ในชีวิตก่อน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 1998 สวี่ซื่อเยี่ยน กับภรรยา ซูอันอิง อาศัยรถสามล้อของครอบครัวคนรู้จักจากไร่โสม นั่งไปทำงานที่ไร่โสมแถบแม่น้ำซีหลิน
แต่ขากลับ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หลังจากผ่านป่าไคเฟิงมาได้ไม่นาน รถสามล้อเกิดชนกับรถบรรทุกหนักที่แล่นมาด้วยความเร็ว
ในรถสามล้อมีคนเจ็ดคน เสียชีวิตสี่คน บาดเจ็บสาหัสอีกสาม
ซูอันอิงเสียชีวิตทันที ส่วนสวี่ซื่อเยี่ยนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไม่รู้สึกตัว
เจ้าของรถสามล้อและพ่อของเขาเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
คนขับรถบรรทุก หลังจากชนรถสามล้อแล้ว ยังพุ่งชนกองหินกรวดใหญ่ข้างทางจนรถพลิกตะแคงลงคูน้ำ
คนขับบรรทุกได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้จะส่งถึงโรงพยาบาลแต่ก็ไม่รอดชีวิต
ที่สำคัญคือ คนขับรถบรรทุกเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว รถคันนั้นก็เป็นรถมือสองที่ซื้อด้วยหนี้สินจำนวนมาก
เมื่อภรรยาของเขารู้ว่าสามีประสบอุบัติเหตุรุนแรง แถมมีคนตายหลายคน คืนนั้นก็รีบพาลูกหนีหายไปทันที
ครอบครัวสวี่ต้องเผชิญกับวิกฤติหนัก โจวกุ้ยหลานต้องพาลูกทั้งสามคนอยู่กันอย่างสิ้นหวัง
แม้จะมีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงช่วยกันรวบรวมเงิน แต่ก็ยังไม่พอค่ารักษาของสวี่ซื่อเยี่ยน
สุดท้ายสวี่จินผิงตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ด้วยความช่วยเหลือของครอบครัวหาน ขายโสมที่ครอบครัวมีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของที่ทำเสร็จแล้วหรือยังปลูกอยู่ก็ตาม
ถึงได้รักษาชีวิตพ่อไว้ และจัดงานศพให้แม่ได้สำเร็จ
หลังเกิดเหตุการณ์นี้ สวี่จินผิงก็ไม่มีทางได้เรียนต่ออีก
แม้แต่น้องสาวคนเล็กสวี่จินเหมยที่เพิ่งเรียน ม.4 ก็ต้องลาออกไปทำงาน หาเงินเลี้ยงครอบครัวและใช้หนี้สิน
เธอต้องดูแลพี่ชายที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจนสติไม่สมบูรณ์ และคอยรับมือกับน้องชายที่กำลังซนไม่ตั้งใจเรียนและไม่เอาการเอางาน
เวลาผ่านไปกว่าสองปี สวี่ซื่อเยี่ยนก็เริ่มฟื้นตัว กลับมาทำไร่โสมใหม่อีกครั้ง
ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน สวี่จินผิงไปช่วยงานในไร่ ฤดูใบไม้ร่วงก็เรียนรู้การค้าขายโสมในตลาด ส่วนฤดูหนาวก็ไปทำงานโรงงานไม้ในท้องถิ่น
เมื่อบ้านเริ่มตั้งตัวได้บ้าง เธอก็ส่งน้องสาวไปฝึกงาน หวังให้มีวิชาติดตัว ไม่ต้องลำบากเป็นแรงงานไปตลอดชีวิต
เธอทุ่มเทให้ครอบครัวทั้งหมด หวังจะส่งน้องชายคนเล็กเรียนหนังสือ จนเสียสละเรื่องแต่งงานไปโดยไม่รู้ตัว
ญาติพี่น้องก็พากันเร่งให้รีบแต่งงาน พี่ชายเองก็เริ่มพูดถึงเรื่องนี้บ่อยขึ้น
จนกระทั่งต้นฤดูหนาวปี 2006 สวี่จินผิง ไปทำงานที่โรงงานไม้ แล้วได้รู้จักชายหนุ่มคนหนึ่ง
เป็นคนจากหมู่บ้านซิงหลงเหมือนกัน ก็ปลูกโสมเหมือนกัน ช่วงหน้าหนาวมาทำงานที่โรงงานไม้
