ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 100
บทที่ 100 กระแสร้อนระอุ! “Go Fighting!” ได้ท็อปสตาร์มาใหม่ เขาถือเข็มขัดไล่ฟาดราชานักแสดง!
ราชานักแสดงหวงยิ่งคิดก็ยิ่งเดือด มองแก้มตัวเองในกระจกที่บวมจนม่วงเข้มก็เดือดปุดขึ้นมา “นี่ตีอะไรขนาดนี้ สมัยฉันวิ่งงานรับบทตัวประกอบยังไม่เคยโดนซ้อมโหดแบบนี้เลยนะ!”
“เดี๋ยวต้องอัดรายการด้วยหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ หน้าแตกยับแค่ไหนกันล่ะ ฟิลเตอร์ไอดอลแตกกระจุยหมดแล้ว!”
“ดาราตกกระแส ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหมอนั่นถึงไม่เป็นที่ชอบหน้าในวงการบันเทิงจีน ไม่น่าแปลกใจว่าหัวเยว่ถึงอยากจะกำจัดเขาทิ้ง ไอ้เด็กเวรนี่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เดี๋ยวก็ได้เจอดีแน่!”
……
ห้องข้างๆ ของหงเหลย
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เป็นคนอื่นมาแกล้งฉันได้วะ ปกติฉันต่างหากที่แกล้งคน! เด็กสมัยนี้ชักกร่างเกินเหตุ เขาไม่เคยได้ยินชื่อฉันหงเหลยรึไง?” หงเหลยมองปากตัวเองที่เลือดอาบ พูดยังอู้อี้ไม่ชัด
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืนขนยังขึ้นไม่ครบ กล้าขนาดเอาเข็มขัดมาฟาดฉัน แถมยังฟาดเข้าหน้ากับปากฉันอีก ช่างไม่มีขื่อมีแปเลยจริงๆ ฉันจะสอนให้มันรู้ซะบ้างว่า ผลลัพธ์ของการไม่เคารพรุ่นพี่เป็นยังไง!”
“โอ๊ย…ซี๊ด ซี๊ด ซี๊ด…”
เพราะเผลอพูดแรงเกินไป ดึงแผลริมฝีปากเข้าอย่างจัง ความแสบร้อนแล่นจี๊ดจนเขาแสยะฟันไม่หยุด
พอดีกับตอนนั้น ผู้จัดการส่วนตัวส่งข้อความมา “คุณขึ้นฮอตเสิร์ชแล้ว”
หงเหลยชะงัก นี่มันเพิ่งผ่านไปกี่นาทีเอง ทำไมขึ้นฮอตเสิร์ชแล้ว?
เขาไม่ตอบ แต่ล็อกอินเข้าเว่ยป๋อไปดู กระแสฮอตเสิร์ช
โอ้โห เวลาตีห้าแบบนี้นะ เวลานี้พนักงานประชาสัมพันธ์ของเว่ยป๋อที่เข้าเวรก็คงหลับคาโต๊ะกันหมดแล้วมั้ง ไอ้พวกนักเขียนเพจการตลาดพวกนั้น ดันลุกขึ้นมาแต่เช้าแปลงร่างเป็นนักข่าวสนามรบ รัวนิ้วพิมพ์ข่าวกันรัวๆ?
บ้าไปแล้วรึไง!
ตั้งแต่หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับ 10 เป็นต้นไป แท็กต่างๆ ทยานพรวดๆ จนถึงขั้นเกิดภาพถล่มหน้าจอ
#วงการบันเทิงจีนสั่นสะเทือน ราชานักแสดงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมพังยับ!#
#เหตุปลาไหลนา “Go Fighting!” ออนแอร์ดึกระเบิดข่าวแรงตั้งแต่เปิดรายการ!#
#“Go Fighting!” มีลุ้นแซง Hurry Up, Brother!#
#ราชานักแสดงร่วมรายการจริง ใช้ชีวิตมาครึ่งค่อน ช่วงหนุ่มๆ ไม่เคยโดนตบตี มาเจอดาราตกกระแสก็ถือว่า ‘อุดช่องโหว่’ แล้วกัน#
#ในสายตาดาราตกกระแส ไม่มีมารยาททางสังคมต่อรุ่นพี่ มีแต่ไม่ยอมก็ซัดให้ยับแบบเพียวๆ!#
#วงการบันเทิงจีนได้ดาวรุ่งมาใหม่ เขาถือเข็มขัดไล่ฟาดราชานักแสดง!#
#หงเหลย: เมื่อก่อนเฟิงเปียวยังไม่กล้าฟาดฉันขนาดนี้เลย!#
#……#
“เวรเอ๊ย ไอ้เพจการตลาดพวกนี้สมองมีรูหรือไง ‘พัง’ บ้านแกสิวะ?!” หงเหลยด่ากระจาย “กูไปพังตอนไหนกันวะ!”
