(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 309
บทที่ 309 อดีตราชินีวงการบันเทิง ผู้ป่วยในวันนี้
"ไม่เหลือแล้ว... ไม่เหลืออะไรเลย"
"ฮะๆๆ... ฮือๆ ไม่เหลืออะไรเลย..."
หมัดเหล็กพิฆาตชายห่วยนั่งร้องไห้สลับกับหัวเราะอยู่บนพื้น
"หมอเฉิน เธอคงไม่ได้บ้าไปแล้วใช่ไหม?"
"ฉันว่าเธอแกล้งบ้า เพื่อเรียกร้องความเห็นใจและการให้อภัยมากกว่า"
"ถึงเรื่องของรุ่นพ่อแม่จะไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ แต่พอคิดถึงวีรกรรมสุดทรามที่เธอเคยปั่นกระแสโจมตีคนอื่นมั่วซั่วเมื่อก่อน ฉันก็อยากจะมอบคำๆ หนึ่งให้เธอเลยว่า สมน้ำหน้า"
"ใครสงสารเธอก็บอกได้คำเดียวว่ามีรสนิยมชอบทรมานตัวเอง"
"อย่าดูแค่ตอนที่เธอน่าสงสารแบบนี้สิ ตอนรังแกคนอื่น สีหน้าท่าทางของเธอออกจะกร่างซะไม่มี"
เมื่อมองดูหมัดเหล็กพิฆาตชายห่วยที่เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้และมีท่าทีเหมือนคนบ้า นอกจากชาวเน็ตส่วนน้อยที่มีนิสัยแม่พระติดตัวมาแล้ว ชาวเน็ตกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ต่างก็รู้สึกว่าเธอทำตัวเองทั้งนั้น
ถ้าไม่ได้กร่างเพราะมีที่บ้านคอยหนุนหลัง มีหรือจะกล้ารังแกเพื่อนร่วมชั้น
แล้วจะกล้าก่อเรื่องบนโลกออนไลน์อย่างกำเริบเสิบสานได้ยังไง
ทั้งยุยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชายหญิง และใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นตามอำเภอใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เธอหาเรื่องใส่ตัวทั้งสิ้น
ส่วนจุดจบของเธอจะเป็นยังไง ชาวเน็ตก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ชาวเน็ตเสพเผือกกันจนอิ่มหนำแล้ว
ได้เห็นคนเลวรับกรรม คืนนี้ต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆ
เฉินหยูพูดเรียบๆ ว่า "ผ่านความสุขและความเศร้าครั้งใหญ่ในชีวิตมาแล้ว โรคคลั่งของคุณก็คงใกล้จะหายดีแล้วล่ะ"
"วันข้างหน้าก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน"
พูดจบ เฉินหยูก็ยิ้มและโบกมือให้หน้าจอ
"ดึกมากแล้ว พวกคุณก็รีบพักผ่อนกันเถอะ บ๊ายบาย"
แม้ว่าเฉินหยูจะออกจากการวิดีโอคอลและยุติการไลฟ์สตรีมแล้ว แต่บรรยากาศอันเดือดพล่านในห้องไลฟ์ก็ยังไม่จบลง
ชาวเน็ตนับสิบล้านคนมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ออกไป
ชาวเน็ตส่วนใหญ่ยังคงส่งคอมเมนต์กันอยู่ในห้องไลฟ์
"พี่น้องทั้งหลาย พวกลูกสมุนนักปั่นที่ตามหมัดเหล็กพิฆาตชายห่วยมากร่างเมื่อกี้ เหมือนจะหายตัวไปหมดแล้วแฮะ"
เมื่อเห็นคอมเมนต์นี้ ชาวเน็ตจำนวนมากก็เพิ่งนึกขึ้นได้
ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย
หมัดเหล็กพิฆาตชายห่วยพาฝูงลูกสมุนมาป่วนไลฟ์แท้ๆ
แต่ตอนนี้ พวกลูกสมุนนักปั่นกลับเหมือนระเหยหายไปจากโลกซะงั้น
"ไอ้พวกนี้คือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของคำว่าไม้หลักปักเลนโอนเอนตามลมจริงๆ"
"พี่สาวหมัดเหล็กพูดอะไรก็ถูกไปหมดแหละ ทุกคนว่าฉันเลียนแบบเหมือนไหม?"
