ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่ง
กงชิงอี๋ที่กลับมาถึงบ้าน นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับวางนิตยสารเล่มหนึ่งไว้ เธอไม่พลิกหน้ากระดาษมาพักใหญ่แล้ว
ประตูถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน
ผู้จัดการที่สนิทสนมกับกงชิงอี๋ราวกับคนในครอบครัวเดินเข้ามา น้ำเสียงเจือความตึงเครียดเล็กน้อย "ชิงอี๋ ทางประธานหลินว่ายังไงบ้าง"
"พี่ฮวา พี่มาแล้วเหรอ"
กงชิงอี๋เอนหลังพิงโซฟา เงยหน้ามองเพดาน "เธอเตรียมหาข้ออ้างกะจะบอกว่าวันนั้นเล่นเกมพูดความจริงหรือกล้าท้า..."
"พูดความจริงหรือกล้าท้าเหรอ"
ผู้จัดการครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพยักหน้าพูดขึ้น "ไม่มีปัญหา ท้ายที่สุดแล้วสิทธิ์ในการอธิบายเรื่องนี้ก็อยู่ในมือของเธอและกู้สิง ขอแค่แฟนสาวสองคนของกู้สิงไม่โวยวายก็ไม่มีอะไรแล้ว"
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง
ผู้จัดการพูดพลางหัวเราะ "ดูจากตอนนี้แล้ว กู้สิงคงจะจัดการแฟนสาวสองคนนั้นได้อยู่หมัดเลยล่ะ"
กงชิงอี๋เอ่ยด้วยความเหนื่อยล้า "ไม่ใช่แฟนสาวสองคน แต่เป็นสามคน ประธานหลินที่พี่พูดถึงก็เป็นหนึ่งในแฟนสาวของกู้สิงเหมือนกัน"
"อะไรนะ!?"
ผู้จัดการถึงกับเสียงหลง
กงชิงอี๋หลับตาลง นึกถึงคำสารภาพรักที่กู้สิงมีต่อเธอในวันนั้น
หากเธอยอมรับ บนการ์ดเชิญงานแต่งงานจะมีชื่อผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรือเปล่า
กงชิงอี๋ยิ้มขื่น เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บปวดเรื่องอะไรกันแน่ ใจหนึ่งไม่อยากยอมรับการแบ่งปันกู้สิงกับผู้หญิงคนอื่น แต่อีกใจหนึ่งทำไมถึงอิจฉา หรือกระทั่งริษยาพวกหลินนั่วกันนะ
...
หลังจากพบกงชิงอี๋ หลินนั่วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายขึ้นมากะทันหัน เธอไม่รู้สาเหตุก็เลยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล
ในช่วงเวลานี้ โรงพยาบาลทั่วไปเหลือเพียงแผนกฉุกเฉินเท่านั้นที่ยังเปิดทำการ
ทว่าเพียงหลินนั่วโทรศัพท์ไปสายเดียว ก็ทำให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งต้องทำงานล่วงเวลาข้ามคืนเพื่อตรวจร่างกายให้เธออย่างละเอียด
ตอนที่ออกมาจากโรงพยาบาล ในมือของหลินนั่วกำใบรายงานผลตรวจที่มีหัวกระดาษของโรงพยาบาลเอกชนในเครือกลุ่มบริษัทตำนานเอาไว้ กระดาษบางเฉียบถูกพับสองทบและบีบแน่นอยู่ในมือจนมุมกระดาษยับยู่ยี่เล็กน้อย
เมื่อมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน
หลินนั่วเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่ง ทว่ายังไม่ได้สตาร์ทรถในทันที เธอกลับคลี่ใบรายงานผลตรวจออก วางแผ่ไว้บนพวงมาลัยแล้วมองดูมันอีกครั้ง
เป็นบวก!
สองคำนั้นหลินนั่วมองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายรอบ แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ
มือเรียววางทาบลงบนหน้าท้องน้อยของตัวเอง ผ่านเนื้อผ้าบางๆ โดยยังไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
เพิ่งจะสี่สัปดาห์ ยังเล็กเกินไป เล็กเสียจนตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่ามีเด็กทารกอยู่ตรงนั้น โชคดีที่วันนี้หลังจากพบกงชิงอี๋แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยนึกครึ้มใจแวะไปตรวจที่โรงพยาบาล...
หลินนั่วถึงกับรู้สึกขอบคุณกงชิงอี๋ขึ้นมานิดๆ แล้ว
ต้องรู้ก่อนว่าอยู่กับกู้สิงมาตั้งนาน มองดูหน้าท้องของลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูที่เริ่มนูนขึ้นมานิดๆ แล้ว แต่ทางตัวเองกลับยังไม่มีวี่แววอะไรเลย ในใจของหลินนั่วก็อดรู้สึกร้อนรนไม่ได้
ถึงแม้หลินนั่วจะคอยบอกตัวเองอยู่เสมอว่าไม่ต้องรีบร้อน ตัวเองยังเด็กขนาดนี้ ยังมีเวลาอีกถมเถ
แต่ทุกครั้งที่เห็นเฉินหลิงซูลูบท้องคุยกับลูก ทุกครั้งที่เห็นลั่วหนิงขมวดคิ้วดื่มโซดาเพราะอาการแพ้ท้อง ทุกครั้งที่เห็นพี่ชายแนบหูลงบนท้องของพวกเธอเพื่อฟังเสียงหัวใจที่ยังไม่ได้ยิน
ทุกครั้งที่เห็นภาพเหล่านี้ ในใจของหลินนั่วก็มักจะเกิดความรู้สึกจุกแน่นปนเปรี้ยวปร่าที่อธิบายไม่ถูกเอ่อล้นขึ้นมาอยู่ดี
ตอนนี้ไม่ต้องอิจฉาแล้ว เธอเองก็ท้องแล้วเหมือนกัน!
เจ้าตัวน้อยในท้องที่อายุยังไม่ถึงสี่สัปดาห์ คือพยานรักของเธอกับพี่ชาย และยังเป็นสมาชิกคนที่เจ็ดของครอบครัวนี้ เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินนั่วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหากู้สิง
"นั่วนั่ว?"
เสียงของกู้สิงดังมาจากปลายสาย เจือความแหบพร่าเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เขากำลังรอเธอกลับบ้าน
"พี่คะ พี่อยู่บ้านหรือเปล่า"
"อยู่สิ เธอจะกลับเมื่อไหร่"
"กำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แหละ พี่ชาย ฉันมีเรื่องจะบอกพี่ด้วย"
"ว่ามาสิ"
"ช่างเถอะ เอาไว้กลับไปค่อยคุยกันดีกว่า"
"ทำไมไม่พูดทางโทรศัพท์ล่ะ ทางกงชิงอี๋ไม่ยอมให้ความร่วมมือเหรอ"
กู้สิงคาดเดา "ถ้าไม่ได้ เดี๋ยวฉันไปเจอเธอเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก"
"กลับบ้านค่อยคุยกันเถอะ"
หลินนั่วยกยิ้มมุมปากและขับรถกลับบ้าน
อาจจะเป็นเพราะดูหนังดูซีรีส์มาเยอะเกินไป ตอนกลับบ้านหลินนั่วจึงขับรถอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
จนกระทั่งผลักประตูคฤหาสน์ของที่บ้านเข้ามา หลินนั่วถึงได้เบาใจลง และมองเห็นกู้สิงกำลังนอนหรี่ตาอยู่บนโซฟาทันที
"พี่ชาย!"
"นั่วนั่วกลับมาแล้วเหรอ"
กู้สิงที่หลับอยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมานั่งทันที
หลินนั่วกระโดดขึ้นไปบนโซฟาและสวมกอดกู้สิงแน่นอย่างไม่ลังเล
"เป็นอะไรไป"
กู้สิงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง รู้สึกเหมือนน้องสาวมีเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
หลินนั่วขยับริมฝีปากไปใกล้หูของกู้สิง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ฉันท้องลูกของพี่ชายแล้วนะ"
"จริงเหรอ!?"
เสียงของกู้สิงเปลี่ยนไปในทันที สีหน้าของเขาชะงักงันไปไม่ถึงวินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างบ้าคลั่ง "เธอเองก็ท้องแล้วเหมือนกันเหรอ"
"จริงสิ เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลเลย ใบรายงานผลตรวจก็อยู่ในมือฉันนี่ไง"
กู้สิงรับใบรายงานผลตรวจมาดู แล้วก็สวมกอดหลินนั่วแน่นในทันที "ลำบากเธอแล้วนะ กำลังท้องกำลังไส้ยังต้องวิ่งวุ่นไปทั่วอีก"
"ลำบากอะไรกันล่ะ"
หลินนั่วซุกหน้าลงกับแผงอกของกู้สิง "ฉันไม่ได้ท้องให้พี่ซะหน่อย ฉันท้องให้ตัวเองต่างหาก"
"นั่นก็ลูกของฉันเหมือนกัน"
กู้สิงยกยิ้มมุมปาก นึกไม่ถึงเลยว่าก่อนงานแต่งงานจะเริ่มขึ้น ว่าที่ภรรยาทั้งสามคนของเขาจะตั้งท้องพร้อมกันหมดแล้ว!
หลินนั่วกลอกตาไปมา "ลั่วหนิงกับซูซูนอนหรือยัง"
กู้สิงพูดอย่างขบขัน "แน่นอนว่านอนแล้วสิ ตั้งแต่ท้อง กิจวัตรประจำวันของพวกเธอแต่ละคนก็ดีต่อสุขภาพขึ้นเป็นกอง"
"งั้นฉันไม่กวนพวกเธอดีกว่า"
หลินนั่วลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ก่อนจะทำหน้าทะเล้นในวินาทีต่อมา "ซะที่ไหนล่ะ~"
จากนั้นหลินนั่วก็พุ่งพรวดเข้าไปในห้องนอน ปลุกลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูให้ตื่น แล้วพูดด้วยท่าทีภาคภูมิใจ
"ฉันมีข่าวใหญ่จะมาประกาศ!"
"อะไร"
"รีบพูดมาสิ"
ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูไม่ได้มีอาการหงุดหงิดตอนตื่นนอน แต่ก็แอบมีอารมณ์เสียนิดๆ ที่ถูกรบกวนเวลานอนหลับฝันดี
"หลินนั่วเธอ..."
กู้สิงเดินเข้ามาในห้อง กำลังจะอ้าปากพูดก็ถูกหลินนั่วขัดจังหวะเสียก่อน "พี่ชายห้ามพูดนะ ให้ฉันพูดเอง!"
"ได้ๆๆ"
กู้สิงทำท่าทางยอมแพ้
ลั่วหนิงเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยถาม "นานแค่ไหนแล้ว"
"อะไรนะ"
"ฉันหมายถึงท้องได้นานแค่ไหนแล้ว"
บนใบหน้าของลั่วหนิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ซึ่งหาดูได้ยาก
"สี่สัปดาห์"
หลินนั่วถลึงตาใส่กู้สิง "โทษพี่ชายคนเดียวเลย ที่ใบ้ให้เธอรู้"
"ไม่ใช่หรอก"
ลั่วหนิงบอก "เรื่องที่ทำให้เธอตื่นเต้นได้ขนาดนี้ นอกจากเรื่องท้องแล้วก็คงไม่มีเรื่องอื่นอีกหรอก"
"ว้าว สี่สัปดาห์แล้วเหรอ!?"
เฉินหลิงซูที่เพิ่งจะรู้สึกตัวกระโดดเด้งดึ๋งขึ้นมาจากเตียงกะทันหัน เนื่องจากท้องเริ่มใหญ่ขึ้นมาบ้างแล้ว ท่าทางนี้จึงทำให้กู้สิงมองด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
"เบาๆ หน่อย!"
กู้สิงร้องเตือน ทว่าเฉินหลิงซูกลับไม่สนใจเขา เธอวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลินนั่วแล้ว สองมือจับไหล่ของอีกฝ่ายไว้แน่น นัยน์ตาเป็นประกาย
"เธอท้องจริงๆ ด้วย!"
หลินนั่วพยักหน้ารับด้วยความเขินอายอย่างหาได้ยาก
เฉินหลิงซูสวมกอดเธอหมับ "ดีจังเลย! ยินดีด้วยนะ!"
หลินนั่วดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเฉินหลิงซูมาได้อย่างยากลำบาก เส้นผมยุ่งเหยิง ลิปสติกก็เลอะเทอะ แต่เธอไม่ได้โกรธเลยสักนิด กลับยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจสุดๆ "พอแล้วๆ ได้รับคำอวยพรของเธอแล้วล่ะ แต่ฉันท้องแล้วเธอจะตื่นเต้นอะไรขนาดนี้เนี่ย"
คำพูดประโยคเดียวของเฉินหลิงซูก็ทำเอาความซาบซึ้งใจของหลินนั่วปลิวหายวับไปกับตา
"ก็เพราะว่าตอนท้องมันลำบากน่ะสิ! เธอไม่รู้หรอกว่าช่วงนี้ฉันกับลั่วหนิงต้องใช้ชีวิตยังไงบ้าง! ต่อไปเธอก็จะได้รู้แล้วว่าชีวิตดั่งเทพเซียนของคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างพวกเรามันเป็นยังไง!"
หลินนั่ว "..."
เดี๋ยวนะเพื่อนรัก ที่เธอมาระริกระรี้อยู่ตรงนี้ ก็เพราะว่าฉันจะต้องมาร่วมหัวจมท้ายทนทุกข์ทรมานเป็นเพื่อนพวกเธอสองคนงั้นเหรอ?