เขากดเข้าโซนคอมเมนต์ แล้วก็เห็นแฟนคลับกองเบ้อเริ่มพิมพ์กันว่า ‘ออร่าบุคคลในดวงใจแตกละเอียด’ ‘หัวเฉียงฝ่อ’ ‘หัวเฉียงกลัวเรื่อง’ ‘หงเหลยป๊อด’ อะไรเทือกนั้นเต็มไปหมด
สีหน้าของหงเหลยแข็งค้าง
ซวยแล้ว แต่ก่อนเขาวางภาพลักษณ์เป็นคนหยาบกร้าน ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน แฟนคลับจำนวนมากก็ยกให้เขาเป็น ‘เจ้าพ่อ’ คอยเชียร์อยู่ตลอด ทีนี้ดันถูกหนุ่มรุ่นใหม่เอาเข็มขัดไล่ฟาดจนลงไปนอนกองร้องไห้โฮอย่างกับเด็ก มันตรงกันข้ามกันคนละขั้วชัดๆ
วงการบันเทิงก็แคบแค่นี้ ดาราแถวหน้าทุกคนโดนแฟนคลับแต่ละบ้านเอามาเทียบข่มกันหมด ภายใต้กระแสแบบนี้ ต่อให้เป็นราชานักแสดงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมที่คว้ารางวัลจนมือหิ้วแทบหัก ก็ยังต้องปั้นภาพลักษณ์คาแร็กเตอร์ รักษาออร่าไอดอลกันทั้งนั้น
พอมาเกิดอุบัติเหตุไลฟ์สดไร้สาระแค่นี้ แต่อาจทำให้ออร่าบุคคลในดวงใจพังทลาย ผลกระทบนี่รุนแรงและยาวนานมาก!
คิดได้ดังนั้น หงเหลยก็หน้าเสีย รีบตอบผู้จัดการส่วนตัวไปว่า “รีบถอนฮอตเสิร์ชออกเดี๋ยวนี้ ช่วงนี้ยังเช้าอยู่ ถ้าปล่อยให้เรื่องลามไป จะยิ่งยุ่ง!”
“ช่างเถอะ ถอนไม่ได้ มองมุมดีๆ หน่อย ผู้เสียหายไม่ใช่มีแค่คุณนะ ทางราชานักแสดงหวงนั่นแหละเรื่องหนักกว่า มีเขาช่วยเป็นโล่รับกระแสโจมตี เราก็ยังพอรับได้… คิดเสียว่าโกยทราฟฟิกละกัน!”
หงเหลย: “???”
เขารีบซักถามสาเหตุ
ผู้จัดการส่วนตัวได้แต่ถอนใจบอกว่า “จะถอนฮอตเสิร์ชมันง่าย จ่ายเงินก็จบ แต่ปัญหาคือ ปากคนมันห้ามยาก จะปิดกันได้จริงเหรอ? รายการยังไงก็ต้องอัดต่อ เรื่องที่ควรรู้ สุดท้ายก็ต้องรู้ อยู่ดี เว้นเสียแต่ทีมรายการจะลบคลิปไลฟ์สดทิ้ง แล้วตอนขึ้นออนแอร์ที่สถานีโทรทัศน์ก็ตัดทิ้งทั้งช่วงนั้น แต่มันพอเป็นไปได้ไหมล่ะ?”
หงเหลยที่ปกติใจใหญ่โผงผาง ท่าทางพี่ใหญ่ขาลุย ถึงกับเงียบไป
ท้ายที่สุด เขาก็เป็นแค่นักแสดงคนหนึ่ง แม้จะพอมีอิทธิพลในวงการภาพยนตร์ก็จริง แต่พออยู่ต่อหน้าเพนกวินแล้ว ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้นั่งโต๊ะกินข้าวกับเขาด้วยซ้ำ แพลตฟอร์มจะมาสนใจชื่อเสียงตัวเองที่ไหนกัน?
อีกด้านหนึ่ง ราชานักแสดงหวงพอรู้ว่าคีย์เวิร์ดบนฮอตเสิร์ชพุ่งขึ้นรวดเร็วเป็นชุด ก็ทำหน้าเคร่งเครียด สุดท้ายได้แต่จำยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้อย่างจนใจ
ทั้งสองคนเลยพากันชิงชังรุ่นน้องที่ทำให้พวกเขาเสียคนยับเยินถึงเพียงนี้!