ทั้งคู่คุยกันพอได้ พอมีคนช่วยเป็นแม่สื่อ ก็แต่งงานกันอย่างรวดเร็ว
ปีถัดมา สวี่จินผิง ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาว
แต่ด้วยความที่แต่งงานกันฉุกละหุก ยังรู้จักกันไม่ลึกนัก
จนคลอดลูกแล้วถึงได้รู้ว่า ครอบครัวฝ่ายชายมีความคิด “ลูกชายเท่านั้นสำคัญ”
พวกเขาไม่รักลูกสาวของเธอเลย และคอยเร่งให้มีลูกอีกคน
พ่อแม่สามีเข้าข้างลูกชายคนเล็กและสะใภ้เล็ก รักแต่หลานชาย ไม่ใยดีหลานสาว
ถ้าแค่เรื่องพ่อแม่สามีไม่ดี ก็คงยังพออยู่กันได้ ต่างคนต่างอยู่
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหลังแต่งงานแล้ว สามีของสวี่จินผิงกลับกลายเป็นคนติดการพนัน
ทั้งฤดูหนาวเอาแต่เล่นไพ่นกกระจอก เสียเงินเป็นหมื่น
เรื่องอื่นพออดทนได้ แต่เรื่องการพนันเธอรับไม่ได้จริง ๆ
คนติดการพนันพูดว่าวันนี้จะเลิก พรุ่งนี้ก็แอบไปเล่นอีก
ไม่ให้เงินก็หาทางไปกู้หนี้นอกระบบ หนี้พนันกองเต็มตัว
ไร่โสมก็ไม่ดูแล พอถึงฤดูงาน สวี่ซื่อเยี่ยนยังต้องพาคนขึ้นเขาไปช่วยลูกสาวจัดการ
แบบนี้จะอยู่กันไปยังไง?
นิสัยของสวี่จินผิงไม่มีทางยอมแน่นอน
สุดท้ายก็หย่ากัน พาลูกสาวกลับมาอยู่บ้าน
แต่งปี 2006 หย่าในปี 2010 ลูกสาวก็สามขวบ
ตอนนั้นสวี่ซื่อเยี่ยนก็แก่แล้วเลยเลิกปลูกโสม
สวี่จินผิงจำใจไปสอบใบอนุญาตไกด์ท่องเที่ยว
หน้าร้อนก็พานักท่องเที่ยวขึ้นเขาฉางไป๋ซาน หน้าฝนทำธุรกิจโสมในตลาด หน้าหนาวก็พาลูกสาวไปขายของที่อันกั๋ว
แต่การไปขายโสมที่อันกั๋ว ไม่ได้สบายอย่างที่คนอื่นคิดว่าแค่เช่าแผงแล้วเฝ้าร้าน
จริง ๆ แล้วคือเช่าห้องคล้ายโรงจอดรถไว้เก็บสินค้า มีเตียงวางข้าง ๆ ไว้นอนพักเท่านั้นเอง
ทางใต้ถ้ามีลูกค้ามาก็เปิดร้านขายของ ถ้าไม่มีคนมา ก็ได้แต่นั่งว่างๆ ไปวันๆ
เวลาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ สวี่จินผิงก็ใช้มือถืออ่านนิยาย พออ่านนานๆ เข้าก็ต้องรออัปเดต เลยเกิดไอเดียว่า “งั้นเขียนเองเลยดีกว่า”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พอเริ่มเขียนก็หยุดไม่ได้ แถมยังเริ่มมีรายได้ตามมา
พอมีทุน สวี่จินผิงเลยไม่ไปขายของที่อันกั๋วอีก เปิดร้านขายของป่าท้องถิ่นอยู่ที่บ้านตัวเองแทน
เธอร่วมมือกับไกด์ท้องถิ่น ขายของให้กับนักท่องเที่ยวจากที่อื่น แล้วก็ขายออนไลน์ด้วย หลังๆ ยังหัดไลฟ์ขายของอีก เรียกได้ว่าได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
ในบรรดาลูกสามคน สวี่ซือเยี่ยนรู้สึกผิดกับลูกสาวคนโตที่สุด
ตอนที่บ้านเจอปัญหา หนักหนาแค่ไหน สวี่จินผิงก็ยังยืนกรานไม่ยอมให้สวี่ไห่เชา ลูกชายคนเลิกเรียนกลางคัน
ต่อมาสวี่ไห่เชาเรียนมัธยมปลายแบบเสียค่าใช้จ่ายเอง แล้วยังสอบซ้ำอีกตั้งสามปี จนในปี 2005 ถึงสอบติดระดับอนุปริญญา
ปีนั้นโชคดีมีนโยบาย “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งนักศึกษา” สวี่จินผิงก็ไม่ลังเลเลย รีบให้จินเหมยน้องสาวไปสอบ
สวี่จินเหมยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จี๋หลิน คณะสัตวแพทย์และปศุสัตว์
