“คุย... คุยอะไรเหรอ?” เสียงเฉินหลิงซูฟังแปลกไปเล็กน้อย
“คุยกันตรงๆ...” กู้สิงค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเฉินหลิงซู เสียงฝีเท้าแทบไม่ได้ยินบนพรมหนานุ่มในโถงทางเดิน แต่เสียงของเขากลับชัดเจนเป็นพิเศษ
“เรื่องความรักไง”
สิ้นเสียง กู้สิงก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินหลิงซู ใกล้จนในดวงตาของอีกฝ่ายสะท้อนเงาของเขาชัดเจน
บางทีเพราะกู้สิงเป็นฝ่ายรุกก่อน ทำให้เฉินหลิงซูพลันรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถขึ้นมาอีกครั้ง เธอเชิดคางได้รูปขึ้นเล็กน้อย แววตาพริบพราว มองกู้สิงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ราวกับกลับไปเป็นเฉินหลิงซูที่หยิ่งทะนงคนนั้น คนที่เมื่อครู่ยังหัวหมุนใจว้าวุ่นราวกับเป็นแค่ภาพลวงตา
“ไม่คิดจะรออีกสักสองสามวันเหรอ?”
“หรือว่ารีบร้อนอยากเป็นแฟนฉันขนาดนั้นเลย?”
เฉินหลิงซูพูดอย่างลำพองใจ ในหัวคิดว่า เสี่ยวกู้สิง ตอนกินข้าวเช้ายังทำฟอร์มเย็นชาใส่กันอยู่เลย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นถูกเธอจัดการซะอยู่หมัด?
แต่พอผ่านไปแค่วินาทีถัดมา เฉินหลิงซูก็ยิ้มไม่ออกแล้ว
เพราะกู้สิงก้มหน้าลงมา แนบริมฝีปากจูบเธออย่างแผ่วเบา
แรกเริ่มเขาแค่แตะริมฝีปากของเธอเบาๆ ถูไถช้าๆ เหมือนกำลังหยั่งเชิงดูปฏิกิริยาของเธอ
เฉินหลิงซูจะเหลือปฏิกิริยาอะไรอีกล่ะ ทั้งตัวแข็งทื่อไปหมด สมองเหมือนจอทีวีที่สายสัญญาณหลุด กลายเป็นภาพหิมะพร่างกระจายว่างเปล่าไปทั้งแถบ แก้มกลับร้อนผ่าวอย่างหนัก แต่ขากลับอ่อนแรงขึ้นมาอย่างประหลาด
สิ่งเดียวที่ยังชัดเจนในยามนี้ คือความซู่ซ่าชวนมึนเมาที่แล่นขึ้นมาจากริมฝีปากทีละระลอก
เฉินหลิงซูเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วกำเสื้อบริเวณเอวเขาแน่นอย่างไร้สติ ร่างกายสั่นระริก แอบตอบรับจูบอย่างเก้ๆ กังๆ
ติ๊ง~
ท่ามกลางความฟุ้งซ่านเคลิบเคลิ้ม อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเตือนประตูลิฟต์ด้านหลังเปิดขึ้น เฉินหลิงซูสะดุ้งราวกับลูกกวางตัวน้อยที่ตื่นตระหนก รีบเอ่ยเสียงสั่น
“มีคนมา...”
กู้สิงชะงักไปนิดหนึ่ง
เฉินหลิงซูถึงค่อยได้หายใจฮวบเข้าไปเต็มปอด แก้มแดงจัดในพริบตา ไม่อยากให้กู้สิงเห็นว่าตัวเองหน้าแดงแค่ไหน เธอเลยรีบหันหลังให้เขา มือยกขึ้นจัดผมที่ยุ่งเล็กน้อย จากนั้นฝืนทำตัวนิ่ง หยิบการ์ดห้องออกมา แตะเข้าไปในห้องของตัวเองพร้อมเสียงติ๊ดเบาๆ
ตอนที่ประตูห้องกำลังจะปิดลง กู้สิงก็รีบตามเข้ามาทันที
พอเข้ามาในห้องแล้ว ดูเหมือนเฉินหลิงซูจะไม่ตื่นเต้นเท่าเมื่อกี้ เธอนั่งลงบนขอบเตียงของตัวเอง หันไปมองกู้สิง น้ำเสียงมีรอยยิ้มปนอยู่
“แล้วคุณเข้ามาทำไมล่ะ?”
กู้สิงนั่งลงบนเตียงข้างๆ เฉินหลิงซู จากนั้นก็เอนตัวลงนอนอย่างไม่เกรงใจ เอ่ยอย่างถือสิทธิ์ว่า “ก็เธอเป็นแฟนฉันไม่ใช่เหรอ”
“คนลามก”
เฉินหลิงซูฮึดฮัดเบาๆ
กู้สิงไม่พอใจ “จูบแค่ทีเดียว ก็กลายเป็นคนลามกแล้วเหรอ?”
เสียงเฉินหลิงซูฟังผิดไปจากเดิม “มันไม่ใช่แค่จูบทีเดียวธรรมดาๆ นะ คุณเล่นใช้ลิ้นด้วย...”
“แล้วเธอไม่ใช้เหรอ?”
“ไม่ได้ใช้สักหน่อย”
เฉินหลิงซูไม่มีทางยอมรับอยู่แล้ว จะให้บอกกู้สิงได้ยังไงกัน ว่าจริงๆ เธอชอบความรู้สึกตอนจูบกับเขาเมื่อกี้มากแค่ไหน ใจหนึ่งก็อยากจะตะโกนใส่มันว่า รีบๆ ทำตัวให้เป็นผู้ชายหน่อย แล้วก็มาจูบกันต่อเดี๋ยวนี้เลยสิ
“นอนลง”
กู้สิงเอ่ยขึ้น
เฉินหลิงซูอิดออด “จะให้นอนทำไมกัน”
ปากบ่นไม่อยาก แต่ร่างกายซื่อสัตย์กว่าปาก เธอก็ล้มตัวนอนลงไปอย่างว่าง่ายอยู่ดี
กู้สิงขยับตัวเล็กน้อย ดึงเฉินหลิงซูเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย
เฉินหลิงซูถูกกู้สิงโอบกอดเอาไว้ กลิ่นกายสะอาดสดชื่นของเขาอบอวลอยู่ปลายจมูก แผ่นหลังแนบสนิทอยู่กับอกอุ่นๆ ของเขา แม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นสม่ำเสมอและหนักแน่นของอีกฝ่าย เธอยังรู้สึกได้รางๆ แก้มเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“เมื่อกี้... เป็นจูบแรกใช่ไหม?” กู้สิงถาม
“อาจารย์กู้ ในใจคุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ” ปลายนิ้วเฉินหลิงซูวาดวนเล่นอยู่บนหน้าอกของกู้สิง มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“แต่อยากได้ยินจากปากเธอ”
ปลายคางของกู้สิงถูแผ่วๆ ลงบนผมนุ่มของเธอ วงแขนก็กอดรัดแน่นขึ้นอีกนิด
“ใช่ค่ะ”
เฉินหลิงซูเอานิ้วจิ้มแก้มกู้สิงเบาๆ “จูบแรกของฉันโดนคุณแย่งไปแล้ว แบบนี้อาจารย์กู้ไม่ภูมิใจเหรอ?”
กู้สิงยิ้มพลางพูดว่า “ไม่ได้แย่งไปหรอก เป็นการแลกเปลี่ยนต่างหาก”
เฉินหลิงซูชะงักไป มองกู้สิงอย่างประหลาดใจ “ฉันเป็นแฟนคนแรกของคุณเหรอ?”
“อืม”
กู้สิงตอบตรงๆ ทั้งชาติก่อนชาติไหน เขาไม่เคยมีแฟนมาก่อนจริงๆ พูดตามตรงว่ากระบวนการมันก็ออกจะวกไปวนมางงๆ อยู่เหมือนกัน
ยังไม่ทันได้จีบเฉินหลิงซูแบบจริงๆ จังๆ ก็เอาแต่ “ชนะ” เธอมาตลอด
ช่วยลั่วหนิงเอาชนะเธอ พอขึ้นเวทีก็เป็นตัวเขาเองที่ชนะเธอ ลับหลังก็พนันกับเธอแล้วชนะอีก ชนะแล้วชนะเล่า จนสุดท้ายทั้งสองคนก็กลายมาเป็นแบบนี้
“อาจารย์กู้”
เฉินหลิงซูลุกพรวดขึ้นมานั่งทันที
กู้สิงมองเธอด้วยแววตาสงสัย จากนั้นจู่ๆ เฉินหลิงซูก็โถมตัวลงมาทับบนร่างเขา ก้มหน้าลงไปจูบอย่างจัง
กู้สิงอึ้งไปสามวินาที ก่อนจะตอบรับจูบของเธออย่างเร่าร้อน
ต่างจากตอนที่อยู่ข้างนอก ตอนนี้ถึงจูบของเฉินหลิงซูจะยังดูฝืดๆ ไม่ชำนาญเหมือนเดิม แต่เธอกลับเป็นฝ่ายรุกอย่างมาก สอดประสานกันแนบแน่น
ผ่านไปนานพักใหญ่
ริมฝีปากถึงค่อยผละออกจากกัน
กู้สิงมองดวงตาของเฉินหลิงซู หยอกเย้าเสียงทุ้ม “ตกลงระหว่างเราสองคน ใครกันแน่ที่เป็นคนลามก?”
“คุณต่างหาก!”
“แต่เมื่อกี้เธอเป็นฝ่ายแลบลิ้นเข้ามาก่
“ห้ามพูด!” เฉินหลิงซูเอานิ้วจิ้มปิดริมฝีปากกู้สิง จริงๆ แล้วเธอไม่ใช่คนที่เขินอายง่ายอะไรนัก แต่วันนี้กลับรู้สึกว่าความเขินอายมันเอ่อท้นไม่หยุดเลย
กู้สิงก็เลยไม่พูดต่อ
เฉินหลิงซูฟุบหน้าซบอกกู้สิง นอนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “คุณกับลั่วหนิง... ไม่มีอะไรจริงๆ ใช่ไหม?”
“เพื่อน”
กู้สิงตอบทันทีแบบไม่คิดมาก
เฉินหลิงซูลองหยั่งเชิง “งั้นฉันบอกลั่วหนิงไปตรงๆ เลยนะ ว่าเราสองคนคบกันแล้ว”
“ได้”
กู้สิงตอบโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
กลับกลายเป็นเฉินหลิงซูเองที่ลังเล “คุณยังไม่ต้องบอกดีกว่า ฉันขอหาจังหวะเหมาะๆ บอกเธอเอง แล้วก็ฝั่งพี่หล่างด้วย”
กู้สิงขมวดคิ้ว “ต้องปิดไว้เหรอ? ไม่ประกาศคบกันไปเลยล่ะ?”
เฉินหลิงซูอึ้งไปแล้วพูดว่า “จะบ้าหรือไง ใครจะไปประกาศกันล่ะ แน่นอนว่าต้องปิดไว้สิ ห้ามบอกใครทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นมันจะกระทบต่อการพัฒนางานในวงการของเราในอนาคตนะ”
กู้สิงพูดว่า “ผมไม่แคร์”
เฉินหลิงซูยิ้ม “แต่ฉันแคร์นะ ไว้รอให้การงานของเราทั้งคู่มั่นคงกว่านี้ก่อน ค่อยประกาศให้คนข้างนอกรู้ดีไหม?”
“ก็ได้”
เอาจริงๆ กู้สิงไม่ค่อยเข้าใจนัก ว่ามันมีอะไรต้องปิดบังด้วย แค่คบกันมันไม่ใช่เรื่องฆ่าคนเผาบ้านเสียหน่อย
แต่เขาก็รู้ดีว่า สำหรับเฉินหลิงซูที่เพิ่งเดบิวต์เป็นศิลปินหญิง การที่ความรักถูกเปิดเผยออกไป มันย่อมกระทบต่อความมั่นคงของฐานแฟนคลับจริงๆ
และแก่นแท้ของเฉินหลิงซู ก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่ดี
ต่อให้ตอนนี้กำลังคบกัน เฉินหลิงซูก็ไม่ใช่ประเภทหลงรักจนไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอยู่ดี ระหว่างเรื่องงานกับความรัก เธอก็ยังมีการชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีข้อเสียของแต่ละด้านอยู่บ้าง
กู้สิงเพิ่งเคยมีความรักครั้งแรก ทั้งเขาและเฉินหลิงซูต่างก็เป็นรักแรกของกันและกัน
ในเมื่อไม่มีประสบการณ์เลยสักนิด ถึงในใจเขาจะคิดว่าประกาศให้รู้กันไปเลยจะดีกว่า แต่เขาไม่อยากทำตัวเผด็จการเกินไป ก็เลยยอมตามใจเธอ
เฉินหลิงซูก้มลงจูบที่ลำคอกู้สิง กระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “ขอบคุณค่ะอาจารย์กู้ รักนะ”
ถึงเฉินหลิงซูจะไม่อยากประกาศออกสื่อ แต่เธอกลับรู้สึกชอบท่าทีของกู้สิงที่อยากจะประกาศให้โลกรู้ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังกับการคบกับเธอจริงๆ...
ถ้าแค่คิดจะเล่นๆ กู้สิงไม่มีทางยอมประกาศอย่างเปิดเผยแน่ๆ
เห็นกู้สิงเป็นแบบนี้ เฉินหลิงซูเองก็เริ่มหวั่นไหว ลังเลว่าหรือจะประกาศคบกันไปเลยดีไหม เพราะลึกๆ แล้วตัวเธอเองก็เหมือนกู้สิง อยากจะจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้เหมือนกัน
แต่พอคิดถึงเส้นทางอาชีพที่เพิ่งจะเริ่มต้นของตัวเอง เฉินหลิงซูก็ต้องกดความคิดหุนหันพลันแล่นนั้นลงในที่สุด เธอทำได้เพียงทุ่มเทความรักให้กู้สิงมากขึ้นในเวลาที่อยู่กันตามลำพัง เพื่อชดเชยให้เขาเท่านั้น