อีกห้องหนึ่ง อาจารย์หวงเอนพิงเตียง สูดควันบุหรี่กล้ำกลืนสะอื้นเงียบๆ
ใช่แล้ว อาจารย์หวงที่ปกติใจแข็งสู้ไม่ถอย ตอนนี้กลับน้อยใจเหมือนเด็กที่โดนดุ ความรู้สึกแตกหักในใจมันรุนแรงมาก ดีที่เหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่ส่วนตัว ถ้าไปเกิดหน้ากล้อง ไม่รู้จะโดนชาวเน็ตหัวเราะเยาะกันสักแค่ไหน
“เขาเอาปลาไหลนาตีหน้าฉัน เขาเอาปลาไหลนาตีพรืดๆ ใส่หน้าฉันเลยนะ!!”
สภาพจิตใจของอาจารย์หวงพังครืน เขาพอรับได้ถ้าจะโดนแบบเดียวกับราชานักแสดงหวงและนักแสดงชายยอดเยี่ยมหง โดนซ้อมก็โดนซะ ดีไม่ดีนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก อีกไม่นานก็มีประเด็นใหม่กลบ แต่ให้ตายเถอะ ดันโดนปลาไหลนาตีหน้า แบบนี้ตัวเขานี่แหละที่เป็นหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีน กระทั่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ก็ไม่มีใครเหมือน!
บรรดาครีเอเตอร์สายตัดต่อฮาร์ดคอร์พวกนั้น คงเตรียมล้อเลียนกันเละไม่รู้จะขนาดไหน แล้วยังพวกสายเอ็นจอยอีก คงขำกันจนท้องแข็งไปแล้ว!
เพียงนึกแค่นี้ เขาก็ของขึ้นสุดๆ…
“ไอ้ดาราตกกระแส ถ้าฉันจะตกจริงๆ ล่ะก็ จะลากแกให้ตกไปด้วยกัน!” อาจารย์หวงพึมพำสาปแช่งรัวๆ
สามคนนั้นผ่านความอัปยศสาหัสแบบนี้ จะให้ทำใจให้สงบได้ก็ยาก
ส่วนแกะน้อยกับเสี่ยวจูที่ยืนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนนี้ก็ยังใจสั่นไม่หาย ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นอุบัติเหตุไลฟ์สดน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน แล้วก็โล่งอกที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ไปเล่นหัวกับสามรุ่นพี่ ไม่อย่างนั้นสองคนนี้ก็คงไม่รอดจากการโดนหวด…
พอนึกถึงคำกำชับของผู้จัดการส่วนตัว แล้วย้อนมาดูวีรกรรมเมื่อครู่ที่ลวี่หมิงใส่รุ่นพี่ไม่เลี้ยง แถมตอนท้ายยังฮุบค่าชดเชยมาได้อีกต่างหาก ทั้งสองคนเลยยิ่งรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ในใจ
จางอี้ซิงกำลังทำตัวไม่ถูก อยู่ๆ ก็ได้รับสายจากผู้จัดการส่วนตัว
“เรื่องของดาราตกกระแส นายอย่าไปยุ่ง!”
“หา? แต่ว่าก่อนหน้านี้คุณยังบอกว่า เราสู้หัวเยว่ไม่ได้ ให้ผมกีดกันลวี่หมิงไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นมันก่อนหน้านี้ ฉันก็ไม่คิดว่าดาราตกกระแสจะเพี้ยนขนาดนี้ กล้าไม่เห็นหัวถึงขั้นไม่ไว้หน้าราชานักแสดงเลยด้วยซ้ำ แถม…” ผู้หญิงปลายสายเว้นไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “สรุปคือ ไอ้คนนี้มันบ้า นายไปขัดใจหัวเยว่ก็แค่เสียทรัพยากรนิดหน่อย แต่ถ้าเอาอย่างคนอื่นไปหาเรื่องดาราตกกระแส ไอ้บ้าคนนี้มันกล้าถึงขั้นเอาชีวิตนาย!”
“อย่าไปร่วมวงรุมเขา แต่ในขณะเดียวกัน ก็อย่าไปสนิทกับเขาเกินไป!”
“เข้าใจไหม?”
จางอี้ซิงอึ้งไปนาน ก่อนจะพึมพำตอบแผ่วๆ ว่า “เข้าใจแล้ว”
……
แม้จะเกิดอุบัติเหตุไลฟ์สดไม่น้อย แต่รายการที่ต้องอัดก็ต้องอัด พอเวลาใกล้ตีห้าครึ่ง ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็เริ่มรอจนหงุดหงิดกันแล้ว บรรดาแขกรับเชิญพากันออกจากห้องของตัวเอง เตรียมจะไปยังจุดรวมพลตามที่ทีมรายการแจ้งไว้ แต่จู่ๆ ก็ถูกคนชุดดำที่ซุ่มรอแถวนั้นกระชากตัวไว้!
