ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 99
บทที่ 99 ทุกคนหัวเราะจนบ้า! คอมเมนต์กระสุนเดือด นี่มันเพี้ยนเกินไปแล้ว!
“ไอ้ดาราตกกระแส แกอย่ามาก…” อาจารย์หวงอ้าปากจะด่า ทว่าทันใดนั้น ลวี่หมิงก็ฟาดปลาไหลนาเข้าที่หน้าอาจารย์หวง เปรี้ยง! เสียงด่าขาดหายไปพร้อมๆ กับที่อาจารย์หวงหน้ามืดตาลาย กำลังจะหันตัวหนี ทว่าเท้าสะดุดล้มคว่ำลงไปกับพื้น
ลวี่หมิงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม โผขึ้นคร่อมอาจารย์หวง แล้วเอาปลาไหลนาฟาดหน้ารัวๆ!
ซ้ายที ขวาที!
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
เสียงใสกังวานดังสลับไปมา ไม่ขาดสาย!
แรกๆ อาจารย์หวงยังลนลานดิ้นรน แต่พอโดนปลาไหลนาลื่นๆ ฟาดมั่วซั่วเข้าที่หน้า อยู่ๆ เขาก็โดนจนงงเป็นไก่ตาแตก
ครู่ต่อมา ไม่รู้เพราะสภาพจิตใจโดนกระตุ้นหนักเกินไป หรือเพราะสภาพจิตใจถูกทำลายจนรับไม่ไหว อาจารย์หวงก็เลิกด่า เลิกขัดขืน หลับตาปี๋เหมือนยอมจำนน
ลวี่หมิงเหมือนยังไม่หนำใจ หน้าเหี้ยม ดวงตาดุดัน เขาหยิบปลาไหลนาที่นอนนิ่งไปแล้ว แถมโดนฟาดจนเลือดซิบ พันรอบคออาจารย์หวงทำเป็นปม จากนั้นก็ดึงกระชากเต็มแรง
อาจารย์หวงตาเหลือก เหมือนโดนรัดคอจนอยากร้องไห้ แล้วน้ำตาผู้เฒ่าก็ไหลพราก
“ฮืออออออ…”
ลวี่หมิง: “???”
เขาชะงักมือ ปล่อยให้ปลาไหลนาพันคออาจารย์หวงไว้ แล้วสติก็ค่อยๆ กลับมา
[6666!]
[กูจะขำตายอยู่แล้ว!]
[ที่ไหนมีดาราตกกระแส ที่นั่นมีเรื่อง ส่วนใหญ่ก็มีมุกให้ขำด้วย]
[ไม่ใช่แค่มุกขำแล้วล่ะ มุกทั้งจอเลยพี่ อายุ 40 แล้ว ตั้งแต่ญาติจากไป ชีวิตก็เหมือนเครื่องจักรหาเงินเลี้ยงบ้าน ถ้าไม่ใช่เพิ่งตกงาน เครียดจนหลับไม่ลง คงไม่กดเข้าห้องไลฟ์สดนี่ พูดจริง หลายปีแล้วไม่ได้หัวเราะจากใจแบบนี้!]
[ขอบคุณดาราตกกระแส รักษาโรคซึมเศร้าฉันหาย!]
[ไม่เคยเห็นรายการที่ปังระเบิดขนาดนี้มาก่อน!]
[เพี้ยนเกิน พี่อยู่เตียงบนขำจนตัวกระตุก เตียงล่างตื่นงัวเงีย ลุกมาถามตื่นเต้นเหมือนเจอขุมทรัพย์ว่าเมล็ดพันธุ์อะไรเด็ดขนาดนี้ ถึงกับให้พี่ไขก๊อกตอนตีสี่ครึ่ง พี่บอกไม่มีเมล็ด เขาไม่เชื่อ คิดว่าพี่กั๊กของ สาบานต่อฟ้าดิน พี่ไม่ได้ดูเมล็ดอะไรทั้งนั้น!]
