หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 106
บทที่ 106 ในที่สุดก็ได้กินโจ๊ก Xiaomi
ครั้งก่อนที่เหลยจวินเห็นเฉินโม่ทำท่าทางแบบนี้ คือตอนที่เฉินโม่มาขอหยิบยืมเงินจากเขา
ไม่คาดคิดว่าแค่ไม่กี่เดือนผ่านไป ไอ้หมอนี่กลับเล่นกลับตาลปัตร คราวนี้ดันอยากลงทุนให้บริษัทเสียเอง
คิดๆ ดูก็ใช่ เจ้านี่นอกจากช่วงปิดประตูเก็บตัวแล้ว โดยพื้นฐานแทบไม่เคยทำโอที ไม่รู้ว่าเอาเวลาที่เหลือไปทำอะไรมาบ้าง คาดว่าน่าจะทำเงินมาได้พอควร ไม่งั้นคงไม่กล้าปฏิเสธเงินเดือน เห็นเงินเป็นแค่กองขี้
แต่อย่างนี้ก็ดี ประหยัดเงินบริษัท
เหลยจวินคิดในใจ ก็ยังไงหุ้น 8% ก็ให้ไปแล้ว เดาว่าไอ้เด็กนี่คงกัดฟันลงสักหมื่น สุดๆ ไม่ก็สักหลายหมื่น พอให้มีน้ำใจ แสดงว่าเชื่อมั่นใน Xiaomi
ตนเองก็ไม่ได้เดือดร้อนจะรับไมตรีแค่นี้ ไหนๆ เขาก็อยากผูกประโยชน์เข้ากับ Xiaomi ถือว่าเป็นเรื่องดี แบบนี้เขาก็จะสู้เพื่อกิจการของตัวเอง เด็กนี่คงไม่มีทางไม่ทุ่มสุดตัว
คิดได้ดังนี้ เหลยจวินก็ยินดีรับการลงทุนจากเฉินโม่สุดๆ ระหว่างกำลังกรอกเนื้อหาในสัญญา เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้า เอ่ยถามเรื่อยๆ ว่า “คิดจะลงทุนเท่าไหร่?”
“ห้าล้าน!”
ปากกาที่กำลังเขียนฉับๆ ของเหลยจวินชะงักกึก เขานึกว่าตัวเองฟังผิด เงยหน้าขึ้นเร็วปรื๋อเพื่อยืนยันว่าไม่ได้หูฝาด “ว่าเท่าไหร่นะ?”
“ห้า! ล้า! น!”
หา???
ปฏิกิริยาแรกของเหลยจวินคือ ไอ้เด็กนี่ไปเอาเงินมากขนาดนี้มาจากไหน?
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นายไปปล้นธนาคารตอนนอกเวลางานหรือไง?
แต่ยังไม่จบ เฉินโม่ก็เอ่ยคำสองพยางค์แบบลอยๆ ตามมา
“ดอลลาร์สหรัฐ!”
เชี่ย!!!
ปล้นทั้งทีดันไปปล้นธนาคารสหรัฐอเมริกาด้วย
คราวนี้เหลยจวินนั่งไม่ติดแล้ว
ก่อนหน้านี้ เขากับหลินปินวิ่งวุ่นไปทั่ว วิงวอนสารพัด นัดวงคุย ดึงทรัพยากร กระทั่งบินไปมหานครเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง เจอพวกหนุ่มๆ ไม่รู้โผล่มาจากไหน พูดจาหยามเกียรติและดูถูก ก็ยังต้องยิ้มสู้
ก็เพื่อจะได้มาซึ่งเงินทุนสักหน่อย หาเส้นทางและช่องทางทรัพยากร แบ่งเบาความเสี่ยงในการทำสมาร์ทโฟน Xiaomi
เหลยจวินมองชายหนุ่มตรงหน้าที่มอบความประหลาดใจให้ไม่หยุดด้วยความสะเทือนใจเล็กๆ
ตลอดทางที่ผ่านมา ตั้งแต่การสัมภาษณ์สายโหดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เฉินโม่แทบจะลุยเดี่ยวสร้างระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน Xiaomi อย่าง MIOS จนเติบใหญ่แข็งแรง พอคุยเรื่องบรรจุและค่าตอบแทนกลับยังเข้าใจความลำบากของบริษัท แถมยกเงินก้อนโตมาขอเข้าร่วมด้วยตัวเอง
สิ่งนี้ทำให้เหลยจวินรู้สึกเหนือจริง คล้ายตัวเองกลายเป็นพระเอกนิยายสายสะใจ มีวาสนาติดตัวอยู่บ้าง
ดวงตาของเหลยจวินจ้องเฉินโม่เขม็ง สมองถึงกับแฮงก์ไปชั่วครู่ ไม่เปล่งเสียงใดๆ
“หัวหน้า? หัวหน้า? เฮ้~~ กลับมาได้แล้ว” เฉินโม่ยื่นมือโบกไปมาตรงหน้าคู่สนทนา
สมองของเหลยจวินรีบูตกลับมาทำงาน เขาไม่ได้อยากรู้อยากเห็นจนจะคุ้ยจนถึงรากถึงโคน เดาว่าถามไปก็คงเปล่าประโยชน์ ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเอง
สำหรับเหลยจวิน Xiaomi ต้องการเงินทุนเป็นเรื่องจริง เพราะการทำมือถือมันเป็นหลุมดำไม่รู้จบ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงรอบ Angel Round ช่องว่างเงินทุนยังคงมีอยู่ และต่อไปก็ต้องระดมทุนอีกเป็นจำนวนมหาศาล