อยู่ๆ บ้านต้องส่งเสียลูกสองคนเรียนมหาวิทยาลัย ลองคิดดูว่าหนักแค่ไหน ถ้าไม่มีลูกสาวคนโตคอยแบกเอาไว้ หวังแต่สวี่ซือเยี่ยนคนเดียว ยังไงก็ไม่รอด
หลังจากนั้น สวี่ซือเยี่ยนเคยได้ยินลูกสาวคนโตพูดว่า “ถ้ามีชาติหน้าอีก ฉันไม่อยากเกิดมาเป็นลูกสาวคนโตของบ้านอีกแล้ว เหนื่อยเกินไป”
เพราะเหตุนี้ พอได้กลับมาเกิดใหม่ สวี่ซือเยี่ยนถึงพยายามทำทุกทางเพื่อรักษาชีวิตลูกชายคนโตไว้ แล้วก็เร่งหาเงิน
ก็เพราะอยากให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตสบายบ้าง เป็นการชดเชยให้กับความลำบากที่เธอเคยต้องเจอในชาติที่แล้ว
แต่ตอนนี้ เขากลับเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมานิดๆ
เขากลับมาเกิดใหม่แล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด แล้วเด็กในท้องภรรยาเขาตอนนี้…จะยังเป็นลูกสาวคนเดิมเหมือนชาติที่แล้วหรือเปล่า?
ถึงพ่อแม่จะเป็นคนเดิม แต่กินก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว อยู่ก็เปลี่ยนที่แล้ว
จะพูดให้แรงหน่อยก็คือ แม้แต่ฟูกที่นอนยังไม่ใช่อันเดิมเลย
ลูกสาวของเขา…จะยังเป็นคนเดิมได้จริงหรือ?
ตอนแรก สวี่ซือเยี่ยนแค่เป็นห่วงภรรยาที่อยู่ในห้องคลอด แต่พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา มันก็วนเวียนไม่หยุด
ถ้าเกิดเด็กที่คลอดออกมา ไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมในชาติที่แล้วล่ะ? แล้วเขาจะชดเชยให้ลูกสาวได้ยังไง?
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมขออ้อนวอน ขอให้เป็นลูกสาวคนเดิม ขอให้เป็นจินผิงของพวกเราเถอะนะ”
สวี่ซือเยี่ยนพนมมือ เดินวนไปพลางพึมพำไปพลาง
ช่วงเช้าคนเดินไปมาเยอะ แม้โซนห้องคลอดจะไม่ค่อยมีคน แต่ก็ยังมีสายตาบ้างที่หันมามอง
มีคนเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินไปเดินมา พึมพำอะไรไม่รู้ มือก็พนมแน่นเหมือนสวดมนต์ไหว้เจ้า
หลายคนเลยคิดว่าหมอนี่คงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
แต่สวี่ซือเยี่ยนไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะคิดยังไง เขามีแค่เรื่องเดียวในใจ เด็กในท้องต้องเป็นลูกสาวในชาติก่อนของเขาเท่านั้น
“จินผิง กลับมาเถอะ มาเกิดเป็นลูกพ่ออีกครั้งนะ
ชาตินี้ พ่อจะทำมาหากินให้ดี มีเงินให้ลูกใช้ อยากทำอะไรก็ทำได้เต็มที่
ลูกอยากเรียน พ่อจะส่งให้เรียนจนจบมหาลัย ถ้าลูกชอบเขียนหนังสือ งั้นเราก็ไปเรียนคณะอักษรศาสตร์
ลูกบอกว่าชาติหน้าไม่อยากเป็นพี่สาวคนโต พ่อจะทำให้ความปรารถนานั้นเป็นจริง ลูกมีพี่ชายแล้วนะ ต่อไปจะมีคนรักและปกป้องลูก
มาเถอะ พ่อคิดถึงลูก พ่ออยากให้เรายังเป็นพ่อลูกกันในชาตินี้ ได้มั้ย?”
สวี่ซือเยี่ยนพูดพึมพำไปเรื่อยๆ น้ำตาคลอเบ้า
แล้วในตอนนั้นเอง เสียงร้องไห้ของทารกก็ดังออกมาจากห้องคลอด
สวี่ซือเยี่ยนยืนนิ่งทันทีเด็กคลอดแล้ว...
จะใช่ลูกสาวคนโตของเขาในชาติที่แล้วหรือเปล่านะ?