[พวกแกเป็นเตียงบนเตียงล่างไม่ใช่ไม่มีเหตุผลนะ]
[สองพี่น้องเรียนจบใหม่ รุ่นน้องเผลอนั่งลงปุ๊บ เตียงหักปั๊บ แล้วอายุขัยในบัญชีชะตาชีวิตก็หายไปสิบปี]
[ดูออกเลยว่าดาราตกกระแสแคร์อาจารย์หวงจริง ฟาดราชานักแสดงหวงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมแซ่หงใช้เข็มขัด แต่พอเป็นอาจารย์หวงดันเปลี่ยนมาใช้ปลาไหล พิสูจน์แล้วว่าคนที่แคร์คุณจริงๆ จะ ‘ปฏิบัติอย่างแตกต่าง’ เสมอ!]
[นิยามคำว่า ‘แคร์’ ใหม่กันเถอะ]
[ปลาไหลนาเอามาทำกับข้าวก็ว่าไปอย่าง เพราะมันเป็นวัตถุดิบ แต่คงไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะถูกเอาไปใช้เป็นแส้ฟาดคน บ้าไปแล้ว!]
[ปลาไหลนาหลังไปเกิดใหม่: อะไรของมันวะ เป็นบ้าเรอะ!]
[ปลาไหลนาตัวนี้มาตายคามือดาราตกกระแส ก็ถือว่าตายในหน้าที่แล้วกัน!]
ไม่มีใครคาดคิดว่า ยังไม่ถึงตีห้า ห้องไลฟ์สดเพนกวินจะมีคอมเมนต์กระสุนถล่มหน้าจอแบบคลั่ง จนภาพไลฟ์ถูกข้อความท่วมไปพักใหญ่
ชาวเน็ตขำกันจนตัวชา!
และพอลวี่หมิงหยุดนิ่ง แกะน้อยจางอี้ซิงก็ลนลานควานหาปุ่มไฟ พอไฟสว่างพรึ่บ ภาพความเละเทะเกลื่อนพื้นก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
ลวี่หมิงหันซ้ายหันขวา ทำหน้าตกตะลึง ก่อนก้มมองมือตัวเอง สีหน้าไม่อยากเชื่อ “ฉันกำลังทำอะไรอยู่? เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นนะ? ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย อื้อ…หัวฉันโคตรเจ็บ แล้วพวกนายมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง?”
PD หนุ่ม: “……”
จางอี้ซิง: “……”
“พี่ชาย นี่พี่กำลังแสดงอยู่ใช่ไหม?” เสี่ยวจูทำหน้ามึน ไม่เชื่อสายตา มองลวี่หมิงถามขึ้น
ลวี่หมิงเหลือบตามองมา จักรพรรดิแห่งการเต้นผู้ลือนามกลับถอยกรูดไปหลายก้าว เว้นระยะห่างจากลวี่หมิง สีเสียงอ่อนแรง “บอกไว้ก่อนนะ นายก่อเรื่องแล้ว! นายก่อเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว!”
“ฉันก่อเรื่องอะไร?” ลวี่หมิงงงงวย
เสี่ยวจูชี้ไปไม่ไกล สีหน้าจริงจัง “ดูเองเถอะ!”
ตอนนี้ราชานักแสดงหวงนอนหงายอยู่บนพื้น คร่ำครวญไม่หยุด “โอ๊ย แม่เอ๊ย แม่จ๋าของฉัน ทำบาปเวรอะไรไว้เนี่ย!”
แก้มซ้ายขวาของราชานักแสดงหวงแดงเถือกเป็นผืน ลายยาวสีแดงเข้มเป็นเส้นๆ ไขว้กันไปมา ราวกับมีศิลปินมาวาดรูปบนใบหน้าเขา ความเป็นนามธรรมยิ่งชัด เมื่อเสียงโอดโอยสำเนียงท้องถิ่นของเขาดังขึ้น รอยเฆี่ยนบนหน้ายิ่งค่อยๆ กลายเป็นสีม่วงคล้ำ น่าหวาดเสียวสุดๆ!
“เจ็บจะตายอยู่แล้ว หน้าเอ๊ย เอวเอ๊ย หัวเอ๊ย…” หงเหลยขดตัวกลิ้งซ้ายกลิ้งขวา พยายามลดความเจ็บปวด
บนหน้าเขาก็มีรอยหวดทแยงตัดกันยุ่บยั่บไม่เป็นระเบียบ น่าสลดสิ้นดี ยิ่งปากเลอะเลือดทั้งปาก ยิ่งทำให้เขาดูดุร้ายชวนขนลุก!
