50. บทที่ 50 รางวัลพิเศษ
"เดี๋ยวก่อนๆๆ... ผมไม่ได้บอกว่าไม่เต็มใจนะ!" จางจื้อหย่วนรีบพูดแก้สถานการณ์ "ถือซะว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกันได้ไหม ฮัลโหลๆ คุณยังฟังอยู่หรือเปล่า"
"ฟังอยู่"
"โอเค..." เขาถอนหายใจยาว "คุณบอกมาก่อนสิว่าความท้าทายพิเศษคืออะไร แบบนี้คงไม่มีปัญหาใช่ไหม"
'เป็นพวกที่เย็นชาชะมัด' จางจื้อหย่วนสบถในใจ ดูเหมือนเขาจะประเมินความเข้าใจเรื่องความได้เปรียบของดินแดนหรรษาต่ำเกินไปหน่อย ทั้งที่ไปแหย่ตำรวจสากลแล้วยังกล้าปล่อยผ่านแบบไม่แคร์ ไม่รู้เลยว่าความกล้าของพวกนี้ทำมาจากอะไร
แต่เขาก็ต้องยอมรับ ว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่มีทุนพอจะไปเสี่ยง
ขืนถูกดินแดนหรรษาบล็อกขึ้นมา เขาก็ไม่รู้จะไปหาเบาะแสอื่นจากที่ไหน ที่สำคัญกว่านั้นคือ ผู้เล่นที่ดินแดนหรรษารับสมัครมาจากทั่วทุกมุมโลก ต่อให้เขาต้องยอมจำนนก็ปล่อยให้ความมั่นคงของชาติล้าหลังคนอื่นไม่ได้
เพราะถึงยังไงความหมายของการมีอยู่ของ "อีกโลกหนึ่ง" ก็สำคัญเกินไปจริงๆ
"ส่งข้อเรียกร้องไปที่มือถือของคุณแล้ว ตอนนี้คุณมีเวลาห้านาทีในการตรวจสอบและตั้งคำถาม"
ห้านาที!
เวลาขนาดนี้สำหรับการแกะรอยที่อยู่ถือว่าไม่สั้นเลยนะ!
"ผมจะดูเดี๋ยวนี้แหละ" จางจื้อหย่วนข่มความดีใจ เปิดอ่านข้อความที่เพิ่งได้รับ "เอ่อ... ผมต้องสวมบทเป็นคนที่ชื่อจางเฉียง คนคนนี้ยังเป็นพี่น้องของจางจื้อหย่วนอีกเหรอ"
"เพราะจางจื้อหย่วนได้ตายไปแล้วในเกมรอบก่อน ส่วนจางเฉียงจะเป็นใครนั้น ดินแดนหรรษาไม่ได้กำหนดไว้"
ให้ตายสิ นี่กะจะไม่เสแสร้งเลยใช่ไหม!
ถ้าเป็นแค่เกม ตายไปแล้วจะเกี่ยวอะไรล่ะ ก็แค่โหลดเซฟใหม่แค่นั้นเอง
เขาเคยสืบมาเหมือนกัน เกมรอบแรกแทบไม่ได้มีการตั้งกฎเรื่องชื่อผู้เล่นเลย ใช้ชื่อจริงตรงๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ทำไมรอบนี้ดินแดนหรรษาถึงเริ่มมาจู้จี้เรื่องชื่อล่ะ เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้คือพวกเขาเคยไปติดต่อกับคนในพื้นที่มาแล้ว!
"เดี๋ยวนะ... เชี่ยวชาญการแพทย์? นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดเลย คุณก็รู้ฐานะของผมนี่ ให้ผมช่วยสืบสวนไขคดีแทนไม่ได้หรือไง"
"การไขคดีเป็นภารกิจของรอบที่แล้ว อีกอย่างคุณก็ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ้งอะไรมาก เอาแค่ระดับต้มน้ำฆ่าเชื้อได้ก็พอแล้ว"
"หา?" คราวนี้จางจื้อหย่วนถึงกับอึ้ง ต้มน้ำร้อนก็ถือเป็นวิชาแพทย์ด้วยเหรอ? เรียกสามัญสำนึกยังจะเข้าท่ากว่าไหม!
ถ้าเอาแค่นี้ ผู้เล่นคนไหนก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ!
