เมืองหนานหยวนชนะแล้ว ในเมืองเริ่มงานเก็บกวาดหลังสงคราม
ในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่เมืองหนานหยวนกวาดล้างสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์จนหมดสิ้น ภายนอกเมืองหลวงของเขตปกครองต้าเซี่ย
เขาหัวขาด
บนยอดเขาที่ดูเหมือนถูกตัดหัว เซี่ยหลงอู่ตวัดดาบเดียวฟันหัวเผ่าเทพยิงฟ้าคนสุดท้ายขาดกระเด็น เสียงดังกึกก้อง ร่างไร้วิญญาณสูงกว่าห้าเมตรล้มตึงลงกับพื้น
"ไว้ชีวิตด้วย!"
ณ เวลานี้ รอบยอดเขามีศพเผ่าเทพยิงฟ้าล้มตายอยู่ห้าศพ
ยังมีคนรอดชีวิต!
ไม่ใช่เผ่าเทพยิงฟ้า แต่เป็นเผ่ามนุษย์
เจ้าลัทธิของนิกายเทพยิงฟ้า!
คนที่เผ่ามนุษย์ตามล่าและหมายจะกวาดล้างมาตลอดแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งมาก!
ทว่าในยามนี้ เจ้าลัทธิผู้แข็งแกร่งกลับคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ตะโกนร้องขอ "ไว้ชีวิตด้วย" เสียงหลง
เซี่ยหลงอู่ง้างดาบยาวขึ้น สีหน้าไร้ความรู้สึก เขามองอีกฝ่ายครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงเรียบ "เจ้านายตายแล้ว แกก็ควรจะตายตกตามกันไป!"
"ไม่... ใต้เท้า ข้ายังมีประโยชน์!"
เจ้าลัทธิหมอบคุกเข่าอยู่กับพื้น พูดเสียงสั่น "ข้ายังมีประโยชน์ ข้าสามารถล่อเผ่าเทพยิงฟ้ามาให้ใต้เท้าได้อีก ข้าสามารถเรียกประชุมสาวกนิกายเทพยิงฟ้าได้ ข้ายังช่วยใต้เท้าแทรกซึมเข้าไปในลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ ค้นหาฐานที่มั่นของนิกายอื่นได้... ใต้เท้า เก็บข้าไว้เป็นประโยชน์ต่อเผ่ามนุษย์แน่"
การร้องขอชีวิตนั้นเปล่าประโยชน์ เขาต้องแสดงคุณค่าของตัวเองออกมา
เซี่ยหลงอู่แข็งแกร่งเกินไป!
เขาต้องก้าวเข้าสู่ขั้นนั้นแล้วอย่างแน่นอน!
ผิดพลาด ผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม เผ่าเทพยิงฟ้าสูญเสียอย่างหนักหน่วงในครั้งนี้ ยอดฝีมือระดับสูงสุดถึงห้าคนตายในแดนมนุษย์ ตายในเขตปกครองต้าเซี่ย
นิกายเทพยิงฟ้าก็จบเห่แล้ว สาวกที่โจมตีเมืองต่างๆ ในเขตปกครองต้าเซี่ยวันนี้คงล้มตายจนหมดสิ้นเช่นกัน
เจ้าลัทธิของนิกายเทพยิงฟ้ารู้ดีว่า จบสิ้นแล้ว!
แต่เขาไม่อยากตาย การบำเพ็ญเพียรมาถึงระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขามีความหวังที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นนั้น เขาถึงขั้นยอมสละโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นเผ่าเทพยิงฟ้าเพื่อการนี้ เพราะเขารู้สึกว่าเขายังมีโอกาส
เซี่ยหลงอู่ยืนตระหง่าน มองเขา ก้มมองเขาจากเบื้องบน
ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงยิ้มบางๆ "ยังมีอีกไหม?"
"มี... มี... นิกายเทพยิงฟ้ายังมีขุมทรัพย์อีกมาก ของวิเศษอีกมาก ซ่อนอยู่ในแดนลับแห่งหนึ่ง ข้าเคยไปดินแดนของเผ่าเทพยิงฟ้า รู้สถานการณ์ของพวกเขา ข้าสามารถนำทางให้ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ ไปลอบสังหารยอดฝีมือเผ่าเทพยิงฟ้าได้..."
"ใต้เท้า ข้ายังสามารถไปสนามรบพหุภพ ออกแรงเพื่อเผ่ามนุษย์ได้ ขอเพียงใต้เท้าไม่ฆ่าข้า..."
เจ้าลัทธิตัวสั่นเทา รีบบอกเล่าถึงประโยชน์ของตนเองอย่างรวดเร็ว
เขาไม่อยากตาย
พ่ายแพ้แล้ว!
ยอดฝีมือทั้งหกปิดล้อมสังหารเซี่ยหลงอู่ ผลคือยอดฝีมือเผ่าเทพยิงฟ้าทั้งห้าตกตายไปอย่างรวดเร็ว ตายจนทำให้เขาหวาดผวา เขาหวาดกลัวเหลือเกิน
"แดนลับอยู่ที่ไหน?"
เซี่ยหลงอู่ถามขึ้นประโยคหนึ่ง น้ำเสียงเย็นเยียบ
"ใต้เท้า ขอเพียงใต้เท้าไว้ชีวิตข้า..."
"แดนลับอยู่ที่ไหน!"
เซี่ยหลงอู่ถามขึ้นอีกครั้ง แฝงไปด้วยไอสังหารคละคลุ้ง เขาต้องการแค่คำตอบ
"ใต้เท้า..."
ฉึก!
ดาบตวัดฟัน หัวขาดกระเด็น
เซี่ยหลงอู่แค่นเสียงเย็น พูดมากจริง!
ไม่พูดก็ช่าง เขาจะให้คนไปขุดดินพลิกแผ่นดินหา หาไม่เจอก็ช่างมัน หาเจอก็ถือว่ากำไร
เดรัจฉานตัวหนึ่ง ยังกล้ามาต่อรองราคากับเขา!
อยากรอดชีวิตหรือ?
ฝันเฟื่องไปเถอะ!
ยอดฝีมือทั้งหก ดับสูญหมดสิ้น ณ ที่แห่งนี้
เซี่ยหลงอู่เริ่มเก็บศพ ศพของเผ่าเทพยิงฟ้าเป็นของดีนะ ที่นี่มีศพเผ่าเทพยิงฟ้าถึงห้าศพ!
ขณะกำลังเก็บกวาดสนามรบ บนยอดเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างของคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
เซี่ยหลงอู่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง ยังคงเก็บกวาดสนามรบต่อไป
"แปะ แปะ แปะ!"
เสียงปรบมือดังขึ้น ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งบนยอดเขาปรบมือพลางยิ้มกล่าว "เซี่ยหลงอู่ ดูท่าคงไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากข้าแล้วล่ะมั้ง"
เซี่ยหลงอู่ไม่สนใจเขา
"อัจฉริยะล้วนหยิ่งผยองเช่นนี้ทุกคนเลยหรือ?"
ชายวัยกลางคนหัวเราะร่วน "แต่ก็ใช่ อายุเท่าเจ้า เดินมาถึงขั้นนี้ได้ เหนือความคาดหมายไปมากจริงๆ เดิมทีข้าคิดว่า วันนี้ต้องให้ข้าลงมือ ถึงจะรั้งเผ่าเทพยิงฟ้าพวกนี้ไว้ได้ ไม่นึกเลยว่าจะถูกเจ้าฟันตายเรียบแบบนี้"
"จริงสิ เมื่อกี้ทำไมถึงไม่รั้งอวิ๋นฮ่าวไว้ล่ะ?"
อวิ๋นฮ่าว เจ้าลัทธิแห่งนิกายเทพยิงฟ้า ยอดฝีมือระดับสูงสุด
"ขยะ ไม่จำเป็นต้องอยู่ให้รกโลก!"
เซี่ยหลงอู่เก็บของเสร็จ หันขวับไปมองทางนั้น เอ่ยเสียงเรียบ "จูเทียนเต้า ข้าไม่ได้เชิญเจ้ามาเขตปกครองต้าเซี่ยนี่ เจ้ามาทำไม!"
"เจ้านี่นะ ข้าจะว่าไปก็ถือเป็นรุ่นลุงรุ่นอาของเจ้า เจ้าเรียกชื่อข้าห้วนๆ แบบนี้ เฮ้อ..."
จูเทียนเต้าถอนหายใจ ไม่นานก็ยิ้มออกมาอีก "เจ้าไม่ได้เชิญ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครเชิญ ตาแก่พวกนั้นตอนจะไปเชิญข้ามา ไม่ได้หรือไง?"
เซี่ยหลงอู่ไม่ได้พูดอะไรอีก เห็นได้ชัดว่ามีคนในเขตปกครองไม่วางใจให้เขารับศึกเพียงลำพัง
จูเทียนเต้าก็ไม่เซ้าซี้เรื่องนี้ต่อ เขายิ้มถาม "เจ้ายังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นนั้นใช่ไหม? ข้าว่าน่าจะขาดอีกนิดเดียว พอๆ กับข้า รู้สึกไหมว่าติดแหง็กอยู่ที่ขั้นนี้ก้าวต่อไปไม่ได้แล้ว ความรู้สึกแบบนี้ทรมานน่าดูเลยใช่ไหมล่ะ?"
"ถ้าก้าวเข้าไปได้ เจ้าพริบตาเดียวก็ฆ่าเจ้าพวกนี้ได้แล้ว ไม่ต้องสู้ยืดเยื้อมาจนป่านนี้หรอก ข้ามีโอกาสอยู่นะ โอกาสที่สามารถทำให้พวกเราก้าวไปอีกขั้น หรือจะพูดให้ถูกคือสามารถมองเห็นหนทางข้างหน้า..."
เซี่ยหลงอู่กล่าวเสียงเรียบ "ไม่ต้อง ข้ารู้หนทางของตัวเอง มองเห็นชัดเจนตั้งนานแล้ว! อีกไม่กี่วัน ข้าจะไปสนามรบพหุภพ ฆ่าราชันย์สักองค์ ข้าจะต้องก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ได้อย่างแน่นอน! ข้าไม่ใช่เจ้า!"
น้ำเสียงของจูเทียนเต้าชะงักงัน ในใจลอบด่าทอ!
จะแทงใจดำใครกันฮะ?
"เจ้าคิดว่าจะทำสำเร็จงั้นหรือ? เจ้าฆ่าพวกมันไม่ได้หรอก ตอนนี้ราชันย์ของหมื่นเผ่าพันธุ์น่ะเจ้าเล่ห์จะตาย พอเจ้าโผล่ไปที่สนามรบพหุภพปุ๊บ พวกมันต้องร่วมมือกันฆ่าเจ้าแน่ เลิกคิดซะเถอะ!"
"อีกอย่าง ก้าวเข้าสู่ขั้นนั้นกับไม่ได้ก้าวเข้าน่ะ ความต่างมันเยอะมาก..."
"ไม่ต้องให้เจ้ามาเตือน!"
เซี่ยหลงอู่คร้านจะใส่ใจ เขาไม่ใช่ไม่เคยเห็นยอดฝีมือไร้เทียมทาน ปู่ของเขา อ๋องต้าเซี่ย ก็คือยอดฝีมือไร้เทียมทานในขอบเขตนี้
จูเทียนเต้าจนปัญญา "ไม่อยากฟังข้าพูดหน่อยจริงๆ หรือ?"
"ไม่สนใจ!"
เซี่ยหลงอู่หันหลังเดินลงเขา "ถ้าทำได้จริง เจ้าคงไม่อ่อนหัดขนาดนี้หรอก ถ้าพี่ชายเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีหวังที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ได้ เจ้าเทียบกับพี่ชายเจ้าแล้ว... ห่างชั้นกันเยอะ!"
"ข้า..."
จูเทียนเต้าบันดาลโทสะ "ไอ้หนู คำพูดพวกนี้เจ้าพูดกับข้าก็พอ ระวังเถอะไปเขตปกครองต้าหมิงแล้วจะโดนคนรุมตีตาย! อีกอย่าง พี่ชายข้าสิ้นชีพไปตั้งแต่เก้าขวบ เจ้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาเก่งกว่าข้า..."
"ก็เพราะเขาคืออัจฉริยะคนแรกของเผ่ามนุษย์ที่บรรลุขั้นเชียนจวินได้ในวัยเก้าขวบน่ะสิ!"
"ข้า..."
จูเทียนเต้าเถียงไม่ออก ใช่ พี่ชายเขาเป็นอัจฉริยะ เก้าขวบบรรลุขั้นเชียนจวิน แต่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นกรณีศึกษาเชิงลบของเผ่ามนุษย์ทั้งเผ่าไปแล้ว
อาบโลหิตเทพมาร บรรลุขั้นเชียนจวินในวันเดียว ตอนอายุเก้าขวบ
บุตรสายตรงของอ๋องต้าหมิง!
ตอนนี้คนเผ่ามนุษย์ที่รู้จักพี่ชายเขามีมากกว่าคนที่รู้จักเขาเป็นสิบเป็นร้อยเท่า แต่ไอ้หมอเซี่ยหลงอู่นี่ พูดแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนกำลังเยาะเย้ยกันอยู่เลย
เซี่ยหลงอู่ไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ เขาพูดพลางเดินพลาง "อย่างน้อยเขาก็มีความกล้า กล้าที่จะลอง! ถ้าเมื่อหลายสิบปีก่อนเจ้าไปสนามรบพหุภพ ไปฟาดฟันกับราชันย์หมื่นเผ่าพันธุ์ ป่านนี้คงกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานไปแล้ว ไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ที่ขั้นนี้หรอก!"
"ข้าไม่เอาอย่างเจ้าหรอก เจ้าไม่คู่ควรให้ข้าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง!"
"..."
จูเทียนเต้าพูดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ย "เจ้าพูดน่ะมันง่าย เซี่ยหลงอู่ ข้าอยากจะรอดูนัก ว่าเจ้าจะสามารถตัดหัวผู้ไร้เทียมทานต่อหน้าหมื่นเผ่าพันธุ์ได้หรือไม่! นั่นมันไปรนหาที่ตายชัดๆ เจ้ามีความหวังจะบรรลุขอบเขตไร้เทียมทาน จะรีบไปรนหาที่ตายทำไม..."
"ถ้าเจ้าตายไป เขตปกครองต้าเซี่ยจะพึ่งใครค้ำจุน? ปู่เจ้าหรือ? ปู่เจ้าตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้..."
ฝีเท้าของเซี่ยหลงอู่ชะงักไปเล็กน้อย ไม่นานก็กล่าวว่า "ไม่เป็นไร อาองของข้ายังมีชีวิตอยู่ ให้เขากลับมาก็สิ้นเรื่อง!"
"เขาเรอะ? เขาอ่อนกว่าข้าไปขั้นหนึ่งด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้น เขตปกครองต้าเซี่ยของเจ้าก็จะไม่ใช่หนึ่งในสามเขตปกครองใหญ่ของแดนมนุษย์อีกต่อไปแล้ว!"
"ไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่ถึงคิวเขตปกครองต้าหมิงของเจ้ามาแทนที่พวกเราหรอก"
"..."
จูเทียนเต้าค้นพบว่าไม่มีทางสื่อสารกับเซี่ยหลงอู่ได้เลย เขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เห็นอีกฝ่ายกำลังจะไป จึงรีบพูดว่า "อีกสามปี คฤหาสน์ดารานิรันดร์จะเปิด เขตปกครองต้าหมิงมี 10 โควตา พวกเจ้ามี 20 โควตา ถึงตอนนั้นเรามาร่วมมือกันดีไหม..."
"พวกเจ้าอ่อนหัดเกินไป ไม่ร่วมวงกับพวกเจ้าหรอก"
"เซี่ยหลงอู่!"
จูเทียนเต้าโมโหแล้ว "ข้าเดินทางไกลหลายหมื่นลี้มาช่วยเหลือ เจ้าต้อนรับแขกที่มาจากแดนไกลแบบนี้หรือ? เขตปกครองต้าหมิงของข้าอ่อนหัดตรงไหน? อีกสามปี เขตปกครองต้าหมิงจะส่งคนรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดไปคฤหาสน์ดารานิรันดร์! ถ้าเจ้าไม่อยากร่วมมือ งั้นตามกฎแล้ว ข้ามาช่วย เจ้าต้องแบ่งศพเผ่าเทพยิงฟ้าให้ข้าหนึ่งศพ!"
"..."
สีหน้าเซี่ยหลงอู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ไม่งั้น ก็ร่วมมือกันซะ!"
เซี่ยหลงอู่หันขวับ จ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะด่าทอ "ไร้ยางอาย!"
"ข้าไร้ยางอายตรงไหน?"
จูเทียนเต้าพูดอย่างจนปัญญา "พวกเราร่วมมือกัน ไม่ได้ให้เจ้าต้องเสียเลือดเนื้อเสียหน่อย เขตปกครองต้าเซี่ยของเจ้าถึงจะเก่ง แต่พวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอนะ..."
"ฮึ!"
เซี่ยหลงอู่แค่นเสียงเฮอะ ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยเสียงเรียบ "ตกลง! แต่คนของเขตปกครองต้าหมิงของเจ้า ถ้าเกิดอ่อนหัดเกินไป ข้ายอมยกศพเผ่าเทพยิงฟ้าให้เจ้าศพหนึ่งดีกว่า! คนอ่อนแอ ไม่มีคุณสมบัติจะมาร่วมมือกับเขตปกครองต้าเซี่ยของข้า!"
พูดจบ เซี่ยหลงอู่ก็เหินร่างจากไป
จูเทียนเต้ามองตามแผ่นหลังที่จากไปของเขา ด่าทออยู่พักหนึ่ง ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม "ไอ้หนูนี่... เฮ้อ แข็งแกร่งจริงๆ แฮะ!"
ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เซี่ยหลงอู่ใกล้จะก้าวเข้าสู่ขั้นนั้นแล้วจริงๆ
ตัวเองดูเผินๆ เหมือนจะสูสีกับเขา แต่ที่จริงแล้วห่างชั้นกันลิบลับ
เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนตัวเองก็อยู่ประมาณขั้นนี้แล้ว ผ่านมาหลายสิบปีก็ไม่ก้าวหน้าขึ้นเลยสักนิด หลายสิบปีก่อนไอ้หนูนี่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด้วยซ้ำ
หมอนี่ เจอหน้าทีไรก็มีพัฒนาการตลอด
มิน่าล่ะครั้งนี้ถึงกล้าเสี่ยง รับศึกเผ่าเทพยิงฟ้าในเขตปกครองต้าเซี่ย การศึกเดียวสังหารยอดฝีมือเผ่าเทพยิงฟ้าไปถึงห้าคน
ต่อให้เผ่าเทพยิงฟ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน งานนี้ก็ต้องมีกระอักเลือดกันบ้างล่ะ
ตายยอดฝีมือไปตั้งห้าคนยังไม่พอ แม้แต่นิกายเทพยิงฟ้าก็ยังถูกถอนรากถอนโคนไปด้วย
...
เรื่องราวการศึกของเขตปกครองต้าเซี่ย ไม่มีใครล่วงรู้
การร่วงหล่นของเผ่าเทพยิงฟ้าทั้งห้าและเจ้าลัทธินิกายเทพยิงฟ้า มีคนรู้เพียงหยิบมือเดียว
นั่นมันระดับสูงเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้
เจ้าเมืองกับหลิวเหวินเยี่ยนและยอดฝีมือคนอื่นๆ กำลังปรึกษาหารือเรื่องการกวาดล้างเศษซากลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์นอกเมือง เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวกับซูอวี่
ซูอวี่ในยามนี้ กำลังหลบมุมอยู่กับเฉินฮ่าวเพื่อตรวจดูของที่ยึดมาได้
"อาอวี่ พวกเรารวยแล้วใช่ไหม?"
เฉินฮ่าวมองของสงครามที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย "อาอวี่ นายว่าคนพวกนี้ออกจากบ้าน จะพกของมาเยอะแยะทำไมเนี่ย?"
"ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ไม่มีใครไว้ใจใคร มักจะย้ายถิ่นฐานบ่อยๆ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ของดีๆ แน่นอนว่าต้องพกติดตัวไว้ ไม่เห็นจะแปลกเลย"
เรื่องนี้ซูอวี่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
พวกคนในลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์เหล่านี้ สังหารระดับสูง บางทีก็ได้ของติดไม้ติดมือมาน้อยมาก เพราะระดับสูงมักจะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซ่อนตัวลึกมาก
แต่ระดับล่าง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง วันนี้อยู่นี่ พรุ่งนี้อยู่นั่น ฆ่าพวกเขา มักจะหมายถึงการได้ริบสมบัติทั้งหมดของอีกฝ่าย
"วิชาบำเพ็ญสองเล่ม วิชาต่อสู้สองเล่ม โลหิตแก่นแท้ 5 หยด ไม่รู้ว่าเป็นโลหิตแก่นแท้อะไร แต่ถามดูก็รู้แล้ว..."
เฉินฮ่าวนับต่อไปพลางฉีกยิ้มกว้าง "ยังมียาหลอมกายาอีกขวดหนึ่ง เสียดายที่เหลือแค่ 5 เม็ด เจ้านี่มีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรในขั้นเชียนจวินมากเลยนะ"
"เหรียญทองอันผิง 16 เหรียญ เหรียญหนึ่งมีมูลค่าตั้ง 1 หมื่นเหรียญอันผิงเชียวนะ..."
"ฉันเพิ่งเคยจับเหรียญทองเป็นครั้งแรกเลยเนี่ย พ่อฉันน่ะมีนะ เสียดายที่ไม่ยอมให้ฉัน..."
เหรียญทอง มูลค่าไม่ใช่น้อยๆ
คนของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์บางครั้งก็ไม่กล้าไปฝากเหรียญอันผิง พกติดตัวก็ไม่สะดวก โดยปกติแล้วจะแลกเป็นเหรียญทองพกติดตัวไว้
ส่วนบัตรสะสมทรัพย์ เจ้าพวกนี้ก็ไม่กล้าใช้ กังวลว่าตัวตนจะถูกเปิดเผยแล้วจะถูกอายัด
ดังนั้นครั้งนี้ฆ่าสาวกไปสองคน กลับได้เหรียญทองมาไม่น้อย
16 เหรียญ 1.6 แสน!
สำหรับยอดฝีมือขั้นเชียนจวินระดับสูงสองคน 1.6 แสนไม่ถือว่ามาก แต่ก็ไม่ถือว่าน้อย ทว่าพวกเขาก็ต้องบำเพ็ญเพียรเช่นกัน
"อาอวี่ ต้องส่งมอบไหม?"
เฉินฮ่าวรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ยังพูดว่า "ฆ่าพวกคนเหล่านี้ ต้องส่งมอบของที่ริบมาได้ทั้งหมดเข้าส่วนกลางนะ"
นี่คือกฎ เพราะคนที่ร่วมรบไม่ได้มีแค่คนเดียว
"ส่งมอบ..."
ซูอวี่คิดทบทวนแล้วพูดว่า "ฉันขอคิดดูก่อน ส่งมอบก็เท่ากับแสดงว่าพวกเราฆ่าสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ไปสองคน แต่พวกเราอ่อนแอขนาดนี้ ฆ่าได้ยังไง? ฮ่าวจื่อ อย่าบอกคนอื่นนะว่าฉันเป็นคนฆ่าพวกมัน นายคงเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม"
"อืม..."
เฉินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นก็กระซิบว่า "อาอวี่ ทำไมนายถึงจู่ๆ เก่งขึ้นมาขนาดนั้น ขั้นเชียนจวินเลยนะ! ฉันได้ยินครูฝึกบอกว่า พวกที่มาบุกครั้งนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นเชียนจวินระดับเจ็ดขึ้นไปทั้งนั้น นายทำลายการป้องกันแล้วฆ่าพวกเขาได้ยังไง?"
"อย่าถามเลย ถามไปฉันก็ไม่บอกนายหรอก"
ซูอวี่พูดพลางมองไปที่ตราสัญลักษณ์สีดำเล็กๆ สองอัน นี่คือสัญลักษณ์ของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ เพื่อไม่ให้ตัวตนถูกเปิดเผย สาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์โดยปกติแล้วจะไม่พกของสิ่งนี้
แต่ครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ หลังเสร็จสิ้นภารกิจยังต้องแยกย้ายกันหลบหนี เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนตอนกลับมารวมกลุ่มกัน สาวกที่มาบุกครั้งนี้แทบทุกคนพกของสิ่งนี้มาด้วย เพื่อใช้ยืนยันตัวตน
ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาจึงยึดตราสัญลักษณ์มาได้สองอันเช่นกัน
นี่ก็สามารถใช้เป็นตัวแทนผลงานการรบได้!
ซูอวี่คิดทบทวน โยนตราสัญลักษณ์อันหนึ่งไปให้เฉินฮ่าว แล้วหยิบคัมภีร์วิชาลับหนึ่งเล่ม วิชาต่อสู้อีกหนึ่งเล่ม โลหิตแก่นแท้สองหยด และเหรียญทองอีก 6 เหรียญ โยนให้เฉินฮ่าวทั้งหมด
"ถ้านายอยากเข้าสถาบันสงคราม ก็เอาของพวกนี้ไปส่งมอบซะ เป็นหลักฐานยืนยันว่านายฆ่าสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ไปหนึ่งคน"
เฉินฮ่าวตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ห่อเหี่ยว "ไม่เอาดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวอธิบายลำบาก นายฆ่าไอ้คนขั้นเชียนจวินระดับเจ็ดนั่น ถ้าแบบนั้นเขาต้องสืบหาความจริงให้กระจ่างแน่..."
เขาอยากเข้าสถาบันสงครามก็จริง แต่ถ้าเอาของพวกนี้ไปส่งมอบ จะทำให้สถานการณ์ของซูอวี่ถูกเปิดเผยได้
ซูอวี่หัวเราะ "ไม่เป็นไรหรอก ขั้นเชียนจวินไม่ใช่ว่าฆ่าไม่ได้เสียหน่อย! แน่นอนว่าคนที่สองรายงานไม่ได้นะ หมอนั่นโดนฉันขย้ำหัวใจแตกกระจุย ฆ่าด้วยมือเปล่า คนแรกไม่ค่อยมีปัญหา โดนดาบฟัน แรงเยอะหน่อย ฟันอีกฝ่ายตายก็ไม่แปลกหรอก"
"นายไปรายงานก็พอ บอกว่าอีกฝ่ายประมาท นายก็เลยตวัดดาบฟันมันตายกะทันหัน"
"อาอวี่ แบบนี้จะเวิร์คเหรอ?" เฉินฮ่าวเริ่มวิตกกังวล "งั้นนายไปบอกเองดีกว่า นายไม่ใช่บอกว่านายก็อยากเข้าสถาบันสงครามเหมือนกันหรอกเหรอ?"
"ฉันน่ะเหรอ? ฉันไม่ต้องหรอก"
ซูอวี่เอ่ยเรียบๆ "ฉันฆ่าขั้นเชียนจวินได้ นายคิดว่าการที่ฉันจะเข้าสถาบันสงครามมันยากงั้นเหรอ? ลืมบอกไปเลย ฉันทะลวงถึงขั้นไคหยวนระดับสี่ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว ฉันว่าระดับห้าก็น่าจะใกล้แล้วล่ะ"
"..."
เฉินฮ่าวโดนแทงใจดำอีกแล้ว จริงดิ?
เร็วเวอร์!
แต่อาอวี่ฆ่าขั้นเชียนจวินมาแล้ว เขาไม่เชื่อก็ไม่ได้
เฉินฮ่าวมองเขาอย่างตัดพ้อนิดๆ พวกอัจฉริยะมันโรคจิตแบบนี้กันหมดเลยเหรอ?
แต่ก่อนก็ไม่เห็นนายจะโรคจิตขนาดนี้นี่นา!
ซูอวี่ไม่สนใจเขา เก็บของอื่นๆ ยัดใส่เข้าไปในอกเสื้อ กระซิบว่า "ผลงานการรบยกให้นายได้ แต่ว่า... แต้มผลงานที่ได้เป็นรางวัลต้องให้ฉันใช้นะ! แล้วก็ ไอ้งบส่วนตัวหนึ่งหมื่นกว่าๆ ที่นายเก็บสะสมไว้น่ะ ก็ต้องให้ฉันให้หมด ถือซะว่าซื้อจากฉัน ได้ยินไหม!"
"..."
เฉินฮ่าวทำหน้าจ๋อย อาอวี่เจ้านี่มันงกจริงๆ ครั้งนี้ได้ของดีมาตั้งเยอะ ยังจะมาหมายตางบส่วนตัวของเขาอีก
ตัวเองง่ายนักเหรอ?
กว่าจะเก็บหอมรอมริบมาได้หลายปี นายจะเอาไปให้หมดเลยเหรอ?
"มองอะไรเล่า นายเอาของพวกนี้ไปส่งมอบ ก็จะได้รางวัลเหมือนกันแหละ..."
"แต่รางวัลที่สถาบันมอบให้มันเป็นแต้มผลงานนะเว้ย!"
เฉินฮ่าวทำหน้ามุ่ย นายเห็นฉันโง่เหรอ!
เมื่อกี้นี้นายเพิ่งพูดเองนะ ว่าแต้มผลงานทั้งหมดต้องให้นาย นั่นก็เท่ากับว่าฉันล้มละลายแล้วดิ
"อย่างน้อยนายก็มีความหวังที่จะได้เข้าสถาบันสงครามแล้วไง ไม่ใช่เหรอ? แค่หมื่นกว่าๆ แลกกับการได้เข้าสถาบันสงคราม นายจะเลือกอันไหนล่ะ?"
เฉินฮ่าวงงไปชั่วขณะ พยักหน้ารับ เหมือนจะจริงแฮะ
แค่หมื่นกว่าๆ ก็ได้เข้าสถาบันสงคราม ดูเหมือนจะคุ้มสุดๆ ไปเลย!
"งั้นก็ตกลงตามนี้แหละ ตอนรายงานก็บอกได้เลยว่าฉันร่วมมือกับนาย แต่ว่านายเป็นคนฟันดาบนั้นนะ"
"แล้วถ้าพวกเขาตรวจดูบาดแผลล่ะ แผลดาบนั้นแค่แรงเยอะอย่างเดียวฟันไม่ออกหรอกนะ ฉันจะพูดยังไงล่ะ?"
เฉินฮ่าวรีบถามขึ้นมา เขาไม่ใช่คนไม่รู้ประสีประสา จะถูกยอดฝีมือดูออกเอานะ
"ไม่เป็นไรน่า ฉันเห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว ศพพวกนั้นถูกเก็บไปหมดแล้ว เตรียมจะเผา นายรอให้เขาเผาเสร็จก่อนค่อยไปบอก ตายแล้วไม่มีพยาน จะกลัวอะไร!"
"แต่ว่า..."
"งั้นไม่ต้องไปแล้วไหม? ยังไงฉันก็ไม่ได้อยากไปสถาบันสงคราม ไม่จำเป็นต้องมีผลงานพวกนี้อยู่แล้ว"
พอซูอวี่พูดประโยคนี้ออกมา เฉินฮ่าวก็ถึงกับลังเล
"โอเค งั้นฉันจะไปบอกเอง! วางใจเถอะ ฉันไม่หักหลังนายแน่ ถ้าจะตรวจสอบจริงๆ ก็ตรวจฉันไปเลยสิ ฉันแรงเยอะขึ้นมาหน่อยแล้วมันทำไมล่ะ!"
เฉินฮ่าวกัดฟัน เขายังอยากเข้าสถาบันสงครามอยู่ดี
นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว!
ซูอวี่ไม่สนใจเขาอีก ความเป็นไปได้ที่สถาบันจะตรวจสอบมีไม่มากนัก แน่นอนว่าต้องมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่ศพก็เผาไปหมดแล้ว ผลงานแบบนี้คงไม่มีใครกล้าแอบอ้าง เฉินฮ่าวออกมายอมรับ อย่างมากที่สุดสถาบันก็คงจะจับตาดูเขาให้มากขึ้นในภายหลัง
ขั้นเชียนจวินคนหนึ่ง ไม่ใช่ขั้นว่านสือสักหน่อย ขั้นไคหยวนฟลุคฟันอีกฝ่ายตาย ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
"เหรียญทอง 10 เหรียญ โลหิตแก่นแท้ 3 หยด ยาหลอมกายา 5 เม็ด คัมภีร์วิชาลับ 1 เล่ม วิชาต่อสู้ 1 เล่ม..."
ซูอวี่นึกถึงของที่ได้มาในวันนี้ อารมณ์ดีไม่เบา
เสียโลหิตแก่นแท้ของวิหคปีกเหล็กไปหนึ่งหยด ได้ของคืนมามากกว่าสิบเท่า ดีจริงๆ
ในที่สุดก็ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้เงินเก็บของพ่อจนหมด แล้วต่อไปจะไม่มีข้าวกินแล้ว
กลับไปต้องตรวจสอบให้ดีสักหน่อย โลหิตแก่นแท้พวกนี้เป็นโลหิตแก่นแท้อะไร ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเปิดหนังสือภาพหน้าสองได้นะ







