“เสี่ยวสวี่เอ๋ย ดูสิ ทำไมนายทำตัวห่างเหินขนาดนี้? ย้ายบ้านทั้งที ทำไมไม่บอกฉันสักคำล่ะ? ทีมของพวกเราน่ะ มีคนตั้งเยอะ จะจัดคนไปช่วยนายย้ายของก็ยังได้เลย”
อวี่โส่วกวงเอ่ยขึ้นทันทีที่เจอสวี่ซื่อเยี่ยน สีหน้ากึ่งจริงกึ่งล้อเล่น แน่นอนว่านั่นเป็นแค่คำพูดตามมารยาทเท่านั้น
สวี่ซื่อเยี่ยนเองก็เข้าใจดี ไม่ได้ถือสาหาความอะไร เพียงแค่ยิ้มตอบ
“ผมก็กลัวว่าหัวหน้าอวี่จะยุ่งมาก ก็เลยไม่กล้ารบกวนครับ
ผมมีเพื่อนทำงานอยู่ฝ่ายสนับสนุนของกรมป่าไม้ ก็เลยขอให้เขาช่วยหารถบรรทุกให้
แค่เที่ยวเดียวก็ขนของเสร็จหมดแล้ว สะดวกดีครับ”
เมื่อกี้รถบรรทุกจอดอยู่หน้าบ้าน หลายคนก็เห็นกันอยู่แล้ว เลยไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“โห ถึงกับมีคนรู้จักอยู่ในกรมป่าไม้เลยเหรอ ไม่ใช่เล่นๆนี่นา ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะ”
คำชมของอวี่โส่วกวงครั้งนี้พูดจากใจจริง
กรมป่าไม้ถือเป็นหน่วยงานที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในท้องถิ่น
สามารถติดต่อกับคนในฝ่ายสนับสนุนของหน่วยงานได้ แล้วยังสามารถขอความช่วยเหลือเรื่องรถได้ด้วย แบบนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
คำพูดนี้สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่รู้จะตอบยังไงต่อ เลยเชิญอวี่โส่วกวงกับพวกเข้าบ้าน แล้วก็แนะนำทุกคนให้รู้จักกันคร่าว ๆ
อวี่โส่วกวงไม่มีท่าทีถือตัวเลย พอเห็นสวี่เฉิงโฮ่วก็ดูเป็นกันเองมาก
พอเห็นพี่น้องของสวี่ซื่อเยี่ยนแล้วก็ชมไม่ขาดปาก
ต้องยอมรับว่า พี่น้องตระกูลสวี่ทั้งห้าคน ทั้งรูปร่างหน้าตาก็ดูดีไปหมด แค่ความสูงก็ทำให้คนอื่นอิจฉาแล้ว
ในบ้านมีพ่อกับพี่น้องของสวี่ซื่อเยี่ยนคอยพูดคุยกันอยู่ สวี่ซื่อเยี่ยนก็เลยรีบเข้าไปดูในครัว
“ภรรยาเธอจะทำกับข้าวกี่อย่างเหรอ? มีอะไรบ้าง?”
มีแขกมาหลายคนขนาดนี้ ก็ต้องทำอาหารที่ดูดีหน่อย จะได้ไม่ขายหน้า
“กระต่ายตุ๋นมันฝรั่ง, ไก่บ้านตุ๋นเห็ด, เนื้อหมูป่าทำยำ, ปลาลิ่นเล็กตุ๋น, เนื้อกวางผัดใส, เนื้อกวางแดงตุ๋นซีอิ๊ว
เมื่อกี้เจ้าห้าไปซื้ออาหารกระป๋องมาอีกหลายกระป๋อง ฉันกะว่าจะเพิ่มพวกหมูแฮมกระป๋อง
หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว, วุ้นเส้นผัดกะหล่ำปลี คุณว่าโอเคไหม?”
