สำนักงานกฎหมายไห่ฟาง
เซียวไห่ปั๋วกำลังเผชิญกับชายร่างใหญ่ผิวคล้ำคนหนึ่งที่มาขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม
“เล่าให้ฟังหน่อยสิ คดีนี้มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง”
“ได้ครับ ได้ครับ”
ชายร่างใหญ่รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“คืออย่างนี้ครับ ทนายเซียว”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากที่ชายร่างใหญ่อธิบายกระบวนการของคดีเสร็จสิ้น
ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ทนายเซียว ผมได้ยินเพื่อนเก่าคนหนึ่งแนะนำมาที่นี่ เขาบอกว่าสำนักงานกฎหมายของพวกคุณเก่งมาก คดีแบบไหนก็ชนะได้ทั้งนั้น”
“ผมเลยมาขอคำปรึกษาจากทนายเซียว”
“ผมรู้ว่าคดีนี้มันค่อนข้างยุ่งยากก็เลยอยากให้ทนายเซียวช่วย”
“ทนายเซียว คิดว่าคดีนี้พอจะสู้ไหวไหมครับ?”
เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ชายร่างใหญ่เล่ามาจนหมด
เซียวไห่ปั๋วจึงสอบถามประเด็นบางอย่างอยู่สองสามคำถาม ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
คดีนี้เขารับทำได้ ไม่ติดปัญหาอะไร
แต่ทว่าเขาเองไม่ถนัดคดีในลักษณะนี้นัก
ทำให้ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ได้
จากสิ่งที่ชายร่างใหญ่เล่ามา คดีนี้เห็นได้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายด้านอื่น และยังกระทบไปถึงขั้นตอนฟ้องร้องปกครองในบางประเด็น
ต้องบอกว่าคดีปกครองนั้น ไม่ง่ายนัก!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีส่วนที่เป็นคดีอาญาพ่วงเข้าไปด้วย
สำหรับทนายที่ถนัดคดีแพ่งอย่างเขา
เรื่องนี้จึงค่อนข้างยุ่งยากทีเดียว
การแพ้คดีสำหรับทนายอาจส่งผลต่อชื่อเสียง
ดังนั้นความเสี่ยงนี้ก็ถือว่าสูงอยู่
เซียวไห่ปั๋วสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณเคยติดต่อสำนักงานกฎหมายอื่นไว้บ้างหรือยัง?”
ชายร่างใหญ่ส่ายหน้าอย่างช้า ๆ สีหน้าดูอึดอัดเล็กน้อย
“คดีนี้ ผมยังไม่ได้ไปหาสำนักงานกฎหมายอื่นเลย”
“พอมีปัญหาก็วิ่งมาหาคุณที่สำนักงานไห่ฟางเป็นที่แรกครับ”
“หมายถึงทนายเซียวโดยตรงเลย”
ชายร่างใหญ่ดูออกว่าเซียวไห่ปั๋วมีท่าทีลำบากใจ จึงสอบถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“ทนายเซียว คดีนี้ยากมากใช่ไหมครับ แล้วพอจะมีโอกาสแพ้ไหมครับ?”
