สวี่อิงรีบเข้าควบคุมกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ เพื่อป้องกันไม่ให้วังวนอัสนีสลายตัวไปแล้วทิ้งพวกเขาไว้ในรอยต่อแห่งห้วงมิติเวลาที่วุ่นวาย
ระฆังใหญ่รีบมุดเข้าไปในดินแดนซีอี๋ของเจียงฉี ตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขา แล้วส่งเสียงผ่านสัมผัสเทวะว่า "อาอิ้ง ดินแดนซีอี๋ของเขาบาดเจ็บสาหัสมาก รูปลักษณ์เต๋าหลายอย่างถูกทำลาย จิตวิญญาณดั้งเดิมก็ถูกตีจนแหลก สัมผัสเทวะก็พังพินาศ อาการบาดเจ็บทางกายของเขากลับไม่เป็นไร สามารถรักษาได้ด้วยพลังชีวิตจากคูหาโคลน แต่ระดับขั้นพลังที่บาดเจ็บนั้น รักษายากยิ่งนัก"
สวี่อิงกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวล ช่วยร่างกายเขาก่อน ท่านเจ็ด เจ้าช่วยเขารักษาอาการบาดเจ็บที!"
หยวนชีกลายร่างเป็นหนอนตัวใหญ่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปหาเจียงฉี วิ่งไปวิ่งมาก็กลายเป็นปลาเค็ม กระโดดดิ้นกระแด่วๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนฝ่ามือของเทพคนหัวมังกร
แต่โชคดีที่สวี่อิงควบคุมศาสตราวุธวิถีสวรรค์ทะลวงผ่านวังวนอัสนีนี้ไปได้ และปรากฏตัวอยู่นอกดวงดาวก๊าซขนาดยักษ์ดวงหนึ่ง ซึ่งทอแสงสีแดง เหลือง และขาว
ก่อนหน้านี้พวกเขาโดยสารเมืองศิลาผ่านดวงดาวดวงนี้ ในดวงดาวยังมีปลาขนาดหมื่นลี้จำนวนมากอาศัยอยู่ พวกมันบินร่อนอยู่บนท้องฟ้า
สวี่อิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาลอยอยู่ตรงขอบของดวงดาวดวงนี้ ไม่รู้ว่าทวีปหลักของโลกหยวนโซ่วอยู่ที่ใด
"ท่านเจ็ด รีบช่วยให้เจียงฉีฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นพวกเราคงต้องหลงทางอยู่ในห้วงอวกาศแน่" สวี่อิงสั่งการ
หยวนชีดึงพลังชีวิตจากขุมทรัพย์คูหาโคลนส่งเข้าไปในร่างของเจียงฉี เพื่อช่วยเขารักษาอาการบาดเจ็บทางกายต่างๆ ส่วนระฆังใหญ่ก็ยุ่งอยู่กับการช่วยเขาสะกดสัมผัสเทวะที่กระจัดกระจาย
สัมผัสเทวะสับสนวุ่นวาย สติก็ยากจะฟื้นคืน การปรับสมดุลสัมผัสเทวะของเขา มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้เขาฟื้นตัว
สวี่อิงมองไปรอบๆ พยายามหาทางกลับไปยังหยวนโซ่ว ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดที่ไหล่ของเทพคนหัวมังกร บนไหล่ของเทพคนหัวมังกร กลับมีมือข้างหนึ่งห้อยอยู่
นั่นคือฝ่ามือของเทพมังกรหลงเยวียน ที่เพิ่งถูกเจียงฉีฟันขาดตกลงมา และไม่ได้ร่วงหล่นลงไปในรอยต่อแห่งห้วงมิติเวลา
สวี่อิงเดินเข้าไปข้างหน้า ประคองมือของเทพสวรรค์ข้างนี้ขึ้นมา บินไปลงจอดบนฝ่ามือของเทพคนหัวมังกร วางมือขนาดใหญ่นั้นลง แล้วพิจารณาอย่างละเอียด
บนฝ่ามือของเทพสวรรค์ไม่มีเส้นลายมือแบบคนปกติ เส้นลายมือบนมือข้างนี้ปรากฏเป็นลวดลายคล้ายอักษรนกและหนอน
"มีบางอย่างไม่ถูกต้อง"
สวี่อิงประหลาดใจ พิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วพึมพำเสียงแผ่ว "เทพสวรรค์ คือทวยเทพที่ถือกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติจริงๆ หรือ? หากเป็นเทพที่ก่อกำเนิดตามธรรมชาติ แล้วเหตุใดอักษรนกและหนอนบนร่างของเขา ถึงมีบางตัวที่ผิดล่ะ?"
เขางุนงงสงสัยอย่างหนัก เพียงชั่วครู่สั้นๆ นี้ เขาก็พบตัวอักษรที่เขียนผิดถึงแปดตัวในอักษรนกและหนอนบนฝ่ามือของเทพสวรรค์!
สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น จะมีตัวอักษรผิดมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
"เทพสวรรค์ เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น!"
สวี่อิงตกตะลึงจนหาคำบรรยายไม่ได้ เทพสวรรค์ที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งวิถีสวรรค์ ควบคุมศาสตราวุธวิถีสวรรค์ กุมชะตากรรมของสรรพสัตว์ และกุมช่องทางการทะยานเป็นเซียนเอาไว้ กลับเป็นทวยเทพที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่เทพเจ้าที่ถือกำเนิดตามธรรมชาติ!
"ยิ่งไปกว่านั้น ระดับความรู้และวัฒนธรรมของคนที่สร้างเทพสวรรค์ ดูเหมือนจะไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ด้วย คงจะเป็นพวก 'ไร้กานสึกสา' ล่ะมั้ง" เขาคิดในใจ
หยวนชีเคยบอกว่า คนไร้การศึกษา จะเรียกว่าคนไร้การศึกษาไม่ได้ ถ้าเขียนคำว่าไร้การศึกษาถูกต้องก็ไม่ใช่คนไร้การศึกษาตัวจริง
ต้องเขียนคำว่าไร้การศึกษาเป็น 'ไร้กานสึกสา' ถึงจะเป็นคนไร้การศึกษาตัวจริง
ในตอนนั้นเอง ฝูงปลาขนาดหมื่นจั้งในดวงดาวก๊าซที่อยู่ด้านข้างก็ค้นพบเทพคนหัวมังกรที่มีรูปร่างใหญ่โต พวกมันพากันว่ายเข้ามาและรวมตัวกัน
ครีบยาวๆ ของปลาตัวใหญ่เปรียบเสมือนปีก เพียงแค่โบกครีบก็สามารถโบยบินในอากาศได้ ทว่าพวกมันไม่สามารถว่ายออกไปนอกชั้นบรรยากาศได้ เมื่อว่ายขึ้นไปที่สูง ก็ไม่สามารถว่ายออกจากดวงดาวได้
พวกมันเหมือนปลาที่ถูกขังอยู่ในลูกแก้ว เบิกตากลมโตจ้องมองพวกสวี่อิงที่เล็กจิ๋ว ดูเหมือนอยากจะลิ้มรสชาติของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้ใจจะขาด เพียงแต่พุ่งออกมาไม่ได้
เมื่อถูกสัตว์ประหลาดยักษ์เหล่านี้จ้องมอง สวี่อิงก็รู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะก้าวไปช่วยหยวนชีรักษาอาการบาดเจ็บของเจียงฉี ทันใดนั้นก็มีเสียงสั่นสะเทือน 'วิ้ง' ดังมาจากด้านหลังของพวกเขา
สวี่อิงหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าวังวนอัสนีที่เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อครู่ จู่ๆ ก็เปิดออกอีกครั้ง
"แย่แล้ว! เทพมังกรหลงเยวียนตามมาแล้ว!"
สวี่อิงหนังหัวชาหนึบ รีบคว้าฝ่ามือเทพสวรรค์ข้างนั้นขึ้นมา แล้วตะโกนว่า "ท่านเจ็ด อ้าปาก!"
หยวนชีได้ยินดังนั้นก็อ้าปากโดยไม่ทันคิด สวี่อิงรีบยัดฝ่ามือเทพสวรรค์ใส่มือของเขา จากนั้นก็กระตุ้นกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ เทพคนหัวมังกรพุ่งพาพวกเขาทะยานตรงไปยังดวงดาวก๊าซ
ปลาตัวใหญ่ที่จ้องมองพวกเขาต่างก็กระดิกหางด้วยความตื่นเต้น รอให้พวกเขามาส่งถึงที่
"ฟรึ่บ "
สวี่อิงควบคุมกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดวงดาวก๊าซ เห็นเพียงปลาตัวใหญ่เหล่านั้นพากันส่ายหัวกระดิกหางพุ่งมาทางนี้ ในจำนวนนั้นมีปลาตัวหนึ่งว่ายเร็วที่สุด มันอ้าปากกว้างราวกับบ่อเลือดอย่างร่าเริง เผยให้เห็นฟันที่เรียงรายหนาเตอะราวกับเนินเขา!
สวี่อิงไม่เปิดโอกาสให้มันได้เคี้ยว เขาบังคับกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์พุ่งเข้าไปในปากของมันโดยตรง!
ปลาตัวใหญ่หุบปากลง รู้สึกเพียงว่ากินอากาศเข้าไป ไม่รับรู้ถึงรสชาติใดๆ ทั้งสิ้น
ปลาตัวใหญ่อื่นๆ ที่พุ่งตามมาพากันผิดหวังอย่างยิ่ง มีปลาตัวเมียตัวหนึ่งโกรธจัดจนตวัดหางฟาดหน้ามันไปทีหนึ่ง แล้วว่ายจากไปอย่างหัวเสีย
ปลาตัวใหญ่นั้นก็ผิดหวังอย่างยิ่งเช่นกัน มันส่ายหัวกระดิกหาง ว่ายหายเข้าไปในหมู่เมฆเบื้องล่าง
ทันใดนั้น นอกดวงดาวก๊าซ วังวนอัสนีขนาดมหึมาก็เกิดการสั่นสะเทือน ตามด้วยเทพมังกรหลงเยวียนที่แขนขาดเดินออกมา บนคอของเขาเทินแสงสว่างรูปร่างคล้ายใบเมเปิล ทำให้มองไม่เห็นใบหน้า
เขามองซ้ายมองขวา ค้นหาร่องรอยของพวกสวี่อิง แล้วแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ตัดมือข้าไปข้างหนึ่ง กลับเป็นการเปิดเผยว่าเจ้ามาถึงขีดจำกัดแล้ว! ไม่มีใครที่หลอกลวงเทพสวรรค์แล้วจะรอดตัวไปได้หรอก!"
สีหน้าของเขาเหี้ยมเกรียม บังเกิดโทสะดั่งสายฟ้าฟาด
ถูกผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสก็แล้วไปเถอะ เขายังถูกผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์หลอกลวงจนแขนขาดไปข้างหนึ่ง แถมยังตกใจจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
แต่โชคดีที่เขาหนีไปได้ไม่ไกลก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ สังเกตเห็นว่ากระบี่ของเจียงฉีไร้ซึ่งพลังสืบเนื่อง เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายหนักหนากว่าตน!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงบุกมาสังหารด้วยความโกรธแค้น ทว่าพวกสวี่อิงกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
เทพมังกรหลงเยวียนกระตุ้นพลังเวท เปิดดวงตาเทพสวรรค์ที่หว่างคิ้ว ราวกับมีดวงตาข้างหนึ่งงอกอยู่ท่ามกลางใบเมเปิล กวาดตามองไปรอบๆ เพื่อค้นหาร่องรอยของสวี่อิง
ร่างของเขาวูบไหว พุ่งผ่านข้างดวงดาวก๊าซ มุ่งหน้าไปยังโลกหยวนโซ่ว "พวกเขาต้องมุ่งหน้าไปหยวนโซ่วแน่!"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เทพมังกรหลงเยวียนก็ถอยกลับมา พิจารณาดวงดาวก๊าซดวงนี้ แววตาวูบไหว พึมพำเสียงแผ่ว "ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่นี่อยู่ใกล้ข้ามากที่สุด กลับเป็นที่ที่ข้ามีโอกาสมองข้ามมากที่สุด"
เขาสัมผัสถึงอวัยวะของตัวเองอย่างละเอียด ชัดเจนว่ารู้สึกได้ว่าอยู่แถวนี้ แต่กลับหาร่องรอยของพวกสวี่อิงไม่พบ
"หึหึ พวกเจ้าเอาตัวเองไปซ่อนไว้ที่ไหนกันนะ?"
ใบหน้ามหึมาของเทพมังกรหลงเยวียนค่อยๆ ยื่นเข้าไปในชั้นบรรยากาศของดวงดาวดวงนี้ ดวงตาบนใบเมเปิลกวาดมองไปมา พลางหัวเราะร่วน "พวกเจ้าอยู่แถวนี้แหละ ข้าสัมผัสได้..."
ทันใดนั้น ปลาขนาดหมื่นลี้ตัวหนึ่งก็ส่ายหัวกระดิกหางพุ่งเข้ามา กัดกร้วมเข้าที่หัวของเทพมังกรหลงเยวียน แล้วออกแรงลาก ดึงเขาเข้าไปในดวงดาวก๊าซ
ปลาตัวใหญ่ดีใจเนื้อเต้น อ้าปากกว้าง กลืนกินเขาเข้าไปในคำเดียว
วินาทีต่อมา หัวของปลาตัวใหญ่ก็ปริแตก เทพมังกรหลงเยวียนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเศษเลือดเนื้อ เดือดดาลสุดขีด เทพสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขา กลับถูกปลาตัวใหญ่ล้อเล่นจนได้ ทนไม่ได้เด็ดขาด!
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เขาก็ชะงักไป แล้วหัวเราะเสียงต่ำ "ข้ารู้แล้วว่าพวกเจ้าซ่อนอยู่ที่ไหน! พวกเจ้าซ่อนอยู่ในท้องปลาตัวใหญ่ หึหึ ช่างคำนวณได้ดีจริงๆ ทว่าข้าเพียงแค่ฆ่าปลาตัวใหญ่ให้หมด ก็สามารถหาพวกเจ้าพบแล้ว!"
ร่างของเขาวูบไหว ลงมือสังหารปลาตัวใหญ่อื่นๆ ทันที!
ภายในท้องของปลาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง สวี่อิงควบคุมกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ พาพรรคพวกบินไปตามหลอดลมของปลาตัวใหญ่มุ่งลึกเข้าไปด้านใน
บินมาได้แปดร้อยลี้ เบื้องหน้าก็เปิดกว้าง ภายในท้องของปลาตัวใหญ่นี้ กลับมีทิวทัศน์ภูเขา สายน้ำ และฟ้าดิน ท้องฟ้าเป็นสีแดงอมชมพู มีไข่มุกเม็ดโตส่องสว่าง น่าจะเป็นของวิเศษที่ปลาตัวใหญ่ควบแน่นขึ้นมา
ไข่มุกส่องแสงและความร้อนแผดเผา สาดส่องผืนแผ่นดินและขุนเขาเบื้องล่าง
ขุนเขาและสายน้ำแห่งนี้ กลับมีดอกไม้ ใบหญ้า ต้นไม้ นก สัตว์ป่า แมลง และปลา เจริญพันธุ์และขยายเผ่าพันธุ์อยู่ภายในท้องของปลาตัวใหญ่
สวี่อิงเก็บกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ สลายภาพนิมิตของเทพคนหัวมังกร มองลงไปเบื้องล่าง กลับเห็นว่าท่ามกลางหุบเขาลำเนาไพร ยังมีหมู่บ้านและเมืองอยู่ด้วย!
ข้างๆ เมืองและหมู่บ้าน ยังมีการปลูกพืชผลทางการเกษตรอีกด้วย!
ถึงกับมีมนุษย์ อาศัยอยู่ในท้องของปลาตัวใหญ่นี้!
หยวนชีเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ ระฆังใหญ่ก็อึ้งไปเช่นกัน ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมีมนุษย์มาอาศัยอยู่ที่นี่
พวกร่อนลงมาถึงตำบลแห่งหนึ่ง ชาวบ้านเห็นพวกเขาร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ต่างก็ประหลาดใจเป็นล้นพ้น ไถ่ถามว่าพวกเขามาจากที่ใด
"พวกเรามาจากแผ่นดินเสินโจวของโลกหยวนโซ่ว"
สวี่อิงบอกพวกเขา พลางกล่าวว่า "ตอนที่พวกเรากำลังจะกลับเสินโจว ถูกศัตรูไล่ล่าตามฆ่า จึงถูกปลาตัวใหญ่กลืนกิน และพลัดหลงเข้ามาที่นี่ พวกท่านเป็นใครกัน?"
ชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งบอกพวกเขาว่า "บรรพบุรุษของพวกเราเป็นคนในยุคต้าซาง เพราะต้องการหลบหนีการเกณฑ์แรงงานและภาษีอากร จึงอพยพมาทั้งตระกูล หลบหนีออกจากเสินโจว ตอนที่มาถึงดวงดาวดวงนี้ ก็ถูกปลาตัวใหญ่กลืนกิน เนื่องจากเห็นว่าในท้องปลามีฟ้ามีดิน อีกทั้งไม่มีการเกณฑ์แรงงานและภาษีอากร จึงตั้งรกรากอยู่ในท้องปลาตัวใหญ่เสียเลย"
หยวนชีถอนหายใจ "ต้องหนีเข้ามาในท้องปลาเท่านั้น ถึงจะหลบเลี่ยงการเกณฑ์แรงงานและภาษีอากรได้หรือ? ก่อนหน้านี้มีคนซ่อนตัวในท้องปลา ภายหลังมีคนจับงู ใต้หล้านี้ ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยหรือ?"
พวกสวี่อิงตัดสินใจพักอาศัยอยู่ในตำบลชั่วคราว เพื่อตั้งใจรักษาอาการบาดเจ็บของเจียงฉี
ผ่านไปไม่นาน เจียงฉีก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ ทว่าอาการบาดเจ็บยังคงสาหัสมาก โดยเฉพาะรูปลักษณ์เต๋าที่ได้รับความเสียหาย ตบะถูกทำลายไปกว่าครึ่ง ทำให้เขาไม่สามารถรักษาตัวเองได้ในชั่วขณะ
สวี่อิงเห็นสีหน้าเขาดีขึ้นบ้าง จึงเอ่ยถาม "ราชครูเจียง ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ไม่น่าจะเพียงพอที่จะดึงดูดตัวตนที่ทรงพลังอย่างราชครูเจียง จากอวิ๋นเมิ่งเจ๋อมายังไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนได้ แล้วราชครูเจียงเข้ามาในเสี่ยวเสวียนเทียนได้อย่างไร?"
กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์สามารถพาเพียงผู้บำเพ็ญเพียรหรือหมอผีที่มีตบะค่อนข้างอ่อนแอเข้ามาในเสี่ยวเสวียนเทียนได้ หากตบะสูงเกินไป ก็จะเกินขีดจำกัดของกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์
เจียงฉีมีฐานะสูงส่งถึงราชครูแห่งต้าโจว ตบะย่อมต้องบรรลุถึงจุดสูงสุด กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ไม่มีทางพาเขามายังเสี่ยวเสวียนเทียนได้
เจียงฉีหอบหายใจหนักๆ ยิ้มบางๆ แล้วกล่าว "ข้าเข้ามาในเสี่ยวเสวียนเทียนผ่านทางเมืองศิลา ทว่า ใครบอกว่าตอนที่ข้ามาถึงเมืองศิลา ข้าจะแข็งแกร่งปานนี้แล้วล่ะ?"
สวี่อิงไม่เข้าใจ
แม้เจียงฉีจะนอนอยู่ตรงนั้น แต่ท่าทีกลับผ่อนคลาย เขากล่าวว่า "ตอนที่ข้ามาถึงเมืองศิลา ข้าก็เหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ เป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเจียวเลี่ยนเท่านั้น เมื่อคืนนี้ ข้าเพิ่งจะหลอมแก่นทองคำสำเร็จ"
สิ้นคำกล่าวนี้ สวี่อิง หยวนชี และระฆังใหญ่ ต่างก็อึ้งงันไปตามๆ กัน
สวี่อิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา เอ่ยชมว่า "นับถือจริงๆ"
หยวนชีไม่เข้าใจ กล่าวว่า "ตอนนั้นเจ้าเพิ่งหลอมแก่นทองคำสำเร็จ หลังจากนั้นยังมีขั้นเคาะด่านรอบสอง ขั้นฉงโหลว ขั้นเหยาฉือ ขั้นสะพานเทวะ และขั้นเคาะด่านรอบสาม จากนั้นถึงจะเป็นขั้นทะยานเป็นเซียน! เจ้าบำเพ็ญจนถึงขั้นทะยานเป็นเซียนได้ภายในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร?"
จากการที่เมืองศิลาเข้ามาในเสี่ยวเสวียนเทียน จนถึงตอนที่เมืองศิลาออกจากเสี่ยวเสวียนเทียน ความจริงแล้วเพิ่งผ่านไปเพียงคืนเดียวเท่านั้น
ใช้เวลาเพียงคืนเดียว บำเพ็ญจากขั้นเจียวเลี่ยนจนถึงขั้นทะยานเป็นเซียน อีกทั้งยังสยบศาสตราวุธวิถีสวรรค์อย่างกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ ฟื้นฟูรากวิญญาณฟ้าดินเถาวัลย์หยินหยาง และตัดสินชี้ชะตากับเทพสวรรค์หลงเยวียน เรื่องนี้เป็นไปได้หรือ?
เจียงฉียิ้มบางๆ "ง่ายมาก แก่นแท้วิถีดั้งเดิมไงล่ะ"
เขาหอบหายใจ แล้วกล่าวต่อ "เดิมทีข้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นทะยานเป็นเซียน ถูกไฟเซียนจากโลกหน้าแผดเผาตบะไปจนหมดสิ้น แต่ถึงอย่างไรเมื่อก่อนก็เคยมีรากฐานที่ดี ข้าแอบเก็บโอสถเซียนในโลกหน้ามาหกพันปี ในร่างกายสะสมโอสถเซียนไว้มหาศาล เพียงแค่เก็บเกี่ยวรากวิญญาณวิถีเซียน ดื่มด่ำแก่นแท้วิถีดั้งเดิม ข้าก็สามารถทะลวงผ่านระดับขั้นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว"
เขาอาศัยตบะขั้นเจียวเลี่ยนระดับแก่นทองคำ เข้ามาในเสี่ยวเสวียนเทียน แล้วไปเก็บเกี่ยวรากวิญญาณวิถีเซียนทันที โดยไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย
เมื่อระดับตบะของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในที่สุดเมื่อบำเพ็ญถึงขั้นเหยาฉือ เขาก็พบว่าแก่นแท้วิถีดั้งเดิมที่ซ่อนอยู่ในรากวิญญาณวิถีเซียนธรรมดาทั่วไป ยากที่จะทำให้ตบะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้อีก
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสยบกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์!
ใช้ตบะขั้นเหยาฉือ ไปสยบศาสตราวุธวิถีสวรรค์ ช่างกล้าหาญบ้าบิ่นเสียจริง
แต่เขากลับทำสำเร็จ!
หลังจากได้กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์มา ทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลอง เขาใช้กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ ปลอมเป็นวิถีสวรรค์ส่งเสียงไปยังสรรพจักรวาล เพื่อให้สรรพจักรวาลส่งคืนรากวิญญาณวิถีเซียน และจัดระเบียบเส้นทางสวรรค์ใหม่
หลังจากรากวิญญาณเถาวัลย์หยินหยางฟื้นฟู แก่นแท้วิถีดั้งเดิมที่เขาได้รับก็ช่วยให้เขาหลอมรวมโอสถเซียนในร่างกายได้มากขึ้น ทำให้เขาก้าวผ่านก้าวสุดท้าย บำเพ็ญจนถึงขั้นทะยานเป็นเซียน!
เขาใช้กระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ ทำลายล้างโลกในสรรพจักรวาลไปหนึ่งใบ เพื่อแสดงแสนยานุภาพต่อหมื่นโลก บีบบังคับให้พวกเขาส่งมอบรากวิญญาณวิถีเซียนออกมามากขึ้น ในที่สุดก็ทำให้รากวิญญาณเถาวัลย์หยินหยางมั่นคง
หยวนชีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "นั่นก็หมายความว่า ตอนที่เจ้ามา ตบะของเจ้าก็พอๆ กับข้าและอาอิ้งงั้นหรือ?"