"ไม่ได้ฟีลเลย ให้คะแนนติดลบ"
"มาหาเรื่องปั่นหมอเฉินเนี่ย ถ้าไม่ได้ซัดเหล้าขาวห่วยๆ ไปสักสองชั่ง คงทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้แน่"
ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าใครจะโจมตีหมัดเหล็กพิฆาตชายห่วย ก็จะต้องโดนแฟนคลับของเธอด่าจนสาดเสียเทเสีย
แถมยังต้องโดนขุดประวัติไปแฉในระดับหนึ่งด้วย
แต่ในวินาทีนี้ ภายในห้องไลฟ์ที่ไม่มีเฉินหยูคอยรักษาความสงบ กลับมีคอมเมนต์เยาะเย้ยและด่าทอถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
โดยที่ไม่มีใครออกหน้ามาโต้แย้งเลยสักคน
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินหยูตื่นนอนและล้างหน้าแปรงฟันตามปกติ
ตอนที่กำลังล้างหน้าอยู่ครึ่งๆ กลางๆ เฉินหยูก็รู้สึกเอะใจบางอย่าง นิ้วมือหลายนิ้วขยับคำนวณอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าหล่อเหลาที่สะท้อนอยู่ในกระจก ปรากฏรอยยิ้มที่ทำให้คนคาดเดาไม่ออก
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เฉินหยูก็ลงมาที่ชั้นหนึ่ง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วต่อสายหาหลี่ชางจวิน
"หมอเฉิน คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม? คุณ... คุณไปเจอเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?"
ที่ปลายสาย หลี่ชางจวินตกใจจนเกือบจะทำบุหรี่ในมือร่วงใส่กางเกง
"ทำไมผมถึงจะเจอไม่ได้ล่ะ?"
เฉินหยูถามกลับ
"รบกวนคุณช่วยบอกทางนั้นให้หน่อย เรื่องนี้คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"
"ไม่มีปัญหาน่ะมันก็ไม่มีหรอก... เอาเถอะ"
เมื่อนึกถึงสไตล์การทำงานที่คาดเดาไม่ได้ของเฉินหยู หลี่ชางจวินก็ทำได้เพียงข่มความสงสัยในใจเอาไว้
ถ้าเฉินหยูอยากพูด เขาก็คงจะบอกเอง
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่อยากพูด
ขืนถามต่อไปก็คงไม่ได้ความอะไรอยู่ดี
"หมอเฉิน อรุณสวัสดิ์ค่ะ"
เวลาแปดโมงเช้า โจวเข่อซินฮัมเพลงเดินเข้ามาในคลินิกจิตเวช
"ยินดีต้อนรับครับ"
ไม่นานนัก เสียงทักทายของโจวเข่อซินก็ดังมาจากหน้าประตู
เฉินหยูเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับเผยรอยยิ้มบางๆ แฝงความนัย
แขกที่เข้ามาเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ฝ่ายชายคือลูกค้าเก่าของเฉินหยู ราชาสมุนไพรแห่งหางโจว หวังเต๋อเฉวียน
ส่วนข้างๆ คือหญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้นที่สวมใส่สินค้าแบรนด์เนมเต็มยศ
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร หญิงสาวถึงได้ปกปิดตัวเองจนมิดชิด
เธอสวมเสื้อโค้ทกันลมตัวยาวแบรนด์เนม บนใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดกรอบใหญ่
เฉินหยูมองหวังเต๋อเฉวียนแวบหนึ่งแล้วยิ้มถาม "ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลย เถ้าแก่หวังช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหมครับ?"
"เป็นเพราะบารมีคุณหมอแท้ๆ ทุกอย่างราบรื่นดีครับ"
หวังเต๋อเฉวียนเดินค้อมตัวเข้ามาหา ยื่นมือไปจับมือกับเฉินหยู
"หมอเฉิน ผมขอแนะนำให้รู้จักนะครับ สุภาพสตรีท่านนี้คือเพื่อนสนิทของผม และเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของผมด้วย"
ในตอนนั้นเอง โจวเข่อซินก็มองหญิงสาวที่สวมเสื้อโค้ท แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยด้วยสีหน้างุนงง
"พี่สาวคะ เมื่อก่อนพวกเราเคยเจอกันหรือเปล่าคะ?"
"ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันรู้จักพี่เลย"
พอพูดคำนี้ออกไป หญิงสาวในชุดโค้ทก็ส่งเสียงหัวเราะขื่นๆ ออกมา
น้ำเสียงเจือไปด้วยความขมขื่นที่อธิบายไม่ถูก
"พยาบาลโจว ไปเตรียมชาสามที่ในห้องครัว แล้วก็เอาป้ายหยุดให้บริการชั่วคราวไปแขวนไว้ด้วย"
เฉินหยูสั่ง
โจวเข่อซินไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เธอหยิบป้ายหยุดให้บริการชั่วคราวไปแขวนไว้หน้าร้าน
เฉินหยูประสานมือเข้าด้วยกัน น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวว่า "คุณผู้หญิง ในเมื่อคุณเลือกมาขอความช่วยเหลือจากผม ก็แสดงว่าในระดับหนึ่ง คุณเชื่อใจในวิชาแพทย์และตัวตนของผม"
"ที่นี่นอกจากคุณสองคนแล้ว ก็เหลือแค่ผมกับพยาบาลแนะนำการรักษาโจวเข่อซิน"
"พวกเราสองคนจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณแน่นอน คุณไม่ต้องกังวลจนเกินไปหรอกครับ"
"น้องสาว หมอเฉินเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอไม่ต้องระแวงเขาหรอกนะ"
หวังเต๋อเฉวียนปลอบใจ
"หมอเฉินโปรดอภัยด้วย ฉันไม่ได้สงสัยคุณหรอกค่ะ แต่ว่า... แต่ว่าฉันไม่รู้จะอธิบายให้คุณฟังยังไงดี"
"เกี่ยวกับปัญหาที่ฉันกำลังเจออยู่ในตอนนี้"
หญิงสาวในชุดโค้ทมีน้ำเสียงไพเราะ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ใจอย่างยิ่ง
"ถ้าผมเดาไม่ผิด สาเหตุที่คุณมาหาผม น่าจะเกี่ยวข้องกับใบหน้าและผิวพรรณของคุณ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หญิงสาวในชุดโค้ทก็ชะงักไป
ดวงตาคู่สวยภายใต้แว่นกันแดดทอประกายความตกตะลึงออกมา
แม้ว่าหวังเต๋อเฉวียนจะบรรยายสรรพคุณของเฉินหยูซะเลิศเลอเพอร์เฟกต์ โดยอ้างว่าเฉินหยูไม่ใช่เทพเซียน แต่ความสามารถก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเทพเซียนเลย
แต่ถึงยังไงมันก็เป็นแค่คำพูดลอยๆ
ต่อให้เคยดูไลฟ์สตรีมของเฉินหยูมาบ้าง แต่ถ้าไม่ได้เห็นความสามารถด้วยตาตัวเอง เธอก็ยังไม่กล้าเชื่อสนิทใจอยู่ดี
คิดไม่ถึงว่าตัวเองแค่พูดไปไม่กี่ประโยค เฉินหยูก็สามารถพูดถึงเรื่องที่เธอรู้สึกกังวลใจมากที่สุดออกมาได้ตรงๆ
"ชามาแล้วค่ะ"
โจวเข่อซินยกชาที่ชงเสร็จแล้วมาเสิร์ฟ วางลงที่ข้างมือของทั้งสามคน
"น้องสาว เมื่อกี้เธอถามว่าเราเคยเจอกันหรือเปล่า ตอนนี้ฉันตอบเธอได้แล้วนะ"
"ฉันไม่เคยเจอเธอหรอก แต่เธอต้องรู้จักฉันแน่"
หญิงสาวในชุดโค้ทพูดเน้นทีละคำ "ฉันชื่อ เกาซินหรัน"
"เกาซินหรัน... ราชินีวงการบันเทิง!!!"
โจวเข่อซินตกใจจนต้องเอามือปิดปาก
ร่างกายเผลอถอยหลังไปสองก้าวอย่างลืมตัว
เกาซินหรัน อดีตซูเปอร์สตาร์ตัวแม่ระดับแนวหน้าของประเทศ
ดาราสาวผู้ควบตำแหน่งทั้งสายภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และนักร้อง
สมัยมัธยมต้น โจวเข่อซินเป็นแฟนคลับตัวยงของเธอเลยทีเดียว
ในตอนที่หน้าที่การงานกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด เธอกลับประกาศออกจากวงการเพื่อไปแต่งงานกะทันหัน
โดยแต่งงานกับนักธุรกิจมหาเศรษฐีคนหนึ่ง
สองปีต่อมา ก็มีเผือกร้อนลูกใหญ่โผล่ออกมา
สามีของเกาซินหรันหอบเงินหนีไป
ทิ้งตำแหน่งนิติบุคคลของบริษัทหลายแห่ง พร้อมกับหนี้สินสูงถึงหลักพันล้านไว้ให้เธอ
(จบตอน)







