"อืม"
กู้สิงย่อมต้องตกลงคำให้การกับกงชิงอี๋ให้ตรงกันอยู่แล้ว
ไม่อย่างนั้นการพัฒนาสายอาชีพของอีกฝ่ายก็คงจะได้รับผลกระทบจากข่าวลืออยู่บ้างไม่มากก็น้อย
บนอินเทอร์เน็ตเริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดแล้วว่า 'กงชิงอี๋' เป็นมือที่สามที่เข้ามาแทรกแซงรักสามเส้าของกู้สิง เฉินหลิงซู และลั่วหนิง
แม้ว่าคำกล่าวนี้จะฟังดูแปลกๆ ก็ตาม ชาวเน็ตเคยได้ยินแต่คนคนเดียวเข้าไปแทรกแซงความรักของคนสองคน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีคนสามารถเข้าไปแทรกแซงความรักของคนสามคนได้
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้กู้สิงผู้ชายเฮงซวยคนนี้มีแฟนสาวถึงสองคนจริงๆ ล่ะ?
หลินนั่วหรี่ตาลง "ทิศทางกระแสสังคมตอนนี้วุ่นวายมาก บางคนบอกว่ากงชิงอี๋เป็นมือที่สาม บางคนบอกว่าพี่ชายนอกใจ บางคนก็สร้างภาพให้เธอเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นข้อสันนิษฐานแบบไหนก็ล้วนไม่เป็นผลดีต่อพวกคุณทั้งนั้น"
กู้สิงไม่ได้พูดอะไร
ตัวเขาน่ะไม่เป็นไรหรอก ชาวเน็ตจะมองอย่างไรก็ได้ ชื่อเสียงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเรื่องใดๆ แต่กงชิงอี๋ที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออาชีพการงานมาทั้งชีวิต ย่อมไม่อยากถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น 'เมียน้อย' หรอกใช่ไหม?
ไม่ถูกสิ
เป็นการแทรกแซงความรักของคนอื่นเหมือนกัน คนอื่นเป็น 'มือที่สาม' น่ะถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่กงชิงอี๋เป็นกลับเป็น 'มือที่สี่' ต่างหาก
เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็รู้ว่ากู้สิงมีแฟนแล้วสองคน
นี่เป็นเพราะคนภายนอกยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของหลินนั่วด้วยซ้ำ
หากรู้ถึงการมีอยู่ของหลินนั่วล่ะก็ ถ้ากงชิงอี๋คิดจะแทรกแซงความรักระหว่างกู้สิงกับบรรดาแฟนสาวจริงๆ เธอควรจะเป็น 'มือที่ห้า' ถึงจะถูก
"น้องห้า"
กู้สิงส่ายหน้า นี่เขากำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหากงชิงอี๋ เพียงไม่กี่วินาทีก็รับสาย
"ฮัลโหล"
น้ำเสียงของกงชิงอี๋แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
กู้สิงรู้สึกผิดอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรก็เป็นตัวเขาเองที่ไปขอให้กงชิงอี๋แกล้งทำเป็นคนรัก จนทำให้เกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้น
"ผมเอง กู้สิง"
กู้สิงเข้าเรื่องทันที "เรื่องนี้ปล่อยให้ผมเป็นคนจัดการตอบโต้เองเถอะ ก็บอกไปว่า..."
เขาหยุดไปเล็กน้อย กวาดสายตามองใบหน้าของเฉินหลิงซูแล้วพูดต่อ "ก็บอกไปว่าวันนั้นพวกเรากำลังเล่นเกมพูดความจริงหรือกล้าท้าทำ คุณเลือกกล้าท้าทำ แล้วผมก็บังคับให้คุณหอมแก้มผมหนึ่งที ไม่คิดเลยว่าจะถูกปาปารัสซี่ถ่ายรูปไว้ได้"
เฉินหลิงซู "..."
เมื่อกี้ที่กู้สิงมองเธอแวบหนึ่ง เป็นเพราะนึกถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่เธอพนันแพ้เขาอย่างนั้นเหรอ?
จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากแพ้พนัน กู้สิงก็พูดติดตลกว่า คุณหอมแก้มผมสิ
เฉินหลิงซูเกิดอาการหน้ามืดตามัว จึงหอมแก้มเขาไปจริงๆ จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มคบหากัน
ตอนนี้กู้สิงเพื่อที่จะระงับกระแสสังคม ถึงกับเอาเรื่องราวของเธอกับเขาไปสวมรอยให้กงชิงอี๋ในนามของเกมพูดความจริงหรือกล้าท้าทำเนี่ยนะ
หึ
เฉินหลิงซูค่อนข้างไม่พอใจ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความคิดของกู้สิง
"พูดความจริงหรือกล้าท้าทำ?"
กงชิงอี๋ที่อยู่ปลายสายทวนคำพูดเหล่านี้ซ้ำ จากนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบ
"พี่ชาย"
หลินนั่วพูดขึ้นมาทันที "ให้ฉันคุยกับเธอดีไหม?"
กู้สิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ปล่อยให้หลินนั่วสื่อสารกับกงชิงอี๋ เพราะถึงอย่างไรน้องสาวก็ถนัดเรื่องตามเช็ดตามล้างให้พี่ชายอย่างเขาอยู่แล้ว
"กงชิงอี๋ ฉันเอง หลินนั่ว"
หลินนั่วรับโทรศัพท์จากกู้สิงมาแล้วเอ่ยทักทาย "ตอนนี้คุณสะดวกไหม?"
ในที่สุดก็มีเสียงของกงชิงอี๋ดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
"อืม"
"อีกสิบนาที ฉันจะให้คนไปรับคุณ เรามาเจอกันแล้วค่อยคุยเถอะ"
"ได้"
กงชิงอี๋ตอบตกลง
หลังจากวางสาย หลินนั่วก็คืนโทรศัพท์ให้กู้สิง เธอลุกขึ้นยืนแล้วจัดกระโปรงให้เรียบร้อย
"ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ"
เฉินหลิงซูก็ลุกขึ้นจากโซฟาเช่นกัน "ฉันไปกับเธอด้วย"
ลั่วหนิงส่ายหน้า "เธอจะไปทำตัววุ่นวายทำไม นั่วนั่วจะจัดการเรื่องนี้เอง"
เฉินหลิงซูมองกู้สิงแวบหนึ่ง "งั้นก็ได้"
ครู่ต่อมา หลินนั่วก็เปลี่ยนชุดเดินออกมา เธอสวมเสื้อกันลมสีดำ มัดผมรวบต่ำ ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง เธอเดินไปที่ประตูเพื่อเปลี่ยนรองเท้า
"พวกคุณรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านนะ"
พูดจบหลินนั่วก็เปิดประตูเดินออกไป
กู้สิงนั่งอยู่บนโซฟามือจับกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ นิ้วหัวแม่มือกดลงบนฝาแก้วเป็นจังหวะจนเกิดเสียงดังกริ๊กเบาๆ
"สามีกำลังเป็นห่วงกงชิงอี๋เหรอ?"
