บ้าบออะไรที่ว่าฉันมาได้จังหวะพอดี หลินนั่วกลอกตาบน ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับกู้สิง
ทว่าสิ่งที่หลินนั่วคิดไม่ถึงเลยก็คือ ทันทีที่เธอเพิ่งจะถอดรองเท้าส้นสูงออก เฉินหลิงซูกลับผลักไสเธอให้ลงไปนั่งบนตักของกู้สิงเสียอย่างนั้น
"เธอทำอะไรเนี่ย "
เสียงของหลินนั่วสูงปรี๊ดขึ้นแปดระดับ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะดิ้นรน เฉินหลิงซูก็สวมกอดเอวเธอจากด้านหลังด้วยรอยยิ้มกว้าง ปลายคางเกยอยู่บนไหล่ของเธอ พลางพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาว่า
"กู้สิงให้ฉันทำแบบนี้น่ะ"
หลินนั่วมองกู้สิงอย่างพูดไม่ออก เพราะกำลังนั่งอยู่บนตักของพี่ชาย ตอนนี้เธอจึงสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายอันอบอุ่นภายใต้เสื้อเชิ้ตของเขา รวมถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอและหนักแน่น จนอดเบ้ปากพูดไม่ได้ว่า "สองคนยังไม่พอใจนายอีกเหรอ?"
"ก็พวกเราไม่สะดวกนี่นา"
สายตาของเฉินหลิงซูกลับดูตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ลั่วหนิงพยักหน้า "ตอนนี้มีแค่เธอเท่านั้นที่ทำได้"
ส่วนเรื่องที่ว่าทำอะไรได้นั้น ย่อมเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แก่ใจ แต่เห็นได้ชัดว่าหลินนั่วยังคงไม่ชินกับการถูกเฉินหลิงซูและลั่วหนิงจ้องมองขณะกำลังพลอดรักกับกู้สิง ร่างกายของเธอจึงแข็งทื่อไปเล็กน้อย
ผลก็คือพอก้มหน้าลง เฉินหลิงซูก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอแล้ว
เพียงชั่วพริบตา หลินนั่วก็ถูกปลดกระดุมเสื้อจนหมด เธอเริ่มร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว "เรื่องแบบนี้ไม่ต้องรบกวนเธอหรอก..."
เธอคิดจะขัดขืน
ทว่ากู้สิงกลับพลิกตัวกดหลินนั่วเอาไว้ใต้ร่าง พลางพูดกลั้วหัวเราะ "จะหนีไปไหนล่ะ~"
หลินนั่วหลุดขำ
ในที่สุดเฉินหลิงซูก็ปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ เสื้อเชิ้ตแยกออก เผยให้เห็นชุดชั้นในลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ด้านใน เธอมองไปที่หน้าอกของหลินนั่วแล้วร้อง "ว้าว" เบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับลั่วหนิงว่า
"นั่วนั่วมีของเหมือนกันนะเนี่ย"
ลั่วหนิงชะโงกหน้าเข้ามาดูแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าเห็นด้วย "ใหญ่กว่าของเธอ แต่ยังสู้ของฉันไม่ได้"
"ใหญ่แล้วมีประโยชน์อะไรล่ะ"
เฉินหลิงซูรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำ ความจริงหน้าอกเธอก็ไม่ได้เล็ก ถือว่าพอๆ กับหลินนั่ว แต่พวกเธอสองคนสู้ลั่วหนิงไม่ได้จริงๆ ในเรื่องนี้
"กู้สิง นายชอบแบบใหญ่ๆ เหรอ?"
เฉินหลิงซูถามกู้สิงด้วยสีหน้าหวั่นใจเล็กน้อย
กู้สิงกระแอมไอเบาๆ แล้วตอบว่าฉันได้หมดแหละ พวกเธอต่างก็มีดีกันไปคนละแบบ
เฉินหลิงซูมองสีหน้าที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติของกู้สิง แล้วเอื้อมมือไปลูบคลำหลินนั่วอย่างไม่ค่อยยอมรับนัก "ก็ไม่ได้ใหญ่กว่าของฉันเท่าไหร่เลย..."
"เธอมาบีบอะไรเนี่ย"
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินนั่วถูกคนอื่นที่ไม่ใช่กู้สิงบีบคลำ ทำเอาเธอรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ แต่ในใจเหมือนจะค่อยๆ ยอมรับเรื่องบ้ากามแบบนี้ไปแล้วหรือเปล่านะ?
"ขี้งกจัง งั้นให้เธอขยำคืนก็แล้วกัน"
เฉินหลิงซูพูดเช่นนั้น ผลปรากฏว่าหลินนั่วก็ขยำคืนจริงๆ แถมยังวิจารณ์อีกประโยคว่า "ไม่ได้ใหญ่เท่าของฉันจริงๆ ด้วย"
ทำไมจู่ๆ ถึงไม่เขินแล้วล่ะ?