พอมองเห็นชัด หงเหลยก็ปาดริมฝีปากทีหนึ่ง มือเปื้อนเลือดข้นเหนียวเต็มฝ่ามือ โอ้โห ทีที่หวดปากเมื่อกี้ เล่นจนริมฝีปากเขาแตกยับเลย!
แค่ดาราตกกระแสเองนะ ต้องออกแรงควายขนาดไหนกัน!
“เลือด เลือดฉันไหล เลือดไหลเป็นสายเลย!” หงเหลยเบิกตากลมโพลง หน้าตาไม่อยากเชื่อ ก่อนจะทรุดตัวนอนคว่ำกับพื้นครางระงมเหมือนจะขาดใจ “ทั้งชีวิตไม่เคยโดนซ้อมโหดแบบนี้มาก่อน! ยังมีกฎหมายของแผ่นดินไหม? ยังมีกฎหมายไหม? ยังมีฟ้าดินไหม?!”
สภาพอนาถของสองคนนั้นทำเอาชาวเน็ตอ้าปากค้าง
[โคตรน่าสงสาร!]
[นี่มันโหดเกินไปแล้ว!]
[สงสารราชานักแสดง สงสารนักแสดงชายยอดเยี่ยม!]
แฟนคลับนับไม่ถ้วนยิ่งร้องกันระงม ว่าพระเอกของบ้านตัวเองช่างอาภัพ แฟนคลับที่ติดตามมาทั้งชีวิต กลับต้องมาดูไอดอลโดนซ้อมหนักขนาดนี้ ใครจะรู้ว่าฉากนี้ทำร้ายจิตใจพวกเธอแค่ไหน…
ชั่วพริบตาเดียว
คอมเมนต์กระสุนก็พุ่งด่าใส่ลวี่หมิงเป็นห่าฝน
……
ในห้องควบคุมของทีมรายการ ผู้กำกับเหยียนซวี่ที่ดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านมอนิเตอร์ถึงกับเบิกตาโพลง รู้สึกว่าประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในวงการบันเทิงจีนของตนนั้นสูญเปล่าไปเลย
เมื่อเทียบกับอุบัติเหตุไลฟ์สดตรงหน้า พวกเหตุการณ์จิ้บจ๊อยที่เคยเจอมาก่อน เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมนุษยสัมพันธ์ พูดไปแล้วมันจะเรียกว่าเอฟเฟกต์รายการได้ยังไงกัน?
นี่แหละคือเวทีใหญ่ของจริง!
ครั้นถอนหายใจ ผู้กำกับก็พลันนึกถึงผู้กำกับลู่ฮ่าว ผู้ที่ตอนนี้เหินสู่การเป็นอันดับหนึ่งสายวาไรตี้ของวงการบันเทิงจีน ดีที่เขาตามดูรันนิ่งแมนทุกไลฟ์ไม่เคยตก รู้ดีว่าลวี่หมิงเพี้ยนได้ขนาดไหน เลยกันไว้ก่อนหนึ่งมือ พอไปปลุกจางอี้ซิงด้วยตัวเองแล้ว ก็ไม่ร่วมอัดรายการในช่วงต่อมา
ไม่งั้น ผู้กำกับของทีมรายการอย่างเขา คงได้โดนหวดสักเส้นกลางความโกลาหลนี่แน่…
พอเห็นภาพสภาพยับเยินของราชานักแสดงหวงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมแซ่หง เขาก็ทั้งสงสารทั้งโล่งอก ตามหลักแล้ว เกิดอุบัติเหตุไลฟ์สดแบบนี้ ผู้กำกับควรออกไปคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะต้องให้คำตอบกับผู้เสียหาย แต่พอเห็นตัวเลขหลังบ้านของห้องไลฟ์สด เหยียนซวี่กลับยืนเท้าไม่ยอมขยับ
คุมความยุติธรรมงั้นหรือ?
ยังไม่ถึงตีห้า ตัวเลขพุ่งขนาดนี้
ระดับไหนไม่ระดับไหน รุ่นพี่ไม่รุ่นพี่ ทำวาไรตี้ก็ต้องเอาเอฟเฟกต์รายการเป็นที่ตั้งไม่ใช่หรือ?
ปล่อยให้พวกเขาโลดโผนไปเถอะ!
……
ลวี่หมิงเห็นทุกคนร้องโอดโอย ก็รีบวิ่งไปนั่งยองๆ ประคองอาจารย์หวงที่คร่ำครวญให้ลุกนั่งตรง เอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ราชานักแสดงหวง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”
“ดูสภาพข้าสิ เหมือนคนไม่เป็นอะไรหรือไง?!” ราชานักแสดงหวงทำหน้าเดือด
ลวี่หมิงได้ยินก็เหมือนเข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วผลักพรืด ซ้ำดันอาจารย์หวงให้หงายลงพื้นอีกครั้ง ดัง “ตึง”
ราชานักแสดงหวง: “???”
เขาเผลอจะยันตัวลุกขึ้น แต่ก็โดนลวี่หมิงดันล้มลงไปอีกครั้ง
“ไม่ใช่ นายจะทำอะไรของนาย?!” ราชานักแสดงหวงเดือดดาล
สีหน้าลวี่หมิงก็เย็นลงจริงจังขึ้น “ไม่นึกเลยว่าการเจอกันครั้งแรกจะเป็นแบบนี้ จะปิดบังไปก็ใช่ที่ ก่อนเจออย่างเป็นทางการ ผมเป็นแฟนคลับของคุณมาตลอด แต่ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าพวกคุณจะบุกเข้าห้องผมตอนดึกดื่น แล้วยังจับงูมาเป็นพวงๆ มาหลอกให้ผมตกใจ พูดกันตรงๆ เลยนะ มันเสียมารยาทเกินไป!”
“ว่ากันตามกฎหมายแล้ว ผมแจ้งตำรวจจับพวกคุณได้เลยนะ!”
ราชานักแสดงหวง: “???”
นักแสดงชายยอดเยี่ยมแซ่หงที่เมื่อกี้ยังบ่นๆ อยู่ คราวนี้ผุดลุกนั่งทันที เบิกตากลม “นาย? ยังกล้าพูดว่าพวกเราทำตัวเสียมารยาทอีกเหรอ?!”
“ตกลงใครกันแน่ที่เสียมารยาท!” เสี่ยวจูก็เดินเข้ามาช่วยเสริม “ดูสิว่านายซัดราชานักแสดงหวงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมแซ่หงปางตายขนาดไหน ทำแบบนี้กับรุ่นพี่ได้ด้วยหรือไง? นี่มันอาชญากรรมนะ!”
“มันโค่นฟ้าคว่ำดินชัดๆ!” ไม่ไกลกัน อาจารย์หวงที่ตอนแรกน้ำตาร่วงเงียบๆ ก็ลุกขึ้นนั่ง ด่าลั่น “มันก็แค่เกม แต่ดาราตกกระแสดูท่าเล่นไม่เป็น เลยฉวยโอกาสเอาคืน ซัดพวกเราต่อหน้าคนดูจนเละเป็นหน้ากลอง ถึงฉันจะไม่เอาเรื่อง แต่ราชานักแสดงหวงกับหงเหลยกำลังอยู่ช่วงจุดสูงสุดของงาน แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจะกระทบเขาหนักแค่ไหนรู้ไหม?”
“ความเสียหายด้านมูลค่าทางการค้า ต่อให้ขายตัวนายก็ยังชดใช้ไม่พอ!”
“ทีมรายการต้องให้คำอธิบายกับพวกเราด้วย!”
PD หนุ่มเห็นอาจารย์หวงขึ้นเสียงถาม ก็รีบหยิบวิทยุสื่อสารออกมาเตรียมพร้อม เขาเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ ไม่กล้าแบกความรับผิดชอบกองโตแบบนี้หรอก
“เล่นเกมต้องถึงขั้นเอางูมาหลอกคนด้วย?!” ลวี่หมิงฮึดฮัด
อาจารย์หวง: “ฉันบอกอีกครั้งนะ นั่นมันปลาไหลนา!”
