(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 276
บทที่ 276 ทำเรื่องเลวร้ายไว้เยอะ ก็มักจะซวยมาเจอหมอเฉิน
หญิงชราคำรามลอดไรฟัน "ไอ้ชาติหมาตัวไหนมันโยนของจากที่สูงวะ แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิโว้ย!!!"
สองฝั่งถนนมีตึกเก่าอยู่ไม่น้อย ปกติก็มักจะมีเรื่องโยนของจากที่สูงเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว
หญิงชราที่มักจะมาแกล้งโดนชนเพื่อเรียกเงินประกันอยู่แถวนี้ เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มานับไม่ถ้วน
เนื่องจากไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ชาวบ้านแถวนี้จึงขี้เกียจจะเข้าไปยุ่ง
แต่หญิงชราดันซวยจัด ถูกถุงขยะเปียกที่เพิ่งทิ้งลงมาใหม่ๆ หล่นใส่เข้าอย่างจัง
ในถุงขยะมีขยะทุกชนิด
ผ้าอนามัยเปื้อนเลือดสีแดงแผ่นหนึ่งร่วงแหมะลงบนหัวของเธอพอดิบพอดี
เปลือกกุ้งมังกรที่กินเหลือ ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไม่รู้ว่าแช่ทิ้งไว้กี่วัน เปลือกเมล็ดแตงโมและเปลือกถั่วลิสง ล้วนสาดกระจายใส่ตัวหญิงชรา
สองพี่น้องปล่อยมือจากคุณลุงวัยกลางคน แล้วช่วยกันพยุงหญิงชราขึ้นมาคนละข้างซ้ายขวา
"อย่าเพิ่งโวยวาย จับตัวหมอนี่ไว้ก่อน ถ้ามันหนีไป แล้วเราจะไปคิดบัญชีกับใคร?"
หญิงชราปัดขยะบนตัวออกด้วยความโมโห
สาบานเลยว่าถ้าเรื่องนี้จบลงเมื่อไหร่ จะต้องพาลูกชายสองคนไปเคาะประตูตามหาไอ้สารเลวที่โยนของจากที่สูงเรียงตัวทุกบ้านให้ได้
ต่อให้ไม่หักมือมัน ก็ต้องทำให้มันชดใช้จนหมดเนื้อหมดตัว
สองพี่น้องรีบเข้าไปจับตัวคุณลุงวัยกลางคนทันที
แต่เพิ่งเดินไปได้แค่สองก้าว ทั้งคู่ก็ล้มคว่ำหน้าคะมำลงกับพื้นไปทีละคน
ใต้เท้าของพวกเขาคือเปลือกกล้วยคนละชิ้น
สองพี่น้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอีกครั้ง เลือดกำเดาไหลไม่หยุด สภาพดูน่าขันสุดๆ
บรรดาชาวเน็ตหัวเราะลั่น
"สวรรค์คงหมั่นไส้สามแม่ลูกนี่แน่ๆ เลยลงโทษจัดการซะเลย"
"แทนที่จะบอกว่าสวรรค์ลงโทษ สู้บอกว่าหมอเฉินลงมือเองดีกว่า"
ชาวเน็ตวิเคราะห์กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
"สองฝั่งถนนมีตึกที่พักอาศัยอยู่เยอะก็จริง แต่ก็ยังห่างจากตรงนี้ไปอีกช่วงตัวเลยนะ"
"เว้นแต่จะออกแรงขว้างมาทางนี้ ไม่งั้นไม่มีทางโยนมาถึงตรงนี้ได้หรอก"
"ต่อให้ออกแรงขว้าง ก็ไม่น่าจะแม่นขนาดนี้นะ"
"ลูกชายสองคนของยายแก่ก็เหยียบเปลือกกล้วยพร้อมๆ กันแทบจะในเวลาเดียวกันเลย"
"สองเรื่องนี้มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว"
"เฉินหยูอยู่ในเหตุการณ์ ต้องเป็นเขาที่แอบผดุงความยุติธรรมอยู่เงียบๆ แน่ๆ"
"ตรรกะเชื่อมโยงได้สมบูรณ์แบบ"
"คนอื่นจะเชื่อไหมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ฉันเชื่อไปแล้ว"
"สามคนนี้กร่างขนาดนี้ ปกติก็คงทำเรื่องแบบนี้มาไม่น้อย ดันซวยมาเจอหมอเฉินในครั้งนี้พอดี"
"ฮี่ๆๆ งานนี้มีเจ็บตัวแน่"
ชาวเน็ตเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
เดาว่าเฉินหยูจะใช้วิธีไหนสั่งสอนสามคนนี้ต่อไป
จะสร้างความซวยให้ทั้งสามคนไปเรื่อยๆ หรือจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ส่งพวกมันเข้าไปเหยียบจักรเย็บผ้าในคุก
โจวเข่อซินหัวเราะตามกลุ่มไทยมุงรอบข้าง
หัวเราะได้ไม่กี่ที โจวเข่อซินก็นึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้
ถ้าหลินเมี่ยวเมี่ยวไม่ได้มาหาเฉินหยู พวกเขาก็คงไม่รู้ว่ามีการแกล้งโดนชนเพื่อเรียกเงินประกันเกิดขึ้นที่นี่
ถ้าไม่ได้มาที่เกิดเหตุ คุณลุงวัยกลางคนก็มีโอกาสสูงที่จะทำตามที่เฉินหยูบอก
นั่นคือในสถานการณ์ที่เหลืออด อาจจะทุบตีสามคนนี้จนบาดเจ็บสาหัส
ทำให้ตัวเองต้องติดคุกตามไปด้วย
เมื่อมองดูคอมเมนต์ในไลฟ์สด เฉินหยูก็พูดขึ้น "สามคนนี้หาเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวง ในขณะที่นำพลังงานลบไปให้คนอื่น ตัวพวกเขาเองก็มีพลังงานลบสะสมอยู่มหาศาลเช่นกันครับ"
"วันๆ ทำแต่เรื่องเลวร้าย ไม่เคยทำความดี พลังงานลบในตัวก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ"
"เมื่อสะสมพลังงานลบไว้มากเกินไป สักวันหนึ่งมันก็จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วย ทุกคนต้องเอาไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ"
พอได้ยินคำพูดนี้ของเฉินหยู ชาวเน็ตก็เริ่มถกเถียงกันอย่างกระตือรือร้น
"หมอเฉินกำลังเตือนพวกเราว่า ปกติก็ให้ทำความดีเยอะๆ ทำเรื่องชั่วให้น้อยลง จะได้ไม่โดนกรรมตามสนอง"
"สรุปได้เพอร์เฟกต์มาก ฉันให้เต็มร้อย"
"ไม่คิดว่ามันน่าเศร้าบ้างเหรอ? ยายแก่พาลูกชายสองคนมาแกล้งโดนชนไถเงิน แต่กลับลอยนวลอยู่เหนือกฎหมายมาได้ตลอด"
"กฎหมายประเทศเรามันผ่อนปรนกับคนแก่แบบนี้เกินไป ควรจะจัดการเหมือนคนทั่วไป ปฏิบัติให้เท่าเทียมกันสิ"
"ไม่ใช่แค่เด็กเปรตที่น่ารังเกียจ พวกคนแก่บางคนที่ชอบเอาอายุมาอ้างทำตัวกร่างก็ยิ่งน่ารังเกียจ"
"หัวเราะหาพ่อมึงเหรอ!!!"
สองพี่น้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยสีหน้าโกรธจัด
คนน้องรับหน้าที่ข่มขู่ไทยมุง ส่วนคนพี่ก็เข้าไปข่มขู่คนขับรถอย่างเอาเรื่อง
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลุงวัยกลางคนก่อเรื่องตั้งมากมาย สามแม่ลูกคงไม่รั้งอยู่ที่นี่แน่ๆ
ถ้าไม่อยู่ที่นี่ ยายแก่ก็คงไม่โดนขยะที่โยนลงมาจากที่สูงหล่นใส่
และพวกเขาสองคนก็คงไม่เหยียบเปลือกกล้วยในถุงขยะด้วย
ความเสียหายทั้งหมดเป็นเพราะคุณลุงวัยกลางคน
ห้าหมื่นหยวนไม่พอแล้ว อย่างน้อยก็ต้องชดใช้มาแสนนึง
เอี๊ยด...
สิ้นเสียงพูด ก็มีเสียงดังสนั่นดังมาจากด้านหน้า
รถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่กลางถนน ถูกรถคันอื่นชนล้มไถลไปไกลหลายเมตร
ไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์คันนั้นทำจากวัสดุอะไร ชิ้นส่วนหลายชิ้นถึงกับกระเด็นหลุดออกไป
"มอเตอร์ไซค์ที่กูเพิ่งซื้อมาใหม่!!!"
ลูกชายคนโตของหญิงชราโกรธจนตาแทบจะถลนออกมา
รถจักรยานยนต์ที่ซื้อมาในราคาหลายหมื่นหยวน ถูกรถยนต์ชนล้มกลางถนน
คนขับรถที่ก่อเหตุไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรถแม้แต่น้อย แต่กลับขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว
"ขับรถใหญ่แล้วเจ๋งนักเหรอ! ทำรถกูพัง อย่างน้อยก็ต้องรีดไถมันสักแสนกว่าหยวน"
ในขณะเดียวกัน รถยนต์สีแดงคันเล็กก็จอดลง
ผู้ชายในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินคนหนึ่งเดินมาที่ข้างรถจักรยานยนต์แล้วถามว่า "รถคันนี้ของใคร?"
"มึงยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ารถใคร? รถที่กูเพิ่งซื้อมาใหม่ถูกพวกมึงทำพัง จ่ายเงินชดใช้มาเลย!"
ลูกชายคนโตพุ่งเข้าไปด้วยท่าทางดุดัน ส่วนคนน้องก็รีบตามไปติดๆ เรียกร้องให้ฝ่ายคู่กรณีชดใช้เงินสองแสนหยวน
ชายในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "การเอารถจักรยานยนต์ไปจอดไว้กลางถนน กีดขวางการจราจร มันเป็นความรับผิดชอบของพวกคุณอยู่แล้ว"
"ผมเป็นผู้บังคับการรถกู้ภัยฉุกเฉิน รถที่ชนมอเตอร์ไซค์ของพวกคุณเมื่อกี้คือรถฉุกเฉิน คนขับกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ ไม่มีเวลามาจอดรอให้พวกคุณขยับรถหรอกนะ"
"ส่วนเรื่องค่าเสียหาย ผมจะติดต่อแผนกตำรวจจราจรให้เอง"
ชายคนนั้นขอให้ทั้งสองทิ้งช่องทางการติดต่อไว้ รอให้ทางแผนกตำรวจจราจรติดต่อกลับไป
"ฮ่าๆๆ พวกมันไม่ใช่แค่ไม่รู้กฎหมายนะ แต่ยังตาบอดอีกต่างหาก แม้แต่หน่วยงานฉุกเฉินก็ยังไม่รู้จัก"
"รถกู้ภัยมีสิทธิ์ใช้ถนนในระดับสูงสุด อย่าว่าแต่ชนรถล้มเลย ต่อให้เหยียบรถจนเละ สองพี่น้องนี่ก็ทำได้แค่ยอมรับกรรมไปเท่านั้นแหละ"
"ไปเรียกร้องค่าเสียหายจากหน่วยงานฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เนี่ยนะ ไอบ้านี่มันบ้าไปแล้วเหรอ?"
"อ้าปากก็ขอตั้งสองแสน นี่ไม่ใช่ค่าเสียหายแล้ว มันคือการกรรโชกทรัพย์ชัดๆ"
ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตที่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น บรรดาไทยมุงก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
เมื่อรู้ว่ารถที่ชนมอเตอร์ไซค์ตัวเองเป็นรถกู้ภัยของทางการ สองพี่น้องก็ทิ้งช่องทางการติดต่อไว้อย่างหัวเสีย
ปล่อยให้อีกฝ่ายจากไป
แม้สองพี่น้องจะป่าเถื่อน แต่ก็ไม่ใช่คนโง่
ถ้าขืนยังตามตื๊อต่อไป ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานจะต้องถูกสวมลงบนหัวพวกเขากันแน่ๆ
"พี่ วันนี้มันซวยสุดๆ ไปเลยว่ะ กะว่าจะฟันกำไรก้อนโตซะหน่อย ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอเรื่องซวยๆ เยอะขนาดนี้"
"เฮ้อ"
สองพี่น้องถอนหายใจไม่หยุด
แม่แก่ๆ ก็โดนขยะหล่นใส่เต็มๆ ส่วนพวกเขาสองคนก็ล้มหน้าคะมำกินดิน
มอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็พังยับเยินกลางถนน ล้มจนชิ้นส่วนหลุดกระจาย
ถึงจะหงุดหงิดยังไง สองพี่น้องก็ไม่อยากยอมรับความซวย
จึงเดินมาที่ข้างมอเตอร์ไซค์ เตรียมจะดูความเสียหาย
จะได้เอาไปคุยเรื่องค่าเสียหายได้
หลังจากนั้น รถบรรทุกขนาดเล็กรูปร่างแปลกประหลาดคันหนึ่งก็ขับผ่านสองพี่น้องไป
แล้วภาพเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ปรากฏขึ้น
จังหวะที่รถขับเฉียดผ่านสองพี่น้อง วาล์วบนถังกลมๆ ท้ายรถบรรทุกก็เปิดออกกะทันหัน
ของเหลวสีเหลืองพุ่งกระฉูดสาดใส่ร่างของสองพี่น้องอย่างเต็มรัก