อีกฝ่ายสวมหน้ากากยิ้มกันหมด แวบแรกที่เห็นก็น่ากลัวใช้ได้
ทุกคนตกใจเฮือก แล้วก็ถูกครอบถุงผ้าดำจับตัวไปคาที่
มีเพียงคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น…
พอลวี่หมิงออกจากห้องมาแล้วเจอคนชุดดำที่ตั้งใจจะจับตัวเขา เขาก็พุ่งเหมือนสายฟ้า ทะลวงฝ่าออกไป ผลักคนชุดดำกระเด็น ก่อนเผ่นหนีไปสุดปลายทางเดิน ระหว่างนั้นยังสวนกับคนชุดดำที่ตั้งใจจะพาตัวเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ไปด้วย NPC เหล่านั้นคงไม่คิดว่าลวี่หมิงจะจัดการยากขนาดนี้ ก็เลยรุมกันมาหมด ระดมกำลังไล่จับลวี่หมิงโดยเฉพาะ
แต่ไอ้หนูนี่คล่องแคล่วเกินไป เหมือนปลาไหลลื่นปรื๊ด แม้จะถูกคนชุดดำล้อมไว้ถึงสิบสองคน เขาก็ยังฝ่าทะลวงวงล้อมออกมาได้เป็นทางเลือด
ทว่าไม่นาน คนชุดดำก็โผล่มาปิดทางจากสี่ทิศ ล้อมต้อนลวี่หมิงจนติดท้ายทางเดิน
ลวี่หมิงเห็นท่าไม่ดี ก็ชักเข็มขัดจากเอวขึ้นมาเหวี่ยงฟาดสองทีดังหวืดๆ คนชุดดำเห็นดังนั้นก็ชะงักเท้าไปทั้งแถบ แววตาเริ่มหวั่นๆ
“บอกไว้ก่อนนะ เข็มขัดเส้นนี้เพิ่งผ่านการเปิดฤกษ์ด้วยราชานักแสดงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยม ใครอยากลองชิมกลิ่นอายราชานักแสดง ก็เข้ามาก้าวหนึ่งสิ!” ลวี่หมิงฮึดฮัด
ไม่ไกลกัน ราชานักแสดงหวงกับนักแสดงชายยอดเยี่ยมหงหน้าดำคร่ำเครียดพร้อมกัน พึมพำสบถด่าพลอดๆ แม้จะฟังไม่ชัดว่าเป็นคำไหน แต่เดาได้เลยว่า หยาบมาก!
ทว่าความกร่างของลวี่หมิงคงอยู่ได้แค่ 3 วินาที
พอมีคนชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่ม ในมือถือกระบองไฟฟ้าสีดำ พอเปิดสวิตช์ก็มีประกายไฟฟ้าพุ่งแปลบๆ ลวี่หมิงก็รีบเอาเข็มขัดคาดเอวกลับที่เดิม แล้วชูมือทั้งสองขึ้นอย่างว่าง่าย “ล้อเล่นน่า จะสวมถุงบนหัวใช่ไหม ไม่ต้องลำบากพวกนายหรอก พี่ๆ ทั้งหลาย เดี๋ยวผมจัดการเอง!”
คนชุดดำ: “……”
พูดจบ ลวี่หมิงก็รับถุงคลุมหัวสีดำจากมือคนชุดดำ สวมลงบนหัวเองทันที เทียบกับท่าทีหัวร้อนนาทีแรกแล้ว เรียกได้ว่าเหมือนคนละคนเลย
[พรืด ฮ่าฮ่า!]
[อัจฉริยะดาราตกกระแส!]
[ขำตาย ฉันยอมเรื่องหน้ากากเปลี่ยนหน้าความเร็วแสงของดาราตกกระแสเลย!]
[เขาคือเอฟเฟกต์รายการที่เดินได้จริงๆ ดาราตกกระแสมักจิ้มโดนเส้นของฉันแบบแม่นยำในจังหวะที่คาดไม่ถึงตลอด!]
[ดาราตกกระแส: ถ้าสู้ไหวก็สู้ สู้ไม่ไหวก็เผ่น เผ่นไม่รอด งั้นยอมแพ้!]
[หัวใจหลักคือสัญชาตญาณเอาตัวรอด!]