“ผมไม่สน ตอนนั้นมันมืดมาก แล้วผมกำลังหลับอยู่ พวกคุณปลุกผมจนตกใจ ใครจะมีเวลามานั่งแยกแยะในความมืดขนาดนั้นกันล่ะ? สรุปแล้วนั่นก็คืองู!”
“ผมกลัวงูมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่เห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเป็นเส้นๆ แบบนี้ ผมขนลุกซู่ทุกที พวกคุณเอาอะไรแบบนี้มาหลอกกลางดึก ถือเป็นการบุกเข้าห้องกระทำผิด ผมมีสิทธิ์เอาผิดความเสียหายที่พวกคุณทำต่อจิตใจผม!”
“ถ้าอนาคตผมมีปมในใจจากเรื่องนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของผม ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหารบำรุง ค่าขาดงาน รวมถึงค่าความเสียหายทางจิตใจ!”
[??]
[ยังจะมาทำท่าถูกกระทำอีกเหรอ?]
[เข้าใจว่าอึดอัดได้ แต่จะเรียกค่าเสียหายกลับนี่มันเพี้ยนจริงๆ!]
[เขานี่เลียนแบบมาจากเจิ้งเจี่ยเป๊ะเลยนะ วาทกรรมแบล็กเมล์นี่เหมือนหล่อออกมาจากพิมพ์เดียวกัน]
[ขำตาย แท็กเจิ้งเจี่ยมาดูหน่อย!]
ทุกคนโดนลวี่หมิงสวนจนหน้าแดงหูแดง แต่ดันเถียงไม่ค่อยออก เพราะที่เขาพูดก็มีเหตุผลอยู่ ทำให้โทสะที่คุกรุ่นหาทางระบายไม่ได้ ต่างคนต่างขันสมองคิดหาคำโต้แย้งกันยกใหญ่
“แล้วไอ้ที่เราถูกซ้อมยับนี่ล่ะ ถือเป็นอะไร?!” ราชานักแสดงหวงซัก
ลวี่หมิงยกมือแบ “ก็ซวยเองสิ!”
สีหน้าทั้งสามคนมืดครึ้ม แทบสำลักคำนี้ตายคาที่
“ในห้องของผม คุณมารุกรานผม การต่อต้านทั้งหมดของผมเป็นการป้องกันตัว และในตอนนั้นงูก็อยู่ในเสื้อผ้าผม คนดีๆ ที่ไหนจะทนไหว? ตอนนั้นผมสติไม่อยู่กับตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไร สมองมันตื้อไปหมด!”
“แกล้งกันขนาดนี้ ผมไม่ช็อกคาที่ก็นับว่าหัวใจแข็งแรงพอแล้ว คุณยังควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำ ถ้าผมสภาพจิตใจอ่อนแอหน่อย ตกใจตายขึ้นมา คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งหมดได้ร้องไห้หลังกำแพงแน่!”
ราชานักแสดงหวง: “??!”
นักแสดงชายยอดเยี่ยมแซ่หง: “?!!”
อาจารย์หวง: “หา?!”
โอ้โห สรุปแล้วพวกเรายังต้องขอบคุณที่ดาราตกกระแสอย่างนายลงมือซัดเราอีกงั้นสิ?!
ไร้สาระ!
ช่างไร้สาระจริงๆ!
ทั้งสามคนเดือดจนตัวสั่นเป็นพักๆ
อาจารย์หวงโต้กลับด้วยความตื่นเต้น “ดาราตกกระแส นายอย่ามาเหมารวมขึ้นชั้น นั่นมันก็แค่เกม ทีมรายการอนุญาต!”
“ใช่ เราแค่ทำภารกิจ!” หงเหลยก็เสริมตาม
PD หนุ่มหยิบวิทยุขึ้นมา ก็มีเสียงผู้กำกับดังออกมาในนั้นว่า “อาจารย์หวง กรุณาระวังคำพูดด้วย ตอนแรกทีมรายการมอบภารกิจให้คุณแค่ไปเป่าลมข้างหูลวี่หมิง ส่วนการเลือกเอาปลาไหลนาเข้ามาแกล้งนั้น เป็นความสมัครใจของคุณเอง ไม่เกี่ยวกับทีมรายการ มีหลักฐานเป็นคลิปไลฟ์สด!”
อาจารย์หวง “……”
เวรเอ๊ย ลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย
พอลวี่หมิงได้ยิน ดวงตาเขาก็สว่างวาบ เขาวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงทันที
“นายจะทำอะไร?” ราชานักแสดงหวงชะงัก
ลวี่หมิง: “พวกคุณบุกเข้าห้อง ทำให้ตอนนี้หัวใจดวงน้อยๆ ของผมเต้นตึกตักไม่หยุด ผมถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ผมจะขอให้คุณตำรวจมาช่วยทวงความยุติธรรมให้ผม!”
ทุกคนพากันเงียบกริบ แต่พอเห็นลวี่หมิงกดตัวเลขสามหลักในโทรศัพท์และต่อสายจริงๆ หน้าตาทุกคนก็พลันเปลี่ยนสี
แม้ในใจจะรู้สึกคับแค้นอีกเป็นหมื่นเป็นพัน แต่ก็ต้องกัดฟันกลืนเลือดลงท้อง เพราะเรื่องนี้พวกเขาเองก็ผิดเต็มๆ…
“ดาราตกกระแส!” ราชานักแสดงหวงรีบฝืนยิ้มที่บิดเบี้ยวจนแทบร้องไห้ “ฟังก่อน นี่มันเป็นความเข้าใจผิด เรานั่งลงคุยกันดีๆ ได้”
ลวี่หมิงชะงักมือที่กำลังกดโทรศัพท์ แล้วแบมือข้างหนึ่งออกมา
“หมายความว่ายังไง?”
“ห้าร้อย!”
ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก มีแต่จางอี้ซิงที่สงสัย “500 หยวน?”
“ห้าร้อยหมื่น (ห้าล้าน) ค่าความเสียหายทางจิตใจ สำหรับการบำบัดจิตใจของผมต่อจากนี้ ผมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตมาก ฉะนั้นผมจะไปหาจิตแพทย์ที่ดีที่สุดในระดับนานาชาติให้ฟื้นตัว!” ลวี่หมิงพูดอย่างมีเหตุมีผล
ทุกคน: “……”
ไอ้ซือหม่าดาราตกกระแสเอ๊ย!
คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คนไหนไม่ใช่รุ่นพี่ของนาย ราชานักแสดงหวงกับหงเหลยในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ แค่กระดิกเท้าทีวงการก็สั่นสะเทือน นายแม่งไม่รู้ที่ต่ำที่สูง หรือจริงๆ ไม่คิดจะเอาตัวรอดในวงการบันเทิงจีนแล้วกัน ถึงได้กล้ากลับกลอกโค่นฟ้าคว่ำดิน มาทวงค่าชดเชยจากพวกเขา คนที่เป็นฝ่ายโดนเล่นงานน่ะเรอะ?
[คนที่ควรเข้ารับการบำบัดจิตใจที่สุด ไม่ใช่ราชานักแสดงหวง อาจารย์หวง แล้วก็หงเหลยเหรอ?]
[ดูเหมือนดาราตกกระแสจะหน้าหนาจริงๆ!]
[นายซัดลุงๆ ของพวกเราซะยับ แต่นายไม่เป็นไรสักนิด แล้วยังกล้ามารีดไถกันต่อหน้าอีก คิดว่าเป็นดาราตกกระแสแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ? นายอาจไม่ต้องมีศีลธรรมก็ได้ แต่กติกากฎหมายต้องมี!]
[รายงานแล้ว รอทางการตอบกลับ!]
[แฟนคลับของราชานักแสดงหวงกับหัวเฉียง ใจเย็นหน่อย คิดว่าตัวใหญ่แล้วจะรังแกคนได้เหรอ ฉันว่ามันชัดๆ เลยนะว่าอาจารย์หวงทั้งสามคนรวมหัวกันคิดเล่นงานดาราตกกระแส สุดท้ายโดนสวนกลับต่างหาก ทั้งทางอารมณ์และเหตุผล ฝั่งคุณผิดก่อนชัดๆ!]