เพราะหลินนั่วเริ่มตระหนักได้ว่า ยิ่งเธอเขินอาย เฉินหลิงซูคนนี้ก็ยิ่งได้ใจ สู้ทำตัวเปิดเผยไปเลยดีกว่า ยังไงเสียเรื่องบ้าบอบางอย่าง ถึงวันนี้ยังไม่เกิด ช้าเร็ววันหน้าก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี...
วัดจากระดับความเข้าใจที่หลินนั่วมีต่อพี่ชายแล้วล่ะก็นะ
หลินนั่วถึงขั้นพลิกแพลงสถานการณ์ มือของเธอเลื้อยไปสัมผัสตรงนั้นของลั่วหนิง หลังจากลองบีบไปสองสามที สีหน้าของเธอก็ดูมีความพ่ายแพ้ปรากฏขึ้นเล็กน้อย
ลั่วหนิงนี่ซ่อนรูปของจริงเลย
ก่อนหน้านี้เฉินหลิงซูยังเคยแอบกระซิบบอกเธอเลยว่า ความจริงแล้วลั่วหนิงน่ะ...
หลินนั่วอดไม่ได้ที่จะมองไปยังกางเกงขาสั้นของลั่วหนิง อีกฝ่ายขยับเรียวขาบิดไปมาเล็กน้อย "ตรงนี้ห้ามจับนะ"
"ใครจะไปจับตรงนั้นกันเล่า"
หลินนั่วทั้งฉุนทั้งขำ แต่กลับหันไปมองเฉินหลิงซูราวกับผีผลัก "เธอคงไม่เคยจับหรอกใช่มั้ย?"
เฉินหลิงซู "..."
กู้สิงมองดูการหยอกล้อของทั้งสามคนแล้วค่อยๆ เริ่มมีอารมณ์ เขามองหลินนั่วด้วยลมหายใจที่เริ่มหอบหนักขึ้น
"พี่คะ พี่คงไม่ได้...?"
หลินนั่วดูเหมือนจะเดาความคิดของกู้สิงออก
กู้สิงไม่ได้ตอบ แต่เริ่มลงมือโดยตรงแล้ว หลินนั่วหันซ้ายมองเฉินหลิงซู หันขวามองลั่วหนิง เมื่อเห็นว่าคนหนึ่งกำลังตื่นเต้นสนใจ ส่วนอีกคนมีสีหน้าเรียบเฉย ท้ายที่สุดเธอก็ยอมรับเรื่องบ้าบอนี้ไปโดยปริยาย
...
วันต่อมา
กู้สิงตื่นขึ้นมาตอนที่แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ข้างกายเขามีเสียงลมหายใจหลายสายประสานเข้าด้วยกัน ราวกับบทเพลงทริโอที่กำลังขับขานแผ่วเบา
ลั่วหนิงนอนขดตัวอยู่ทางฝั่งซ้ายของกู้สิง
ศีรษะหนุนอยู่บนซอกคอของกู้สิง มือข้างหนึ่งวางแหมะอยู่บนหน้าอกของเขา นิ้วมือหงิกงอเล็กน้อย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและยาวนาน เส้นผมสีดำขลับดุจน้ำหมึกสยายอยู่บนหมอน ตัดกับปลอกหมอนสีขาว ดูราวกับภาพวาดสไตล์มินิมอล
เฉินหลิงซูนอนอยู่ทางฝั่งขวาของกู้สิง
ท่านอนของเธอไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ผ้าห่มถูกถีบลงไปกองอยู่ใต้เอว เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและหัวไหล่ แสงแดดสาดส่องกระทบใบหน้า ขนตายาวงอนทอดเงาเป็นรูปพัดเล็กๆ ใต้ดวงตา ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย ชวนให้คนอยากจะประทับจุมพิตลงไป
และทางฝั่งขวาเดียวกันนั้น ยังมีเรือนร่างอรชรอีกหนึ่งร่าง
ใช่แล้ว หลินนั่วนั่นเอง เมื่อคืนนี้เธอทำเรื่องบ้าบอกับกู้สิงบนโซฟาต่อหน้าต่อตาเฉินหลิงซูและลั่วหนิง ราวกับได้ทำลายกำแพงความละอายทิ้งไปจนหมดสิ้น
พอถึงเวลานอนตอนกลางคืน เธอก็เกาะติดกู้สิงไม่ยอมไปไหนเลย
ผลก็คือหลังจากนั้นไม่รู้ว่าอีท่าไหน ถึงได้กลายเป็นว่ากู้สิงกับหลินนั่ว รวมไปถึงเฉินหลิงซูและลั่วหนิง ทั้งสี่คนได้นอนหลับด้วยกันเป็นครั้งแรก
"อือ..."
