เสิ่นเย่ปิดตู้เก็บของอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดังใดๆ พร้อมกับหันขวับไปมองทางประตูห้องทำงาน
ประตูปิดสนิท
โชคดีที่ไม่มีใครมา
เพิ่งจะโล่งใจได้ไม่ทันไร ด้านนอกก็มีคนเคาะประตูทุกบานตรงโถงทางเดินแล้วตะโกนเสียงดังว่า
"ออกมาให้หมด ลงไปรวมตัวกันข้างล่างเพื่อรับการตรวจสอบ!"
เสิ่นเย่ตกอยู่ในความลังเลทันที
ควรจะแฉตัวฆาตกรคนนั้นเดี๋ยวนี้เลยดีไหม?
...ไม่
ขนาดสารวัตรยังไม่ใช่คู่มือของมัน
หากเปิดโปงตัวตนของมัน รอให้มันกลับมาอีกครั้ง บางทีคนอื่นอาจจะยังไม่ทันตั้งตัว มันก็คงฆ่าเขาได้แล้ว
มันจะฆ่าทุกคนที่เข้ามาสอด
และเมื่อคิดดูให้ดีแล้ว...
ใครจะพิสูจน์ได้ว่ามันไม่มีผู้ช่วย?
ในสถานีตำรวจอาจจะมีพรรคพวกของมันซ่อนตัวอยู่ก็ได้
พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้เขายังคงตกอยู่ในอันตราย!
—อิงจากพลังของ "เสียงกระซิบในความมืด" ลั่วเฟยชวนไม่น่าจะโกหกเขาได้
เขาต้องเชื่อฟังคำเตือน แล้วรีบไปที่คลังอาวุธบนชั้นสาม!
เสิ่นเย่กำลังจะขยับตัว จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
มีคนมา!
เสิ่นเย่ไม่ลังเลเลยที่จะยกมือขึ้นทาบลงบนความว่างเปล่า พลางท่องคำว่า "ประตู" ในใจ
ประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นตามมา
ประตูบานนี้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับประตูห้องทำงานของสารวัตรไม่มีผิดเพี้ยน
กระดาษหนังแกะบนประตูก็ถูกเปลี่ยนเป็นกระดาษจดหมายราชการอย่างเป็นทางการด้วย
พลังนี้ช่างสร้างประตูได้เก่งกาจนัก อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ประตูก็จะเปลี่ยนเป็นรูปร่างแบบนั้น
—แต่ทว่า การที่ประตูบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ มันช่างเตะตาเกินไปจริงๆ
เสิ่นเย่ท่องคำว่า "สลาย" ในใจ
ประตูหายวับไปทันที
เขารีบลุกขึ้นเดินไปที่กำแพง ทาบมือลงไปแล้วร้องเสียงต่ำว่า
"ประตู!"
—ประตูปรากฏขึ้นบนกำแพง
หากคนที่ไม่คุ้นเคยเข้ามาในห้องทำงาน แล้วพบว่ามีประตูบานหนึ่งอยู่บนกำแพงข้างโต๊ะทำงาน ก็คงคิดแค่ว่าตรงนี้ยังมีห้องอีกห้องหนึ่ง
เสิ่นเย่ผลักประตูเข้าไป ก้าวเข้าสู่โลกฝันร้าย แล้วปิดประตูตามหลังทันที
โถงทางเดินอันน่าขนลุกว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
โครงกระดูกยักษ์จากไปได้สักพักแล้ว เมื่อเทียบกันแล้ว ที่นี่ก็ถือว่ายังปลอดภัยอยู่
เสิ่นเย่สำรวจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองออกไปข้างนอกผ่านกระจกหน้าต่าง
—นี่คือตำแหน่งที่เขาเลือกไว้เป็นอย่างดี สามารถมองเห็นได้ทั้งประตูห้องทำงานและทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
ไม่นานนัก
ก็มีคนมาเคาะประตูห้องทำงานของสารวัตรจริงๆ
"นายคือเสิ่นเย่ใช่ไหม สารวัตรลั่วเรียกให้ลงไปรวมตัวกัน"
ไร้เสียงตอบรับ
มีคนซุบซิบเสียงเบาว่า
"แปลกจัง งั้นลองเปิดประตูดูดีไหม?"
"ไอ้หนูนั่นน่าจะอยู่ข้างในนะ หรือว่าตกใจจนสลบไปแล้ว?"