เฉินหลิงซูนั่งลงข้างๆ กู้สิง ซบลงบนไหล่ของเขาแล้วปลอบโยน "ถึงยังไงเธอก็เป็นนางเอกแถวหน้าในวงการที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน กระแสสังคมแค่นี้ไม่ถึงกับทำให้เธอเสียศูนย์หรอก"
"ยิ่งห่วงก็ยิ่งว้าวุ่น"
ลั่วหนิงที่นั่งอยู่อีกฝั่งของกู้สิงเอ่ยปากพูดเสียงเบา
กู้สิงอธิบาย "ต้นเหตุของเรื่องนี้ ถึงยังไงก็เกี่ยวข้องกับพวกเราทั้งสามคน"
ลั่วหนิงมองกู้สิงแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร
ทว่าเฉินหลิงซูกลับพยักหน้าพูดว่า "เรื่องนี้ฉันเองก็มีส่วนรับผิดชอบ"
นานๆ ทีเฉินหลิงซูจะไม่หึงหวง เพราะเธอคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ความหึงหวงที่ควรจะเกิดมันจบไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป หากตอนนั้นไม่มีกงชิงอี๋มาช่วยเป็น 'ตัวชง' แกล้งทำเป็นคนรัก การคืนดีกันระหว่างเธอกับกู้สิงก็คงไม่ราบรื่นขนาดนี้หรอก
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินหลิงซูรู้ดีว่าศิลปินหญิงมักจะเสียเปรียบโดยธรรมชาติเมื่อต้องเผชิญกับกระแสสังคมประเภทนี้
ตอนนั้นที่เธอถูกคนทั้งอินเทอร์เน็ตล้อเลียนว่าเป็น 'ผู้หญิงสายเปย์ตามตื๊อ' กระแสตีกลับยังหนักหนากว่าตอนนี้เสียอีก
ผลปรากฏว่าคนที่มาปลอบโยนเธอในตอนนั้นก็คือกงชิงอี๋ ความหวังดีนี้เฉินหลิงซูจดจำไว้เสมอมา
ใครใช้ให้เฉินหลิงซูคนนี้จิตใจดีล่ะ~
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของหลินนั่วก็จอดอยู่ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง สายตามองไปยังประตูหมุนของโรงแรม
ไม่นานประตูก็เปิดออก กงชิงอี๋เดินออกมา เธอสวมเสื้อโค้ตสีเทา มัดผมรวบไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ และสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
ปี๊นๆ
หลินนั่วบีบแตร เมื่อกงชิงอี๋เห็นเธอก็เข้าไปนั่งในรถ
"ไปที่ห้องทำงานฉันเถอะ"
หลินนั่วพูดพลางขับรถมุ่งตรงไปยังกลุ่มบริษัทตำนาน
ในฐานะรองประธานบริษัท ห้องทำงานของหลินนั่วอยู่บนชั้นสูงสุด ภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้นคือวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของทั้งเมือง
กงชิงอี๋ก้มหน้าปล่อยผมปรกลงมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หลินนั่ววางน้ำอุ่นหนึ่งแก้วลงบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าเธอแล้วพูดเข้าประเด็นทันที "เรื่องคลิปวิดีโอพวกเราจะจัดการเอง ทางฝั่งของจั๋วเวยฉันให้คนไปคุยแล้ว อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้เช้าคลิปนั้นก็จะถูกลบออก แต่การลบก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ภาพหน้าจอและการแชร์ที่แพร่กระจายออกไปแล้ว เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องการคำให้การที่ตรงกัน เอาตามที่พี่ชายบอกดีไหม?"
"ได้"
กงชิงอี๋รับคำอย่างใจลอย
หลินนั่วพยักหน้า น้ำเสียงไม่มีความผันผวนใดๆ "ข้อสอง นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณห้ามไปพบกับพี่ชายอีก"
กงชิงอี๋เงยหน้าขึ้นขวับ "ด้วยเหตุผลอะไร?"
แม้จะอยู่ต่อหน้าองค์หญิงนั่ว แต่วินาทีนี้กงชิงอี๋กลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "ถึงฉันจะเป็นศิลปินของตำนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถควบคุมอิสรภาพของฉันได้"
"ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า..."
หลินนั่วมองกงชิงอี๋พลางเผยรอยยิ้มเย็นชา "ฉัน เป็นแฟนของพี่ชาย"
กงชิงอี๋ชะงักไป จากนั้นก็มองหลินนั่วด้วยความเหลือเชื่อ "แฟนคนที่สามที่กู้สิงพูดถึงก็คือคุณงั้นเหรอ!?"
"พี่ชายช่างบอกคุณทุกเรื่องจริงๆ เลยนะ"
หลินนั่วเบ้ปาก "ถ้าอย่างนั้นในฐานะแฟนของพี่ชาย ฉันมีสิทธิ์พอที่จะขอให้คุณอยู่ห่างจากสามีของฉันหน่อยได้ไหม?"
"คุณ... พวกคุณยังไม่ได้แต่งงานกัน... จะเรียกสามีได้ยังไง..."
นอกจากความตกตะลึงแล้ว กงชิงอี๋ยังแทบจะพูดจาไม่รู้เรื่อง เธอไม่คิดเลยว่าบุคคลระดับองค์หญิงนั่วแห่งตำนาน จะยอมใช้กู้สิงร่วมกับลั่วหนิงและเฉินหลิงซู!
"ก็แค่ปรับตัวล่วงหน้าเท่านั้นเอง จะให้แต่งงานแล้วยังเรียกพี่ชายอยู่อีกเหรอ?"
หลินนั่วยิ้มบางๆ จู่ๆ ก็หยิบการ์ดสีแดงสดออกมาจากลิ้นชัก "นี่คือการ์ดเชิญร่วมงานแต่งงานของพวกเรา ฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้คุณใบหนึ่ง ถึงยังไงคุณกับพี่ชายก็เป็นเพื่อนกัน ถึงเวลามาดื่มฉลองมงคลสมรสสักหน่อยฉันก็ไม่รังเกียจหรอก เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่ใช่เฉินหลิงซู ไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น"
"การ์ดเชิญ... งานแต่งงาน?"
มือของกงชิงอี๋สั่นเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังสั่นเพราะอะไร นิ้วมือบีบการ์ดเชิญใบนั้นแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอก้มหน้ามองตัวอักษรบนกระดาษ อ่านไปทีละคำทีละคำ
【กงชิงอี๋ที่รัก พวกเรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว สถานที่จัดงานแต่งงานคือฉีโจว เวลา...】
ดีไซน์ของการ์ดเชิญเรียบง่ายมาก พื้นหลังสีขาว ตัวอักษรปั๊มทอง ไม่มีลวดลายซับซ้อน ไม่มีการตกแต่งที่มากเกินความจำเป็น แต่ตัวอักษรบนนั้น แต่ละคำกลับทิ่มแทงสายตาเป็นพิเศษ ในที่สุดสายตาของกงชิงอี๋ก็หยุดลงที่ชื่อของเจ้าสาว
สามชื่อ
หลินนั่ว ลั่วหนิง เฉินหลิงซู!
หากดูจากรูปแบบ ทั้งสามชื่อเป็นตัวอักษรขนาดเท่ากันที่เรียงต่อกัน เป็นสีปั๊มทองเหมือนกัน และสุดท้ายก็ตามด้วยชื่อของฝ่ายชายอย่างกู้สิง นี่มันงานแต่งงานแบบสี่คนชัดๆ!
"คุณ... พวกคุณ..."
ลำคอของกงชิงอี๋ราวกับถูกอะไรบางอย่างอุดไว้ คำพูดแทบจะถูกเค้นออกมาจากลำคอทีละคำ "พวกคุณสามคน แต่งงานพร้อมกัน ในวันเดียวกันเหรอ?"
"อืม พร้อมกัน"
หลินนั่วยิ้ม "พี่ชายบอกว่า ถ้าจะแต่งก็แต่งพร้อมกัน ไม่แบ่งก่อนหลัง ไม่แบ่งใหญ่เล็ก พวกเราสามคนต่างก็เห็นด้วย"
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาของหลินนั่วจับจ้องไปที่ใบหน้าของกงชิงอี๋ "คุณคิดว่าแปลกมากใช่ไหม?"
กงชิงอี๋ไม่ได้พูดอะไร เธอแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรคือแปลกอะไรคือไม่แปลก ผู้ชายคนหนึ่งแต่งงานกับผู้หญิงสามคนพร้อมกัน ในยุคสมัยนี้ ในความเข้าใจของทุกคนล้วนเป็นเรื่องแปลกประหลาด
แม้ว่าฉีโจวจะอนุญาต แต่คนที่ทำเรื่องแบบนี้อย่างเอิกเกริกก็มีน้อยมากแล้ว
ทว่าหากเป็นกู้สิง หากเป็นเขา เธอเหมือนจะไม่รู้สึกว่าแปลก หรือจะบอกว่าไม่มีกะจิตกะใจมาสนแล้วว่าเรื่องนี้มันแปลกหรือไม่
เพราะกงชิงอี๋รู้สึกทรมานมาก
มันเป็นความทรมานที่ค่อยๆ แผ่ซ่านจากหน้าอกไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ราวกับถูกใครบางคนใช้มือใหญ่บีบหัวใจเอาไว้ จงใจไม่บดขยี้ให้แหลกสลาย เพียงแค่บีบไว้ไม่ยอมปล่อย ให้คุณรู้สึกเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาแบบนั้น
"งานแต่งงานเมื่อไหร่?"
กงชิงอี๋พยายามรักษาน้ำเสียงให้สงบนิ่ง
หลินนั่วหัวเราะขบขัน "บนการ์ดเชิญก็เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ วันอาทิตย์หน้า อย่างน้อยคุณก็ช่วยตั้งใจอ่านหน่อยเถอะ"
"อืม"
กงชิงอี๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปิดการ์ดเชิญลง วางไว้บนเข่า นิ้วมือกดลงไปอย่างแรง ตัวอักษรปั๊มทองสะท้อนแสงไฟจางๆ เธอจ้องมองแสงนั้นอยู่ไม่กี่วินาที จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหลินนั่ว
"กู้สิงรู้ไหมว่าคุณเอาสิ่งนี้ให้ฉัน?"
"ไม่รู้ และก็ไม่จำเป็นต้องรู้ การ์ดเชิญนี้ฉันเป็นคนให้คุณ ไม่เกี่ยวกับพี่ชาย ตอนนี้คุณเป็นศิลปินของตำนาน ฉันเป็นรองประธานกลุ่มบริษัทตำนาน ฉันเชิญคุณก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร คุณมาดื่มเหล้ามงคลสามจอกของพวกเรา ถือซะว่าเป็นการบอกลาครั้งหนึ่งก็แล้วกัน เมื่อพิจารณาจากระดับของคนที่สามารถมาร่วมงานแต่งงานของพวกเราได้ก็ล้วนแต่ไม่ธรรมดา บางทีในงานเลี้ยงแต่งงานอาจจะมีเนื้อคู่ในอนาคตของคุณอยู่ก็ได้นะ"
หยุดไปครู่หนึ่ง
หลินนั่วหัวเราะ "วางใจเถอะ ในเมื่อพี่ชายมอบหมายเรื่องงานแต่งงานให้ฉันเป็นคนจัดการ ดังนั้นงานแต่งงานจะเชิญใครมาฉันก็เป็นคนตัดสินใจ เขาจะไม่มีความคิดเห็นใดๆ ยิ่งไม่ถึงขั้นไล่คุณกลับตอนที่เจอหน้าคุณหรอก ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกคุณสองคนจะดูเหมือนไม่มีอะไรจะคุยกันแล้วก็ตามเถอะ"
"ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ฉันเข้าใจเจตนาของประธานหลินแล้ว"
กงชิงอี๋ลุกขึ้นอย่างยากลำบากเล็กน้อย "ขอบคุณสำหรับคำเชิญของประธานหลิน แต่งานแต่งงานของพวกคุณ ฉันอาจจะไม่ได้ไป"
"ตามใจคุณ"
หลินนั่วยักไหล่ "เก็บการ์ดเชิญไว้ให้ดีล่ะ ในวงการนี้ ศิลปินที่ได้รับคำเชิญจากพวกเรามีไม่มากนักหรอก"