ดูเหมือนนาฬิกาชีวิตจะปลุกให้ตื่น หลินนั่วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สบเข้ากับสายตาของกู้สิงพอดี
"อรุณสวัสดิ์"
กู้สิงเอ่ยเสียงเบา
หลินนั่วพบว่าลั่วหนิงและเฉินหลิงซูยังคงหลับสนิท จึงขยับปากพูดว่าอรุณสวัสดิ์ตอบกลับไป เมื่อนึกถึงเรื่องบ้าบอของเมื่อวานและเมื่อคืน เธอก็ค่อยๆ ขบเม้มริมฝีปากเบาๆ
พี่ชายบ้า
ทำเรื่องบ้าบอบนโซฟาเมื่อคืนก็ว่าไปอย่าง ทำไมตอนดึกยังแอบทำเรื่องอย่างว่าอีก สุดท้ายก็เลยทำเอาเฉินหลิงซูและลั่วหนิงตื่นกันหมด...
เธอค่อยๆ ยกมือขึ้น
หลินนั่วค่อยๆ คลานขึ้นไปบนตัวของกู้สิงทีละนิด การกระทำของเธอแผ่วเบามากเพราะกลัวว่าจะทำให้เฉินหลิงซูและลั่วหนิงที่อยู่ข้างๆ ตื่น
กู้สิงรับตัวหลินนั่วเอาไว้ แล้วทั้งสองก็เริ่มจูบกัน
จูบไปจูบมาก็รู้สึกทะแม่งๆ พอหันไปมอง ก็เห็นเฉินหลิงซูกำลังเบิกตากว้าง จ้องมองทั้งคู่ด้วยความสนใจใคร่รู้ ส่วนลั่วหนิงก็มองหลินนั่วด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าประธานหลินคนนี้จะกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของพวกเธอได้ขนาดนี้...
"แอบกินกัน ฉันจับได้แล้วนะ"
เฉินหลิงซูยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วบิดขี้เกียจ "ฉันทำมื้อเช้าให้แล้วกัน จะให้พวกเธอได้ลิ้มรสมือฉันซะหน่อย"
"ฉันช่วยเธอเอง"
ลั่วหนิงลุกจากเตียงตามไป
บนเตียงเหลือเพียงกู้สิงและหลินนั่ว
กู้สิงมองหลินนั่วแล้วพูดยิ้มๆ "จะรู้สึกแปลกๆ ไหม ฉันกับพวกเธอ ใช้ชีวิตแบบนี้ด้วยกันมาตลอดเลย..."
"ฉันปรับตัวได้"
หลินนั่วไม่ได้จูบกับกู้สิงต่อ แต่ลงไปนอนตะแคงอยู่ข้างๆ เขาแล้วเอ่ยเสียงเบา "พอลองคิดดูดีๆ ชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน"
ตอนแรกๆ มันยากมากที่จะยอมรับการแบ่งปันพี่ชายร่วมกับคนอื่น
ทว่าหลังจากที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลินนั่วก็พบว่าตัวเองไม่ได้เกลียดลั่วหนิงและเฉินหลิงซูเลย พวกเธอรักพี่ชายจากใจจริง...
เป็นเพราะความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทหรือเปล่านะ?
หลินนั่วรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเฉินหลิงซูและลั่วหนิงนั้นกลมเกลียวและเป็นธรรมชาติเอามากๆ จนทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองก็ควรจะเป็นแบบนั้นด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นการทำลายบรรยากาศของครอบครัวนี้
จำได้ว่าตอนแรก หลินนั่วยังอยากจะแย่งชิงตำแหน่งภรรยาหลวงอยู่เลย
แต่ตอนนี้หลินนั่วปลงตกแล้ว เธอรู้สึกว่าเรื่องตำแหน่งชื่อเสียงอะไรพวกนี้ไม่สำคัญเลย การที่คนในครอบครัวทั้งสี่คนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขต่างหากที่สำคัญกว่าสิ่งใด
เดี๋ยวสิ
ถ้าลูกในท้องเกิดมา ครอบครัวนี้ก็จะมีหกคนแล้วนี่นา หลินนั่วอดไม่ได้ที่จะลูบหน้าท้องของตัวเอง ทำไมยังไม่มีวี่แววอะไรเลยล่ะ?
ต้องเป็นเพราะพี่ชายพยายามไม่พอแน่ๆ
หลินนั่วลุกขึ้นนั่งคร่อมบนตัวของกู้สิงทันที!