หลิวเหวินเยี่ยนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผู้ที่ยังไม่บรรลุขั้นทะยานนภาย่อมมิอาจลอยเดินกลางอากาศ เห็นได้ชัดว่าในขณะนี้เจตจำนงของหลิวเหวินเยี่ยนก่อรูปสำเร็จแล้ว เขาก้าวเข้าสู่ขั้นทะยานนภาอย่างเป็นทางการ
ร่างกายของเขายังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ส่วนพลังปราณที่รวมตัวอยู่รอบด้านก็มีไว้ให้เขาใช้เสริมความแข็งแกร่งแก่ร่างกาย
ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร อู๋เหินก็กำลังเหยียบอากาศอยู่เช่นกัน ทว่าสีหน้ากลับไม่น่าดูนัก
ขัดขวางไม่ทัน!
'ยังดี ยังดีที่เขาเพิ่งก่อรูปเจตจำนงเท่านั้น ร่างกายยังไม่ได้บรรลุขั้นทะยานนภา...'
อู๋เหินลอบโล่งใจ นี่ยังไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุด
ถึงอย่างไรหลิวเหวินเยี่ยนก็แก่แล้ว ร่างกายเสื่อมถอย ต่อให้เจตจำนงบรรลุขั้นทะยานนภา แต่ร่างกายก็ยังอยู่เพียงขั้นพันชั่ง ส่วนตัวเขาอยู่ขั้นทะยานนภาระดับสอง จึงยังไม่ถึงกับต้องกลัวหลิวเหวินเยี่ยน
ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ!
ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาของพวกเขามีมากกว่าอีกฝ่ายหลายเท่า ส่วนขั้นหมื่นศิลาขององครักษ์หลงอู่ก็ถูกเจ้าสำนักแซ่เฉินคนนั้นพัวพันไว้ ขณะนี้อีกฝ่ายเพียงอาศัยว่ามีขั้นพันชั่งมากกว่าเล็กน้อย จัดขบวนต่อสู้เพื่อคุ้มครองตัวเองอย่างยากลำบากเท่านั้น
"ฆ่า!"
อู๋เหินระเบิดพลัง ในมือพลันปรากฏมีดสั้นขึ้นมาจากความว่างเปล่า แสงมืดสลัวแผ่ออกจากคมมีด ก่อนมันจะพุ่งฉิวเข้าใส่หลิวเหวินเยี่ยนในพริบตา
"คิดจะประลองการควบคุมระยะไกลกับอารยปราชญ์หรือ?"
หลิวเหวินเยี่ยนเพียงมองเขาเช่นนั้นแล้วหัวเราะ "เดรัจฉานก็คือเดรัจฉาน ไม่มีวันขึ้นสู่ที่สูงได้ ความแข็งแกร่งของอารยปราชญ์ ขยะอย่างแกจะเข้าใจได้อย่างไร!"
"หยุด!"
มีดสั้นที่กำลังพุ่งฉิวพลันหยุดนิ่ง!
"กลับไป!"
ฉึก!
มีดสั้นวกกลับ แหวกอากาศพุ่งใส่อู๋เหิน
อู๋เหินกำลังจะหลบ แสงสีทองเหนือศีรษะของหลิวเหวินเยี่ยนพลันเปล่งประกายเจิดจ้า!
"หยุด!"
คราวนี้สิ่งที่ถูกตรึงไม่ใช่มีดสั้น แต่อู๋เหิน!
อู๋เหินรู้สึกทันทีว่าห้วงอากาศรอบด้านกำลังบีบรัดเข้ามา ตรึงร่างเขาไว้กับที่
"ฝันไปเถอะ!"
อู๋เหินคำรามลั่น โลหิตไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด แสงสีทองปะทุจากดวงตา พลังเลือดลมทั่วร่างระเบิดออก เสียงอากาศแตกระเบิดดังสนั่น ก่อนอู๋เหินจะขยับออกไปได้หนึ่งก้าว
ฉึก!
มีดสั้นที่เดิมเล็งศีรษะของเขาพลันปักเข้าไหล่ โลหิตพุ่งกระฉูด แต่อย่างน้อยเขาก็รอดพ้นเคราะห์ครั้งนี้
"เป็นไปไม่ได้..."
อู๋เหินมีสีหน้าหวาดผวา "เป็นไปไม่ได้ แกเพิ่งก่อรูปเจตจำนง ต่อให้อารยปราชญ์จะแข็งแกร่งกว่าฉันเล็กน้อย ก็ไม่มีทางตรึงฉันไว้ได้!"
สายอารยปราชญ์เดินบนวิถีเจตจำนงก่อรูป ดังนั้นแม้เพิ่งก่อรูปสำเร็จ ก็ยังแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนขั้นทะยานนภาทั่วไป
ผู้ฝึกตนขั้นทะยานนภาสายร่างกายอาจมีพลังเจตจำนงเทียบอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ร่างกายแข็งแกร่งและเลือดลมเปี่ยมล้น อีกฝ่ายจะกักขังเขาได้ง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไร
"นั่นเพราะแกอ่อนแอเกินไป!"
หลิวเหวินเยี่ยนหัวเราะ สีหน้าซีดลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าการโจมตีเมื่อครู่กินพลังไปไม่น้อย
กระนั้นในขณะนี้ เสียงหัวเราะของหลิวเหวินเยี่ยนกลับดังกังวาน
"ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ก็เป็นเพียงกบใต้ก้นบ่อ ยังบังอาจคิดประชันแสงกับตะวันจันทรา!"
"ฆ่า!"
สิ้นเสียงตวาดเบา มีดสั้นที่ปักอยู่บนไหล่อู๋เหินพลันสั่นสะท้าน สีหน้าอู๋เหินเปลี่ยนไป เขาสะบัดมีดสั้นออกแล้วหนีจากจุดเดิมทันที
แต่ปรากฏว่าหลิวเหวินเยี่ยนไม่ได้คิดจัดการเขาเลย
มีดสั้นแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงยิ่ง
ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาหลายคนที่กำลังต่อสู้กับผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมืองและเจ้าสำนักแห่งหอจับลมยังไม่ทันตอบสนอง มีดสั้นก็แทงทะลุศีรษะของคนหนึ่งดังฉึก
คนที่เหลือต่างหวาดกลัวสุดขีด ขณะกำลังจะหลบหนี พลังเจตจำนงของหลิวเหวินเยี่ยนก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของพวกเขาชะงักงัน ยอดฝีมือขั้นหมื่นศิลาระดับเก้าสองคนก็ไม่ยอมน้อยหน้า ดาบและกระบี่ฟาดฟันออกพร้อมกัน สังหารผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์สองคนในพริบตา ขณะเดียวกันมีดสั้นก็แทงทะลุอีกคน
สี่คน!
เพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาสี่คนก็ดับสูญ!
"อู๋เหิน!"
ทางด้านนั้น หญิงวัยกลางคนตวาดลั่น นางที่กำลังพัวพันกับเจ้าเมืองอู๋เหวินไห่กรีดร้องเสียงแหลม "เขาเพิ่งก่อรูปเจตจำนง พลังเจตจำนงมีจำกัด พัวพันเขาเอาไว้! ไอ้สารเลว พัวพันเขาไว้ แกอยากกลับไปถูกแล่เนื้อพันชิ้นหรืออย่างไร?"
หากอู๋เหินไม่หวาดกลัวหลิวเหวินเยี่ยนจนหนีไป หลิวเหวินเยี่ยนจะมีโอกาสสังหารขั้นหมื่นศิลาหลายคนในพริบตาได้อย่างไร
การสูญเสียยอดฝีมือขั้นหมื่นศิลาชั้นสูงสุดพร้อมกันถึงสี่คนถือว่าหนักหนาเกินไป
ทางด้านอู๋เหินสีหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นก็กัดฟัน พุ่งกลับมาสังหารหลิวเหวินเยี่ยนที่ใบหน้าซีดขาวอีกครั้ง
ใช่แล้ว หลิวเหวินเยี่ยนแค่เสแสร้งเท่านั้น
เขาใกล้หมดเรี่ยวแรงแล้ว!
ก่อนหน้านี้เขาตรึงทั้งอาวุธและร่างของอู๋เหินติดต่อกัน ทั้งยังตรึงผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาอีกหลายคน พลังเจตจำนงคงหมดสิ้นแล้ว หลิวเหวินเยี่ยนที่มีร่างกายอยู่เพียงขั้นพันชั่งไม่น่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย!