แต่เทียบกับเงินแล้ว สิ่งที่ Xiaomi ต้องการมากกว่าคือทรัพยากรและช่องทางที่อยู่เบื้องหลังของบรรดาสถาบันลงทุนเหล่านั้น ทว่าที่ผ่านมาโดนปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน ทุนจำนวนมากพากันเว้นระยะห่างจาก Xiaomi เพราะในสายตาพวกเขา ความเสี่ยงของ Xiaomi ใหญ่จนทะลุเพดาน
มองจากตอนนี้ ต่อให้เฉินซิงเข้ามาร่วม ก็ช่วยได้อย่างจำกัดเกินไป ก่อนหน้านี้คิดง่ายเกินจริง
ถ้าหากภายหลังยังไม่มีเงินทุนไหลเข้ามา เขาคงต้องขยับเงินก้อนของตัวเอง เติมเข้าไป นี่เป็นวิธีที่จำใจต้องใช้ เพราะมันไม่สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนของเขาเอง
เอาจริงๆ ตอนนี้ในใจเหลยจวินยังแอบพึมพำว่า Xiaomi จะสำเร็จไหม เขาเองก็ไม่มีคำตอบชัดเจน
แต่วันนี้กลับเจอคนที่เชื่อว่า Xiaomi จะสำเร็จยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ถึงจะต้องการเงินแค่ไหน เหลยจวินก็ยังคิดว่าควรบอกความเสี่ยงต่างๆ ให้หนุ่มคนนี้ได้รู้ ให้เข้าใจว่าเรื่องมันไม่ง่ายและสดใสอย่างที่อีกฝ่ายคิดนัก
ผลก็คือพอเฉินโม่ฟังถึงสถานการณ์ลำบากของ Xiaomi ตอนนี้กลับไม่ไหวติงแม้แต่นิด แววตาที่มุ่งมั่นนั้นเหมือนกำลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคยังไงยังงั้น
เหลยจวินถอนหายใจเงียบๆ อยู่ในใจ เอาเถอะ ฝนฟ้าจะตก แม่จะออกเรือน เรื่องของใครของมัน ในเมื่อไอ้หนุ่มนี่มีสติปัญญาและความตระหนักรู้ขนาดนี้ ก็เคารพการตัดสินใจของเฉินโม่ก็แล้วกัน
ทว่าเขาคิดคำนวณคร่าวๆ ในใจแล้วพบปัญหาหนึ่ง จึงรีบโบกมือห้าม
“nonono ตอนนี้ Xiaomi อยู่ในรอบ Angel Round ลงทุนเยอะขนาดนั้นไม่ได้ ถ้านายจะลง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บวกกับ 8% ที่นายมีอยู่ตอนนี้ ฉันคงต้องเรียกนายว่า หัวหน้า แล้วล่ะ”
ถ้าหยิบหุ้นส่วนที่กันไว้ 20% สำหรับสระหุ้นพนักงานออกมานิดหน่อย แล้วตัวเขาเองก็สละเพิ่มอีกเล็กน้อย แบบนั้น…
“ฉันให้ลงได้มากสุด 3 ล้าน สัดส่วนหุ้น 9.37% พอบวกกับ 8% ก่อนหน้า ก็เป็น 17.37% โอ้โห ไอ้หนุ่ม นายกลายเป็นเบอร์สองของ Xiaomi ไปแล้ว!”
ที่เหลยจวินพูดก็ไม่ผิด ยังไง Xiaomi ก็เป็นของตระกูลเหลย ตัวเขาเองจะไปกลายเป็นแขกรับเชิญยึดบ้านไม่ได้ ถอยมาที่ 3 ล้าน จ่ายสดตอนนี้ได้เลย เฉินโม่จึงรับข้อเสนอของเขา
ความจริงเฉินโม่คิดแบบนี้ เงินวางทิ้งไว้ก็ไร้ประโยชน์ ฝากธนาคารก็เปลืองเวลา ลงอสังหาฯ ก็ช้า เล่นเหรียญ BT ปริมาณน้อยก็ไม่คุ้ม พอปริมาณมากก็สู้เจ้ามือไม่ได้ ต้องเฝ้าจอทั้งวันให้วุ่นวาย สู้เทหน้าตักลง Xiaomi ยังดีกว่า สุดท้ายก็ยังไม่ให้ ต้องเทได้แค่ครึ่งเดียว
ทำอะไรไม่ได้ ด้านซื้อแบบกลุ่มนั่นบ้าไปแล้ว อยู่ในวงการเองถึงได้รู้แจ้งว่าคำว่าเผาเงินแบบไร้ขีดจำกัดมันเป็นยังไง รู้สึกว่าเงินในมือสถาบันพวกนั้นเหมือนธนบัตรวิญญาณยังไงยังงั้น ช่วงสองเดือนนี้ทั้ง Tuan123 และเว็บ Tuanjian ต่างก็เติบโตอย่างรวดเร็ว กวาดกำไรได้อย่างมหาศาล
พอตัวเองนั่งประจำการเร่งวิวัฒน์ให้ Xiaomi แถมยังมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้น สิทธิ์ในเสียงก็ยิ่งสูงขึ้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น อนาคตของ Xiaomi มีทาง เงินก้อนนี้ของตนก็มีอนาคต เรียกว่ากวาดกำไรหลายต่อ
เห็นสีหน้าของเฉินโม่ที่ยังมีแววเสียดายเล็กๆ เหลยจวินจึงยิ้มเสริมว่า “รอบระดมทุนถัดๆ ไปของบริษัท อย่างรอบ ABC ถ้านายมีความสนใจก็ลงทุนต่อได้ แต่ฉันค่อนข้างอยากรู้ ทำไมนายถึงมั่นใจใน Xiaomi มากขนาดนี้?”
“คนอื่นกลัว ฉันก็โลภ สไตล์การทำงานของผมคือ พอตัดสินใจแล้วก็ทุ่มสุดตัว ไม่เคยเสียใจทีหลัง!
ผมเชื่อในอนาคตการเติบโตของ Xiaomi!
ผมเชื่อในวิสัยทัศน์และกรอบคิดของบอสเหลย!
ยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อในความสามารถของตัวเอง ว่าจะทำให้กิจการที่ชื่อ Xiaomi เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และหุ้นของผมก็จะยิ่งมีมูลค่า!”
“มองโลกในแง่ดีเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้ซอฟต์แวร์ของ Xiaomi เพิ่งตั้งไข่และเริ่มโด่งดัง ทว่าในฝั่งฮาร์ดแวร์ยังเดินลำบาก สะดุดเป็นพักๆ เอาตรงๆ ความเสี่ยงไม่เล็กนะ”
“แล้วบอสเหลยเคยถอดใจไหม?”
“ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว!”
“ไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินคำพูดของท่านผู้นำหรือเปล่า?”
“ประโยคไหน?”
“ด่านเหล็กแม้แน่นหนาดังเหล็กกล้า วันนี้เราก้าวย่างข้ามใหม่ตั้งแต่ต้น! ชีวิตความตายวางให้เบา ไม่ยอมก็ลุย! เราแค่พยายามอย่างสุดกำลัง ที่เหลือปล่อยให้เวลาเป็นคำตอบ!”
เฉินโม่ป้อนคำพูดปลุกใจไม่ยั้ง ตักแล้วตักอีกป้อนเหลยจวินรัวๆ เรียกว่า “CPU สวนทาง” แบบเน้นแรง!
เหลยจวินเจอสถานการณ์มานักต่อนัก จะโดนคำพูดพวกนี้ปั่นหัวได้ไง แต่พอได้ยินอยู่ประโยคหนึ่งของเฉินโม่ ไม่รู้ทำไม เปลวไฟในใจกลับถูกจุดโดยหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาสิบกว่าปี เขาพึมพำเบาๆ “ชีวิตความตายวางให้เบา ไม่ยอมก็ลุย! ประโยคนี้ดีจริง!”
ว่าแล้วก็ยกโคลาที่เหลือดื่มรวดเดียวจนหมด เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นเต้นไม่น้อยในขณะนั้น
เหลยจวินที่ไม่ค่อยเผยอารมณ์จริงใจนัก ตบไหล่เฉินโม่ แล้วให้คำมั่นอย่างหาได้ยาก “ถึงแม้ Xiaomi จะล้มเหลว ฉันรับประกันว่าในโปรเจ็กต์อื่นๆ ก็ยังมีที่ให้นายได้แสดงฝีมือ”
อาจเพราะต่างฝ่ายต่างส่งแรงบันดาลใจให้กันและกัน เฉินโม่เองก็อินจัด ฟาดมือหนึ่งทีแล้วร่ายวาทศิลป์เป็นชุด “ไม่จำเป็น ถึงจะสำเร็จหรือล้มเหลว ชีวิตก็ยังองอาจ อย่างมากก็เริ่มใหม่ตั้งต้น ผมยังหนุ่มแน่น โอกาสมีถมไป!”
“เสี่ยวโม่!”
“พี่จวิน!”
ทั้งสองจับมือแน่น เหมือนคนที่เจอกันช้าไป
วันนั้น เจ้านายผู้มีทรัพย์สินหลักร้อยล้าน และพนักงานผู้มีทรัพย์สินหลักสิบล้าน นั่งกินมื้อเย็นด้วยกันในออฟฟิศ นั่นคือชามโจ๊ก Xiaomi ที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้า
ภาพตรงหน้านี้ ราวกับราชาซิ่นพบต๋าจี่ โจโฉพบอวิ๋นฉาง และซีเหมินพบจินเหลียน เป็นการพบพานที่พลิกผันชั่วชีวิต
เฟืองแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนเร็วขึ้นแล้ว