"ถึงเวลาคุณก็จะเข้าใจเอง" ปลายสายดูเหมือนไม่มีแผนจะอธิบายเพิ่มเติม "เกมรอบใหม่จะเริ่มขึ้นในเวลาบ่ายสามโมงของมะรืนนี้ คุณยังมีเวลาเตรียมตัวอีกหนึ่งวัน"
"ก็ได้ ความท้าทายนี้ผมรับไว้" จางจื้อหย่วนรู้ตัวว่าเขาไม่มีทางเลือกให้ปฏิเสธ จึงตอบรับไปรวดเดียว "แต่ภารกิจรอบนี้ยากขึ้น รางวัลก็ควรจะเพิ่มขึ้นด้วยหรือเปล่า คงไม่ใช่แค่ได้คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นอีกหน่อยหรอกนะ"
"เหวยเอินจานซือเท่อเป็นยังไงบ้าง"
"อะไรนะ" เขาตอบสนองไม่ทันไปชั่วขณะ
"เหวยเอินจานซือเท่อก็คือรางวัล ไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่หลักฐานการก่ออาชญากรรมทั้งหมดของเขาฉันก็สามารถมอบให้พร้อมกันได้ พวกคุณอยากจะจับกุมตัวเขามาตลอดเลยใช่ไหม"
นาทีนี้จางจื้อหย่วนตกใจเข้าจริงๆ แล้ว!
ดินแดนหรรษาถึงกับรู้เรื่องนี้อย่างทะลุปรุโปร่งเลยเชียว!
"แต่เฉียวจานหมู่... ไม่ใช่ผู้เล่นหรอกเหรอ"
"คุณก็พูดเองนะว่านั่นมันในเกม ดินแดนหรรษารับปากว่าจะมอบความเพลิดเพลินที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในเกม แต่นอกเกมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง" อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง "รางวัลนี้จะส่งมอบกันที่เมือง L อย่าลืมจัดเตรียมกำลังคนล่วงหน้าล่ะ เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ฉันจะติดต่อคุณไปอีกครั้ง"
"เดี๋ยวก่อน " จางจื้อหย่วนยังอยากจะถามต่ออีกสักสองสามประโยค แต่ทางนั้นก็วางสายไปแล้ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง และเบอร์ที่โทรเข้ามาคราวนี้แสดงชื่อว่าเป็นชุยเจินเอิน
"นี่ นายกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ ดึกป่านนี้แล้วยังจะมาซ้อมจู่โจมอะไรอีก" ทันทีที่กดรับสาย เสียงโวยวายดังลั่นของเพื่อนร่วมงานก็ดังมาจากอีกฝั่ง "ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยังเล่นเก็บชัยชนะแรกอยู่ล่ะก็ ผีที่ไหนจะไปรับข้อความของนายได้!"
"แล้วเธอได้ตรวจสอบดูหรือยัง" จางจื้อหย่วนถามอย่างร้อนใจ
"ตรวจแล้วสิ เบอร์นี้เป็นโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของแผนกเราเครื่องหนึ่ง ถ้าจะเอาให้ชัดกว่านั้นก็คือ เป็นโทรศัพท์สำรองเครื่องที่สามของแผนกรักษาความปลอดภัย" ชุยเจินเอินพูดอย่างรำคาญ "ทำไม นายกำลังเล่นละครตบตากับใครอยู่เนี่ย"
"แม่งเอ๊ย!" เขาชกหมัดใส่อากาศอย่างแรง
ถึงกับสามารถใช้โทรศัพท์ในตึกตำรวจสากลโทรหาตำรวจสากลที่กำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่ได้ นี่มันเป็นการแสดงพลังและวิธีการของดินแดนหรรษาอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ!
ปัญหาคือหลังจากผ่านเหตุการณ์จดหมายเชิญครั้งก่อน แผนกเทคนิคได้ทำการปรับปรุงเครือข่ายของแผนกใหม่ทั้งหมด และอ้างว่ารับรองไม่มีทางผิดพลาดอีก ทว่าพอมาดูตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาทำมาทั้งหมดกลับกลายเป็นแค่เรื่องตลกไปเสียแล้ว
"พูดสิ?"
"เปล่า... ไม่มีอะไรแล้วล่ะ" จางจื้อหย่วนพูดเสียงอ่อย "ฉันติดหนี้บุญคุณเธอ ครั้งหน้าเดี๋ยวเลี้ยงปูขนนะ"
"โห? ค่อยเข้าท่าหน่อย งั้นฉันวางสายล่ะนะ คราวหน้าจะซ้อมจู่โจมก็จำไว้ด้วยว่าให้เลือกเวลาทำงาน หาว..." จากนั้นชุยเจินเอินก็วางสายไป
ดูท่าอยากจะจับหางของดินแดนหรรษาคงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น... จางจื้อหย่วนมองดูตัวเองในกระจก พลันรู้สึกหมดแรงขึ้นมา เขาสามารถสืบหาร่องรอยของดินแดนหรรษาได้จริงๆ หรือ พลังขององค์กรลึกลับนี้ดูเหมือนจะมีความหมายในเชิงไสยศาสตร์อยู่บ้าง ไม่ใช่แค่สามารถเจาะกำแพงเหล็กกล้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย แต่ยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งของจากความว่างเปล่าในอีกโลกหนึ่งได้... กระทั่งบิดเบือนเวลา
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เขาก็เงยหน้าขึ้นมา ตบแก้มตัวเองแรงๆ ไปสองสามที!