เซียวไห่ปั๋วยิ้มพลางส่ายหน้า
“เอาเป็นว่า คดีนี้ก็ถือว่ามีความยุ่งยากพอสมควร แต่ยังไม่ถึงขั้นว่าไม่มีทางชนะเสียทีเดียว”
“ปัญหาหลักคือผมถนัดคดีแพ่งเป็นหลัก ส่วนคดีปกครองและคดีอาญา ผมไม่ค่อยชำนาญนัก”
“คดีคุณนั้นต้องการทนายที่เชี่ยวชาญทั้งคดีปกครองและคดีอาญา ซึ่งไม่ใช่สาขาที่ผมถนัด”
“ผมก็ขอแจ้งไว้ตรง ๆ เพื่อให้คุณได้ทราบก่อน”
“แต่ผมพอจะแนะนำทนายคนอื่นที่เชี่ยวชาญคดีปกครองและคดีอาญาให้ได้”
“แน่นอนว่าต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยินดีใช้บริการหรือเปล่า”
“หากไม่สะดวก จะไปหาที่อื่นก็ได้ แล้วแต่คุณตัดสินใจเลย”
ชายร่างใหญ่เผยสีหน้าขอบคุณอย่างยิ่ง
“ได้ครับ ขอบคุณทนายเซียวมากเลย”
“งั้นผมขอความช่วยเหลือทนายเซียวช่วยแนะนำทนายท่านอื่นให้หน่อยก็แล้วกัน”
“เพราะผมเองก็ไม่รู้จักใครที่ถนัดในด้านนั้นจริง ๆ”
เซียวไห่ปั๋วยิ้มพยักหน้า เมื่อส่งชายร่างใหญ่ออกไปแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางครุ่นคิดว่าจะหาทนายคนไหนมาดูคดีนี้ดี
ไม่กี่วินาทีต่อมา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“ทนายหวังเหรอ ใช่ ผมเอง”
“คือผมมีคดีอยู่คดีหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องฟ้องร้องทางปกครองแล้วก็อาจจะเกี่ยวกับคดีอาญาบางส่วนด้วย ใช่ ๆ
“อยากจะให้ลองพิจารณาดูหน่อยไหม?”
“โอเค ผมจะเล่าให้ฟังคร่าว ๆ นะ โอเค ๆ”
หลังจากเซียวไห่ปั๋วเล่ารายละเอียดให้ทนายหวังฟังจนจบ ทนายหวังก็เงียบไปครู่หนึ่งแล้วปฏิเสธที่จะรับทำคดีนี้
“คดีนี้ไม่ง่ายเลย ถ้าสุดท้ายแพ้ขึ้นมา ชื่อเสียงก็เสียหายด้วยนะ”
เซียวไห่ปั๋วจึงถามด้วยความสงสัย
“รับไม่ได้เหรอ? คุณเองก็ถนัดคดีปกครองไม่ใช่หรือไง?”
“คือ…คดีนี้มันมีเรื่องอาญาปนอยู่ด้วย ผมไม่ค่อยแม่นเรื่องคดีอาญาเท่าไรครับ”
“อืม ก็เข้าใจอยู่ ที่จริงมันก็ยุ่งยากจริง ๆ
“โอเค เข้าใจแล้ว งั้นผมจะลองถามคนอื่นดูอีกที”
“ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็อาจให้ลูกความไปหาสำนักงานกฎหมายอื่นเลย”
“ครับ ได้เลย ไม่เป็นไรครับ”
หลังจากคุยเกริ่นกันอีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป
เซียวไห่ปั๋วถอนหายใจยาว ดื่มชาหนึ่งอึก
แล้วจึงทรุดตัวนั่งบนโซฟา เปิดดูรายชื่อในสมุดโทรศัพท์
ครู่หนึ่งเขาก็นิ่งไป ไม่รู้ว่าจะโทรหาใครดี
ที่จริงชายร่างใหญ่คนนั้นได้รับการแนะนำจากเพื่อนเก่าที่เป็นลูกค้าของสำนักงานนี้มาก่อน
เพื่อนคนนี้กับเขาก็ถือว่าความสัมพันธ์โอเคอยู่
มีคดีอะไรก็จะมาปรึกษาสำนักงานนี้เสมอ
นับว่าเป็นลูกค้าขาประจำ
แม้จะไม่ใช่ลูกค้ารายใหญ่ แต่ก็ไม่ถือว่าเล็กนัก
หากตอบปฏิเสธไปตรง ๆ เลย
แน่นอนว่าย่อมกระทบความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง
แต่คดีนี้มันก็ยุ่งยากจริง ๆ
เซียวไห่ปั๋วเม้มปาก ก่อนจะถอนหายใจลึกครุ่นคิดหาวิธีจัดการเรื่องนี้
...
ณ สำนักงานกฎหมายไป๋จวิน
ซูไป๋กำลังประชุมอยู่ โดยเน้นย้ำและวิเคราะห์เกี่ยวกับแผนพัฒนาสำนักงานกฎหมายในภาพรวม พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่า
สำหรับสองเด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือหวังเข่อซิน และ หวังคังเจี๋ย หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ให้ถามได้เต็มที่
ถ้าไม่กล้าถามทนายพี่เลี้ยงของตัวเอง ก็ให้ถามหลี่เสวี่ยเจินได้
เพียงแต่ว่า
จะพูดตรง ๆ เลยก็คือ ซูไป๋ก็ยังคงกังวลอยู่ว่า หลี่เสวี่ยเจินอาจสอนลูกศิษย์ให้หลงทางไปได้
เฮ้อ… ซูไป๋ก็ส่ายหัวไป ไม่อยากคิดถึงประเด็นนี้มากนักในตอนนี้
เมื่อเลิกประชุมแล้ว ซูไป๋ก็สรุปผลงานด้านธุรกิจของสำนักงานสั้น ๆ
ปัจจุบันสำนักงานกฎหมายของเขามีธุรกิจหลักอยู่ 3 ด้านด้วยกัน คือ
คดีแพ่งและพาณิชย์
คดีอาญาระดับเล็ก
การร่วมมือทางธุรกิจของบริษัท
จากผลงานในช่วงนี้ ทั้งสามด้านทำรายได้ให้สำนักงานไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ระยะหลัง ๆ มานี้
แทบไม่มีงานที่ขยายขอบเขตไปสู่ด้านอื่น ทำให้ซูไป๋เริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น
วันแรกที่ว่าง: โอ้โห ชีวิตดี๊ดี
วันที่สอง: ยังรู้สึกดี
วันที่สาม: เริ่มเบื่อแล้ว
วันที่สี่: ก็ลองสอนเด็กฝึกงานไปพลาง ๆ พยายามดึงเส้นทางที่บิดเบี้ยวของเสี่ยวหลี่ให้กลับมาตรง
แล้วยังต้องทำให้แน่ใจว่าเสี่ยวหลี่จะไม่สอนเด็กฝึกงานผิดๆ อีก
วันที่ห้า: เอาล่ะ ไม่สำเร็จ การจะดึงเสี่ยวหลี่กลับมาเป็นคนปกติคงต้องใช้เวลาอีกนาน พอคิดว่าต้องทำให้ได้ก็เลยต้องวางแผนระยะยาว
ในขณะเดียวกัน อยากจะได้คดีใหญ่ ๆ เจ๋ง ๆ มาสู้สักคดีบ้าง ชักจะเหงาเกินไปแล้ว
นอกจากนี้ยังได้คุยกับสวีเสี่ยงและต้วนเหลียง เรื่องงานคดีของสำนักงานบ้าง
วันที่หก: อ้าาา ได้แต่หวังให้มีคดีเทพ ๆ สักคดีเข้ามา จะได้เพิ่มชื่อเสียงให้สำนักงานอีก!
วันที่เจ็ด: ซูไป๋นั่งไถฟีดในโซเชียลด้วยความเบื่อหน่าย ก็เห็นโพสต์ของเซียวไห่ปั๋วในกลุ่มเพื่อน
ซึ่งเนื้อความโดยรวมคือ
“ช่วงนี้เพิ่งรับคดีที่ค่อนข้างยาก คดีฟ้องปกครองกับคดีอาญา หากใครสนใจก็มาลองดูด้วยกันได้นะ”
ซึ่งก็มีคอมเมนต์จากเพื่อน ๆ เพิ่มเติมประมาณว่า
“เฮ้อ คดีนี้ยากเหมือนกันนะ ทั้งกฎหมายปกครอง ทั้งกฎหมายอาญา คงต้องมีการขอทบทวนคำสั่งทางปกครองด้วยรึเปล่า?”
