เขาอยากจะแก้ตัวว่าไม่ได้เดินตามเธอเลย แต่พอคิดว่าตัวเองวิ่งตามหลังอีกฝ่ายไปตั้งหนึ่งรอบราวกับพวกโรคจิต การอธิบายแบบนั้นมันก็ดูฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย จึงทำได้แค่ออกอาการไอแห้งๆ ไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับอีกฝ่าย แล้วทวนคำถามก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง
"พี่หมายความว่า เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ตามพี่มางั้นเหรอ"
"อื้อฮึ"
หลินนั่วขยับตัวไปทางด้านข้างของม้านั่งเพื่อเว้นที่ให้กู้สิง "พี่สะใภ้ทั้งสองคนตั้งครรภ์แล้ว ต่อไปเวลาที่พี่ชายจะอยู่เป็นเพื่อนฉันก็คงมีแต่จะน้อยลงเรื่อยๆ ใช่ไหมล่ะ ที่เขาว่ากันว่าหากภูเขาไม่ยอมเดินมาหา เราก็ต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาภูเขาเอง ในเมื่อพี่ชายอยู่เป็นเพื่อนฉันไม่ได้ ฉันก็มาอยู่เป็นเพื่อนพี่ชายเองเสียเลย"
กู้สิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
จริงสินะ หลินนั่วรอเขามาตั้งห้าปี กว่าจะได้รับข่าวดีเรื่องการเกิดใหม่ของเขา แต่ผลลัพธ์คือหลังจากที่เขาเกิดใหม่ เขากลับมองข้ามเธอไปบ้างไม่มากก็น้อยเพราะต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนแฟนสาวทั้งสองคน
กู้สิงนั่งลงข้างกายหลินนั่วแล้วถาม "แล้วเธอพักอยู่ที่ไหนล่ะ"
หลินนั่วกอดแขนกู้สิงเอาไว้ ซบศีรษะลงบนไหล่ของเขา "ฉันอยู่ข้างบ้านนี่เอง"
กู้สิงหลุดหัวเราะ ก้มหน้ามองหลินนั่ว ทว่าพอมองใกล้ๆ กลับยิ่งทำเอาใจสั่นกว่าตอนมองจากข้างหลังเสียอีก
สปอร์ตบราของเด็กสาวขับเน้นสัดส่วนให้เห็นชัดเจน ไหปลาร้าเรียวงามโดดเด่น ผิวพรรณทอประกายละมุนละไมภายใต้แสงไฟริมทาง
ปอยผมหน้าม้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเล็กน้อย แนบสนิทไปกับหน้าผากเกลี้ยงเกลา กลับยิ่งขับให้ดวงตาคู่นั้นดูสุกสกาวมากยิ่งขึ้น
ทั้งที่ก็แค่ออกมาวิ่งแท้ๆ แต่ทั้งร่างกลับดูราวกับเดินออกมาจากหน้าปกนิตยสารอย่างไรอย่างนั้น
มิน่าล่ะสื่อถึงได้ยกยอรูปร่างหน้าตาขององค์หญิงนั่วคนนี้เสียเลิศเลอราวกับมีแต่บนสวรรค์และหาไม่ได้อีกแล้วบนพื้นโลก นี่ไม่ใช่แค่อิทธิพลจากรัศมีของพี่ชายอย่างหลินโม่เพียงอย่างเดียวแน่นอน
กู้สิงฝืนละสายตากลับมา ในใจแอบนึกโชคดีที่เมื่อครู่นี้ไม่ได้เข้าไปทักทายเพื่อขอวีแชต
ถ้าขืนทำเรื่องแบบนั้นลงไปจริงๆ คงได้น่าอายแย่เลย
"พี่คะ"
จู่ๆ หลินนั่วก็เอ่ยขึ้น
"หืม?"