[นั่นสิ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ใครเจ็บกว่าคนนั้นถูกแล้ว ดาราตกกระแสรายนี้ยังไม่ถึงขั้นป้องกันตัวเกินกว่าเหตุด้วยซ้ำ ทางศีลธรรม เขาไม่เอาเรื่องก็ถือว่าให้หน้าแก่รุ่นพี่แล้ว จะเอาอะไรอีก ทางกฎหมาย พฤติกรรมทั้งหมดของเขาเข้าเงื่อนไขการป้องกันตัวเต็มๆ!]
[ทุกคนก็เป็นดาราที่มาร่วมรายการเหมือนกัน เขารู้ว่าเป็นราชานักแสดงหวงกับพวก ยังกล้าใช้เข็มขัดฟาด แบบนี้ไม่ต้องรับผิดชอบเหรอ?]
[หนึ่ง ตอนนั้นในห้องมืดมาก ดาราตกกระแสไม่รู้ว่าใครเป็นใคร สอง เขาถูกทำให้ตกใจสุดขีด จนสภาพจิตใจผิดปกติ เขายังบอกเองว่าสมองมึน ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ แบบนี้ไม่ต้องรับผิดชอบสิถูกแล้ว]
[เขาพูดว่าไม่รู้ ก็แปลว่าไม่รู้งั้นเหรอ พูดว่าเสียสติก็แปลว่าเสียสติ?]
[งั้นเชิญแฟนคลับราชานักแสดงพิสูจน์ด้วยว่า ดาราตกกระแสมีสติครบถ้วนตลอดเหตุการณ์!]
[พิสูจน์ยังไง?]
[ก็เอางี้ พอไอดอลของคุณหลับแล้ว จับงูสามตัวใส่ไว้ในเสื้อ ถ้าคนที่ตื่นมาสามารถควบคุมอารมณ์ได้สงบ และทำโจทย์คูณหารในสิบข้อภายใต้เลขไม่เกิน 100 ได้ ฉันยอมจ่ายแทนดาราตกกระแสเอง!]
[……]
ชาวเน็ตสารพัดสำนักเข้ามาเปิดศึกโต้เถียงกันยกใหญ่บนคอมเมนต์กระสุน
ขณะเดียวกัน ราชานักแสดงหวงกับพวกเห็นลวี่หมิงไม่ไว้หน้ารุ่นพี่เลยสักนิด ก็ทำให้พวกเขามองดาราตกกระแสคนนี้ใหม่หมด อยู่ในวงการบันเทิงจีนมาตั้งนาน คนที่ไม่ให้เกียรติรุ่นพี่ แถมยังกล้าล่วงเกินสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์อย่างพวกเขาแบบนี้ ยังไม่เคยเจอจริงๆ
ราชานักแสดงหวงว่าขำปนงง “นายตั้งราคาแบบนี้มาจากไหน?”
“ก็เพราะคุณเรียกผมว่าดาราตกกระแส นั่นมันการดูหมิ่นกันโต้งๆ เลย!”
“งั้นถ้าฉันเรียกชื่อนายล่ะ?”
“ก็ห้าล้านเหมือนกัน!”
“เดี๋ยว มันต่างกันตรงไหน?”
“ถ้าคุณเรียกว่าพี่ท็อปสตาร์ งั้นผมถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันเป็นเพื่อน ก็แล้วกัน!” ลวี่หมิงเชิดหน้าพูดอย่างหยิ่งๆ
ทั้งสามคนโดนประโยคนี้ของเขาทำเอาใบ้กินทันที
พวกเราคนไหนก็อายุมากจนจะเป็นพ่อแกได้หมดแล้ว อาจารย์หวงถึงจะไม่ใช่ตัวท็อป แต่ที่เหลืออีกสองคน คนหนึ่งเป็นราชานักแสดง อีกคนเป็นนักแสดงชายยอดเยี่ยม แกเป็นดาราตกกระแสมีทราฟฟิกอยู่นิดหน่อยนี่ไม่เจียมตัวเลยหรือไง?
พี่ชายเอ๊ย กล้ามาก!
แต่สามคนที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิด ก็รู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาเถียงเรื่องพวกนี้ มันเสียหน้ามากเกินไป
ราชานักแสดงหวงพูดอย่างจริงจังว่า “ห้าล้านใช่ไหม งั้นถือว่าทำความรู้จักกันเป็นเพื่อน เราสามคนช่วยกันออก!”
“ไม่ ผมหมายถึง คนละห้าล้าน!” ลวี่หมิงยืนยันหนักแน่น
ทุกคน: “……”
นี่แกไม่รู้จักเจียมตัวเลยสักนิดจริงๆ หรือไง
แน่นอนว่าทุกคนไม่ยอม อาจารย์หวงคว้าปลาไหลนาที่ตายสนิทบนคอตัวเองลงมา ชูหัวปลาไหลที่เลือดยังฉ่ำชี้หน้าลวี่หมิงแล้วพ่นน้ำลายใส่คำซักฟอกเป็นชุด
ราชานักแสดงหวงก็ชี้หน้าตัวเอง พ่นน้ำลายกระเซ็นพลางบอกว่าเขาบาดเจ็บสาหัส หน้าพังจนศัลยกรรมก็ช่วยไม่ได้ ส่วนหงเหลยยิ่งกว่านั้น อ้าปากก็ดุเหมือนยักษ์ “รู้จักฉันไหม?” “ให้หน้าฉันสักหน่อย” แถมยังแอบยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ว่า “นายยังอยากพัฒนาดีๆ ในวงการภาพยนตร์ต่อไปไหม”
เมื่อเผชิญหน้ากับมุกทั้งหน้าด้าน ทั้งทำตัวน่าสงสาร ทั้งข่มขู่สารพัดของพวกเขา
ลวี่หมิงทำหูทวนลม!
เขากดโทรศัพท์ต่อสายอย่างเด็ดขาด คราวนี้เอาจริงขึ้นมาหน่อย
ท้ายที่สุด พอเห็นว่าลวี่หมิงไม่กลัวให้เรื่องบานปลาย ก็เป็นผู้กำกับที่ออกมารับบทคนกลาง ถึงได้หาทางทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กให้จบๆ ไป
แต่ก็ไม่กล้าลำเอียงเข้าข้างราชานักแสดงหวงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมหงมากนัก ท้ายที่สุด คนอื่นอาจยังไม่รู้สไตล์ของดาราตกกระแส แต่เขาน่ะรู้ดีที่สุด และแม้ว่าสองบิ๊กเนมจะทรงอิทธิพลก็จริง แต่นั่นมันในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ ส่วนสนามวาไรตี้โชว์ ต้องมองที่ดาราตกกระแส เขามองออกว่าใครกันแน่คือหมากตัวชี้ชะตาว่ารายการนี้จะดังหรือไม่
ดังนั้น เขาเสนอให้ชดเชยลวี่หมิงห้าล้าน ปิดเรื่อง
เงินหล่นใส่ฟรีๆ ใครจะไม่เอา หลังพ้นระยะกล้อง ลวี่หมิงก็ขอให้ทั้งสามคนโอนเงินให้ตัวเองคนละ 1,666,000 หยวนทันที ตัวเขายอมเสียเปรียบนิดหน่อย ลดให้ 2,000
สามเฒ่าหลงจื่อที่กลับเข้าห้องตัวเองแล้ว ทำการโอนเงินด้วยโทรศัพท์มือถือเสร็จ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น พอแน่ใจว่าไม่มีกล้องถ่ายอยู่ ตอนนั้นก็โมโหจนร้องไห้กันออกมา
“ฉันเป็นถึงราชานักแสดง โดนเด็กเมื่อวานซืนเอาเข็มขัดฟาดซะขนาดนี้ หน้าฉันจะเอาไปไว้ที่ไหน ต่อไปเพื่อนร่วมงานจะมองฉันยังไง คนที่บ้านจะมองยังไง แฟนคลับจะมองยังไง?”
“ทั้งชีวิตไม่เคยเสียหน้าได้ขนาดนี้มาก่อน แล้วก็ไม่เคยโดนกดขี่ข่มเหงแบบนี้ด้วย!”