ตั้งแต่ซื่อเยี่ยนซื้อบ้านแล้วตัดสินใจจะย้ายบ้าน ซูอันอิงก็เริ่มเตรียมการไว้หมดแล้ว
เนื้อกระต่าย ไก่บ้าน เนื้อหมูป่า อะไรพวกนี้เธอเตรียมตุ๋นไว้ล่วงหน้าแล้วใส่ชามแช่แข็งไว้ด้านนอก
ตอนนี้อากาศยังหนาว แช่แข็งไว้แบบนั้นพอดี
จะใช้ก็เอาเข้าบ้านให้ละลาย หรือไม่ก็เทลงหม้อแล้วเติมน้ำตุ๋นต่อได้เลย สะดวกมาก
ซูอันอิงเป็นคนที่รู้จักใช้ชีวิตดี ของกินในบ้านพวกนี้เธอก็ยังไม่ยอมให้สิ้นเปลือง
ตอนนี้ก็ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์พอดี
พอสวี่ซื่อเยี่ยนได้ฟัง ก็ยกนิ้วโป้งให้ภรรยาเลย “เยี่ยมเลย ต้องยกให้ภรรยาฉันจริง ๆ เก่งมาก”
กับข้าวแปดอย่าง แถมเป็นเนื้อหมดทุกจาน แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
“เหนื่อยหน่อยนะ”
มีอาหารแปดอย่างแบบนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนก็สบายใจได้เลย
ในบ้านยังมีแขกอยู่ เขาก็เลยไม่อยู่ในครัวนาน รีบกลับเข้าบ้านไป
ในห้องทิศตะวันออก ทุกคนก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย
คุยกันเรื่องนู่นเรื่องนี่ ไปจนถึงฟ้าใต้ดิน
ผู้ชายก็แบบนี้แหละ ขอแค่บรรยากาศคึกคัก ต่อให้เรื่องจริงแค่สามส่วน ก็คุยให้ดูเป็นเจ็ดส่วนได้
แน่นอนว่า คนที่ถูกชมมากที่สุด ก็คือสวี่ซื่อเยี่ยน
หยางชุนหมิงกับพรรคพวกกลัวว่า สวี่ซื่อเยี่ยนเพิ่งย้ายมาใหม่จะถูกกีดกัน เลยพูดถึงเรื่องของเขาสมัยอยู่บ้านใหญ่
อย่างเช่นเรื่องดูโสม ออกล่าสัตว์
จ้าวเจี้ยนเซ่อที่เป็นคนพูดตรง ๆ ก็พูดถึงวิธีเพิ่มผลผลิตพืช "ต้นโสม" ที่ซื่อเยี่ยนเคยพูดไว้
“วันนั้นพอรู้ว่าพี่สามของฉันจะย้ายออก พ่อฉันเสียดายใหญ่เลย ก่อนหน้านี้ยังเคยพูดอยู่ว่า อยากให้เขาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคเลยนะ”
อย่าคิดว่าจ้าวเจี้ยนเซ่อจะดูซื่อ ๆ แบบนั้น แล้วจะไม่รู้คิด
คำพูดที่ดูเหมือนพูดลอย ๆ นี้ กลับทำให้คนอย่างอวี่โส่วกวงสนใจขึ้นมาทันที
“โอ้ เสี่ยวสวี่ ไม่คิดเลยว่านายจะมีความรู้เรื่องปลูกโสมด้วยนะ
มา ๆ มาคุยกันหน่อย คิดเห็นยังไง เล่าให้ฉันฟังชัด ๆ หน่อย
ถ้ามันได้ผลล่ะก็ ปีนี้เราจะลองทำเลย”
กองการผลิตที่สองรวยล้นฟ้าไม่เหมือนกับตงเจียงเหยียน
จะหาอาหารเสริมพวกกากถั่วเหลืองอะไรพวกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ปีแรกก็ไม่ต้องทำเยอะหรอก แค่ลองสักไม่กี่สิบแถว ถ้าเวิร์กขึ้นมา ต่อไปนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ
ตอนอยู่ที่ต้าฟางจื่อ สวี่ซื่อเยี่ยนไม่เคยปิดบังความรู้ใด ๆ ไว้เลย พอย้ายมาอยู่กับหน่วยที่สอง ซึ่งจะต้องลงหลักปักฐานกันที่นี่ เขายิ่งต้องเปิดเผยความรู้เต็มที่ ไม่เก็บไว้เป็นความลับ
ดังนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนจึงเล่าให้พวกอวี่โส่วกวงฟังเกี่ยวกับวิธีใช้กากถั่วหมัก เพื่อใส่ปุ๋ยให้โสม เพิ่มผลผลิตและรายได้
หลังจากฟังจบ พวกอวี่โส่วกวงก็ดีใจกันใหญ่ ตบขาตัวเองด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาเป็นชาวไร่โสมมานาน แค่ฟังก็รู้เลยว่าวิธีนี้ใช้ได้จริง
“โอเคเลย เสี่ยวสวี ฤดูใบไม้ผลิหน้านี้ งานนี้เธอรับผิดชอบนะ
ถ้าฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า เก็บโสมแล้วได้ผลจริง ๆ ฉันจะเสนอให้เธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคเลย” อวี่โส่วกวงพูดทันที