เจียงฉีฝืนพยักหน้า กล่าวว่า "ตอนนั้น ข้าซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในเมืองศิลา ข้าอาจจะไม่ใช่คู่มือของพวกเจ้าด้วยซ้ำ"
หยวนชีถามต่อ "ตอนนั้นเจ้าก็ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะครอบครองศาสตราวุธวิถีสวรรค์ ฟื้นคืนชีพรากวิญญาณเถาวัลย์หยินหยาง และเชื่อมต่อเส้นทางสวรรค์อีกครั้งงั้นหรือ?"
เจียงฉีตอบ "ก่อนหน้านั้น ข้าก็ได้กำหนดทุกย่างก้าวหลังจากเข้ามาในเมืองศิลาไว้หมดแล้ว"
หยวนชีถอนหายใจ พึมพำว่า "ข้ามักจะรู้สึกว่าอายุของตัวเอง เหมือนจะใช้ชีวิตเสียเปล่าให้หมามันเกิดแทนซะงั้น"
ระฆังใหญ่ทอดถอนใจ "นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาสามารถเป็นราชครูของโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวได้กระมัง พวกเราไม่ใช่บุคลากรที่จะเป็นราชครูได้จริงๆ นั่นแหละ อีกอย่างนะท่านเจ็ด ข้าก็รู้สึกว่าอายุของเจ้าใช้ชีวิตเสียเปล่าไปตกอยู่ที่หมาหมดเหมือนกัน"
"เจ้านั่นแหละหมา!" หยวนชีโกรธจัด
เจียงฉีไอติดๆ กัน พลางหัวเราะร่วน "ข้าเพียงแค่วางแผนแล้วค่อยลงมือ ดูเหมือนจะบุ่มบ่าม แต่แท้จริงแล้วมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม"
ความคิดอ่านของเขาลึกล้ำ ตั้งแต่เข้าสู่เมืองศิลาจนถึงการช่วงชิงศาสตราวุธวิถีสวรรค์ ไปจนถึงการข่มขู่หมื่นโลกให้ส่งมอบรากวิญญาณ ทุกย่างก้าวล้วนแม่นยำ!
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไร้ความปรานีอย่างยิ่ง ใช้ศาสตราวุธวิถีสวรรค์ทำลายล้างโลกใบหนึ่งโดยตรง โดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขามอบกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ให้สวี่อิง ก็เป็นการวางแผนแล้วค่อยลงมือเช่นกัน เขารู้ดีว่าลำพังเพียงพลังของตนเอง ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนศาสตราวุธวิถีสวรรค์เพื่อกลับไปยังโลกหยวนโซ่วได้
เขายังรู้อีกว่าเทพมังกรหลงเยวียนมีความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จะต้องลอบโจมตีกลางทางอย่างแน่นอน และตนเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่ๆ
ดังนั้น เขาถึงได้มอบกระบี่ลงทัณฑ์สวรรค์ให้สวี่อิง ขอยืมพลังของสวี่อิงมาพลิกสถานการณ์!
สวี่อิงเอ่ยถาม "ราชครูเจียง เทพมังกรหลงเยวียนมีที่มาอย่างไร?"
เขาสังเกตเห็นว่าเทพสวรรค์อาจเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น จึงเกิดความสนใจในที่มาของเทพมังกรหลงเยวียน
เจียงฉีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะบอกตามตรง "เทพมังกรหลงเยวียน คือทวยเทพที่หลงเหลืออยู่ในโลกมนุษย์เนื่องจากสงครามเส้นทางสวรรค์ในอดีต และไม่สามารถกลับไปยังโลกแห่งวิถีสวรรค์ได้ สงครามเส้นทางสวรรค์ในตอนนั้น มีเทพสวรรค์ลงมาจุติบนโลกมนุษย์มากมาย และไม่สามารถกลับไปยังโลกแห่งวิถีสวรรค์ได้"
สวี่อิงกล่าวว่า "ราชครูเจียง สิ่งที่ข้าอยากรู้คือ เทพมังกรหลงเยวียน เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นใช่หรือไม่?"