"เมื่อกี้พี่จำฉันไม่ได้ใช่ไหม"
"...แสงมันมืดไปหน่อยน่ะ"
มุมปากของหลินนั่วโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ก้มหน้าบิดฝากระบอกน้ำสำหรับพกพาไปออกกำลังกายแล้วดื่มน้ำอึกหนึ่ง ลำคอขยับกลืนลงไปเบาๆ จากนั้นก็เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของกู้สิงอีกครั้ง
ทั้งสองคนนั่งอยู่แบบนั้น ไร้ซึ่งคำพูดใดชั่วขณะ
สายลมยามค่ำคืนพัดมาจากเหนือผิวน้ำทะเลสาบ หอบเอาไอชื้นมาด้วย เมื่อพัดผ่านแผ่นหลังที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของกู้สิง กลับทำให้รู้สึกเย็นเยือกขึ้นมาเล็กน้อย
เสียงแมลงร้องดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เป็นระยะ ขับเน้นให้ความเงียบสงบในห้วงเวลานี้เด่นชัดเป็นพิเศษ
เนิ่นนานผ่านไป
หลินนั่วก็พูดขึ้นมาว่า "ถ้าพี่ชายชอบวิ่งตอนกลางคืน ก็เรียกฉันมาวิ่งด้วยกันได้นะ"
"อืม"
กู้สิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "พี่เลี้ยงเด็กที่เธอจัดการหามาให้ ทำงานเก่งมากเลยนะ"
หลินนั่วก้มมองรองเท้าผ้าใบของตัวเอง ปลายเท้าเขี่ยกรวดก้อนเล็กๆ บนพื้นไปมาอย่างเผลอไผล ผ่านไปไม่กี่วินาทีถึงได้เอ่ยเสียงเบา "ฉันยังจองตัวพี่เลี้ยงเด็กแรกเกิดเอาไว้ด้วยนะ รอให้ใกล้กำหนดคลอดเมื่อไหร่ ก็ให้เข้ามาอยู่ล่วงหน้าได้เลย"
กู้สิงหันไปมองเธอ
แสงจากไฟริมทางตกกระทบลงบนเสี้ยวหน้าของเธอ ขับเน้นโครงหน้าให้ดูทั้งนุ่มนวลและเด่นชัด
พอมองจากมุมนี้ หว่างคิ้วของเธอยังคงหลงเหลือเค้าโครงในวัยเด็กอยู่จางๆ
เด็กหญิงตัวน้อยที่มัดผมแกละสองข้าง เดินตามหลังเขาต้อยๆ พลางร้องเรียก 'พี่ชาย รอฉันด้วย'
เพียงแต่ตอนนี้ เธอกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว
"นั่วนั่ว"
จู่ๆ กู้สิงก็เรียกชื่อเล่นของเธอ
หลินนั่วชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเขา
กู้สิงยื่นมือออกไป ลูบศีรษะของหลินนั่วจนผมที่พองหนาของเธอฟูฟ่องขึ้นมาเล็กน้อย
หลินนั่วถูกเขาลูบผมจนต้องเอียงคอหลบ ปากก็บ่นอย่างไม่จริงจังนัก "ลูบจนผมยุ่งหมดแล้วเนี่ย"
ทว่าร่างกายกลับไม่ได้หลบหนีไปไหน
"ไปเถอะ"
กู้สิงเห็นว่าตัวเองออกมานานพอสมควรแล้ว จึงลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นบนกางเกง
"วิ่งอีกสักรอบแล้วกัน"
หลินนั่วตอบรับ "อืม" คำหนึ่ง ลุกขึ้นยืนขยับข้อมือ ปลายผมแกว่งไกวเป็นเส้นโค้งสวยงามไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
ทั้งสองคนก้าวลงบนลู่วิ่งอีกครั้ง แล้วจ็อกกิงเคียงข้างกันไป
ครั้งนี้กู้สิงไม่ได้วิ่งตามหลังเธอ แต่กลับวิ่งอยู่ข้างกายเธอแทน
สายลมยามค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของมวลหมู่ไม้และไอชื้นจากน้ำในทะเลสาบพัดผ่านระหว่างพวกเขาทั้งสองคน
เสียงฝีเท้าของหลินนั่วทั้งเบาหวิวและเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ค่อยๆ ประสานเข้ากับจังหวะของกู้สิง ราวกับบทเพลงที่ไม่ได้เขียนเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
วิ่งไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ หลินนั่วก็หันหน้าไปมองเขาแวบหนึ่ง
"พี่"
"หืม?"
"ช่วงนี้พี่อัดอั้นจนทรมานเลยเหรอ"
กู้สิงถึงกับก้าวเท้าสะดุด "เธอรู้ได้ยั...เธอพูดเหลวไหลอะไรเนี่ย?!"
หลินนั่วเร่งความเร็ววิ่งนำหน้าออกไปโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงคำพูดลอยๆ ที่ปลิวมาตามสายลมยามค่ำคืน
"ฉันอยู่ข้างบ้านนี่เอง พี่ชายก็รู้รหัสผ่านห้องฉันนี่นา"
กู้สิงใจเต้นตึกตัก ตอบกลับไปว่า "พี่รู้แล้วล่ะ มีเวลาจะแวะไปหานะ"
ต้องยอมรับเลยว่า การที่หลินนั่วจัดการแบบนี้ มันเอื้ออำนวยความสะดวกให้เขาจริงๆ ทำให้สามารถแบ่งเวลาอยู่เป็นเพื่อนแฟนสาวและน้องสาวได้อย่างสมดุล
...