นี่มันเพิ่งจะถึงไหนกัน จางจื้อหย่วน เพิ่งจะเริ่มต้นก็คิดจะยอมแพ้แล้วเหรอ?
ความทรหดอดทนที่เรียนรู้มาจากกองทัพ รวมถึงความคิดที่ว่าจะไม่มีวันยอมแพ้ มันหายไปไหนหมดแล้ว?
ในฐานะผู้พิทักษ์ความมั่นคงของชาติ สิ่งเดียวที่เขาไม่อาจทำได้ ก็คือการยอมจำนนพ่ายแพ้!
เมื่อคิดได้ดังนี้ จางจื้อหย่วนก็หยิบมือถือออกมาอีกครั้ง แล้วต่อสายหาเกาเหว่ยซึ่งเป็นเจ้านายของเขา
"ไอ้หนุ่ม นายรู้ไหมว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว"
เสียงอันหนักแน่นของเกาเหว่ยดังมาจากหูฟัง
"ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณครับ แต่ผมมีเรื่องสำคัญต้องรายงาน" จางจื้อหย่วนกดเสียงต่ำ
"ก็นะ ถ้าไม่สำคัญนายคงไม่โทรมาเวลานี้ รอฉันเดี๋ยว ขอฉันไปที่ห้องนั่งเล่นก่อน จะได้ไม่ทำให้ภรรยาตื่น" เกาเหว่ยหยุดไปครู่หนึ่ง "...เอาล่ะ นายพูดมาเถอะ"
จางจื้อหย่วนเล่าเรื่องที่ดินแดนหรรษาพูดคุยกับตัวเองโดยตรงให้ฟังอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
"พวกนั้นจับตัวเหวยเอินจานซือเท่อได้? แล้วยังยอมส่งตัวเขาให้ตำรวจสากลอีก?" น้ำเสียงของเกาเหว่ยดูประหลาดใจไม่น้อย "นายเชื่อขนาดนั้นเลยเหรอว่าสิ่งที่ดินแดนหรรษาพูดเป็นเรื่องจริง"
"แปดเก้าส่วนครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความจริงสูงมาก เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ดินแดนหรรษาไม่เห็นจำเป็นต้องโกหกเรื่องที่จับได้ทันควันเลย" จางจื้อหย่วนไม่พูดอ้อมค้อมกับเจ้านายอีกต่อไป "อีกอย่าง พวกเราตรวจสอบได้ง่ายมาก แค่แจ้งเพื่อนร่วมงานฝ่ายยุโรป ให้พวกเขาติดต่อไปหาตำรวจท้องที่ก็พอแล้ว"
"นั่นก็จริง..." เกาเหว่ยครุ่นคิด "พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปจัดการให้ ไม่ว่ายังไง การจับตัวจานซือเท่อได้ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง"
"ยังไม่จบแค่นี้นะครับ ทางที่ดีต้องเอาตัวเขามาพิจารณาคดีในประเทศเราให้ได้"
"ทำไมล่ะ"
"เพราะเขาเคยเจอดินแดนหรรษาครับ" จางจื้อหย่วนพูดอย่างไม่ลังเล "คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอครับว่า ถ้าอยากให้เบื้องบนเชื่อรายงานเกี่ยวกับดินแดนหรรษา สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเอาหลักฐานออกมาให้ดู คนคนนี้นี่แหละครับคือหลักฐานที่มีชีวิต!"
แม้เหวยเอินจานซือเท่อจะนับเป็นวัตถุพยานไม่ได้ แต่ก็สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของดินแดนหรรษาจากอีกมุมมองหนึ่งได้ ตำรวจสากลคงไม่สมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรที่ตัวเองกำลังตามจับอยู่หรอกใช่ไหม ส่วนตัวอาชญากรก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับคำโกหกของผู้จับกุมเลย เพราะการที่เขาจะติดคุกหรือไม่ติดก็ไม่เกี่ยวกับการรับสารภาพเรื่องดินแดนหรรษา ในสถานการณ์แบบนี้ หากยังสามารถสืบสวนเค้นเอาคำให้การจากปากของจานซือเท่อที่ตรงกับรายงานของเขาออกมาได้ล่ะก็ ความน่าเชื่อถือของเรื่องนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว!
ทันทีที่เบื้องบนเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของดินแดนหรรษาอย่างจริงจัง ระดับความเข้มข้นในการสืบสวนก็จะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายระดับตามไปด้วย ถึงเวลานั้น เขาก็จะไม่ใช่คนที่ต้องต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป







