
"แถมยังมีเงินใช้ไม่หวาดไม่ไหว เอาไว้ตระเวนกินของอร่อยทั่วประเทศด้วย"
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' มองออกไปนอกประตู
ไก่ผัดเผ็ดกระทะใหญ่สำหรับสามที่ ทำไมยังไม่มาส่งอีกเนี่ย?
"ที่ผมพูดไปนั่นแหละครับคือวิธีทำให้คุณรวย"
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า
"พรุ่งนี้เช้าคุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พอผ่านไปสามวัน ทางโรงพยาบาลจะโทรมาหาคุณ เพื่อให้คุณไปตรวจร่างกายใหม่อีกรอบ"
"หลังจากการตรวจรอบสอง ทางโรงพยาบาลจะวินิจฉัยว่าคุณป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน"
"แถมยังอยู่ในระยะสุดท้ายแล้วด้วย"
หลังจากนั้นเฉินหยูพูดอะไรต่อ 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว
ในหัวของเธอเริ่มมีคำสี่คำดังก้องวนเวียนอยู่ซ้ำๆ
มะเร็งตับอ่อน
มะเร็ง
มะเร็ง!
ชาวเน็ตที่กำลังดูสตรีมสดอยู่ต่างพากันแตกตื่น
ทุกคนคิดแค่ว่า 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' กินจุเกินพิกัดจนน้ำหนักพุ่งไปถึงร้อยห้าสิบกว่ากิโล ร่างกายก็ต้องมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า พอตรวจปุ๊บจะกลายเป็นมะเร็งปั๊บ
แถมยังเป็นระยะสุดท้ายอีกต่างหาก
"พอได้ยินว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ตอนนี้ฉันขำไม่ออกเลยสักนิด รู้สึกแค่ว่าพี่สาวคนนี้โชคร้ายมากๆ"
"เฮ้อ ราชาแห่งมะเร็งทั้งปวง"
"ต่อให้เจอตั้งแต่ระยะแรกและรักษาอย่างเต็มที่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็มีชีวิตอยู่ต่อได้แค่ไม่กี่ปีอยู่ดี"
"มันคือเวรกรรมนั่นแหละ ถ้าแจ็กพอตแตกก็ช่วยไม่ได้จริงๆ"
"คนที่ติดหวานเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังชอบกินของมันของเผ็ดเนี่ย เสี่ยงเป็นมะเร็งตับอ่อนง่ายมากนะ"
"ตอนนั้นแม่ฉันก็จากไปเพราะโรคนี้แหละ ตั้งแต่ตรวจเจอกระทั่งเสียชีวิต ใช้เวลาแค่สามเดือนเอง"
"ในฐานะคนที่อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติมะเร็งตับอ่อนทางพันธุกรรม ฉันบอกได้แค่ว่าจงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเถอะ การจากไปอาจจะเป็นการปลดแอกอย่างหนึ่งก็ได้"
"มะเร็งตับอ่อนมันลุกลามไวมาก ขอให้แข็งแรงนะ"
บรรดาแพทย์และชาวเน็ตในห้องสตรีมที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับอ่อน ต่างพากันส่งข้อความแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจมาอย่างพร้อมเพรียง
มะเร็งตับอ่อนคือมะเร็งที่น่ากลัวที่สุดในบรรดามะเร็งทั้งหมด
ระยะแรกและระยะกลางจะแทบไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย
แต่พอก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้ายเมื่อไหร่ อัตราการเสียชีวิตจะสูงมาก
แถมผลการรักษาก็ยังแย่สุดๆ ผู้ป่วยหลายคนทนอยู่ได้ไม่นานก็ต้องจากไป
อาการของโรคจะลุกลามอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงระยะสุดท้าย นอกจากจะควบคุมได้ยากแล้ว ยังต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงตลอดเวลา
ต่อให้ใช้ยาแก้ปวดขนานแรง ก็ยากที่จะระงับความเจ็บปวดจากมะเร็งตับอ่อนได้
"ฉันกำลังจะตาย ฉันกำลังจะตายเร็วๆ นี้เหรอเนี่ย"
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' พึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าตกตะลึง
วินาทีต่อมา เสียงร้องไห้โฮก็ดังระงมไปทั่วห้องสตรีม
คราวนี้ไม่มีชาวเน็ตคนไหนหัวเราะเยาะ 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' เลย
ในใจของทุกคนล้วนมีความเห็นใจอยู่ไม่มากก็น้อย
เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยหมาดๆ ก็ต้องมาเจอกับปีศาจร้ายที่ชื่อว่ามะเร็งตับอ่อนซะแล้ว
ระยะสุดท้าย เท่ากับว่าชีวิตกำลังนับถอยหลัง
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "คนไข้ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมขอพูดเรื่องเมื่อกี้ให้จบก่อน"
"แล้วเดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อ"
หลังจากที่ 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ต่อให้ผ่านการรักษามาสารพัดวิธี สุดท้ายในเดือนมกราคมปีหน้า...
ก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะมาถึง เธอก็จะต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี
ถ้า 'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ยังอยากจะมีเงินใช้ไม่หวาดไม่ไหวล่ะก็
ก็ให้โทรไปติดต่อบริษัทประกัน
ช่วงเทอมสองตอนอยู่ปีสอง เธอทำบัตรเครดิตนักศึกษาของธนาคารสีฟ้าไว้ใบหนึ่ง
วงเงินไม่ค่อยสูงเท่าไหร่
แต่ได้แถมประกันสุขภาพมาให้สามปี
เมื่อบริษัทประกันตรวจสอบและยืนยันได้ว่าเธอป่วยเป็นโรคร้ายแรง
ก็จะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้หนึ่งล้านหยวนตามที่ตกลงกันไว้
เฉินหยูพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หนึ่งล้านหยวน มากพอที่จะให้คุณเอาไปใช้หนี้เงินกู้ออนไลน์ทั้งหมด"
"แถมเงินที่เหลือเนี่ย คุณจะใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมดหรอกครับ"
ชาวเน็ตพากันยิ้มขื่น
จริงด้วย เงินพวกนี้ใช้ไม่หมดหรอก
เมื่อถึงระยะสุดท้าย อาการต่างๆ จะถาโถมเข้ามาในเวลาอันสั้น
ร่างกายทรุดโทรม จิตใจห่อเหี่ยว แถมยังมีอาการอาเจียนเป็นเลือดและกระอักเลือดอยู่บ่อยๆ
สภาพแบบนั้นถ้ายังมีกะจิตกะใจจะใช้เงินอีก ก็คงไม่ใช่คนปกติแล้วล่ะ
"ฮือๆๆ..."
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ร้องไห้จนน้ำตาอาบหน้า
"มิน่าล่ะ... มิน่าล่ะ..."
"ที่แท้ความหมายของท่านก็ไม่ได้จะให้ฉันรวย แต่จะพาฉันไปต่างหาก"
'กินข้าวก็ต้องเป็นคนเหนือคน' ที่น้ำตานองหน้า พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ จับใจความได้ขาดๆ หายๆ