สีหน้าของหลิวเหวินเยี่ยนซีดขาวจริง เมื่อเห็นอู๋เหินพุ่งกลับมา สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ครู่ต่อมาเขารีบถอยหลัง
อู๋เหินเห็นดังนั้นก็ยินดียิ่ง เขากวักมือเรียกมีดสั้นกลับมา ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ชั่วพริบตาก็แหวกอากาศเข้าประชิด สังหารหลิวเหวินเยี่ยน
หลิวเหวินเยี่ยนยังคงถอย!
เสียงครางสะเทือนดังขึ้น อู๋เหินพุ่งมาถึงแล้ว เขาประชิดตัวหลิวเหวินเยี่ยน ก่อนแทงมีดเข้าใส่กลางหน้าผาก!
"ตายเสียเถอะ!"
อู๋เหินแทงมีดเข้าไปอย่างราบรื่น ไม่รู้สึกถึงแรงต้านแม้แต่น้อย ความยินดีฉายชัดบนใบหน้า
ในขณะนั้นเอง มีคนตวาดลั่นจากด้านหลัง "ไอ้โง่ ถอย!"
เสียงตวาดลั่นปลุกอู๋เหินให้ตื่น
เมื่อครู่ราวกับเขากำลังฝัน พอมองอีกครั้ง หลิวเหวินเยี่ยนที่เขาเพิ่งแทงตายกลับหายไปไร้ร่องรอย มันคือภาพลวงตา!
เจตจำนงแทรกแซงความเป็นจริง!
'เป็นไปไม่ได้ เขาเพิ่งก่อรูปเจตจำนง แล้วเหตุใดจึง...'
ความคิดนี้เพิ่งแวบผ่านสมองของอู๋เหิน เข็มขนาดหนาเท่าแท่งชอล์กก็แทงทะลุจื่อฝู่ของเขาในพริบตา เสียงฉึกดังขึ้น ราวกับลูกโป่งรั่ว พลังปราณในร่างอู๋เหินรั่วไหลออกมาทันที แม้แต่การลอยอยู่กลางอากาศก็ไม่อาจรักษาไว้ได้อีก
"บัดซบ!"
ทางด้านนั้น หญิงวัยกลางคนกับชายชราต่างร้อนรนถึงขีดสุด ไอ้โง่ อู๋เหินไอ้โง่คนนี้มีเจตจำนงอ่อนแอเกินไป ถึงกับถูกหลิวเหวินเยี่ยนแทรกแซงได้
ทวารเทพถูกทำลาย พลังปราณรั่วไหล อู๋เหินจบสิ้นแล้ว!
"ตูม!"
ชายชราซัดฝ่ามือส่งเซี่ยปิงกระเด็นไป ขณะกำลังจะถอนตัวออกจากวงต่อสู้ องครักษ์หลงอู่ขั้นหมื่นศิลาที่เหลืออีกเก้าคนก็สู้สุดชีวิตพุ่งเข้ามา พัวพันเขาไว้อย่างแน่นหนา
"ถอนตัว!"
ชายชราไม่ได้ร้องตะโกน เพียงมองไปทางหญิงวัยกลางคนแล้วส่งสัญญาณด้วยสายตา
ให้คนอื่นอยู่ต้านทานด้านหลัง ส่วนพวกเขาถอนตัว
อู๋เหินจบสิ้นแล้ว!
แม้ฝ่ายตนจะเสียขั้นทะยานนภาไปหนึ่งคน ส่วนอีกฝ่ายมีอารยปราชญ์ที่เจตจำนงก่อรูปเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน พวกเขาก็ไม่ได้จำเป็นต้องพ่ายแพ้ แต่...เหตุใดต้องสู้เอาเป็นเอาตายด้วย?
อย่างมากก็แค่ภารกิจล้มเหลว!
หรือจะต้องเข่นฆ่ากันจนถึงที่สุดจริงๆ?
ทั้งสองเพิ่งตกลงกันได้ ทางด้านนั้นก็มีมีดสั้นปักเพิ่มขึ้นบนศีรษะของอู๋เหิน เป็นมีดสั้นของเขาเอง อู๋เหินเบิกตากว้าง ตายอย่างไม่ยอมหลับตา!
เขาตายแล้ว!
