การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า
การแข่งขันในวันนี้จะเปิดฉากโดยหานลี่ตัน เธอสวมชุดเดรสยาวสีเข้ม แต่งหน้าอ่อนกว่าปกติมาก มัดผมมวยต่ำไว้ด้านหลัง ทำให้เธอดูสง่างามและสำรวมกว่าปกติมาก
เข้ากับบรรยากาศของวันรำลึกแห่งชาติเป็นอย่างมาก
ชาร์ลีสวมชุดสูทสีดำ เก็บเสื้อแจ็กเก็ตหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาไปอย่างหาได้ยาก สีหน้าดูจริงจังกว่าปกติ นี่เป็นการแสดงความเคารพต่อซีโจว
คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาในหน้าจอแล้ว
[การแต่งตัวของหานลี่ตันในวันนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าจะต้องร้องเพลงยิ่งใหญ่แน่ๆ รู้สึกว่าสีหน้าของอาจารย์ชาลีก็รู้ผลลัพธ์แล้ว โอกาสชนะมีน้อยมาก]
[พูดตามตรง วันนี้ไม่ค่อยยุติธรรมกับอาจารย์ชาลีเท่าไหร่]
[ชาร์ลีแทบไม่มีโอกาสชนะเลย นี่มันวันรำลึกแห่งชาตินะ ชาวต่างชาติจะไปชนะหานลี่ตันในช่วงเวลานี้ได้ยังไง สมัยก่อนเธอกับอาจารย์เหลยเสวี่ยตงเป็นตัวท็อปสายเพลงรักชาติเลยนะ]
[อย่าพูดอะไรเด็ดขาดขนาดนั้นสิ ฝีมือของชาร์ลีก็เห็นๆ กันอยู่ เผื่อเขาจะทำผลงานได้ดีเกินคาดล่ะ]
[ทำได้ดีเกินคาดก็ไม่มีประโยชน์ นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องฝีมือ แต่มันเป็นปัญหาเรื่องบรรยากาศ ยิ่งไปกว่านั้นคู่แข่งก็คือหานลี่ตันนะ]
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่หลั่งไหล
พิธีกรเดินขึ้นมาบนเวที น้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าปกติเล็กน้อย "ท่านผู้ชมครับ วันนี้คือวันรำลึกแห่งชาติของซีโจว ในวันพิเศษเช่นนี้ ก่อนอื่นพวกเราขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อบรรพชนทุกท่านที่เสียสละเพื่อชาติและเผ่าพันธุ์ครับ"
กล้องแพนผ่านที่นั่งผู้ชม ทุกคนหลับตาและก้มหน้าไว้อาลัย
เหล่านักร้องในห้องโถงนักร้องยืนขึ้น หานลี่ตันหลับตา เหลยเสวี่ยตงก้มหน้า ริมฝีปากของชาร์ลีขยับเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร
การไว้อาลัยสิ้นสุดลง
พิธีกรบนเวทีสูดลมหายใจเข้าลึก "ลำดับต่อไป ขอเปิดฉากการแข่งขันในรอบที่แปดอย่างเป็นทางการครับ ท่านแรกที่ขึ้นเวทีก็คือ อาจารย์หานลี่ตานครับ"
เสียงปรบมือดังขึ้นด้านล่างเวที
หานลี่ตันลุกขึ้นจากห้องโถงนักร้อง
เดินไปที่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน
แสงไฟในฮอลล์หรี่ลง ลำแสงสีขาวกลางเวทีสาดส่องลงบนร่างของหานลี่ตัน เธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เสียงอินโทรดังขึ้น
ไม่ใช่การเรียบเรียงดนตรีที่ซับซ้อน ไม่มีเครื่องดนตรีหวือหวา มีเพียงวงออร์เคสตราที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังอย่างช้าๆ เสียงทุ้มต่ำของเครื่องสายหนักแน่นดั่งผืนปฐพี เสียงสูงของเครื่องเป่าลมไม้กว้างใหญ่ดั่งแผ่นฟ้า
วินาทีที่หานลี่ตันเอื้อนเอ่ย บรรยากาศทั่วทั้งฮอลล์ราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
เป็นไปตามคาด หานลี่ตันร้องเพลงรักชาติ เพลงรักชาติสุดคลาสสิกที่ขับขานต่อกันมานานหลายสิบปี
หากเปลี่ยนให้คนอื่นมาร้องเพลงนี้ อาจจะให้ความรู้สึกเชย แต่เมื่อหานลี่ตันร้อง กลับไม่มีความรู้สึกเก่าคร่ำคร่าแม้แต่น้อย มันปลุกความทรงจำของผู้ชมเกี่ยวกับคนรุ่นนั้นหรืออาจจะหลายรุ่นขึ้นมาในพริบตา
ภายใต้เสียงโซปราโนอันบริสุทธิ์ ไม่มีใครรู้สึกว่าหานลี่ตันกำลังอวดเทคนิค
กระทั่งตัวโน้ตสุดท้ายจบลง หานลี่ตันโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง ตอนที่เธอยืดตัวขึ้น ขอบตาของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย เธอหันหลังเดินลงจากเวที เสียงปรบมือดังขึ้นตามหลังเธอ จากเสียงประปรายกลายเป็นเสียงกึกก้องกัมปนาท บางคนลุกขึ้นยืนปรบมือ บางคนยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้
คอมเมนต์:
[นี่แหละคือระดับทีมชาติ ต่อให้เราจะฟังเพลงรักชาตินี้มาหลายสิบปีแล้ว แต่พอหานลี่ตันเปล่งเสียงร้อง ก็ยังให้ความรู้สึกบริสุทธิ์อย่างบอกไม่ถูก]
[วันนี้หานลี่ตันมาเพื่อปลอบประโลมวิญญาณบรรพชน นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันแล้ว!]
[เพลงนี้ฉันฟังมานับครั้งไม่ถ้วน แต่วันนี้พอฟังเธอร้องก็ยังรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก ฟังเพลงนี้ในวันรำลึกแห่งชาติมันเข้ากับบรรยากาศสุดๆ เลย]
[สงสารชาร์ลีขึ้นมาเลย]
[ไม่มีปัญหาหรอก ชาร์ลีแพ้แล้วก็ยังฝ่าฟันออกมาจากสายผู้แพ้ได้แน่ ฝีมือของเขาไม่ควรหยุดอยู่แค่นี้]
[สนับสนุนชาร์ลี!]
คอมเมนต์ยังคงมีความรู้สึกดีๆ ต่อชาร์ลีอยู่มาก
ตอนที่ชาร์ลีรับช่วงต่อเวทีจากหานลี่ตัน สีหน้าของเขาดูหนักอึ้งกว่าปกติมาก วันนี้เขาเลือกที่จะร้องเพลงสากลเกี่ยวกับการต่อต้านสงครามและสันติภาพ
เนื้อเพลงเขียนได้ลึกซึ้งมาก ท่วงทำนองก็จับใจ
พูดตามตรง ถ้าคู่แข่งไม่ใช่หานลี่ตัน ชาร์ลีต้องชนะรอบนี้แน่ๆ เพราะเขาหาวิธีรับมือกับการปะทะกับเพลงรักชาติได้ดีเยี่ยม:
เพลงต่อต้านสงคราม!
น่าเสียดายที่อานุภาพของเพลงต่อต้านสงครามย่อมสู้การร้องเพลงรักชาติในวันรำลึกแห่งชาติไม่ได้ ดังนั้นตอนที่ผลโหวตออกมา สีหน้าของชาร์ลีจึงสงบนิ่งมาก
ใช่แล้ว
เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ การแข่งขันในวันนี้ เมื่อแต่ละคู่แข่งเสร็จ อาจารย์เหอก็จะประกาศผลทันที
การดวลในรอบแรก หานลี่ตันชนะด้วยคะแนนโหวตหกสิบสามเปอร์เซ็นต์
ชาร์ลียิ้มและยอมรับผลการตัดสินอย่างสงบนิ่ง แต่ทางหานลี่ตันกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนว่า "พูดตามตรง วันนี้ฉันได้เปรียบ คุณร้องได้ดีมาก..."