“ดู ๆ แล้วเหมือนจะ ‘หนึ่งคดีสู้สองทาง’ แน่ ๆ”
“โอกาสสูงว่าใช่ คดีแบบนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ เลย คงช่วยอะไรไม่ได้อ่ะ”
“ทนายเซียว คดีนี้ถึงขนาดที่สำนักงานกฎหมายของคุณเองยังทำไม่ไหวเลย แล้วโพสต์ให้พวกเราเห็น คุณคิดว่าเราจะจัดการได้เหรอ?”
ประมาณนี้เลย ซึ่งพอเซียวไห่ปั๋วเห็นคอมเมนต์เหล่านี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“ก็รู้อยู่ว่าคดีนี้มันยาก ไม่งั้นผมจะต้องมาโพสต์ถามหาใครต่อใครในโซเชียลเหรอ! นี่มันเพราะไม่มีทางเลือกจริง ๆ นะ”
แต่ทว่ายิ่งคิด คดีก็ยิ่งดูยุ่งยากจริง ๆ
คนที่มีฝีมือก็ไม่สนใจเพราะมันเล็กไป
คนที่ไม่มีฝีมือก็ทำไม่ไหว
เฮ้อ…หรือจะปล่อยผ่านไปดีนะ
ขณะที่เซียวไห่ปั๋วกำลังลังเลอยู่นั้น เขาก็เห็นการแจ้งเตือนว่า
【ซูไป๋ กดไลก์โพสต์ของคุณ】
เซียวไห่ปั๋วถึงกับตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ
“ทำไมถึงลืมซูไป๋ไปได้ล่ะ!”
ที่จริงคดีนี้ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายปกครอง แต่ก็ยังมีเรื่องกฎหมายอาญาร่วมด้วย
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่ไปหาพาร์ตเนอร์ที่ถนัดแต่คดีปกครอง คนเหล่านั้นพอเห็นว่าต้องมีคดีอาญาร่วมด้วย ก็เลยไม่อยากยุ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับทนายสายมืออาชีพที่ดัง ๆ ตามสำนักงานใหญ่ ๆ แล้ว คดีนี้บางทีอาจจะเล็กเกินไป ไม่คุ้มเหนื่อยกับการทุ่มแรงไปสู้
ส่วนซูไป๋เองเป็นคนที่เด่นมากในด้านคดีอาญา
ถ้าให้เขามาดูเรื่องอาญา คงไม่มีปัญหาอะไร
อย่างน้อยที่สุด ประเด็นคดีอาญาก็อาจคลี่คลายได้
พอคิดได้แบบนี้ เซียวไห่ปั๋วก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาเขาทันที
เซียวไห่ปั๋ว: “ว่างมั้ย?”
ซูไป๋: “ไม่ค่อยยุ่งนะ มีอะไรเหรอ?”
เซียวไห่ปั๋ว: “ถ้าไม่ยุ่ง ทนายซูสนใจคดีที่ผมโพสต์ในโซเชียลบ้างไหม? เป็นคดีเกี่ยวกับปกครองและคดีอาญาด้วยนะ”
ซูไป๋: “หืมม คดีนี้ดูน่าสนใจดีนะ”
เซียวไห่ปั๋วรีบตอบกลับ
“แหะ ๆ คดีมันค่อนข้างซับซ้อน แล้วก็ทนายซูไม่สนใจหน่อยเหรอ? ช่วยผมทีเถอะครับ
สัญญาเลยว่าหากมีอะไรให้ช่วยหรืออยากให้ทางสำนักงานไห่ฟางของผมช่วยตรงไหน ก็เรียกใช้ได้เลย ผมไม่เกี่ยงแน่นอน!”
เมื่อซูไป๋เห็นข้อเสนอนี้ก็ยิ้มในใจ
“ได้สิ รอประโยคนี้อยู่พอดีเลย!”
คดีที่ผสมทั้งอาญาและปกครอง ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะขยายผลงานของสำนักงานเขาด้วย
“ตกลง เรามาช่วยกัน ผมเองช่วงนี้ก็ว่างอยู่พอดี คดีนี้จะรับไว้ ไม่เป็นปัญหาเลยครับ”
พอได้ยินว่าซูไป๋ตกลงรับคดี เซียวไห่ปั๋วก็โล่งใจไปหนึ่งเปลาะ
“งั้นต้องขอบคุณทนายซูมาก ๆ นะครับ อนาคตถ้ามีอะไรต้องการความช่วยเหลือก็บอกผมได้เลย”
“ทนายเซียวพูดซะเกรงใจไปได้!”
พอจบบทสนทนา เซียวไห่ปั๋วก็ส่งรายละเอียดคดีที่สมบูรณ์ให้ซูไป๋ทันที
ซูไป๋อ่านเนื้อหาแล้วก็อดขมวดคิ้วนิด ๆ ไม่ได้ คดีนี้ดูยากเอาเรื่องเหมือนกัน
แต่แม้ว่าจะยากก็ไม่ได้หมายความว่าจะสู้ไม่ได้
สุดท้ายซูไป๋ก็คิดว่า “รับเถอะ สู้ได้!”
หลังจากที่ได้ศึกษาคดีอย่างละเอียดแล้ว ซูไป๋ก็ส่งข่าวกลับไปหาเซียวไห่ปั๋ว
“คดีนี้ ที่สำนักงานกฎหมายของพวกเราจะรับทำครับ”
“เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้เจอลูกความเพื่อพูดคุยกันจริง ๆ สักหน่อย?”
“บ่ายวันนี้เลยก็ได้ ก่อนหน้านี้ผมได้บอกคู่ความไว้แล้วว่าจะให้เข้ามาวันนี้ ไม่ว่ารับหรือไม่รับคดี วันนี้ก็จะแจ้งผลให้เขาทราบ”
“ทนายซู ช่วงบ่ายวันนี้คุณว่างไหม?”
“ว่างครับ”
“ดีเลย งั้นเจอกันตอนบ่ายนะ”
หลังจากตกลงเวลาเรียบร้อยแล้ว ซูไป๋ก็รีบแจ้งหลี่เสวี่ยเจินให้เตรียมตัวให้พร้อม
“ทางสำนักงานกฎหมายไห่ฟางแนะนำคดีให้พวกเรา”
“ตอนบ่าย เดี๋ยวไปด้วยกันนะ”
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา หลี่เสวี่ยเจินร้อนใจเพราะไม่มีคดีเข้ามา พอได้ยินว่าทางไห่ฟางจะแนะนำคดีมาให้ เธอก็ตาเป็นประกาย
“ทนายซู”
“คดีที่จะแนะนำให้พวกเราครั้งนี้เป็นคดีอะไรเหรอคะ? คดีอาญาหรือคดีแพ่ง?”
“กึ่งอาญาและกึ่งปกครองน่ะ คดีนี้ค่อนข้างซับซ้อน ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมก่อนถึงจะสรุปได้”
“คดีปกครอง...”
หลี่เสวี่ยเจินนิ่งไปสองสามวินาที
คดีปกครอง!!
ไม่นาน ใบหน้าของหลี่เสวี่ยเจินก็ปรากฏความดีใจและตื่นเต้น เธอมองไปที่หนังสือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครองกับกฎหมายปกครองบนโต๊ะทำงานซึ่งเธอจด ๆ เขียน ๆ ไว้
คดีนี้ไม่เลวเลย! ได้โอกาสใช้ความรู้ทางกฎหมายปกครองที่เรียนมาหลายวันสักที!
ดีจริง ๆ!
สีหน้าของเธอดูมีความสุขมาก แล้วก็ตอบอย่างตั้งอกตั้งใจว่า
“ได้ค่ะ ทนายซู ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อม!”
...
ช่วงบ่าย
แดดร้อนจัด ซูไป๋พาหลี่เสวี่ยเจินเรียกแท็กซี่ไปยังสำนักงานกฎหมายไห่ฟาง
ในสำนักงานกฎหมายไห่ฟาง
ซูไป๋และหลี่เสวี่ยเจินนั่งอยู่ตรงข้ามกับเซียวไห่ปั๋ว
เซียวไห่ปั๋วรินชาให้ซูไป๋และหลี่เสวี่ยเจินคนละถ้วย ก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ทนายซู ลูกความของคดีนี้กำลังเดินทางมา ใกล้จะถึงแล้ว ขอให้รอสักครู่”
ซูไป๋จิบชาไปคำหนึ่งแล้ววางถ้วยลง
“ได้ครับ”
จากนั้นก็หันไปถามต่อ
“ว่าแต่ทนายเซียว ชานี้ซื้อมาเท่าไหร่ครับ?”
เซียวไห่ปั๋วหัวเราะตอบ
“ไม่ได้ซื้อหรอก มีคนเอามาให้ ถ้าทนายซูชอบ เดี๋ยวผมให้สองจินเลยก็ได้”
ซูไป๋ส่ายหน้าพลางยิ้ม
ในใจเขาก็คิดว่า สำนักงานกฎหมายของคนอื่นนี่ก็ดูดีจริง ๆ มองไปทางไหนก็เห็นวิว แถมชายังได้มาจากคนอื่นให้เป็นของขวัญอีก!
เมื่อเทียบกับสำนักงานของตัวเองแล้ว ยังห่างอยู่พอสมควร นั่นหมายความว่าต้องพยายามให้มากขึ้น!
แต่ซูไป๋ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ไม่นาน ลูกความของคดีนี้ก็เดินทางมาถึงสำนักงานกฎหมายไห่ฟาง
ในห้องทำงาน
เซียวไห่ปั๋วแนะนำให้ซูไป๋และลูกความทำความรู้จักกันอย่างกระตือรือร้น
“ทนายซู คนนี้คือคุณจางไหลชุน ลูกความในคดีที่ผมเล่าให้ฟัง”
“คุณจาง นี่คือทนายซูไป๋ ทนายมือหนึ่งระดับแถวหน้า ผมรับรองเลยว่าถึงแม้ทนายซูจะรับคดีมาไม่เยอะ แต่ทุกคดีที่เขาว่าความนั้นสุดยอดทั้งนั้น!”
“คดีนี้คุณวางใจได้เลยว่าเลือกทนายซูถูกคนแล้ว!”
“โอเค ขอบคุณทนายเซียวครับ”
บนใบหน้าของจางไหลชุนเต็มไปด้วยความประหม่าและเกรงใจ หลังจากขอบคุณเซียวไห่ปั๋วเสร็จก็รีบลูบเหงื่อที่ฝ่ามือกับกางเกง ก่อนจะยิ้มเก้อ ๆ ยื่นมือออกมาด้วยความตื่นเต้น
“สวัสดีครับ ทนายซู”
“สวัสดีครับ”
ซูไป๋ยิ้มตอบพร้อมยื่นมือไปจับกันอย่างสุภาพ ทั้งสองทักทายเสร็จก็กลับมานั่งที่โซฟา
จากนั้น
จางไหลชุนก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ของคดี ซึ่งเกี่ยวพันกับหลายประเด็น สรุปแล้วคือ
สร้างสะพาน
ถูกควบคุมตัว
ถูกตัดสินว่าเป็นการก่อความวุ่นวายและถูกปรับเงินมหาศาล