เขามองส่งจนหลินนั่วเดินเข้าไปในวิลล่าหลังข้างๆ อย่างที่บอกไว้จริงๆ กู้สิงหลุดหัวเราะพลางส่ายหน้า ก่อนจะเดินกลับบ้าน
ภายในบ้าน
ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ทั้งคู่อิงแอบกันดูโทรทัศน์
ไหล่ของเฉินหลิงซูพิงอยู่บนไหล่ของลั่วหนิง
ภาพตรงหน้านี้ ช่างเหมือนกับท่าทางที่หลินนั่วซบไหล่ของกู้สิงเมื่อครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
จนกู้สิงแทบจะสงสัยว่า การที่เขาเพิ่งออกไปเจอหลินนั่วข้างนอกเมื่อกี้ ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูรู้เรื่องเข้าแล้วหรือเปล่า ทั้งสองคนถึงได้ใช้วิธีนี้มาใบ้ให้เขารู้ตัว
ทว่าทั้งคู่ก็เพียงแค่ปรายตามองกู้สิงแวบหนึ่ง แล้วก็หันกลับไปดูโทรทัศน์ต่อ
นั่นทำให้กู้สิงตระหนักได้ว่าตัวเองคิดมากไปเอง มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่พอเห็นท่าทางแนบชิดอิงแอบของเฉินหลิงซูกับลั่วหนิงแบบนี้ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคู่เพื่อนซี้คู่นี้เมื่อก่อนก็สนิทกันขนาดนี้เลยเหรอ
เมื่อก่อนก็สนิทกันแหละ แต่มันไม่น่าจะถึงขั้นที่ดูเหมือนความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงแบบนี้หรือเปล่า
กู้สิงขบคิดอย่างแปลกใจ พลางขยับเข้าไปหาที่โซฟา แทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างทั้งสองคน แล้วโอบเอวลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูเอาไว้คนละข้างซ้ายขวา
ไหล่ของทั้งคู่เอนมาพิงตัวกู้สิงอย่างเป็นธรรมชาติ และยังคงดูโทรทัศน์ต่อไป
กู้สิงมองไปที่โทรทัศน์ ถึงได้พบว่าตอนนี้ทั้งสองคนกำลังขุดรายการวาไรตี้ 'นักแสดงโปรดประจำที่' ที่เขาเคยเข้าร่วมเมื่อตอนนั้นมาดู ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
"ทำไมถึงมาดูรายการนี้ล่ะ"
"สนุกดี" ลั่วหนิงตอบอย่างรวบรัดได้ใจความ
ทันใดนั้นเฉินหลิงซูก็ฟุดฟิดจมูก แล้วหันมามองกู้สิงอย่างเคลือบแคลงสงสัย
"มีอะไรเหรอ"
"ชุนเจี้ยน" เฉินหลิงซูเอ่ยขึ้น
"อะไรนะ" กู้สิงฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
"บนตัวพี่ เหมือนจะมีกลิ่นของชุนเจี้ยน แบรนด์น้ำหอมผู้หญิงที่ดังมากๆ แล้วก็แพงที่สุดในซีโจวด้วย" เฉินหลิงซูจ้องมองกู้สิงพลางพูดขึ้น
"อ้อ"
กู้สิงยิ้มบางๆ "โดนเธอจับได้ซะแล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งออกไปแอบเดตกับสาวสวยมาน่ะสิ"
เฉินหลิงซูเบ้ปาก "ก็แค่กลิ่นจางๆ นิดเดียวเอง เขตวิลล่านี้มีแต่คนรวยทั้งนั้น จะมีคนมีปัญญาใช้ชุนเจี้ยนก็เป็นเรื่องปกติ"
ถ้ากู้สิงลุกลี้ลุกลน เฉินหลิงซูก็อาจจะสงสัย
แต่พอกู้สิงยอมรับออกมาตรงๆ เฉินหลิงซูกลับรู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไรแทนซะอย่างนั้น
นี่ชวนให้กู้สิงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตัวเขาช่างไหวพริบดีเสียจริง
"จะว่าไปแล้ว"
เฉินหลิงซูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
หัวใจของกู้สิงกระตุกวูบ
ผลปรากฏว่านึกไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่เฉินหลิงซูพูดออกมากลับเป็น "หลินนั่วเหมือนจะเคยใช้ชุนเจี้ยนนะ... สามี พี่คงไม่ได้ไปแอบเดตกับองค์หญิงนั่วมาหรอกนะ"
เฉินหลิงซูกะพริบตาปริบๆ
กู้สิงพยักหน้าอย่างจริงจัง "ใช่แล้ว"
เฉินหลิงซูหัวเราะร่วน "ชมหน่อยก็เหลิงเลยนะ ถึงสามีของฉันจะเก่งกาจและยอดเยี่ยมมากก็เถอะ แต่นั่นมันองค์หญิงนั่วเชียวนะ เราอย่าเพิ่งหลงตัวเองขนาดนั้นได้ไหม"
กู้สิงพลอยหัวเราะตามไปด้วย
แต่ลั่วหนิงกลับหันขวับมามองกู้สิงด้วยสายตาลึกล้ำ
ซูซูยังไม่รู้ว่า หลินนั่วกับกู้สิงรู้จักกัน แถมความสัมพันธ์ยังพิเศษมากๆ อีกด้วย...