ขณะที่ประตูกำลังจะถูกเปิดออก จู่ๆ ก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
"พวกนายลงไปกันให้หมดเถอะ ฉันจะเรียกเสิ่นเย่เอง"
—นี่เป็นน้ำเสียงที่หนักแน่นและสุขุมมาก
"รับทราบครับ ผู้กองหวัง"
"งั้นพวกเราลงไปรวมตัวกันก่อนนะครับ"
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไป
หนึ่งวินาทีก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักออก "ประตู" บนผนังห้องก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เสิ่นเย่เอนหลังพิงกำแพง นั่งลงบนโถงทางเดินในโลกฝันร้าย
แม้จะมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของสารวัตรชั่วคราว แต่เขาก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง
คนที่ถูกเรียกว่า "ผู้กองหวัง" คนนี้ ไล่ตำรวจคนอื่นออกไปหมด
เขาต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่ๆ
บางทีสิ่งที่เขาเดาอาจจะถูก
ฆาตกรคนนั้นไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว
อีกด้านหนึ่ง
ห้องทำงานสารวัตร
ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ และพูดกลั้วหัวเราะว่า
"เสิ่นเย่ ออกมาเถอะ"
"เกิดเหตุลอบโจมตีขึ้น ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจสอบจากสมองกลส่วนกลางทันที"
ไร้เสียงตอบรับ
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายคนนั้นไม่ลดลงเลย เขาปิดประตูห้องทำงานโดยไม่หันกลับไปมอง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"ฉันรู้ว่าเธอค่อนข้างกลัว แต่มีแค่สารวัตรลั่วที่ถูกวิชาอาคมพาตัวไป พูดอีกอย่างก็คือ—"
"เธอปลอดภัยแล้ว"
"อีกอย่าง ที่นี่มีแต่ตำรวจ พวกเราดูแลเธอได้เป็นอย่างดีแน่นอน"
มีดสั้นสีดำปรากฏขึ้นในมือของเขาอย่างเงียบเชียบ
ทว่าภายในห้องกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ และไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
ชายคนนั้นก้าวยาวๆ ไปที่มุมห้องแล้วเปิดตู้
ศพยังคงอยู่
เขามองดูศพ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป
ท่าทางของศพเปลี่ยนไปเล็กน้อย
—นี่คือการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งซึ่งหลงเหลือไว้ในยามที่วิญญาณหลุดลอย
ชายคนนั้นจ้องมองศพ
"ถูกขยับไปแล้ว เป็นฝีมือเธอเหรอ เสิ่นเย่?"
ทันใดนั้น
เงาสีดำเจ็ดแปดสายโผล่ออกมาจากด้านหลังของเขา แล้วพุ่งวูบวาบไปทั่วทั้งห้องราวกับสายฟ้าแลบ
เมื่อเงาสีดำทั้งหมดกลับมาอยู่ด้านหลัง เขาจึงค่อยๆ เก็บมีดสั้นลง
"หึ ไม่ได้อยู่ที่นี่"
เขาพูดพึมพำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเองว่า
"ฆ่าคนมาตั้งมากมาย แต่กลับมาหยิ่งผยองต่อหน้าเด็กอายุสิบห้า คิดว่าภารกิจมันง่ายเกินไป..."
"นี่เป็นความผิดของพวกเราเอง"
"หลังจากนี้ ฉันจะแก้ไขข้อบกพร่องนี้ซะ"
ชายคนที่ถูกเรียกว่าผู้กองหวังหันหลังกลับ เดินออกจากห้องทำงาน ลงบันไดไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ผมสงสัยอย่างยิ่งว่าเสิ่นเย่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนี้"
"หรือว่าเขาจะเป็นคนของนิกายไหนสักแห่ง?" ตำรวจนายหนึ่งถามขึ้น
"มีความเป็นไปได้สูง" ผู้กองหวังตอบ
เขากวาดสายตามองทุกคนอย่างแนบเนียน
ความหวาดกลัว ความเกลียดชัง ความขยะแขยง
ถูกต้อง พวกนายควรจะแสดงสีหน้าแบบนี้แหละ
"ออกหมายจับทันที ใครพบเห็นเสิ่นเย่ ขอให้จับกุมตัวเขาเดี๋ยวนั้น หรือไม่ก็รีบแจ้งให้ผมทราบทันที" ผู้กองหวังกล่าว
"ครับ สารวัตร" ทุกคนขานรับ
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในห้องโถงอย่างกะทันหัน
"ระบบสมองกลส่วนกลางเสร็จสิ้นการตรวจสอบสภาพแวดล้อมแล้ว"
"จากการประเมินเบื้องต้น ระยะเวลาของสถานการณ์ปัจจุบันคือ:"
"20 นาที"
"หลังจาก 20 นาที ทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ"
ทุกคนต่างฮึกเหิมขึ้นมาทันที
—แค่ 20 นาทีเท่านั้น!
