เป็นที่รู้กันดีว่าระบบการก่อสร้างของเกมนี้สมบูรณ์แบบมาก แต่มันก็เป็นเพียงเทมเพลตสำเร็จรูป แม้จะมีราคาสูงถึงเจ็ดแสนห้าหมื่น แต่บริษัทที่ซื้อไหวก็มีไม่น้อยเลย
หากมีเพียงระบบเช่นนี้ จริงๆ แล้วก็ไม่อาจกระตุ้นให้ผู้เล่นยอมควักเงินซื้อได้
ทว่าบนระบบการก่อสร้างอันสมบูรณ์แบบนี้ 'ผู้ขโมยไฟ' กลับเพิ่มสองปัจจัยสำคัญอย่าง 'ผู้สูญเสียสติสัมปชัญญะทำงาน' และ 'จัดทีมสำรวจอาณาจักรเทพ' เข้าไป ซึ่งมันทำปฏิกิริยาเคมีเข้ากับระบบการก่อสร้างได้อย่างน่าประหลาดใจ จนทำให้ผู้เล่นติดงอมแงมจนถอนตัวไม่ขึ้น!
อันที่จริงการสำรวจอาณาจักรเทพในตอนแรก ก็เป็นระบบการเล่นที่เข้าท่าไม่เลว
ผู้เล่นจัดทีมขโมยของ หลบหลีกมอนสเตอร์ โดยเฉพาะระบบแชทด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์นั้นสร้างสีสันได้ดีมาก
แต่ปัญหาของระบบการเล่นแบบเดิมก็คือ ความยากมันสูงเกินไป แถมความกดดันในการขโมยวัตถุดิบก็ยังมหาศาลอีกด้วย!
มอนสเตอร์กระจายตัวกันหนาแน่นเกินไป อัตราการตายของผู้เล่นจึงสูงลิ่ว
หากเป็นการผจญภัยตามปกติ นอกเหนือจากพวกผู้เล่นระดับเซียนที่เก่งกาจเป็นพิเศษแล้ว ความเร็วในการขโมยวัตถุดิบของผู้เล่นทั่วไปแทบจะตามไม่ทันอัตราการสิ้นเปลืองในโลกภายนอกเลย
แต่ตอนนี้ ผู้เล่นสามารถควบคุมองครักษ์สวรรค์ได้ สิ่งนี้กลับกลายเป็น 'กลไกปรับสมดุลเกม' ไปเสียอย่างนั้น
สำหรับผู้เล่นที่ค่อนข้างไก่กา พวกเขาสามารถให้คนทั้งห้ากลายเป็นองครักษ์สวรรค์ทั้งหมด แล้วบุกตะลุยเข้าไปในอาณาจักรเทพเพื่อกวาดล้างแบบล้างผลาญได้เลย
หากต้องการเก็บความตื่นเต้นของการผจญภัยเอาไว้บ้าง ก็สามารถพาองครักษ์สวรรค์ไปแค่คนเดียว แล้วเล่นกลยุทธ์ 'ทหารราบประสานรถถัง' เหมือนอย่างอาจารย์ติงกับเพื่อนๆ ก็ได้
หากล้ำลึกไปกว่านั้น และอยากท้าทายตัวเอง ก็สามารถเลือกที่จะไม่พาองครักษ์สวรรค์ไปเลย เพื่อสัมผัสกับความยากระดับนรกแตกแบบออริจินัล
สรุปก็คือ หลังจากเกิดสารพัดบั๊กขึ้นมา โจวหยางก็พบด้วยความประหลาดใจว่า 'ผู้ขโมยไฟ' ที่เดิมทีมีข้อบกพร่องร้ายแรงทั้งในด้าน 'เอาชีวิตรอด' และ 'ก่อสร้าง' ไม่เพียงแต่อุดรอยรั่วได้อย่างน่าฉงน แต่ยังเปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็งได้อีกด้วย!
โดยเฉพาะเวลาจัดทีมเล่น ความสนุกนั้นทะลุปรอท แถมยังเหมาะมากที่จะตัดเป็นคลิปไฮไลต์ลงโซเชียล!
ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้กระแสของ 'ผู้ขโมยไฟ' พุ่งกระฉูดจากการเผยแพร่ของบรรดาสตรีมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พลิกกระแสวิจารณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วข้ามคืน!
เฝิงฮุยมีสีหน้าซับซ้อน "สรุปก็คือ เกมของเรามีบั๊กโผล่มาเพียบ แต่บั๊กพวกนี้ กลับไม่มีบั๊กที่ส่งผลเสียเลยสักอัน? แถมยังเป็นบั๊กที่มีประโยชน์ต่อระบบการเล่นทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?"
โจวหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เรื่องนี้... จะพูดยังไงดีล่ะ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนิยามคำว่าบั๊กที่ส่งผลเสียยังไงน่ะนะ
"ถ้าเอาตามมาตรฐานของเกมทั่วไป เอกสารการออกแบบของเราระบุชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้ผู้เล่นปีนกำแพงข้ามไป แต่ผู้เล่นกลับปีนข้ามไปได้ แบบนี้ก็ต้องนับว่าเป็นบั๊กที่ส่งผลเสียอย่างแน่นอน
"แต่ใครใช้ให้เอกสารการออกแบบของเรามันไม่สมเหตุสมผลมาตั้งแต่แรกล่ะ... ดังนั้นในมุมมองของผู้เล่น นี่กลับเป็นบั๊กที่เป็นมิตรสุดๆ หรือถึงขั้นที่ว่าถ้าไม่มีบั๊กนี้ เกมก็คงเล่นต่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
จังหวะนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นกู้ฝานถือแก้วกาแฟเดินขึ้นมาบนชั้นสองพอดี
"ประธานกู้ คุณอย่าเข้าใจผิดนะครับ! ผมไม่ได้บอกว่าเอกสารการออกแบบมีปัญหาเลยนะ แค่..."
เขาเกาหัวแกรกๆ นึกหาคำพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
จนถึงตอนนี้ กู้ฝานก็ยังไม่ได้เปิดเผยที่มาของเอกสารการออกแบบเหล่านี้ต่อสาธารณะ ดังนั้นทุกคนจึงยังคิดว่าเอกสารพวกนี้เป็นผลงานการออกแบบของเขาสะพายเดียว
การที่โจวหยางมานินทาประธานกู้ต่อหน้าคนทั้งบริษัทแบบนี้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่มันก็มากพอที่จะโดนหมายหัวให้ใส่รองเท้าคู่เล็กแล้ว
ทว่ากู้ฝานกลับไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เอกสารการออกแบบนั่นเป็นของลิลิธ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขากันล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ที่เขาปูทางมาตั้งมากมายก่อนหน้านี้ ก็เพื่อรอให้ถึงวันนี้ต่างหาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้ฝานก็เดินมาตรงหน้าทุกคน ก่อนจะยกมือขึ้นกดลงเบาๆ เป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ
"ทุกคนเงียบหน่อยครับ ผมมีเรื่องสำคัญมากจะแจ้งให้ทราบ
"คืนนี้คงต้องรบกวนให้ทุกคนอยู่ทำโอทีจนถึงสามทุ่ม เพราะนักลงทุนคนสำคัญของบริษัทเราจะเข้ามาตรวจงาน และก็อาจจะสอบถามอะไรพวกคุณนิดหน่อยด้วย"
สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกคนต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ
เรื่องทำโอทีน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ตอนนี้เกมฟื้นคืนชีพกลับมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แถมในช่วงหนึ่งเดือนหลังจากนี้ก็มีสิทธิ์จะปังขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แค่ทำโอทีถึงสามทุ่มจะเป็นไรไป?
ให้โต้รุ่งเลยก็ยังไหว!
แต่... นักลงทุนบ้าบออะไรกัน?
นี่บริษัทเรามีนักลงทุนด้วยงั้นเหรอ?
ก่อนหน้านี้ พนักงานทุกคนต่างก็คิดว่าต้านสวรรค์เกมเป็นบริษัทที่กู้ฝานควักกระเป๋าลงทุนเองคนเดียวมาโดยตลอด
โจวหยางหันไปมองซูถงโดยสัญชาตญาณ
ซูถงพยักหน้าตอบ "บริษัทเรามีนักลงทุนอยู่คนหนึ่งจริงๆ ค่ะ แถมเคยเข้ามาแล้วด้วย ทว่า... ความประทับใจที่ฉันมีต่อเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
ทุกคนหันกลับไปมองกู้ฝานอีกครั้ง และสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากบรรยากาศในยามนี้อย่างรวดเร็ว
กู้ฝานกระแอมเบาๆ สองครั้ง "ขอโทษทีครับ ก่อนหน้านี้ไม่ได้อธิบายให้ทุกคนฟัง แต่สถานการณ์ของบริษัทเราค่อนข้างพิเศษมากจริงๆ
"ในช่วงแรกเริ่มของการก่อตั้งบริษัท หรือก็คือก่อนที่จะปล่อยเกมแรกออกมา ผมได้เซ็นสัญญาการลงทุนที่เข้มงวดเอามากๆ กับนักลงทุนท่านนี้
"ดังนั้นถ้าว่ากันตามตรง นักลงทุนท่านนี้ถือว่ามีอำนาจควบคุมต้านสวรรค์เกมอย่างเด็ดขาด ส่วนตัวผม ถ้าว่ากันตามตรงก็เป็นแค่ลูกจ้างระดับสูงคนหนึ่งเท่านั้น
"เพียงแต่ปกติแล้ว เธอค่อนข้างยุ่งกับเรื่องอื่น ก็เลยไม่ค่อยได้ปรากฏตัวให้เห็นเท่านั้นเองครับ"
กู้ฝานเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ไอเดียของเกมทั้งหมดในบริษัทเรา ที่พวกคุณเห็นกันอยู่ในตอนนี้ ล้วนมาจากนักลงทุนท่านนี้ทั้งสิ้น
"สำหรับการออกแบบเกม เธอมีแนวคิดและไอเดียที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และไม่ค่อยยอมรับฟังความคิดเห็นของใคร
"แม้แต่ตัวผมเอง ก็ยังให้คำแนะนำเธอได้แค่ในขอบเขตที่จำกัดมากๆ แถมยังไม่แน่ว่าเธอจะยอมรับไปพิจารณาด้วยซ้ำ
"เธอมั่นใจในไอเดียของตัวเองสุดๆ และไม่ยอมให้มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น
"ดังนั้น ทันทีที่เอกสารการออกแบบของเราถูกเคาะแล้ว ก็จะไม่สามารถทำการแก้ไขใดๆ ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดหลักของเกม ที่จะปล่อยให้มีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด
"การที่เธอเข้ามาที่บริษัทในครั้งนี้ เธอจะเรียกคุยกับพวกคุณเป็นการส่วนตัวทีละคน และสอบถามเกี่ยวกับการพัฒนาโปรเจกต์นิดหน่อย แน่นอนว่าอาจจะมีคำถามที่พาดพิงมาถึงตัวผมด้วย
"ตอนนี้ทุกคนก็ไม่ได้มีงานด่วนอะไรอยู่ในมือ ดังนั้นพวกคุณมีเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ในการไตร่ตรองให้ดี ว่าควรจะตอบคำถามเหล่านั้นอย่างไร
"เอาล่ะ เรื่องที่ผมจะแจ้งก็มีเท่านี้ ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลยครับ"
พูดจบ กู้ฝานก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง แล้วเปิดหน้าเว็บดูนั่นดูนี่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจเจตนาแอบแฝงในคำพูดของกู้ฝานเลยแม้แต่น้อย
การออกแบบทั้งหมดในปัจจุบันมาจากนักลงทุนคนนี้ทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?
ประธานกู้เป็นแค่เครื่องจักรทำงานงั้นสิ?
แล้วนักลงทุนจะถามอะไรพวกเราล่ะ? ทำไมถึงต้องให้พวกเราใช้เวลาตั้งหนึ่งวันเพื่อขบคิดว่าจะตอบยังไงด้วย?
ประหลาดแท้
คำพูดของประธานกู้ ฟังเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ้าลองคิดให้ลึกซึ้งกลับรู้สึกเหมือนมีนัยแอบแฝงอยู่
ทุกคนแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเองต่อ แต่ต่างก็มีอาการใจลอย และเผลอขบคิดถึงปัญหาของกู้ฝานอยู่ลึกๆ
...
ตอนเที่ยง
โจวหยางกับจ้าวไห่ฉวนออกไปกินข้าวด้วยกัน
สถานการณ์ของ 'ผู้ขโมยไฟ' ดีขึ้นมาก แถมกระแสความนิยมก็ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขายในช่วงแรกก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ยังพอมีหวังที่จะทำลายสถิติได้อีก ความกังวลของทุกคนจึงมลายหายไปจนสิ้น
เพียงแต่คำพูดเหล่านั้นของกู้ฝาน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของทุกคนจนสลัดไม่หลุด
"นายว่า... ที่ประธานกู้พูดมาทั้งหมดนั่น มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
"ฉันฟังออกนะ ว่าประธานกู้ให้ความสำคัญกับการที่นักลงทุนจะมาสอบถามพวกเรามาก แต่นักลงทุนจะถามอะไรล่ะ? แล้วประธานกู้คาดหวังให้พวกเราตอบไปว่าอะไร?" จ้าวไห่ฉวนมีสีหน้างุนงงสุดขีด
ตอนนี้หากจะบอกว่าใครในบริษัทที่จงรักภักดีต่อกู้ฝานมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นจ้าวไห่ฉวนนี่แหละ
โบนัสก้อนโตฟาดหน้ามาซะขนาดนั้น ใครบ้างล่ะจะไม่หลงหัวปักหัวปำ?
แบบนี้มันต้องยอมถวายหัว สละเลือดเนื้อเพื่อประธานกู้แล้ว!
ปัญหาของประธานกู้ ก็คือปัญหาของพวกเรา ถ้าแค่นี้ยังจัดการให้ดีไม่ได้ แล้วจะคู่ควรกับข้าวแดงแกงร้อนที่ประธานกู้มอบให้เหรอ?
แต่ตัวจ้าวไห่ฉวนเองก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ จึงอยากจะลองถามโจวหยางดูว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
โจวหยางคีบผักดองที่ร้านอาหารแถมฟรีเข้าปาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ฉันก็พอจะเดาอะไรได้บางอย่างนะ แค่ไม่แน่ใจว่ามันจะถูกหรือเปล่า"
จ้าวไห่ฉวนเลิกคิ้วขึ้น "หืม? ว่ามาสิ"
โจวหยางคิดทบทวนครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า "นายไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเหรอ? ตั้งห้าเกมแล้วนะ ห้าเกม! ทุกเกมตอนเริ่มวางขายต่างก็มีปัญหาโผล่มาเต็มไปหมด จนโดนผู้เล่นด่าสาดเสียเทเสีย แต่ท้ายที่สุดทุกเกมก็จะมีบั๊กโผล่มาสักตัวสองตัว
"ทั้งที่มันเป็นช่องโหว่ในการออกแบบแท้ๆ เป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย แต่สุดท้ายกลับกลายมาเป็นระบบการเล่นหลัก ที่ชุบชีวิตเกมให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้ซะงั้น!
"ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นแค่เกมสองเกม ก็อาจจะพอพูดได้ว่าเป็นเพราะดวงล้วนๆ ก็เหมือนซื้อหวยขูดแล้วถูกรางวัลเล็กๆ นั่นแหละ โลกนี้มีพวกดวงมหาเฮงอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"แต่นี่เล่นมีบั๊กแบบเดียวกันติดกันถึงห้าเกมเลยนะ? จะอธิบายเรื่องนี้ยังไง? มันหาคำอธิบายไม่ได้เลยต่างหาก!
"ถ้าฉันเชื่อว่าพวกนี้มันคือบั๊กจริงๆ ฉันก็คงเป็นไอ้โง่แล้ว!"
จ้าวไห่ฉวนมีแววตาสับสนเล็กน้อย "เรื่องนี้... ถ้ามองจากมุมมองของโค้ดและหลักความน่าจะเป็น มันก็เหลือเชื่อเกินไปจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่า นอกเหนือจากเรื่องบั๊กแล้ว มันยังมีคำอธิบายอื่นที่สมเหตุสมผลกว่านี้อีกเหรอ?"
โจวหยางพยักหน้า "ปัญหานี้กวนใจฉันมานานมากแล้วล่ะ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานในบริษัท ฉันก็คิดยังไงก็คิดไม่ตก
"ยังไงฉันก็รู้สึกว่า เรื่องผิดปกติขนาดนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ถ้าไม่สมเหตุสมผลก็ต้องมีผีสางนางไม้มาเกี่ยวข้อง แล้วผีที่ว่าคืออะไรล่ะ? ก็ต้องเป็นคนนี่แหละที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง!
"บั๊กพวกนี้ ร้อยทั้งร้อยต้องมีคนจงใจเขียนขึ้นมา แล้วยัดไส้เข้าไปในโค้ดของเกมแน่ๆ
"โค้ดเกมมีตั้งเยอะแยะ ขอแค่ซ่อนเอาไว้ให้เนียนๆ หน่อย เทสเตอร์ของบริษัทเราที่มีอยู่หยิบมือเดียวจะหาไม่เจอก็เป็นเรื่องปกติ แต่พอมีผู้เล่นนับล้านคนเข้ามาเล่นเกมของเรา โอกาสที่จะเจอบั๊กก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย"
จ้าวไห่ฉวนยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม "มีคนจงใจยัดบั๊กใส่เข้าไปงั้นเหรอ?
"เป็นไปไม่ได้มั้ง บริษัทเรามีโปรแกรมเมอร์ฟรอนต์เอนด์แค่สองคนเองนะ คนนึงคือพี่ฮุย ส่วนอีกคนก็คือประธานกู้! พี่ฮุยเพิ่งจะเข้ามาทำงานทีหลัง ไม่ใช่เขาแน่นอน งั้นก็เหลือแค่ประธานกู้คนเดียวแล้วไม่ใช่เหรอ?
"แต่ประธานกู้จะทำเรื่องถอดกางเกงผายลมไปทำไมล่ะ? เขาเป็นเจ้านายนะ แค่ใส่ระบบพวกนี้ลงไปตรงๆ อย่างเปิดเผยเลยมันจะไปยากอะไรล่ะ?"