หลัก ๆ เพราะว่าสวี่ซื่อเยี่ยนเพิ่งมาใหม่ จะให้เลื่อนตำแหน่งทันทีคงไม่ได้ อย่างน้อยต้องสร้างผลงานก่อน แล้วค่อยเปิดปากเสนอ คนอื่นจะได้ยอมรับ
“หัวหน้าอวี่ วางใจได้ครับ เท่าที่ผมรู้ ผมทำได้ไม่ปิดบังแน่นอนครับ
ส่วนเรื่องตำแหน่งเจ้าหน้าที่เทคนิคอะไรนั่น ผมไม่ได้อยากได้อะไรหรอก แค่ใช้ชีวิตสงบสุขก็พอแล้วครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนยังคงแสดงความถ่อมตัวเหมือนเคย ดูยังไงก็เป็นคนซื่อ ๆ น่าคบ
ขณะที่กำลังคุยกันสนุก อาหารก็พร้อมพอดี แต่คนเยอะ โต๊ะเดียวไม่พอ
โชคดีที่เพื่อนบ้านรีบเอาโต๊ะมาให้ยืม
เลยจัดโต๊ะไว้บนเตียงคัง โต๊ะหนึ่งและบนพื้นอีกโต๊ะหนึ่ง วางกับข้าวแปดอย่าง เติมเหล้าเต็มแก้ว ทั้งอาหารและเครื่องดื่มดี ๆ ใครเห็นก็มีความสุข
“นี่แน่ะ ลูกสะใภ้ หลานสาว มานั่งกินด้วยกันหน่อยสิ เราจะขยับสลับที่นิดหน่อย มานั่งด้วยกันนะ”
อวี่โส่วกวงเห็นซูอันอิงจะเดินออกจากห้อง ก็รีบเรียก
“คุณลุง ไม่เป็นไรหรอกพวกเราไม่ดื่มเหล้า อยู่ในห้องกินก็ไม่สะดวก ยังมีอาหารเหลือเยอะ ฉันกับน้องหกไปกินที่ห้องฝั่งตะวันตกดีกว่า
ในหม้อยังมีข้าวเหลือง ที่ยังไม่สุก ฉันจะเฝ้าหม้อไว้ให้ ถ้าคุณลุงต้องการอะไร เรียกฉันได้เลย เดี๋ยวฉันจะหยิบให้” ซูอันอิงยิ้ม แล้วเดินออกจากห้องทางทิศตะวันออก
“น้องหก เราไม่ต้องไปกินที่ห้องตะวันออกหรอก รอให้ข้าวฟ่างสุกก่อน ค่อยไปกินที่ห้องฝั่งตะวันตกกัน
ในนั้นเขาทั้งสูบบุหรี่ ทั้งดื่มเหล้า อยู่ไม่ไหวหรอก” ซูอันอิงกระซิบกับสวีซื่อฉิน
“อืม ฉันรู้แล้ว เมื่อกี้ถือข้าวไปในห้อง แทบจะสำลักควันตายเลย” สวีซื่อฉินหัวเราะ
ผู้ชายเวลาอยู่ด้วยกัน มักจะสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า คุยโม้กันสนุกสนาน ควันจากยาสูบพื้นเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนแรงมาก บ้านที่มีคนสูบแค่คนเดียวก็เหม็นมากอยู่แล้ว นี่อยู่กันทั้งห้อง ใครจะทนไหว
“ยังไงเราก็ทำอาหารไว้เยอะ กินกันแบบสงบ ๆ ที่ห้องตะวันตกจะดีกว่าเยอะเลย”
ที่นี่โดยทั่วไปก็เป็นแบบนี้ เวลามีแขกมาเยือน ผู้ชายจะนั่งกินด้วยกัน ผู้หญิงจะไปหาอีกที่หนึ่งเพื่อกินอาหาร
แทบทุกบ้านที่ให้ผู้หญิงทำกับข้าวทั้งวัน แล้วสุดท้ายไม่ได้ขึ้นโต๊ะ ต้องรอกินแต่ของเหลือหลังแขกกินเสร็จ
ก็เป็นแบบนี้แหละ ผู้ชายพวกนั้นก็กินดื่มพูดคุยสนุกสนานกันในห้องตะวันออก
ส่วนซูอันอิงกับสวีซื่อฉินก็กินข้าวอย่างสบายในห้องตะวันตก มีไก่ตุ๋นเห็ดใส่ถ้วยเล็ก ๆ กับกับข้าวอย่างอื่น กินกับข้าวฟ่างเหนียว อร่อยใช้ได้เลย
บ่ายสามโมง มื้อนี้ถึงจะจบลง
หลังจากกินเสร็จ ทุกคนก็นั่งคุยกันอีกสักพัก เวลาก็เริ่มเย็นแล้ว
พวกสวี่เฉิงโฮ่วยังต้องกลับไปที่ตงเจียงเหยียนเลยต้องรีบออกเดินทาง
อวี่โส่วกวงพอรู้เข้าก็รีบจัดแจงให้คนเอาเลื่อนลากสองคัน มาส่งพวกเขากลับไปที่ต้าฟางจื่อ
กลุ่มคนเหล่านี้พอเข้าหมู่บ้าน ก็มีคนสังเกตเห็น
พวกที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็อดไม่ได้ ต้องเข้าไปถามไถ่
หยางชุนหมิงกับพวกก็จงใจพูดเรื่องการย้ายบ้านให้ได้ยินกัน
โดยเฉพาะเรื่องที่บรรดาผู้นำของหน่วยที่สองให้ความสำคัญกับสวี่ซื่อเยี่ยนขนาดไหน และว่าเขาจะได้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคอะไรทำนองนั้น ก็พูดออกไปหมด
แล้วไม่นาน หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็รู้กันทั่วแล้ว







