ทางฝั่งบ้านตระกูลสวี่ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ารอการกลับมาของสวี่ซื่อเยี่ยนและครอบครัว
เมื่อคืนวาน ทางไร่โสมเพิ่งแจ้งข่าวไปยังครอบครัวหาน
เช้าวันนี้ หานลี่หมิงก็มาบอกข่าวกับครอบครัวสวี่ทันที
สวี่เฉิงโฮ่วจึงรีบหาคนช่วยโทรไปบอกลูกชายคนโต
แต่สวี่ซื่อเซียนงานยุ่งมาก กลับมาไม่ได้
แต่เพื่อนบ้านละแวกนั้นกลับรู้ข่าวกันหมดแล้ว!
สวี่ซื่ออันกับครอบครัว โจวชิงกั๋ว หยางชุนหมิง จ้าวเจี้ยนเซ่อ เฟิงเชา หวงเฉิงลี่
รวมถึง อวี่โส่วกวง จ้าวต้าไห่ โจวฉางเหอ และคู่สามีภรรยา หานเหวินจง ก็พากันมารอที่บ้าน
ทุกคนต่างอยากเห็นว่าสวี่ซื่อฉิน หลังจากผ่าตัดแล้วจะเป็นอย่างไร และต่างก็อยากพูดคุยกับสวี่ซื่อเยี่ยนเช่นกัน
ทันทีที่มีรถมาจอดหน้าบ้าน และหมาในบ้านเริ่มเห่าโวยวาย
คนในบ้านก็เดากันได้ทันทีว่า ต้องเป็นพวกเขากลับมาแน่นอน
ทุกคนต่างก็รีบออกมาต้อนรับ
“พี่สาม! น้องหก! จริงๆ ด้วย กลับมากันแล้ว!”
“โอ้โห น้องหกของฉันตัวสูงขึ้นตั้งเยอะ! ใส่เสื้อโค้ทยาวผ้าทวีดแบบนี้ ดูสง่างามเชียว!”
จ้าวเจี้ยนเซ่อวิ่งออกมาเร็วที่สุด
พอเห็นสวี่ซื่อฉินในลุคใหม่ โค้ทยาวลายสก็อตสีแดงเข้ม รูปร่างสง่า ตั้งตรงดูมั่นใจ ก็อดชมไม่ได้
“พี่เจี้ยนเซ่อ พูดเกินไปแล้ว ก็คนเดิม ใบหน้าเดิม จะสวยอะไรขนาดนั้นกัน”
สวี่ซื่อฉินยิ้มอย่างเขิน ๆ ถึงปากจะปฏิเสธ แต่ในใจก็ปลื้มไม่น้อย
“ไม่เหมือนกันหรอก! เดี๋ยวนี้ตัวสูงขึ้น ผอมเพรียว แต่งตัวสวย ดูแค่ด้านหลังก็รู้แล้วว่าเป็นคนงาม!”
ก็จริงอย่างที่ว่า
รูปร่างดีขึ้น มั่นใจขึ้น ภาพลักษณ์โดยรวมมันก็เปลี่ยน
แม้จะเป็นใบหน้าเดิม แต่ภาพลักษณ์ทั้งหมดก็ดูแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“เพราะอย่างนี้ไงถึงบอกว่า หานลี่เหว่ยน่ะสายตาเฉียบคม เล็งน้องหกเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว! ถ้ารอมาถึงตอนนี้ คิดว่าจะยังมีโอกาสไหม? ไม่แน่นะ!”
จ้าวเจี้ยนเซ่อพูดจาขวานผ่าซาก แซวแบบกันเอง ไม่ได้ถือว่าหานลี่เหว่ยว่าเป็นคนนอก
“ก็ใช่ไง! เจอผู้หญิงดี ๆ แบบนี้ ต้องรีบจีบ มัวชักช้าเดี๋ยวก็โดนคนอื่นแย่งไปหมด!”
หานลี่เหว่ยไม่ถือสาอะไรหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับคอยประคองสวี่ซื่อฉินเดินเข้าบ้าน
หมาในบ้านก็เป็นพวกที่เคยไปเฝ้าสวนบนเขาด้วย
ตอนสวี่เฉิงโฮ่วลงจากเขาช่วงปีใหม่ ก็พาพวกมันกลับมาด้วย
หมาพวกนี้จำเสียงสวี่ซื่อเยี่ยนได้
พอได้ยินเสียงก็เริ่มครางหงิง ๆ ทันที
พอเขาเดินเข้ามาในบ้าน สี่ตัวนี้แทบจะกระโจนเข้าใส่ หางก็แกว่งจนแทบหลุดไปถึงฟ้า
สวี่ซื่อเยี่ยนเห็นแล้วก็จนใจ เลยต้องเดินไปลูบหัวเกาตัว ลูบคาง กอดแต่ละตัวทีละตัวเพื่อปลอบใจ
ระหว่างที่เขายุ่งกับหมา
ทางด้านหานลี่เหว่ยกับสวี่ซื่อฉินก็ถูกทุกคนพาเข้าไปในบ้าน
ห้องตะวันออกของบ้านสวี่เต็มไปด้วยผู้คน
ทั้ง สวี่เฉิงโฮ่ว กับภรรยา อวี่โส่วกวง จ้าวต้าไห่ โจวฉางเหอ และหานเหวินจง
คนวัยผู้ใหญ่ต่างก็นั่งอยู่บนเตียงอุ่น เหลียวมองออกไปนอกประตู
“พ่อ แม่ ฉันกลับมาแล้ว!”
สวี่ซื่อฉินรีบเข้าไปกอดแม่ที่กำลังจะใส่รองเท้าลุกขึ้นพอดี
“กลับมาก็ดีแล้ว! มานี่ มาให้แม่ดูหน่อยว่าลูกสาวแม่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
โจวกุ้ยหลานกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รองเท้ายังไม่ทันใส่ดีก็เดินลากมาแบบนั้น
ยื่นมือขึ้นลูบแก้มลูกสาว แล้วก็มองสำรวจขึ้นลงซ้ายขวา
“หายจริง ๆ ด้วย! ตาเฒ่า! มาดูสิ ลูกสาวเราหายดีแล้ว! ดูสิ ตัวสูงกว่าฉันอีกนะ!”
แม้น้ำตาจะไหลเต็มดวงตา แต่ริมฝีปากกลับยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างสุดหัวใจ
ลูกสาวเธอ ในที่สุดก็หายจากโรคหลังค่อมกลายเป็นเพียงอดีต
ตอนนี้ยืนตัวตรง สง่างาม สูงกว่าตัวเธออีกต่างหาก
“ดีจริง ๆ... ดีจริง ๆ…”
ส่วนสวี่เฉิงโฮ่วเองก็ปลื้มใจมาก
แม้จะไม่แสดงออกทางน้ำตาแบบภรรยา เพราะเป็นผู้ชาย
อีกอย่างเขาเคยไปเยี่ยมที่เมืองหลวงมาแล้ว เห็นสภาพลูกสาวหลังผ่าตัดรอบแรกมาแล้ว
ก็เลยไม่ตกใจมากนักเท่าภรรยา แต่ในใจนั้น... ก็ปลื้มไม่น้อยไปกว่ากันเลย
“ลูกหก ยังไม่รีบมาทักทายพ่อแม่สามีอีกเหรอ?”
สวี่เฉิงโฮ่วหัวเราะพลางเตือนลูกสาว ตอนนี้พ่อแม่ของหานลี่เหว่ยมาถึงแล้ว จะปล่อยให้เสียมารยาทไม่ได้
เมื่อถูกเตือน โจวกุ้ยหลานก็นึกขึ้นได้ รีบเช็ดหน้าตัวเอง แล้วดันลูกสาวให้เข้าไปหาสามีภรรยาตระกูลหาน
สวี่ซื่อฉินเดินเข้าไปข้างหน้า แล้วยิ้มเรียก “พ่อ... แม่…”
หลี่เยว่ซิ่ว ภรรยาของหานเหวินจง เห็นลูกสะใภ้ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังผ่าตัด ก็ตกใจและดีใจไปพร้อมกัน
ตอนแรกที่ลูกชายยืนกรานว่าจะคบกับลูกสาวบ้านสวี่ หลี่เยว่ซิ่วไม่ค่อยพอใจนัก
ลูกชายเธอเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีอนาคต จะหาภรรยาแบบไหนก็หาได้ ทำไมต้องเลือกคนหลังค่อมด้วยล่ะ?
