สองวันต่อมา หรือก็คือหลังปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เทียนเซิ่งแคปปิตอลได้เผยแพร่ผลประกอบการประจำปี 2016 ในเวลาประมาณ 17:30 น. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็วกว่าบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่มาก
บริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีปัญหาเรื่องผลประกอบการ มักจะไม่ยอมเปิดเผยรายงานประจำปีจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย หรือก็คือวันที่ 30 เมษายน ในแง่หนึ่ง การเปิดเผยรายงานประจำปีที่ยิ่งเร็วกว่ากำหนดก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าผลการดำเนินงานของบริษัทนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
ทันทีที่รายงานประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ มันก็สร้างความฮือฮาอย่างมากในตลาดทุนภายในวันนั้น ผลประกอบการที่พุ่งกระฉูดนี้ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับสถาบันการลงทุนทุกแห่ง
……
ฉาวหยุนทรัสต์ ห้องทำงานของหลินเฉียง
"พระเจ้าช่วย สินทรัพย์รวม 1.4 ล้านล้าน สัดส่วนในต่างประเทศมากถึง 57% น้องลู่หมิงไปทำอะไรในตลาดต่างประเทศมากันแน่?" หลินเฉียงมองข้อมูลรายงานประจำปีที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลเผยแพร่ด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
เหล่า LP ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลทราบข้อมูลไม่มากนัก แม้แต่ข้อมูลรายงานประจำปีในครั้งนี้ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่ามีการลงทุนในสินทรัพย์ใดบ้างในต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมีสิทธิ์ที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับผู้ร่วมทุน (LP) ทราบ ในช่วงปีที่ผ่านมา การลงทุนในต่างประเทศจะได้กำไรหรือขาดทุน อันที่จริงหลินเฉียงและคนอื่นๆ ล้วนไม่รู้เลย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ นั่นก็คือหลังปี 2016 สินทรัพย์ในต่างประเทศที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลบริหารจัดการอยู่นั้น ล้วนมาจากการนำกำไรไปลงทุนซ้ำทั้งสิ้น
หรืออีกนัยหนึ่ง เงินกว่าแปดแสนล้านในตอนนี้คือกำไรล้วนๆ
หลังจากหายตกตะลึง หลินเฉียงก็เปลี่ยนมาเป็นความตื่นเต้น จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร? ฉาวหยุนทรัสต์คือ LP อันดับหนึ่งของเทียนเซิ่ง เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในบรรดา LP ทั้งหมด
"ฮ่าๆ ตอนแรกคิดว่าแค่ได้ผลตอบแทนทบต้นต่อปีสัก 15% ก็พอใจแล้ว เป็นฉันเองที่มองโลกแคบไป ฉันมันวิสัยทัศน์คับแคบไปจริงๆ ฮ่าๆๆ~~!" หลินเฉียงตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
ผู้ที่ลงทุนก่อนย่อมได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ฉาวหยุนทรัสต์ควักเงินรวมแล้ว 53,800 ล้านหยวนให้เทียนเซิ่งแคปปิตอลดูแล มูลค่าตลาดรวมในปัจจุบันอยู่ที่ 229,188 ล้านหยวน หมายความว่านับจนถึงวันนี้ มันได้สร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนรวมให้กับฉาวหยุนทรัสต์ถึง 326% ปัจจุบันเทียนเซิ่งแคปปิตอลมีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่ 1 ล้านล้านหยวน ส่วนที่เป็นของฉาวหยุนทรัสต์ก็คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้า ผู้ที่ขึ้นรถเป็นคนแรกย่อมกอบโกยผลกำไรไปได้มากที่สุด
ในขณะที่ LP ทั้งหมดลงทุนในเทียนเซิ่งแคปปิตอลไปทั้งสิ้น 375,000 ล้านหยวน เมื่อคำนวณเป็นค่าเฉลี่ย เท่ากับว่าได้สร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยสะสมให้กับเหล่า LP ถึง +130.78%
……
กลุ่มวีแชตการลงทุนแบบเน้นคุณค่าของเหล่าหยาง
สมาชิกกลุ่ม: "รายงานประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเปิดเผยออกมาแล้ว กำไรสุทธิปีที่แล้วอยู่ที่ 21,900 ล้านหยวน เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนประมาณ 47% สินทรัพย์สุทธิปลายงวดอยู่ที่ 418,500 ล้านหยวน ทุกคนคิดยังไงกับผลประกอบการนี้บ้าง?"
สมาชิกกลุ่ม: "รายงานประจำปีฉบับนี้มันระดับระเบิดนิวเคลียร์ชัดๆ อี้เกอโคตรเทพเลยว่าไหม ขนาดสินทรัพย์ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลปาเข้าไป 1.4 ล้านล้านแล้ว นี่เพิ่งก่อตั้งมาไม่ถึงสองปีเองนะ!"
เหล่าหยางปรากฏตัวขึ้นมาร่วมวงสนทนาในเวลานี้: "รายงานประจำปีฉบับนี้ออกมา ทำให้ทั้งตลาดตกตะลึงกันไปหมดจริงๆ นี่ไม่ใช่แค่ผลงานที่เกินความคาดหมายธรรมดาๆ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าสินทรัพย์สุทธิจะพุ่งพรวดพราดเร็วขนาดนี้"
สมาชิกกลุ่ม: "อี้เกอใจป้ำมาก ใครๆ ก็บอกว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไม่จ่ายเงินปันผล แต่ความจริงในรายงานระบุว่าปีนี้จะควักเงิน 18,000 ล้านมาจ่ายปันผล อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 82% อี้เกอใจกว้างสุดๆ!"
สมาชิกกลุ่ม: "รายงานฉบับนี้กดอัตราส่วนราคาต่อกำไรของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์จาก 50 เท่าลงมาเหลือ 34.55 เท่าได้โดยตรงเลย โคตรเทพจริงๆ"
สมาชิกกลุ่ม: "เปิดตลาดวันจันทร์หน้าอาจจะซิลลิ่งเลยก็ได้!"
เหล่าหยาง: "โอกาสซิลลิ่งมีไม่มากหรอก พวกสถาบันต้องรู้ข่าวเร็วกว่าเราอยู่แล้ว ถ้าแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นจริงๆ มันก็คงเริ่มวิ่งไปตั้งแต่ก่อนรายงานประจำปีจะออกแล้ว หุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ตัวนี้เดินตามจังหวะของตัวเอง แถมยังเน้นการเติบโตแบบกระทิงซึมที่มั่นคงเป็นหลัก ถือหุ้นต่อไปเถอะ ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็น่าดูชมทีเดียว"
สมาชิกกลุ่ม: "รับทราบ!"
สมาชิกกลุ่ม: "ขึ้นวันละนิดรวมๆ กันก็น่าประทับใจมาก เผลอแป๊บเดียวจากที่ติดดอย ตอนนี้กำไรเด้งนึงแล้ว บริษัทของอี้เกอไม่ปล่อยให้ใครติดดอยจริงๆ"
สมาชิกกลุ่ม: "หุ้นก้นพอร์ตตัวนี้ฉันจะไม่มีวันแตะต้องเด็ดขาด ถ้ามีการปรับฐานเมื่อไหร่ก็จะซื้อเพิ่มเพื่อทำกำไรเป็นรอบๆ ไป"
สมาชิกกลุ่ม: "การลงทุนแบบเน้นคุณค่ามันหอมหวานจริงๆ นอนรอกินนิ่มเลย!"
กลุ่มนี้มีสมาชิกทั้งหมด 25 คน เมื่อรวมกับนักลงทุนเน้นคุณค่าอย่างเหล่าหยางก็เป็น 26 คน ในช่วงปีที่ผ่านมา เหล่าหยางพาพวกเขาทุกคนลงทุนแบบเน้นคุณค่าในหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เพียงตัวเดียว ช่วงที่ต้องติดดอยในหลายเดือนแรกนั้นถือเป็นความทรมานและเจ็บปวดอย่างไม่ต้องสงสัย
ทุกคนเปลี่ยนจากพอร์ตขาดทุนมาเป็นมีกำไรที่ยังไม่รับรู้กันถ้วนหน้า นักลงทุนเน้นคุณค่าอย่างเหล่าหยางใช้เลเวอเรจลุยหนักอยู่พักหนึ่ง ปัจจุบันหลังจากหักเลเวอเรจออก อัตราผลตอบแทนก็พุ่งสูงถึง +358% ส่วนสมาชิกกลุ่มที่ซื้อถัวเฉลี่ยและทำเดย์เทรดตามเขาอยู่สองสามครั้ง โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วนได้กำไรเป็นเท่าตัวเช่นกัน
แม้แต่เพื่อนที่ทำต้นทุนไว้ตั้ง 8,000 หยวนอย่างพี่แปดพัน ซึ่งนอนนิ่งไม่ไหวติงมาจนถึงตอนนี้ พอร์ตของเขาก็ยังพลิกจากที่ขาดทุนย่อยยับกลับมามีกำไรมากกว่า +18% แล้ว
……
ทันทีที่รายงานประจำปี 2016 ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเผยแพร่ออกมา พวกเขาก็แซงหน้ากองทุนเทียนหง (1 ล้านล้านหยวน) ซึ่งเป็นของจือฟู่เป่า ขึ้นเป็นสถาบันบริหารจัดการสินทรัพย์ภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่างไร้ข้อกังขา สื่อมวลชนสายหลักทรัพย์หลายสำนักต่างขนานนามพวกเขาในการนำเสนอข่าวว่า 'แบล็คร็อคกรุ๊ปแห่งตะวันออก' หรือ 'แบล็คสโตนกรุ๊ปแห่งตะวันออก'
เมื่อพูดถึงตลาดการเงินระดับโลก คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงธนาคารชื่อดังอย่างโกลด์แมน แซคส์, มอร์แกน, ซิตี้แบงก์ หรืออาจนึกถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการอย่างบริดจ์วอเตอร์, ไทเกอร์, และเรเนสซองส์เทคโนโลยีส์
ในแง่ของชื่อเสียง แบล็คร็อคอาจไม่ได้สร้างความประทับใจในสายตาคนในประเทศมากนัก และนอกแวดวงการเงิน บริษัทนี้ก็แทบจะไม่ถูกพูดถึงเลยด้วยซ้ำ หลายคนถึงกับแยกไม่ออกระหว่างแบล็คร็อค (BlackRock) กับแบล็คสโตน (Blackstone) แบล็คร็อคคือบริษัทบริหารการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะที่แบล็คสโตนคือกองทุนไพรเวทอิควิตี้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่ต่างหากคือยักษ์ใหญ่ตัวจริงของตลาดการเงิน
ปัจจุบันแบล็คร็อคกรุ๊ปบริหารจัดการสินทรัพย์ในสเกลที่มากกว่า 5.117 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณมหาศาลนี้เทียบเท่ากับ GDP ตลอดทั้งปีของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าเทียนเซิ่งแคปปิตอลเป็นสถาบันการเงินแบบครบวงจร ขอบเขตธุรกิจครอบคลุมทั้งกองทุนไพรเวทอิควิตี้และบริหารการลงทุน เรียกได้ว่าธุรกิจที่แบล็คสโตนและแบล็คร็อคทำ เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็ทำอยู่ทั้งหมด
ปัจจุบันสินทรัพย์ 1.4 ล้านล้านหยวนของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเทียบเท่ากับประมาณ 208,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อมองจากอันดับระดับโลก ขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการในปัจจุบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอลยังไม่สามารถติด 50 อันดับแรกของโลกได้ หากนำไปเทียบกับสถาบันทุนชั้นนำระดับโลกแล้ว ช่องว่างก็ยังคงห่างไกลกันมาก
แม้ว่าในประเทศจะคว้าตำแหน่งสถาบันบริหารสินทรัพย์ภาคเอกชนอันดับหนึ่งมาครองได้แล้ว แต่หากรวมทีมชาติเข้ามาด้วย อันดับของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในประเทศก็จะร่วงลงไปอยู่ที่เก้า และอันดับหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นธนาคารอันดับหนึ่งแห่งจักรวาลอย่างไอซีบีซี ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการสูงถึง 2.5 ล้านล้านหยวน
ส่วนสถาบันยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในอันดับเหนือกว่าเทียนเซิ่งแคปปิตอล ล้วนเป็นธนาคาร บริษัทประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์ทั้งสิ้น อย่างเช่นหลักทรัพย์จงซิ่นที่บริหารจัดการสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 1.6 ล้านล้านหยวน
พูดกันตามตรงแล้ว ควรต้องตัดธนาคารออกไป เพราะพวกเขาไม่สามารถนำเงินของผู้ฝากไปลงทุนได้ เงินของผู้ฝากถือเป็นหนี้สินของธนาคาร
แต่ธนาคารก็มีผลิตภัณฑ์การบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งส่วนนี้สามารถนับรวมเป็นธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ได้
ธนาคารในต่างประเทศมักจะแยกธุรกิจธนาคารและธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ออกจากกันอย่างชัดเจน แต่ในประเทศกลับค่อนข้างคลุมเครือในเรื่องนี้
แต่เมื่อนึกถึงระยะเวลาการก่อตั้งของเทียนเซิ่งแคปปิตอลและเทียบกับอัตราการเติบโตของพวกเขาแล้ว การใช้เวลาไม่ถึงสองปีเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จที่สถาบันบริหารสินทรัพย์แห่งอื่นอาจต้องใช้เวลาถึงยี่สิบหรือสามสิบปีก็ยังทำไม่ได้นั้น ย่อมสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการนี้อย่างมหาศาล
ปัจจุบันเทียนเซิ่งแคปปิตอลมี LP (ผู้ร่วมลงทุน) ในเครือถึง 176 ราย ไม่ว่าจะเป็นฉาวหยุนทรัสต์ ว่านเซี่ยงกรุ๊ป สำนักงานบริหารกองทุนประกันสังคมหนิงโจว และอื่นๆ ส่วนเม็ดเงินที่ธุรกิจกองทุนรวมบริหารจัดการอยู่นั้นก็มีลูกค้าคือนักลงทุนรายย่อย
สำหรับบรรดา LP ในเครือนั้น เบื้องหลังของฉาวหยุนทรัสต์ก็คือการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวนับหมื่นนับพัน ส่วนกองทุนประกันสังคมหนิงโจวคงไม่ต้องพูดถึง กองทุนบำนาญของประชาชนหลายล้านคนในเมืองหนิงโจวตอนนี้ก็มีสัดส่วนไม่น้อยที่ถูกส่งมอบให้ลู่หมิงเป็นผู้ดูแล
เทียนเซิ่งแคปปิตอลในฐานะกลุ่มบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุน สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับพวกเขาได้ง่ายๆ ว่าเป็น:
สถาบันดูแลเงิน!
สถาบันที่ดูแลเงินจำนวนมหาศาล!
สถาบันที่ดูแลเงินของคนจำนวนมหาศาล!
……