ขอเพียงสารวัตรลั่วทนให้ได้ 20 นาที ก็จะรอดชีวิตกลับมาได้!
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ยังคงดังต่อไป
"ขอให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่จัตุรัสด้านนอกห้องโถง เพื่อเตรียมรับการตรวจสอบ"
ผู้กองหวังก้าวยาวๆ ไปที่ประตูแล้วมองออกไปข้างนอก
ด้านนอกมีการขึงแถบกั้นเขตแดนไว้แล้ว
ปีกจมูกของเขาขยับเข้าออกเล็กน้อย
การปะทุของวิชาอาคมเมื่อครู่นี้ ได้ทิ้งกลิ่นอายของอีกโลกหนึ่งเอาไว้
ความเย็นเยียบและกลิ่นคาวเค็มจากลมทะเลที่พัดผ่านยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
"ห้วงลึกแห่งท้องทะเล..."
"น่าจะเป็นนิกายเงียบสงัด พวกคนบ้าที่ชอบพังธุรกิจของคนอื่น"
เขาคิดในใจเงียบๆ ประกายความโหดเหี้ยมพาดผ่านดวงตาไปวูบหนึ่ง
ชั้นสอง
ห้องทำงานสารวัตร
บนกำแพงปรากฏหน้าต่างขึ้นมาบานหนึ่งเป็นอันดับแรก
ลูกตาข้างหนึ่งสอดส่องออกมาทางหน้าต่าง และมองเห็นประตูที่ปิดสนิททันที
จากนั้นเขาก็สังเกตดูทั่วทั้งห้องอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว จึงค่อยๆ ผลักประตูออก แล้วทิ้งตัวลงในห้องอย่างแผ่วเบา
เสิ่นเย่เข้าใจเรื่องหนึ่งในใจอย่างแจ่มแจ้ง
—นักฆ่าพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้เลย
ระดับมัธยมต้น ทำได้แค่ปูพื้นฐาน
มัธยมปลายถึงจะได้เรียนกระบวนท่า ใช้อาวุธ และเลือกสายอาชีพ
ตอนนี้เขาเป็นแค่นักเรียนมัธยมต้นเท่านั้น
ปืนก็ยังใช้ไม่คล่อง กระบวนท่าต่อสู้อะไรก็ไม่เป็น จะเอาอะไรไปสู้กับนักฆ่าระดับนั้น?
—รีบไปชั้นสาม!
เสิ่นเย่รีบอัปแต้มสถานะทั้ง 4 แต้มไปที่ความว่องไวทั้งหมด แล้วเปิดหน้าต่างอีกบานที่ยังอยู่ในสภาพดี
ด้านนอกของหน้าต่างบานนี้คือกำแพงด้านหลังของสถานีตำรวจ
เสิ่นเย่กระโดดออกไปตรงๆ เกาะท่อระบายน้ำข้างกำแพงไว้อย่างมั่นคง แล้วใช้ทั้งมือและเท้าปีนขึ้นไปบนชั้นสามอย่างรวดเร็ว
เขามองหาหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดอยู่ ชำเลืองมองแวบหนึ่ง แล้วกระโดดเข้าไปทันที
ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บเอกสาร
แฟ้มคดีเก่าแก่ต่างๆ มีฝุ่นเกาะหนาเตอะ วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางอย่างเงียบสงบ
—ต้องรีบหาห้องเก็บอาวุธให้เจอ!
อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่จัตุรัสนอกห้องโถง เสิ่นเย่ผลักประตูออกไป เดินมาที่โถงทางเดิน แล้วมองซ้ายมองขวา
อีกด้านหนึ่งของโถงทางเดินมีประตูเหล็กบานใหญ่หนาเตอะอยู่บานหนึ่งจริงๆ ด้านบนมีป้ายแขวนไว้ว่า "ห้องเก็บอาวุธ"
กำแพงสีเงินนั่นอยู่ข้างนอกห้องเก็บอาวุธ!
ข้างกำแพงยังมีปากกาแขวนอยู่ด้ามหนึ่ง
เสิ่นเย่รีบวิ่งเข้าไปหา พลางล้วงกระดาษแผ่นนั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงไปด้วย—
สายลมแผ่วเบาพัดโชยมา
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รีบยื่นมือไปตบลงบนประตูห้องเก็บอาวุธ
"ประตู"
ชั่วพริบตา
ประตูเหล็กที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการก็ตั้งตระหง่านขึ้นมา บดบังประตูเหล็กของห้องเก็บอาวุธเอาไว้
พร้อมๆ กับที่ประตูปรากฏขึ้น หน้าต่างอีกด้านหนึ่งของโถงทางเดินก็ถูกเปิดออก เงาดำสายหนึ่งร่วงลงสู่พื้นอย่างเงียบเชียบ
ผู้กองหวัง
ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษสง พลางกล่าวกลั้วหัวเราะว่า
"ฉันก็ว่าอยู่ทำไมถึงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างบนนี้... ที่แท้ก็นักเรียนเสิ่นเย่นี่เอง เธอมาทำอะไรที่นี่?"
เสิ่นเย่ไม่มองเขาเลยสักนิด หยิบปากกาขึ้นมาแล้วรีบคัดลอกรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว
"คุณก็รู้ว่าผมใกล้จะสอบเข้าม.ปลายแล้ว วันนี้ครูให้โจทย์คณิตศาสตร์มา ผมเลยต้องรีบใช้เวลาคำนวณสักหน่อย"
บ้าเอ๊ย
ทำไมรหัสนี้มันยาวจังวะ?
"เด็กน้อยอย่ามาโกหกซี้ซั้วนะ จุดจบมันจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่หรอก" ผู้กองหวังกล่าว
ขณะที่เขากำลังจะลงมือ เสิ่นเย่ก็กระโดดถีบประตูเหล็กบานนั้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง "ตึง"
ประตูค่อยๆ เปิดออก
ภายในประตูคือโถงทางเดินที่ทั้งมืดมิดและน่าขนลุก
ไม่สิ
หากมองดูให้ดี โถงทางเดินนี้กลับดูเหมือนเส้นทางลับอะไรสักอย่างมากกว่า
ผู้กองหวังชะงักไป
"ไม่ถูกสิ..."
เขาจ้องเขม็งไปที่เส้นทางลับหลังบานประตู พลางพึมพำเสียงต่ำ
—ในห้องเก็บอาวุธบนชั้นสามของสถานีตำรวจจะมีเส้นทางลับโผล่มาได้ยังไง?
มันเชื่อมไปที่ไหน?
อาศัยจังหวะนี้ เสิ่นเย่ก็เขียนรหัสผ่านเพิ่มไปได้อีกหลายตัว
สีหน้าของผู้กองหวังเปลี่ยนไป
นั่นมันอุปกรณ์เปิดระบบฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกับปัญญาประดิษฐ์ส่วนกลางของรัฐบาลโลก ปล่อยให้มันเขียนต่อไม่ได้แล้ว!
"ไอ้หนู จัดการแกก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เขาก็พุ่งเข้าหาเสิ่นเย่แล้ว
แทบจะพร้อมๆ กับที่เขาลงมือ เสิ่นเย่ก็เก็บปากกา บิดตัว แล้วพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายเช่นกัน
—อีกฝ่ายไม่ใช่คนโง่ และเขาก็ไม่มีวิธีอื่นในการถ่วงเวลาแล้ว!
"เอ๊ะ?"
ผู้กองหวังส่งเสียงประหลาดใจออกมา
ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ การที่อีกฝ่ายผลักประตูบานนั้นออก จะต้องอยากหลบเข้าไปข้างในแน่ๆ
เขาเพียงแค่ต้องเร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้า เพื่อจับตัวอีกฝ่ายให้ทันก็พอ
ทว่าอีกฝ่ายกลับพุ่งเข้ามาหาเขาเสียเอง
หรือว่าคิดจะสู้?
ผู้กองหวังเลียริมฝีปากเบาๆ ชักมีดสั้นสีดำออกมาแล้วพูดว่า "เจ้าหนูผู้กล้าหาญแต่โง่เขลา ฉันจะตัดหัวแกเดี๋ยวนี้แหละ"
ทั้งสองพุ่งเข้าประชิดตัวกันอย่างรวดเร็ว
ผู้กองหวังเตรียมพร้อมที่จะลงมือแล้ว—
ทันใดนั้น เสิ่นเย่ก็บิดตัวพุ่งชนหน้าต่างด้านหนึ่ง
เพล้ง!
เขาพุ่งชนกระจกหน้าต่างแตกกระจาย ร่างกายเอียงวูบ เปิดใช้งานทักษะ "หลบหลีก" ของ "ย่างก้าวกวางใต้เงาจันทร์" ทันที ทั้งร่างราวกับกำลังเหยียบเกลียวคลื่น ถีบตัวไปตามกำแพงด้านนอกของชั้นสามหลายก้าว พุ่งผ่านระยะทางยาวไกล ก่อนจะกลับมาเกาะขอบหน้าต่างอีกแห่งหนึ่งได้ แล้วตีลังกาผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่เข้าไปในโถงทางเดิน
—หน้าต่างที่เปิดอยู่บานนี้ คือบานที่ผู้กองหวังเพิ่งเปิดเมื่อครู่นั่นเอง!
เสิ่นเย่วนออกไปนอกกำแพงรอบหนึ่ง แล้วกลับเข้ามาที่อีกด้านของโถงทางเดิน!
ผู้กองหวังตามติดอยู่ด้านหลังเขาอย่างกระชั้นชิด
—แต่มีหรือที่เสิ่นเย่จะไม่รู้เรื่องนี้?
เขาที่อัปแต้มสถานะทั้งหมดไปที่ความว่องไวแล้ว ตะโกนลั่นว่า "พุ่ง!"
"ย่างก้าวกวางใต้เงาจันทร์·พุ่งทะยาน!"
เห็นเพียงร่างของเขาเอนไปข้างหน้า ทั้งตัวพุ่งทะยานผ่านโถงทางเดินอันยาวเหยียดราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง กลับมาอยู่ตรงหน้ากำแพงสีเงินอีกครั้ง
เขาชักปากกาด้ามนั้นออกมาเขียนรหัสผ่านบนกำแพงต่อ มือซ้ายถือปืนพกกระบอกหนึ่งแล้วเหนี่ยวไก
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสามนัดซ้อน ทำให้ผู้กองหวังที่เพิ่งทิ้งตัวลงที่ปลายโถงทางเดินอีกด้านต้องหลบหลีกไปมา
นี่ช่วยซื้อเวลาได้อีกนิดหน่อย
ผู้กองหวังถูกอีกฝ่ายปั่นหัวเล่นไปรอบหนึ่ง แถมยังตกใจกับปืนที่โผล่มาอย่างกะทันหัน ทำให้จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างห้ามไม่อยู่
ไอ้เด็กนี่ไปเรียนวิชาตัวเบาแบบนี้มาจากไหน?
ไม่ได้การล่ะ เขาประมาทเกินไปจริงๆ
ความเคลื่อนไหวเมื่อครู่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่ตรงจัตุรัสด้านนอกแล้ว
ต้องรีบฆ่ามันให้เร็วที่สุด!
"ตายซะ!"
ผู้กองหวังคำรามลั่น ทว่ากลับยืนนิ่งอยู่กับที่
เสิ่นเย่เลิกคิ้วขึ้น
เมื่อกี้ยังวิ่งไล่ตามอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้กลับไม่ขยับ หรือว่าจะโจมตีระยะไกล?
เขาไม่ลังเลเลยที่จะท่องคำว่า "ประตู" ในใจ
ประตูเหล็กปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
เคร้ง!
เสียงสั่นสะเทือนดังลั่น
มีดสั้นสีดำพุ่งปักเข้าที่ประตูเหล็กอย่างแรง ก่อนจะกระดอนตกลงบนพื้น
กันไว้ได้!
หวุดหวิดไป เป็นการโจมตีระยะไกลจริงๆ ด้วย!
เสิ่นเย่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ขณะที่มือก็เขียนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว
การปามีดเมื่อครู่นี้ ทั้งความเร็วและพละกำลัง ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้เลย
—โชคดีที่เขาเอาประตูมาบังไว้ตรงหน้า!
และที่โชคดีไปกว่านั้นคือ ประตูบานนี้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม กลายสภาพเป็นประตูเหล็กของห้องเก็บอาวุธซะอย่างนั้น!