หรือว่าเมื่อกี้ กู้สิงจะออกไปเจอหลินนั่วมาจริงๆ?
ลั่วหนิงรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากที่คบกับกู้สิง ลั่วหนิงก็ไม่เคยรู้สึกกระวนกระวายใจเลยเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับ 'ศัตรูหัวใจ' อย่างเฉินหลิงซู
แต่ทว่า
ถ้าหากคนคนนั้นคือหลินนั่ว ต่อให้เป็นลั่วหนิงเอง ภายในใจก็ยังแอบสูญเสียความมั่นใจไปบ้างเหมือนกัน เพราะเธอรู้ดีว่าท่าทีที่กู้สิงมีต่อ 'องค์หญิงนั่ว' ในตำนานคนนั้น มันชวนให้คิดลึกซึ้งมากแค่ไหน
และองค์หญิงนั่วคนนั้นที่มีต่อกู้สิง ก็ยิ่งแฝงเร้นความ 'อยากครอบครอง' ที่อธิบายไม่ถูกเอาไว้อย่างลางๆ เสียด้วย!
ถึงแม้เรื่องพวกนี้ จะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกของลั่วหนิง แต่ความรู้สึกของเธอ ดูเหมือนว่าจะแม่นยำมาโดยตลอดเสียด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ลั่วหนิงจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "ซูซู เธอไม่ได้บอกเหรอว่าข้างบ้านมีเด็กผู้หญิงสวยมากๆ คนหนึ่งย้ายเข้ามาอยู่น่ะ"
"ใช่สิ"
เฉินหลิงซูลองนึกทบทวนดู "ตอนที่เพิ่งเข้ามาวันนี้ ฉันเหลือบไปเห็นแวบหนึ่งตรงหลังต้นไม้ที่ระเบียงบ้านข้างๆ ถึงจะมองหน้าไม่ค่อยชัด แต่ก็น่าจะสวยเอามากๆ เลยแหละ เพราะแต่งตัวดูมีสง่าราศีสุดๆ..."
ลั่วหนิงทำท่าครุ่นคิด
คนคนนั้นคงไม่ใช่หลินนั่วหรอกนะ?
เฉินหลิงซูถามอย่างแปลกใจ "ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะ อยากรู้เหรอว่าหน้าตาเธอเป็นยังไง ง่ายนิดเดียวเอง ก็แค่เดินไปทักทายที่หน้าประตูบ้านเลย บอกว่าพวกเราเพิ่งย้ายมาเป็นเพื่อนบ้านใหม่ ขอทำความรู้จักสักหน่อย"
เธอชะงักไปเล็กน้อย
เฉินหลิงซูหันไปมองกู้สิง "เรื่องแบบนี้ สามีน่าจะสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะ"
กู้สิงตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันจะไปสนใจอะไร แค่เป็นคนสวยฉันก็ต้องสนใจงั้นเหรอ เธอเห็นฉันเป็นพวกบ้ากามหรือไง"
"หรือว่าพี่ไม่ใช่ล่ะ"
เฉินหลิงซูแค่นเสียงฮึดฮัด "แค่กอดพวกเรา ก็โด่เด่ขึ้นมาตั้งสูงขนาดนี้แล้ว..."
กู้สิงถึงกับพูดไม่ออก พยายามจะไขว่ห้างเพื่อปกปิด ทว่าเฉินหลิงซูกลับคว้าหมับเข้าให้เสียก่อน
"รอฉันแป๊บนึงนะ"
ระหว่างที่พูด เฉินหลิงซูก็ใช้หนังยางมัดผมขึ้น
แถมยังแบ่งให้ลั่วหนิงอีกหนึ่งเส้นด้วย
ลั่วหนิง "..."
เธอเองก็ทำได้แค่มัดผมขึ้นเหมือนกัน