"หากละทิ้งเรื่องอื่นไป ผมก็ยอมรับในฝีมือของอาจารย์หานครับ"
ประโยคนี้ชาร์ลีพูดเป็นภาษาอังกฤษ นี่คือความในใจของเขา หากจะบอกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นธรรมในวันนี้ จริงๆ แล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะอย่างไรเสียหานลี่ตันก็คือผู้แข็งแกร่งตัวจริง
"เอาล่ะครับ"
เหอหานไม่ได้ต่อบทสนทนาเรื่องใครได้เปรียบใคร แต่ประกาศคิวการแสดงรอบที่สองทันที "สำหรับการดวลในรอบที่สองลำดับต่อไปคือ อาจารย์เหลยเสวี่ยตง พบกับ อาจารย์กู้สิง ครับ"
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
คอมเมนต์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกว่าเท่าตัว
[มาแล้วๆๆ วันนี้เหลยเสวี่ยตงต้องร้องเพลงรักชาติแน่ๆ คาดว่าคงทำผลงานระดับเดียวกับอาจารย์หานลี่ตาน แล้วกู้สิงจะทำยังไงล่ะ?]
[ดูผลของชาร์ลี ก็รู้ผลของกู้สิงแล้ว]
[ฮ่าๆๆๆๆ จริงๆ แล้วกู้สิงแพ้ก็ดีเหมือนกัน แบบนี้จะได้ฟังเพลงของกู้สิงในสายผู้แพ้เพิ่มอีกเพลง]
[แต่กู้สิง เมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ได้บอกว่าจะช่วยเฉินหลิงซูแก้แค้นเหรอ?]
[เฉินหลิงซูถูกคัดออก เหลยเสวี่ยตงกับชาร์ลีคือตัวการสำคัญ สรุปว่าพอสัปดาห์นี้มาเจออาจารย์เหลยก็เงียบกริบไปเลยเหรอ?]
[จะไปโทษกู้สิงก็ไม่ได้หรอกนะ พ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะไร้ฝีมือ!]
[พูดได้คำเดียวว่าระดับทีมชาติร้องเพลงรักชาตินี่คือปรมาจารย์ตัวจริง!]
ท่ามกลางคอมเมนต์นับไม่ถ้วน เหลยเสวี่ยตงลุกขึ้นจากห้องโถงนักร้อง จัดปกเสื้อให้เรียบร้อย แล้วเดินไปที่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคนเช่นกัน วันนี้เขาสวมชุดจงซานสีเทาเข้ม สวมแว่นสายตายาวที่ดูมีความเป็นปัญญาชนอยู่บนสันจมูก หวีผมเรียบแปล้ไร้ที่ติประหนึ่งชายชราที่เดินออกมาจากหนังสือเรียน
ขึ้นสู่เวที
เมื่อเสียงอินโทรดังขึ้น ทั่วทั้งฮอลล์ก็เงียบลงอีกครั้ง เป็นไปตามคาด เพลงที่เหลยเสวี่ยตงเลือกก็เป็นเพลงรักชาติสุดคลาสสิกของซีโจวเช่นกัน แต่ต่างจากเพลงของหานลี่ตัน เพลงนี้มีแนวโน้มไปทางบรรยายความมากกว่า โดยเล่าเรื่องราวของทหารธรรมดาคนหนึ่งในยุคสงคราม
เสียงของเหลยเสวี่ยตงไม่ได้หนักแน่นเหมือนหานลี่ตัน แต่จะค่อนไปทางอบอุ่นมากกว่า
ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องอย่างอ้อยอิ่ง เหลยเสวี่ยตงไม่ได้ใช้รูปแบบการร้องที่ดังกังวานและฮึกเหิม แต่ใช้การเล่าเรื่องราว เพื่อถ่ายทอดการเสียสละของทหารนายนั้น การรอคอยของครอบครัว และกาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป ออกมาทีละประโยค ทีละประโยค
ไม่ได้บีบคั้นอารมณ์ แต่เรียกน้ำตา
ไม่ได้ฮึกเหิม แต่จับใจ
เรียกได้ว่านี่คือการแสดงบนเวทีที่ไม่ด้อยไปกว่าหานลี่ตันเลย ในเรื่องของการร้องเพลงรักชาตินั้น ผู้อาวุโสย่อมเชี่ยวชาญเสมอ!
"ขอบคุณทุกคนครับ"
ร้องเพลงจบเหลยเสวี่ยตงก็เอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับโค้งคำนับ ในขณะที่กู้สิงก็ลุกขึ้นจากโซฟาในเวลาเดียวกัน เพื่อเตรียมตัวไปที่เวที
เพลงรักชาติงั้นเหรอ?
กู้สิงก็ร้องเป็นเหมือนกัน!