เช้าวันที่ 26 สิงหาคม ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืด
สวี่ซื่อเยี่ยนมองสายฝนที่ซัดซ่าและท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่นอกบ้าน ใจของเขาก็พลอยหนักอึ้งขึ้นทุกที
“ภรรยา อยู่บ้านกันก่อนนะ ฉันจะไปบ้านลุงอวี้ มีเรื่องต้องจัดการ”
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ทนไม่ไหว หยิบเสื้อกันฝนแล้วออกจากบ้าน
“หยวนหยวน วันนี้อย่าไปโรงเรียนเลย ฝนตกหนักเกิน” เขาหันมาสั่งลูกชายก่อนออกจากบ้าน
เจ้าหนูสวี่ไห่หยวน เมื่อกี้ก็ยังคิดจะกางร่มไปโรงเรียนอยู่จริง ๆ แต่พอพ่อพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้เถียงอะไร
“โอเค งั้นพ่อช่วยลาครูให้ผมด้วยนะ” เจ้านี่ก็ยังรู้จักเรื่องลาเรียนเสียด้วย
“อืม รู้แล้ว” สวี่ซื่อเยี่ยนตอบรับ แล้วก็ออกจากบ้านทันที
เขาไปแจ้งครูที่โรงเรียนก่อน จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าไปบ้านของอวี่โส่วกวง
“ลุงครับ ฝนแบบนี้แปลก ๆ รีบเรียกคนไปดูแม่น้ำเฮยเหอเถอะครับ แล้วก็ให้ชาวบ้านแถว ๆ ริมแม่น้ำรีบอพยพ ไปอยู่กับญาติพี่น้องก่อนดีกว่า!”
สวี่ซื่อเยี่ยนพูดเสียงดังทันทีที่เข้าบ้าน
อวี่โส่วกวงก็กำลังนั่งกลุ้มใจ มองฝนตกอยู่นอกหน้าต่าง พอได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งหนักใจ “อ้าว เสี่ยวสวี่เองเหรอ คิดว่าไง? ฝนจะตกแบบนี้ไม่หยุดอีกเหรอ?”
“ลุงครับ ตอนนี้ไม่ใช่แค่กลัวจะเกิดหรือไม่เกิดปัญหา แต่ต้องคิดถึงกรณีที่มันแย่ที่สุดไว้ก่อน ผมดูแล้วฟ้านี่มันผิดสังเกต ฝนคงไม่หยุดง่าย ๆ หรอกครับ
รีบเรียกคนเลยลุง ถึงสุดท้ายไม่เกิดอะไรขึ้น เราก็แค่เสียเวลา แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง จะได้ไม่สาย!”
ไม่ใช่แค่ “ดูแล้ว” หรอก เขา “รู้แน่นอน” ต่างหาก
ในชีวิตก่อนหน้า ช่วงวันที่ 26-28 สิงหาคม ปี 1982 ที่เขาเคยอยู่มา ฝนตกหนักทั่วทั้งพื้นที่ฟู่ซง แม่น้ำเฮยเหอและซงเจียงเหอระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเขายังอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่ของครอบครัว บ้านเขาอยู่ริมแม่น้ำ แม้จะตั้งอยู่บนที่สูงจนพ้นน้ำท่วม แต่ตอนน้ำขึ้นสูงสุด ก็มาถึงไม่ห่างจากบ้านนัก
เขาจำภาพน้ำหลากที่ซัดไก่ หมู เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ไม้ท่อนโต ๆ ไหลมากับกระแสน้ำได้แม่นยำ
หลังน้ำลด ผู้คนก็พากันไปเก็บของตามริมฝั่ง ไม่ต้องพูดถึงอะไรอื่น แค่ฟืนไม้ก็เก็บได้เป็นกองโตแล้ว
ตอนนั้นใครเจอฟืน ไม่ต้องรีบหอบกลับบ้าน แค่เอาไม้หลิวผูกไว้ คนอื่นก็รู้แล้วว่า “มีเจ้าของ” ไม่มีใครกล้าแตะ
เขาเองก็ด้อม ๆ ไปเก็บมาได้กองโต ยิ่งสะท้อนว่าพื้นที่ต้นน้ำโดนน้ำพัดจนต้นไม้ล้มระเนระนาด
ในตัวเมืองฟู่ซงยิ่งแย่ไปใหญ่ทั้งเมืองเหมือนโดนน้ำล้อมไว้ ถนนหลายสายน้ำท่วมเข้าไปถึงบ้านเรือน บางเขตในตัวอำเภอหรือชุมชนรอบนอกก็ได้รับความเสียหายร้ายแรง
จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา อวี่โส่วกวงรู้ทันทีว่าเชื่อคำพูดของสวี่ซื่อเยี่ยนน่ะ ไม่ผิดแน่
เขาเองก็กลัวเรื่องฝนนี้อยู่แล้ว พอได้ยินแบบนี้ ก็รีบลุกทันที
ทั้งสองสวมเสื้อกันฝน รีบวิ่งไปยังสำนักงานกองการผลิตประจำหมู่บ้าน ใช้ลำโพงประกาศเรียกคน
ก่อนอื่น ให้ทุกบ้านส่งแรงงานหนุ่มสาวไปรวมตัวกัน เตรียมพร้อมขึ้นเขา
จากนั้นก็ประกาศเตือนชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำหวงหนีเหอ รีบเก็บของอพยพขึ้นที่สูงไปอยู่บ้านญาติหรือเพื่อนบ้านก่อน
พอสองกองประกาศข่าวออกไป กองที่หนึ่งและกองที่สามก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เลขาของแต่ละกองก็รีบมาถามไถ่
พอรู้ว่าเป็นความเห็นของสวี่ซื่อเยี่ยน สองเลขานั้นก็ไม่ลังเล รีบกลับไปแจ้งสมาชิกในกองตัวเอง ให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก
“เสี่ยวสวี่ อย่าเพิ่งไปแม่น้ำเฮยเหอเลย ไปที่ที่ว่าการอำเภอก่อน ไปบอกความคิดเห็นนายกับเลขาเฉิน ถ้าเลขาเฉินเห็นด้วย อาจต้องรายงานขึ้นเขตเลยนะ”
อวี่โส่วกวงเห็นเขาจะไปกับทีมไปดูแม่น้ำ ก็ดึงกลับไว้แล้วสั่งให้ไปพบเลขาประจำตำบล
“อ้อ ได้ครับ เข้าใจแล้ว”
สวี่ซื่อเยี่ยนชะงักนิดหน่อย จะพูดว่า เลขาเฉินจะฟังเขาเหรอ? เลขาประจำตำบลไม่ใช่อวี่โส่วกวง เขาอาจไม่เชื่อใจก็ได้
แต่คิดอีกที ต่อให้เขาไม่เชื่อ อย่างน้อยก็ได้แจ้งไว้ ถ้าท้ายที่สุดมีการนำไปใช้ ก็ยังช่วยลดความเสียหายได้บ้าง
ว่าแล้ว เขาก็ออกวิ่งจากที่ทำการกองที่สองตรงไปยังที่ว่าการตำบลทันที
โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเริ่มทำงาน มีคนเดินเข้าออกพลุกพล่าน บ้างก็กางร่ม บ้างก็คลุมเสื้อฝน
สวี่ซื่อเยี่ยนตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของเลขาเฉิน เคาะประตูแล้วเข้าไป
“เลขาเฉินครับ คือ...ผมมีเรื่องอยากจะรายงานครับ” เขาเอ่ยทันทีที่เข้าไป
เฉินเจี้ยนจาง เลขาธิการตำบลตงกัง กำลังจัดการงานอยู่ พอเห็นว่าเป็นสวี่ซื่อเยี่ยนก็ถึงกับแปลกใจไม่น้อย
“อ้าว!เสี่ยวสวี่ มาได้ยังไง? ที่กองของพวกเธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
“เลขาเฉินครับ…ฝนแบบนี้ดูแปลก ๆ ผมกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมขึ้นมา เลยอยากถามว่า…เราน่าจะลองสอบถามสถานีอุตุนิยมฯ หรือไม่ก็ทางอำเภอดูไหมครับ?”
สวี่ซื่อเยี่ยน ไม่ได้พูดโต้ง ๆ ว่าเขา มั่นใจ ว่าจะมีพายุหรือน้ำท่วม เพราะในระดับตำแหน่งเขายังไม่มีน้ำหนักพอจะออกคำเตือน เขาจึงเสนออย่างถ่อมตัวให้เฉินเจี้ยนจางลองสอบถามฝ่ายที่มีอำนาจแทน
จากสุสานวีรชนไปทางตะวันออกไม่ถึงห้าร้อยเมตร มีสถานีอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติที่เพิ่งสร้างใหม่ได้ไม่กี่ปี
ภายในมีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันสำหรับตรวจสอบและเก็บข้อมูลสภาพอากาศ
ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ไม่ใช่ช่วงหน้าร้อนจัด ตามสภาพอากาศทั่วไปไม่น่าจะมีฝนตกหนักแบบนี้
แต่เมื่อเฉินเจี้ยนจางหันไปมองฝนนอกหน้าต่าง เขาก็เริ่มขมวดคิ้ว ตัดสินใจคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา หมุนที่มือหมุนข้างเครื่อง
“ฮัลโหล... ต่อสายให้ฉันไปสถานีอุตุนิยมวิทยาตงกังที”
ไม่นานนัก คนต่อสายก็เชื่อมต่อกับสถานีอุตุให้เรียบร้อย
เฉินเจี้ยนจางก็สอบถามทันทีว่า ฝนนี้จะตกต่อไปอีกไหม? คาดว่าจะตกถึงเมื่อไหร่?
ผลคือ... หัวหน้าสถานีกลับตอบแบบอ้ำอึ้งไม่รู้เรื่อง บอกอะไรแน่นอนไม่ได้เลย
เฉินเจี้ยนจางได้ยินแล้วถึงกับโกรธ วางสายปัง “ไร้ประโยชน์จริง ๆ! ไม่รู้จะสร้างสถานีอุตุนิยมไว้ทำไม!”
“ว่าแต่เสี่ยวสวี่ พวกเธอในทีมนั้นกับอวี่โส่วกวงตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่?”
เฉินเจี้ยนจางนึกถึงตอนที่เคยเจอเรื่องน้ำค้างแข็งเมื่อปีก่อนขึ้นมาได้ ครั้งนั้นก็เป็นเจ้าหนุ่มตรงหน้าที่เสนอแนะก่อน แล้วอวี่โส่วกวงก็ตอบสนองทันที ทำให้กองที่สองไม่เสียหายอะไรเลย
คราวนี้ ตาเฒ่าอวี่นั่น...ไม่แน่อาจกำลังจัดการเรื่องอยู่เงียบ ๆ อีกก็ได้?
“โอ้ ตอนนี้เลขาเราออกไปจัดทีมอพยพคนที่อยู่ริมแม่น้ำหวงหนี่เหอแล้วครับ แล้วยังส่งคนไปดูพื้นที่เพาะโสมริมแม่น้ำเสี่ยวเฮยเหอด้วย
ส่วนกองที่หนึ่งกับกองที่สาม ก็น่าจะเริ่มเคลื่อนย้ายคนออกจากพื้นที่ริมน้ำแล้วเหมือนกันครับ”
เรื่องพวกนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง สวี่ซื่อเยี่ยน ก็บอกตามตรง
“ที่ผมมา ก็เพราะเลขาของเราให้ผมมาแจ้งข่าวกับท่านเลขาเฉิน เผื่อฝ่ายอำเภอจะมีคำสั่งเพิ่มเติมครับ”
เฉินเจี้ยนจางได้ฟังก็เข้าใจทันทีกองหนึ่งกับกองสาม พอโดนผลกระทบมาก่อนจากครั้งก่อน คราวนี้เลยรีบเอาอย่างกองสอง กลัวว่าถ้าชักช้าอีกจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีก
ส่วนกองสองน่ะหรือ? อวี่โส่วกวงแทบจะเชื่อฟังเจ้าหนูสวี่ซื่อเยี่ยน คนนี้แทบทุกอย่าง
ดังนั้น ทั้งสามกองจึงไม่ได้รอคำสั่งจากฝ่ายอำเภอเลย ตัดสินใจดำเนินการเองหมดแล้ว
“ดี งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบสั่งให้คนไปแจ้งเตือนกองซีเจียง เอี้ยนเจียง และซินฮวา”
ทั้งสามกองนี้อยู่ติดลำแม่น้ำซงฮวาเจียงสายแรก หากเกิดอะไรขึ้น กองพวกนี้แหละที่จะโดนอ่วมที่สุด
พูดจบ เฉินเจี้ยนจางก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง แล้วโทรไปที่อำเภอ
“ฮัลโหล เลขากวนครับ คือผมมีเรื่องจะเรียนปรึกษานิดหน่อย ที่อำเภอเรานี่ ทางกรมอุตุนิยมมีประกาศเตือนล่วงหน้าอะไรเกี่ยวกับฝนวันนี้ไหมครับ?”
เฉินเจี้ยนจางไม่กล้าพูดแนะนำโดยตรงกับเบื้องบน จึงอ้อมค้อม ถามความคิดเห็นของผู้ใหญ่แทน
“อืม อืม ไม่ได้มีเจตนาอะไรครับ แค่รู้สึกว่าฝนวันนี้มันผิดปกติไปหน่อย...
ตอนนี้กองของเราหลายกองเริ่มเตรียมการกันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ผมเองยังไม่แน่ใจ ก็เลยอยากขอคำแนะนำจากท่านนิดนึงครับ”
ฝนเริ่มตกตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ตอนนี้เพิ่งแปดโมงเช้า
คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันไหวตัว คิดว่าเป็นแค่ฝนฤดูใบไม้ร่วงธรรมดาเท่านั้นเอง
ก็แน่ล่ะไม่ใช่ทุกคนที่มีประสบการณ์จากชาติก่อนอย่างสวี่ซื่อเยี่ยนนี่นา…