แต่หานลี่เหว่ยตัดสินใจแน่วแน่ พ่อแม่หานจึงไม่อาจขัดได้ ได้แต่ยอมรับ แม้ในใจก็ยังติดค้างอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว แถมลูกสะใภ้ยังผ่าตัดสำเร็จ กลายเป็นสาวงาม อ่อนหวานและสง่างาม
หลี่เยว่ซิ่วมองแล้วก็ชื่นใจเต็มอก
“โอ้ อือ ๆ” หลี่เยว่ซิ่วรีบตอบรับทันที
“เดินทางกลับมาเหนื่อยใช่ไหม? มานี่ ๆ มานั่งพักเร็ว”
หลี่เยว่ซิ่วยื่นมือไปจับมือสวี่ซื่อฉิน แล้วดึงให้นั่งลงข้าง ๆ
“ก็พอไหวค่ะ ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่”
สวี่ซื่อฉินเจอแม่สามีเข้าจริง ๆ ก็เขิน ๆ ทำอะไรไม่ค่อยถูก เลยได้แต่นั่งลงข้าง ๆ หลี่เยว่ซิ่ว
ทางฝั่งหานลี่เหว่ยก็ถอดเสื้อคลุมแขวนไว้กับผนัง แล้วช่วยถอดเสื้อคลุมของสวี่ซื่อฉินไปแขวนด้วย จากนั้นจึงนั่งลงข้างอีกฝั่งของหลี่เยว่ซิ่ว
“ตอนแรกผมก็แค่โทรบอกแค่พี่รองเอง ไม่คิดว่าทุกคนจะมากันเยอะขนาดนี้”
หานลี่เหว่ยตอนเดินเข้าบ้านนี่ตกใจแทบตาย คนเยอะมาก
“ก็แน่ล่ะสิ ลูกสามกับซื่อฉินออกไปตั้งสองเดือน ใครจะไม่อยากเห็นล่ะว่าตอนนี้ซื่อฉินเปลี่ยนไปแค่ไหน?
พี่ใหญ่ของเธอก็อยากเจอ เขารีบจัดการงานแล้วลางานมา พรุ่งนี้จะกลับมาร่วมด้วย”
โจวกุ้ยหลานพูดไปยิ้มไป บ้านตระกูลสวี่ไม่ต้องพูดถึงเลย คนเยอะจริง ๆ
ลูกชายห้าคนก็แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว ถ้าทั้งห้าครอบครัวมารวมตัวกันล่ะก็ บ้านนี้คงครึกครื้นน่าดู
“จริงสิ ลี่เหว่ย วันหยุดนายเหลืออีกกี่วัน? อยู่บ้านต่อได้อีกหน่อยไหม? ญาติหลายคนยังไม่ได้เจอนายเลยนะ”
โจวกุ้ยหลานเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าพี่ชายคนโตกับคนที่สี่ยังไม่เคยเจอหานลี่เหว่ยเลย
“แม่ ผมอาจต้องกลับพรุ่งนี้เลยครับ”
หานลี่เหว่ยมีวันลาพักแค่สองเดือน กำลังจะหมดแล้ว
ถ้าไม่ห่วงเรื่องสุขภาพของสวี่ซื่อฉิน เขาคงตรงกลับเสิ่นหยางจากฉางชุนไปแล้ว
แต่เพราะมาส่งซื่อฉินกลับบ้าน เลยล่าช้าไปหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าจำเป็นต้องออกเดินทางทันที ถ้ากลับช้าเกินไปจะไม่ได้
โจวกุ้ยหลานกับหลี่เยว่ซิ่วได้ยินแบบนี้ก็ต่างถอนหายใจ เฮ้อ… กลับมาทั้งทีกลับไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เสียดายจริง ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ไว้มีโอกาสค่อยรวมตัวกันอีกที
ลี่เหว่ยใส่เครื่องแบบแบบนี้แล้ว เขาก็คือคนของรัฐ หน้าที่ของเขาคือปกป้องประเทศชาติ
พวกเราไม่มีปัญญาช่วยอะไรได้ ขอแค่อย่าเป็นตัวถ่วงก็พอแล้ว”
สวี่เฉิงโฮ่วก็ถอนหายใจเหมือนกัน หยิบไปป์ขึ้นมาจะสูบ แต่เห็นว่าคนในห้องเยอะ
ลูกสาวก็เพิ่งกลับมาหลังผ่าตัด อาจจะยังทนกลิ่นควันไม่ไหว
เอาเถอะ อดไว้ก่อนแล้วกัน
“ใช่เลย พี่สวี่พูดถูก ในเมื่อส่งลูกชายเข้ากองทัพแล้ว เขาก็ไม่ใช่แค่ลูกของเราอีกต่อไป เขามีหน้าที่และความรับผิดชอบของเขา เราทำได้แค่สนับสนุนให้ถึงที่สุด”
หานเหวินจงกับสวี่เฉิงโฮ่วดูเหมือนจะคอเดียวกัน พอพูดจบก็สบตายิ้มให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ







