ชีวิตนี้ของเหยียนสยงขึ้นชื่อเรื่อง 'ความเจ้าเล่ห์' เขาเป็น 'พยัคฆ์หน้าหยก' และ 'รอยยิ้มซ่อนดาบ' ที่มีชื่อเสียงมาโดยตลอด มักจะเป็นเขาที่ลอบกัดคนอื่น ไม่มีใครสามารถลอบกัดเขาได้
แต่ครั้งนี้กลับพลาดท่าเสียที ถูกตู้หย่งเซี่ยวที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่เล่นงานเข้าให้
ตามความหมายของเฉวียนโพธิสัตว์ ตู้หย่งเซี่ยวไม่เพียงแต่ยิงคนตายในคาสิโนตะขอทองเท่านั้น แต่ยังบอกอีกว่าทำตามความหมายของเขาเหยียนสยง
มีเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน!
นี่มันจงใจแทงข้างหลังกันชัดๆ!
คาสิโนตะขอทองคือที่ไหน? คืออาณาเขตของอี้ฉวิน
ลูกพี่ใหญ่ของอี้ฉวินคือใคร? หาวเป๋!
ไอ้เป๋เวรนั่นก็ไม่ใช่คนที่ควรไปแหยมด้วยอยู่แล้ว เบื้องหลังยังมีไอ้เวรเหลยลั่วคอยหนุนหลังให้อีก!
เท่ากับว่าครั้งนี้เขาล่วงเกินลูกพี่ใหญ่รวดเดียวถึงสองคน
แม่มึงเอ๊ย!
เหยียนสยงโกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่
เขาจึงรีบเรียกเฉียงตาเข ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลินและคนอื่นๆ ให้นั่งรถพุ่งออกไปทันที
สถานีตำรวจเกาลูนตะวันตกตั้งอยู่ที่ถนนอาร์ไกล์ในมงก๊ก คาสิโนตะขอทองตั้งอยู่ที่ถนนไซกงในโหยวหมาตี้ ทั้งสองแห่งห่างกันสองจุดห้ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณยี่สิบนาที ทว่าครั้งนี้เหยียนสยงใช้เวลาเพียงสิบนาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าไปถึงในชั่วพริบตา
"ปัง!" ปิดประตูรถ เหยียนสยงพอลงจากรถก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "ไอ้เวรตู้หย่งเซี่ยวมันอยู่ไหน?"
"ลูกพี่ มันอยู่ในคาสิโน!"
เหยียนสยงรีบเดินไปที่คาสิโน ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง
"เฉินซี่จิ่ว เป็นนายเองเหรอ?"
"ที่แท้ก็สารวัตรเหยียน! ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ!" เฉินซี่จิ่วนำลูกน้องสี่คนเดินเข้าไปหา
"มีวาสนามากพอเลยล่ะ!" เหยียนสยงยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม ปรายตามองเฉินซี่จิ่ว "ทางฉันเกิดเรื่อง นายก็โผล่มาทันที ไม่ใช่เขตพื้นที่ของนายก็ยังใส่ใจขนาดนี้ จะให้ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงมอบใบประกาศเกียรติคุณให้นายด้วยไหม?"
"นายท่านเหยียนล้อเล่นแล้ว" เฉินซี่จิ่วประสานมือคารวะ "ผมเองก็แค่ได้ยินว่าที่นี่ครึกครื้น เลยมาดูหน่อย! ท่านผู้อาวุโสอย่าได้คิดมากไปเลยครับ!"
แม้จะเป็นลูกน้องคนสนิทของเหลยลั่ว แต่เฉินซี่จิ่วก็ไม่กล้าล่วงเกินจิ้งจอกเฒ่าอย่างเหยียนสยงง่ายๆ ใครจะรับประกันได้ว่าเดินตอนกลางคืนแล้วจะไม่ข้อเท้าพลิก ถึงตอนนั้นเหยียนสยงค่อยซ้ำเติมอีกดาบ
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเฉินซี่จิ่วถึงมา ก็คงหนีไม่พ้นได้ยินข่าวว่าตู้หย่งเซี่ยวที่พนันกับตนเองดันยิงคนตายในคาสิโนตะขอทอง
เมื่อได้ยินข่าว เฉินซี่จิ่วก็อึ้งไปทั้งตัว ในหัวปรากฏภาพตู้หย่งเซี่ยวในชุดขาวท่าทางสง่างาม ยากที่จะเชื่อมโยงเขากับฆาตกรได้จริงๆ
แต่ทว่าเฉินซี่จิ่วก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ลูกน้องเหยียนสยงฆ่าคน ถ้างั้นก็ไม่ใช่ว่า...
เฉินซี่จิ่วนั่งไม่ติดอีกต่อไป รีบวิ่งมา 'ชุบมือเปิบ' ทันที
ตราบใดที่เหยียนสยงไม่สามารถจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ได้ งั้นต่อไปค่าคุ้มครองของสถานที่หลายแห่งในโหยวเจียนวัง ก็ต้องให้เฉินซี่จิ่วคนนี้รับผิดชอบแทน
แต่เดิมเฉินซี่จิ่วยังตั้งใจจะพาสื่อมวลชนมาสาดโคลนใส่เหยียนสยง ทว่าอย่างไรเสียทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมงาน ปัญหาภายใน ก็ต้องแก้กันภายใน นี่คือกฎ
...
คนทั้งสองกลุ่มเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นด้านหน้ามีคนยืนมุงล้อมกันอยู่สามชั้น
ด้านนอกคาสิโนยังมีรถดับเพลิงสี่คัน และรถบรรทุกตำรวจอีกสามคันจอดอยู่ ฉากนี้ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก
"เล่นบ้าอะไรกัน?" เหยียนสยงขมวดคิ้ว
"เล่นบ้าอะไรกัน?" ทว่าประโยคนี้เฉินซี่จิ่วกลับเป็นคนพูด
เหยียนสยงหันขวับไปถลึงตาใส่เฉินซี่จิ่ว
เฉินซี่จิ่วยักไหล่ "ฉากใหญ่โตขนาดนี้ คาดว่าพรุ่งนี้คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่!"
เหยียนสยงได้ยินดังนั้นก็ปวดหัวตุบๆ
ทันใดนั้น ก็ไม่รู้ว่ามีนักข่าวสองคนโผล่มาจากไหน "สวัสดีครับ พวกเราเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์หมิงเป้า!" จากนั้นก็ชูบัตรนักข่าวให้ดู
เหยียนสยงถลึงตาใส่เฉินซี่จิ่ว
เฉินซี่จิ่วแบมือออกอย่างบริสุทธิ์ใจ "ขอร้องล่ะ ไม่ใช่ฝีมือผมนะ! ทุกคนล้วนรับใช้สมเด็จพระราชินีนาถ ผมรู้กฎดี"
เหยียนสยงแค่นเสียงฮึดฮัดทางจมูก รู้สึกว่าต่อให้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเฉินซี่จิ่ว เขาก็เป็นพวกปากอัปมงคลอยู่ดี
"ขอโทษนะครับ ใช่สารวัตรเหยียน เหยียนสยงหรือเปล่าครับ ขอสัมภาษณ์คุณหน่อยได้ไหมครับ?"
เหยียนสยงสมองตื้อไปหมด สัมภาษณ์บ้าอะไรล่ะ!
"ไม่มีอะไรจะพูด!"
เหยียนสยงเตรียมจะเข้าไป แต่ก็ถูกนักข่าวขวางไว้อีก
"มีคนเปิดเผยว่า ครั้งนี้หน่วยสืบสวนของพวกคุณคลี่คลายคดีใหญ่ได้คดีหนึ่ง ขอถามหน่อยครับว่าเป็นความจริงหรือเปล่า?"
"เอ๊ะ?" เหยียนสยงอึ้งไป
"หา?" เฉินซี่จิ่วก็อึ้งไปเช่นกัน
นักข่าวยังอยากจะซักไซ้ต่อ แต่ในฐานะจิ้งจอกเฒ่าอย่างเหยียนสยงย่อมไม่ให้โอกาสพวกเขา ก่อนที่จะสืบเรื่องราวให้แน่ชัด เขาจะไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
"เข้าไปก่อน!"
"หลีกไป หลบไปให้หมด!"
เฉียงตาเขช่วยเปิดทาง
ก่อนเข้าไปเหยียนสยงก็ส่งสายตาให้เฉียงตาเข เฉียงตาเขรีบสั่งให้คนไปขวางนักข่าวสองคนนั้นไว้ทันที "ตำรวจกำลังทำงาน คนไม่เกี่ยวข้องหลบไป!"
"พวกเราไม่ใช่คนไม่เกี่ยวข้อง พวกเราเป็นนักข่าว"
"งั้นก็ยิ่งต้องหลบ!"
นักข่าวถูกขวางไม่ให้เข้าไป จึงหันไปมองเฉินซี่จิ่ว
เฉินซี่จิ่วยักไหล่ "วางใจเถอะ ผมน่ะชอบเรื่องการร่วมมือระหว่างตำรวจและประชาชนที่สุดแล้ว รอให้ผมรู้ความจริงก่อนละกัน!" พูดจบ ก็ยิ้มให้เฉียงตาเข "ฉันเข้าไปได้ไหม?"
เฉียงตาเขจนใจ ทำได้เพียงหลีกทางให้
...
ภายในห้องโถงคาสิโน---
ตู้หย่งเซี่ยวปวดเมื่อยข้อมือไปหมด การถือปืนจ่อกุ้ยฟันทองตั้งสิบนาที ความอดทนบากบั่นแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนได้
หน้าผากมันย่องของกุ้ยฟันทองมีเหงื่อซึมออกมา ใต้เท้าไม่รู้ว่าทิ้งก้นบุหรี่ไปกี่มวนแล้ว ภายในสิบนาที นอกจากจะจ้องตากับตู้หย่งเซี่ยว เขาก็เอาแต่สูบบุหรี่แล้วก็สูบบุหรี่
ชายฉกรรจ์ทั้งสิบแปดคนนั้นก็มีท่าทีกระอักกระอ่วนเช่นกัน เพื่อลูกพี่ใหญ่ ตราบใดที่ตู้หย่งเซี่ยวไม่เก็บปืน พวกเขาก็ทำได้เพียงถือมีดดาบเล่มใหญ่ต่อไป
น้ำหนักของมีดดาบไม่ใช่น้อยๆ แขนของแต่ละคนล้วนปวดเมื่อย ทรมานยิ่งกว่าตู้หย่งเซี่ยวเสียอีก ตอนนี้ทั้งหมดล้วนกัดฟันทน
พวกของเฉวียนโพธิสัตว์ก็ทรมานมากเช่นกัน พวกเขาใช้ปืนเล็งไปที่ชายฉกรรจ์ทั้งสิบแปดคน ถ้าชายฉกรรจ์ไม่วางมีด พวกเขาก็ไม่เก็บปืน
คนทั้งสามกลุ่ม ยืนคุมเชิงกันอยู่อย่างนี้
คนเดียวในที่เกิดเหตุที่ดูสบายใจที่สุดก็คือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจิ่วปากกว้าง เดิมทีตั้งใจจะมาหาเงินที่นี่ คิดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นคนดูงิ้วไปซะได้
เขาหยิบบุหรี่ 555 ออกมามวนหนึ่ง หวังดีจะยื่นให้เฉวียนโพธิสัตว์ แต่กลับถูกเฉวียนโพธิสัตว์ปัดออก
เฉวียนโพธิสัตว์จะมีอารมณ์มาสูบบุหรี่ที่ไหน? ดีไม่ดีเดี๋ยวก็อาจจะต้องดวลปืนกันแล้ว
"วางใจเถอะ! ไม่ตีกันหรอก!" จิ่วปากกว้างหรี่ตา คาบบุหรี่พูดปลอบใจ "เล่นงิ้วน่ะ ที่ฟังก็คือน้ำเสียง ที่ดูก็คือท่าทาง น้ำเสียงได้ ท่าทางพร้อม คนโง่เท่านั้นแหละที่จะตีกันจริงๆ"
"หุบปาก แกนี่พูดมากจริง!" เฉวียนโพธิสัตว์พูดอย่างรำคาญ
จิ่วปากกว้างพ่นควันบุหรี่เป็นวง เพิ่งจะอ้าปาก ก็เห็นเหยียนสยงบุกเข้ามา "เล่นบ้าอะไรกัน?!"
ทุกคนมองไป เหยียนสยงราวกับสิงโตที่กำลังโกรธเกรี้ยว
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และไปหยุดที่ศพของพี่หู่บนพื้น ในใจพลันเย็นวาบ "มีคนตายจริงๆ ด้วย แม่มึงเอ๊ย!"
"นายท่านเหยียนมาแล้ว!"
"สารวัตรเหยียนมาแล้ว!"
"เอ๊ะ ซี่จิ่วก็มาด้วย!"
ทุกคนล้วนเป็นข้าราชการ ยังไงก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องทักทายกันก่อน
ทางด้านนี้---
เหยียนสยงเห็นตู้หย่งเซี่ยวยังคงใช้ปืนจ่อกุ้ยฟันทองอยู่ ก็แทบอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด
"ตู้หย่งเซี่ยว---"
ยังไม่ทันที่เหยียนสยงจะอาละวาด ก็เห็นตู้หย่งเซี่ยวหันขวับมา พูดด้วยความดีใจว่า "เหวินหัวโต! นายท่านเหยียนมาแล้ว เขามาทวงความยุติธรรมให้พวกเราแล้ว!"
เหยียนสยงยังตั้งสติไม่ทัน
"นายท่านเหยียน พวกมันแย่งปืน ทำร้ายตำรวจ! แล้วก็ไอ้เวรที่อยู่บนพื้นนี่เปิดซ่องคุมบ่อน ทำเรื่องเลวทรามทุกอย่าง ผมเลยยิงมันตายคาที่ตามความหมายของท่าน!"
"เอ๊ะ ความหมายของฉัน?" เหยียนสยงเหลือกตาขึ้นบน "ความหมายแม่มึงสิ!"
เหยียนสยงจุกอยู่ที่อก เพิ่งจะอาละวาด
"เหวินหัวโต ยังไม่รีบไปเอาปืนคืนมาอีก! มีศิษย์พี่ตั้งเยอะแยะคอยหนุนหลังให้นาย กลัวบ้าอะไรล่ะ?" ตู้หย่งเซี่ยวไม่เปิดโอกาสให้เหยียนสยงได้อ้าปากเลยแม้แต่น้อย
คนที่แย่งปืนตำรวจของเหวินหัวโตไปรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้เขายังได้ใจ ถือปืนอวดเพื่อนร่วมแก๊ง ทว่าตอนนี้มันกลับเหมือนเผือกร้อนลวกมือ
กุ้ยฟันทองร้องในใจว่า "แย่แล้ว! ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย?"
ไม่ว่าเวลาไหน การแย่งชิงปืนตำรวจล้วนเป็นข้อห้ามร้ายแรงในยุทธจักร
ทุกคนหันไปมองคนที่แย่งปืน
คนคนนั้นถือปืนไว้ "ฉัน... ไม่ได้ทำ!" เพียะ! เขาทิ้งปืนลงบนพื้น เอาสองมือเช็ดเสื้อผ้า "ฉันไม่ได้... แย่งปืนจริงๆ นะ!"
เหวินหัวโตรีบเดินไปเก็บขึ้นมา "โชคดี โชคดีจริงๆ! สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง!"
เดิมทีเหยียนสยงตัดสินใจแล้วว่าจะสละตู้หย่งเซี่ยวเพื่อยุติเรื่องนี้ อย่างไรเสียก็มีคนตาย ต่อให้เขาคือเหยียนสยงก็ยังแบกรับไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็หมั่นไส้ตู้หย่งเซี่ยวมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าตอนนี้---
การแย่งชิงปืนประจำกายของตำรวจนอกเครื่องแบบ ถือเป็นความผิดมหันต์
และเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้!
ดวงตาของเหยียนสยงกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว
คนคนนี้เป็นคนของกุ้ยฟันทอง ส่วนกุ้ยฟันทองก็เป็นลูกน้องของหาวเป๋ เบื้องหลังของหาวเป๋ก็คือเหลยลั่ว พอดีเลย ข้างนอกยังมีนักข่าวอีกสองคน---
ดีไม่ดีอาจจะสาดโคลน สาดได้วงกว้างเลยทีเดียว!
คำเดียวสั้นๆ---
สะใจ!