ชาวเน็ตหัวเราะจนท้องแข็ง
ไม่นาน เหล่าดาราก็ถูกปิดตาแล้วพาขึ้นรถ โดยใช้เวลาไม่นานก็ถูกพาไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ พอคนชุดดำติดตั้งนาฬิกานับถอยหลังเสร็จ ก็พากันจากไป
ถอดถุงคลุมหัวออก สายตากลับมาชัดเจนอีกครั้ง ลวี่หมิงยังไม่ทันดูเลยว่าที่นี่คือที่ไหน ก็เห็นผู้คนที่มุงอยู่ตรงหน้าจำนวนมาก ทั้งชายหญิงราวหลายร้อยคน กำลังถือโทรศัพท์มือถือรัวชัตเตอร์ใส่เขาไม่ยั้ง
พอเห็นหน้าตาระดับเทพแห่งวงการบันเทิงจีนของลวี่หมิง เหล่าพี่สาวบางคนยิ่งตื่นเต้นกรี๊ดลั่น
“เทพบุตร!”
“พี่หมิง พี่หมิงมองตรงนี้!”
“ขอลายเซ็นหน่อย!”
เจอชาวเผือกที่เห่าอู้อี้กันวุ่นวาย ลวี่หมิงสงสัย “พวกคุณคือ?”
“พวกเราเป็นแฟนคลับไง!”
“เพ้อเจ้อ ฉันไม่มีแฟนคลับหรอก!” ลวี่หมิงไม่เชื่อ “ฉันมีแต่แอนตี้!”
คนทั่วไปคงไม่คิดว่าหนุ่มหน้าหล่อขนาดนี้จะพูดได้…ติดดินขนาดนั้น หลังชะงักไปเสี้ยวอึดใจ แต่ละคนกลับยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม พากันเบียดเข้ามาล้อมลวี่หมิงไว้ตรงกลาง
หญิงสาวหน้าตาสวยหวาน ใส่ชุดทำงานสีดำ เชิ้ตคอวีที่เผยร่องอกชัดเจนถึงกับโผเข้ากอดลวี่หมิงตรงๆ
PD หนุ่มเห็นท่าไม่ดี กลัวลวี่หมิงจะโดนแฟนคลับคลั่งรักพุ่งชนจนล้ม กำลังจะพุ่งเข้าไปคุ้มกัน แต่เห็นลวี่หมิงยืนแน่นิ่งไม่สะทกสะท้าน แถมคนอื่นก็ไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนสาวที่กำลังไฮมากคนนั้น เขาเลยค่อยวางใจ
สาวคนนั้นตื่นเต้นสุดๆ “พี่หมิง ฉันเป็นแฟนคลับพี่จริงๆ ฉันชอบพี่มาก ดูสิ พี่คือวอลเปเปอร์โทรศัพท์ของฉัน!”
เหมือนกลัวลวี่หมิงไม่เชื่อ พี่สาวรีบเปิดโทรศัพท์ โชว์หน้าล็อกสกรีนที่เป็นภาพหน้าตรงของลวี่หมิงใต้สปอตไลต์
“ฉันมีแฟนคลับจริงๆ เหรอ?” ลวี่หมิงไม่อยากเชื่อ
พี่สาวพยักหน้าแรงๆ เหมือนไก่จิกข้าว “ขอถ่ายรูปคู่ได้ไหมคะ เทพบุตร!”
“ได้ก็ได้ แต่ฉันต้องเช็ก ‘ส่วนประกอบ’ เธอก่อน ส่งโทรศัพท์มานี่”
พี่สาวเชื่อฟังดี ยื่นโทรศัพท์ให้ทันที แล้วก็เห็นลวี่หมิงกดเข้าไปที่วีแชท จากนั้นพิมพ์คำว่า ‘ดาราตกกระแส’ ลงในช่องค้นหาด้านบน วินาทีถัดมา ข้อความที่มีคีย์เวิร์ดนี้ก็เด้งขึ้นมาเป็นพรวน
[ดาราตกกระแสคนนี้นี่มันน่าตบจริงๆ!]
[ทำไมดาราตกกระแสถึงร้ายได้ขนาดนี้?]
[โคตรเกลียดดาราตกกระแสเลย ทำไมบนโลกถึงมีมนุษย์ที่ร้องเพลงเพี้ยนขนาดนี้ล่ะ คืนหูฉันมานะ!]
[เขายังกล้าไปแสดงอีก เขาแค่ใช้วิธีสุดล้ำในการผลิตยาพิษ! ดูละครเก่าเขาจบ ฉันตายเพราะพิษแล้ว!]
[ตกลงมีใครกันแน่ที่ชอบดาราตกกระแสเนี่ย? นี่แหละไส้เน่าของวงการบันเทิง!]
[ฉันอยากซื้อชีวิตดาราตกกระแส เซี่ยงไฮ้ชุดหนึ่งพอไหม?]
[……]
เยอะเกินไหว เลื่อนลงไปล่างสุด ปรากฏปุ่ม ‘กดเพื่อแสดงแชตอีก 309 รายการที่มีคำว่าดาราตกกระแส’
ลวี่หมิง: “……”
เขาหมุนหน้าจอโทรศัพท์ให้สาวผิวขาวเนียนผู้มีออร่าหรูหราดู
พี่สาว: “……”
“หนูนี่มันแอนตี้ตัวยงชัดๆ ออนไลน์ก็เรียกฉันว่าดาราตกกระแสๆ จะจ้างคนมาซื้อชีวิตฉัน แต่พอออฟไลน์มาเจอตัวจริงกลับเรียกเทพบุตร เรียกตัวเองว่าแฟนคลับ น่ากลัวชะมัด!” ลวี่หมิงมองสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ “พูดจริงนะ เธอไม่ได้แอบพกมีดมา กะจะจ้วงฉันทีเผลอตอนถ่ายรูปคู่ใช่ไหม?”
แก้มสาวระเรื่อเป็นสีชมพู หน้าแดงเถือก ก้มมองพื้น
พอได้ยินลวี่หมิงพูด เธอก็รีบแก้ต่างให้ตัวเอง “ดารา… เอ๊ย ไม่ใช่ พี่ชายเทพบุตร นั่นมันเรื่องก่อนหน้านี้ ตอนนั้นยังเด็กไม่รู้เรื่อง ผิดเองที่เข้าใจพี่ผิด คิดว่าพี่เป็นดาราตกกระแส โดนแอนตี้หลอกยับ ใช่เลย โดนข่าวลือของแอนตี้คนอื่นปั่นจนเชื่อ!”
“ฉันว่านี่แหละ เธอต่างหากคือหัวหน้าแอนตี้แฟน!”
พี่สาว: “……”
ดวงตาเธอแดงก่ำ พอเห็นสายตาคนรอบข้าง น้ำตาก็เอ่อคลอ เหมือนอีกวินาทีจะร้องไห้แล้ว
แต่ลวี่หมิงก็เปลี่ยนโทนคำพูดทันที “ขอถามหน่อยนะ บ้านที่เธอจะซื้อชีวิตฉันน่ะ อยู่ตรงไหน?”
“ก็ตรงนี้…” สาวตอบไปตามสัญชาตญาณ แต่ทันใดก็รู้ตัวว่าพูดพลาด รีบแก้ “ฉันไม่ได้คิดจะซื้อชีวิตพี่หรอก นั่นล้อเล่นกับเพื่อน!”
“ตรงนี้…” ลวี่หมิงมองไปรอบๆ ตอนนี้ก็พอจับพิกัดได้แล้ว จู่ๆ ทำหน้าตกตะลึง “ลู่เจียจุ่ย ห้องหนึ่ง?!”
“เพื่อนสาว วาไรตี้โชว์นี่ฉันไม่อัดแล้ว อัดไปจะได้เงินสักกี่หยวนกัน ฉันพาเธอไปโอนบ้านตอนนี้เลย ก็แค่อยากได้ชีวิตฉันใช่ไหม ให้เธอเสียบฉันสักสองแผลระบายไฟในใจก็ได้ จะอยู่จะตายไม่ต้องรับผิดชอบ บ้านอะไรก็ช่างเถอะ สำคัญคืออยากใช้ชีวิตฉันซื้อให้คุณหนูหายคาใจ!”
สาวอดหัวเราะ “ปุ๊งปุ๊ง” ไม่ได้ ขำคิกคักน่ารัก
ฝูงชนก็ระเบิดเสียงหัวเราะพรึ่บ ทุกคนคิดว่าลวี่หมิงแค่เล่นมุก เลยหัวเราะกันสนั่น
แต่ความจริง ลวี่หมิงจริงจัง!
ลู่เจียจุ่ยหนึ่งห้อง นั่นมันแนวคิดอะไร…
ในฐานะศูนย์กลางการเงินและการค้าชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ แค่หยิบบ้านมาสักห้องก็ต้องสามสิบถึงห้าสิบล้าน อย่างน้อยถ้าตกแต่งดีหน่อย มีหน้ามีตาหน่อย ก็ต้องมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายเล็กๆ แล้ว!
[ฉันยอมปากของดาราตกกระแสจริงๆ!]
[พี่ชายบ้านอื่นพอฮิตแล้วก็ทำตัวหยิ่งยโส ปลายหางเชิดถึงดาว เหมือนทั้งโลกต้องหมุนรอบตัวเอง ดาราตกกระแสดังแล้วกลับบอกตัวเองว่าไม่มีแฟนคลับ แม้เจอคนบอกว่าเป็นแฟนคลับ เขายังไม่ยอมเชื่อเลย จริงๆ แล้วถ้าไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่เจ็บปวดขนาดนี้!]
[เขานี่แหละที่สติใสแจ๋วของมนุษย์โลก!]
[แฟนคลับมีอยู่ แต่ส่วนใหญ่สกัดมาจากแอนตี้แฟน ลองถามดูสิว่าป้ายหมิงทุกวันนี้ สมัยก่อนมีใครบ้างที่ไม่เคยด่าดาราตกกระแส?]
[กลยุทธ์เล็กๆ ที่ลวี่หมิงได้หลังความสัมพันธ์กับเจิ้งเจี่ยล้มเหลว เอามาใช้กับแอนตี้หมดเลย ขอบอกก่อน ฉันคือป้ายหมิง ชอบลวี่หมิงก่อนที่เขาจะโดนติดป้ายทาสรักอีก แต่พอเห็นเขาค้นประวัติแชต ฉันก็ลองพิมพ์คำว่าดาราตกกระแสค้นดูเหมือนกัน โอ้โห 1188 รายการ ตอนนั้นฉันช็อกไปเลย!]
[ถ้าอย่างนั้น สาวคนนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นแอนตี้นะ ฮ่าๆๆ!]
[ถ้าอยากเป็นแฟนคลับตัวจริง ต้องรู้จักลบประวัติแชตทั้งหมดในแพลตฟอร์มโซเชียล อยากเป็นแฟนคลับดาราตกกระแส เกณฑ์มันสูงใช้ได้…]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อ้าก!]
ชาวเน็ตขำกันท้องแข็ง
ส่วนลวี่หมิงเองก็ให้เกียรติแฟนๆ มาก ยอมถ่ายรูปหมู่รวมกันกับแฟนคลับพวกนี้ทั้งหมด ที่น่าพูดถึงคือ ตั้งแต่เขาถอดถุงบนหัวออก มือของเขาก็ถูกล่ามกระเป๋าหิ้วไว้ตลอด เพราะมีกุญแจมือเชื่อมอยู่ เลยปลดออกไม่ได้ ก็เลยต้องถือค้างไว้แบบนั้นตลอด
……
ขณะเดียวกันนั้นเอง
สมาชิกคนอื่นๆ หลังถอดถุงบนหัวแล้ว ก็ทยอยเปิดกระเป๋าหิ้ว หยิบการ์ดภารกิจกับวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือออกมาดู
[เวลา เป็นของมีค่ามาก อย่ารอให้สูญเสียไปแล้วค่อยมาเสียใจ!]
[พวกคุณแต่ละคนมีเวลารอดชีวิตแค่หนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงถัดไป จะ ‘ตาย’!]
[วิธีชนะคือ หาสมาชิกคนอื่นให้เจอ กดปุ่มกดที่หน้าอกของพวกเขา แล้วคุณจะสามารถปล้นเวลาได้!]
[สมาชิกที่ถูกคุณคัดออก จะกลายเป็น ‘บอดี้การ์ด’ ของคุณในช่วงเกมที่เหลือ!]
[แล้วคุณ ก็สามารถตามไล่ล่าต่อจากภารกิจที่บอดี้การ์ดยังทำไม่เสร็จได้!]
[แต่ละคนมีบอดี้การ์ดได้มากสุดสองคน!]
[เพื่อช่วยทุกคน เราได้ตั้งสถานีชาร์จเวลาไว้ในบางพื้นที่ คุณสามารถไปยังจุดนั้นเพื่อทำภารกิจ เติมเวลาได้!]
[สู้ๆ!]
ดูวิดีโอจบ ทุกคนก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อกันทันที
“อาจารย์หวง เป้าหมายที่ต้องไล่ล่าของคุณคือใคร?”
“ฉันคือดาราตกกระแส!”
“ฉันก็เป็นดาราตกกระแส! งั้นดูท่าเราน่าจะเป็นพันธมิตรกันได้แล้ว!”
“เหลยเกอ คุณต้องไล่ล่าใคร?”
“ดาราตกกระแส!”
ไม่นาน คำว่าดาราตกกระแสก็โผล่ถี่มากในสายสนทนาของแขกรับเชิญทั้งล็อต
ยกเว้นแกะน้อยที่โดนผู้จัดการส่วนตัวเตือนมาก่อนเริ่มเกมว่าจะต้องบอกความจริงว่าเป้าหมายคือ ‘ราชานักแสดงหวง’ นอกนั้นต่างก็รุมโวยว่าจะฆ่าดาราตกกระแสให้เรียบ!
ว่ากันไปมา ทุกคนจิตใจไม่ตรงกันแต่ก็เริ่มนัดรวมตัวกัน พวกเขาดูเหมือนอยากรู้ว่าดาราตกกระแสอยู่ไหน ทว่าโทรศัพท์มือถือของลวี่หมิงยังไม่เปิดเครื่องเลย โทรไม่ติด
ขณะเดียวกันนั้นเอง
ลวี่หมิงวุ่นอยู่นาน กว่าจะสลัดพวกแอนตี้ออกไปได้ จากนั้นก็ถอนหายใจใส่กล้องว่า “พวกแอนตี้นี่แม่งหัวแข็งดีนะ ออนไลน์ก็ ‘ดาราตกกระแสๆ’ ตะโกนกันจะเอาชีวิตผม พอเจอตัวจริงกลับอ้าปากเรียกเทพบุตร ปิดปากเรียกไอดอล สรุปแฟนคลับผมนี่ปากร้ายใจดีทั้งนั้น รักเลยๆ!”
[ดาราตกกระแส!]
[มึงยังจะลำพองใจอีกเหรอ?]
[ยังจะทำซึนอีกแม่ง!]
[ตราบใดที่มึงยังหายใจอยู่ กูจะเป็นแอนตี้ไปตลอดชีวิต]
[ถ้าให้กูเจอดาราตกกระแสตัวเป็นๆ กูต้องจัดมวยทหารเตือนสติสักชุด!]
[ข้างบนสติดีๆ หน่อย เห็นอยู่ว่ามึงเกลียดดาราตกกระแสจริง แต่หัวเฉียงยังโดนหวดจนร้องโหยหวน มึงแน่ใจเหรอว่าไม่ใช่ดาราตกกระแสสวนกลับด้วยมวยทหารใส่มึง?]
[……]
แอนตี้ที่นั่งเฝ้าอยู่ในห้องไลฟ์สดเห็นลวี่หมิงทำกร่างแบบนี้ ก็รุมถ่มน้ำลายพร้อมกันทันที
แต่ก็มีชาวเน็ตบางส่วนที่ดูไลฟ์สดมุมอื่นอยู่ กลับมาเตือนว่า
“ทางราชานักแสดงหวงนั่นเริ่มภารกิจแล้วนะ ฝั่งดาราตกกระแสยังไม่เปิดกระเป๋าหิ้วอีก เวลานับถอยหลังนี่ใกล้หมดแล้วมั้ง?”
“ไอ้หมอนี่ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไร ทั้งรายการ Go Fighting! กลายเป็นหม้อสุกี้รวมมิตรไปแล้ว หันกลับมาดูอีกที ดาราตกกระแสยังไม่เปิดเครื่องโทรศัพท์…”
“กลั้นขำไม่ไหว!”
ลวี่หมิงคือไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองต้องทำอะไร พอแฟนคลับแยกย้าย เขาก็หิ้วกระเป๋าหิ้วเดินเล่นแถวนั้นไปเรื่อยๆ จน PD หนุ่มที่มองกระเป๋าหิ้วในมือเขาอยู่ถึงกับอยากจะเอ่ยเตือน เพราะถ้ายังเดินเรื่อยเฉื่อยแบบนี้ กลัวว่าเวลานับถอยหลังจะหมดแล้วตายคาที่…
ดีที่ว่า เดินๆ ไป ลวี่หมิงก็เจอเข้ากับหงเหลยพอดี
ขณะนั้นหงเหลยมีอาจารย์หวงเดินเคียงข้างมาด้วย ทั้งสองคนพอเห็นลวี่หมิงปุ๊บก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ไอ้ดาราตกกระแส! กว่าจะหาเจอนะ มึงทำกูเดินหากันจนเหนื่อย!” อาจารย์หวงพูดตรงๆ ไม่แคร์จะใช้คำเหยียดในห้องไลฟ์สดอยู่แล้ว ยังไงทุกคนในวงการบันเทิงจีนก็รู้ว่าทั้งคู่เคยมีเรื่องกัน ไม่เห็นต้องอ้อมค้อม
หงเหลยก็โกรธจัดเหมือนกัน “ในที่สุดก็หาเจอ อย่าหนี!!”
ลวี่หมิง: “???”
“พวกคุณจะทำอะไร?”
หงเหลยมองอย่างคึก พุ่งเข้ามาคว้าแขนลวี่หมิงไว้ทันที แล้วเอื้อมมือจะกดปุ่มที่หน้าอกเขา “ทำอะไรน่ะเหรอ? ก็จัดการมึงน่ะสิ!”