หลิวเหวินเยี่ยนเพิ่งก่อรูปเจตจำนง แต่เขากลับพ่ายแพ้ ถูกอารยปราชญ์ที่มีร่างกายเพียงขั้นพันชั่งสังหาร
ตุบ!
ศพกระแทกพื้น!
หลิวเหวินเยี่ยนร่อนลงพื้น หอบหายใจอย่างหนัก เขามองผู้ฝึกตนขั้นทะยานนภาหลายคนที่ยังต่อสู้กันดุเดือดทางด้านนั้น ก่อนยิ้มบางๆ ไม่ได้สนใจพวกเขา แล้วตวาดว่า "ล้อมสังหารพวกมัน!"
สิ้นเสียง พลังเจตจำนงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
ไม่ไกลออกไป ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาหลายคนที่กำลังจะหลบหนีชะงักไปเล็กน้อย และการหยุดชะงักเพียงชั่วขณะนี้ก็คือความตาย!
จางอวิ๋นกับเจิงฮวาที่สังหารขั้นหมื่นศิลาไปหลายคนต่างก็อยู่ขั้นหมื่นศิลาระดับเก้า เป็นบุคคลระดับสูงของหนานหยวน ฝีมือไม่อ่อนแอ ทั้งสองประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทันทีที่หลิวเหวินเยี่ยนตรึงคนเหล่านั้นไว้ เสียงฉึกก็ดังขึ้นหลายครั้ง ดาบและกระบี่แทงเข้าเนื้อ!
ร่างกายของผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาหลายคนแตกสลาย ต่างร่วงลงพื้นและดับสูญอยู่ตรงนั้น!
ในขณะนี้ สาวกของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ไม่เหลือความกล้าต่อสู้อีกต่อไป!
หากสู้กันจนตัวตาย พวกเขาอาจไม่แพ้
ขั้นหมื่นศิลายังเหลือเกือบยี่สิบคน เจ้าสำนักทั้งสองก็ยังเป็นฝ่ายกดดันองครักษ์หลงอู่กับเจ้าเมือง แม้กำลังรบของพวกเขาจะลดลง แต่ก็ยังพอต่อสู้ได้ ส่วนพลังเจตจำนงของหลิวเหวินเยี่ยนก็มีขีดจำกัด
ทว่าหากเป็นผู้กล้าไม่หวาดหวั่นความตายจริงๆ พวกเขาก็คงไม่ใช่ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์
ยามเป็นฝ่ายได้เปรียบ คนเหล่านี้ยิ่งฆ่ายิ่งห้าวหาญ
แต่ทันทีที่เกิดข้อผิดพลาดและเริ่มเผยเค้าความพ่ายแพ้ พวกเขาก็แตกพ่ายไปเองโดยไม่ต้องถูกโจมตี
"ถอนตัว!"
"หนี!"
"รีบหนีเร็ว!"
สาวกของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์หลายร้อยคนหวาดกลัวสุดขีด ต่างหลบหนีกระจัดกระจาย
แผ่นหลังของพวกเขาเปิดโล่งต่อหน้าเหล่าอาจารย์และกองกำลังรักษาเมือง เพียงชั่วพริบตา สาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์หลายสิบคนก็ถูกสังหารอยู่กับที่
เดิมทีก็สูญเสียไปส่วนหนึ่งแล้ว ชั่วพริบตาเดียว จากสามร้อยคนตายไปเกือบร้อย ส่วนที่เหลืออีกสองร้อยกว่าคนกระจัดกระจายไปทั่วสถาบัน
"หนี!"
ในขณะนี้ เจ้าสำนักทั้งสองก็หมดใจต่อสู้ ภารกิจล้มเหลวแล้ว
ในเมื่อล้มเหลวก็หนี ไม่มีความจำเป็นต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
ส่วนเรื่องเกียรติยศหรือสู้จนตัวตาย อะไรเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง
จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตอีก?
แม้พวกเขาต่างรู้ว่าหลิวเหวินเยี่ยนคงไม่เหลือกำลังต่อสู้แล้ว แต่ที่นี่คือเมืองหนานหยวน หากถูกพัวพันไว้ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องตาย
เจ้าสำนักทั้งสอง คนหนึ่งอยู่ระดับสาม อีกคนอยู่ระดับสี่ ถึงอย่างไรก็แข็งแกร่งกว่าอู๋เหวินไห่และพรรคพวก พวกเขาสู้พลางถอยพลาง มุ่งถอนตัวออกนอกสถาบันอย่างต่อเนื่อง
นอกสถาบัน สาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ที่แตกพ่ายต่างงัดความสามารถของตนออกมา หลบหนีด้วยความเร็วสูง
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ คนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวนอกสถาบัน
มีทั้งคนชรา คนวัยกลางคน และผู้พิการ
"พลธนู ยิง!"
ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งตวาดเบาๆ ครู่ต่อมา ชายชรากว่าสิบคนก็โก่งคันธนูยิงทันที!
ฉึก!
ชั่วพริบตา ศีรษะของสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์กว่าสิบคนก็ระเบิด!
"พลหอก จัดขบวน!"
คนวัยกลางคนและคนชราอีกหลายสิบคนถือหอกเข้าสกัด ก่อนแทงหอกออกไป!
"พลกระบี่ รุกหน้า!"
"ฆ่า!"
เสียงฉึกดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย สาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ที่กำลังหลบหนีแตกพ่ายอย่างสิ้นเชิง บ้างร้องไห้โหยหวน บ้างร้องขอความเมตตา
ชายชราผู้นำกลุ่มเบ้ปากอย่างดูแคลน
แค่นี้ยังกล้ามาอาละวาดในเขตปกครองต้าเซี่ย!
"กองกำลังพลเรือนหนานหยวนมาสนับสนุนแล้ว ฆ่า อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
"ฆ่า!"
กลุ่มคนชราคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้า
ฉึก ฉึก...
ศีรษะร่วงลงพื้นทีละหัว!
เพียงชั่วพริบตา คนอีกหลายสิบคนก็ดับสูญอยู่กับที่
กองกำลังรักษาเมืองที่ไล่ตามมาจากด้านหลังก็พุ่งถึงพร้อมกัน เมื่อถูกขนาบโจมตีสองด้าน ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์จึงแตกพ่ายอย่างสิ้นเชิง!
"ไอ้โง่ ในสนามรบจะถอยได้อย่างไร! ถูกขนาบโจมตีทั้งหน้าและหลัง พวกแกไม่ตายแล้วใครจะตาย!"
ชายชรามีสีหน้าเย็นชา นี่ก็แค่เหตุการณ์เล็กๆ เท่านั้น
การรบของคนไม่กี่ร้อยคน นับเป็นสงครามได้ด้วยหรือ?
ในหมู่ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ มีคนจำชายชราได้ เขาทั้งไม่ยินยอมและไม่อยากเชื่อ ชายชราคนนั้นปกติแม้แต่ขึ้นบันไดยังลำบาก ออกไปซื้อผักก็ต้องหยุดพักหลายครั้ง
ตาแก่แบบนี้กลับนำกลุ่มคนแก่ที่เอาแต่จับกลุ่มคุยโวในสวนสาธารณะมาล้อมสังหารพวกเขา?
"มองอะไร ไม่เคยเห็นคนฆ่ากันหรือ?"
ชายชราตวาดด่า ก่อนคำรามว่า "พลขวานอยู่ไหน? ขว้าง!"
ฟึ่บ!
ขวานผ่าฟืนกว่าสิบเล่มพุ่งฉิวออกไป เสียงฉึกดังถี่ยิบ พวกมันแม่นยำอย่างยิ่ง ผ่าศีรษะกว่าสิบหัวแตกในพริบตา
"เหล่าจาง แกตาบอดหรือ! ขวานเกือบผ่าข้าแล้ว!"
ตาแก่สบถลั่น เมื่อครู่ขวานเล่มหนึ่งเกือบผ่าถูกเขา
ทางด้านหลัง ชายชราหลังค่อมคนหนึ่งตอบอย่างจนใจ "มือมันสั่นนิดหน่อย แก่แล้วไม่เหมือนก่อน แต่มันก็ไม่ได้ผ่าแกตายไม่ใช่หรือ?"
"เลิกพูดไร้สาระ!"
ชายชราคำรามขึ้นอีกครั้ง "พวกหนุ่มๆ ข้างหลังไม่ได้กินข้าวกันมาหรือ? ไม่รู้หรือไงว่าพวกเราไม่มีแรงแล้ว? รีบฆ่าเร็ว หากปล่อยให้หลุดวงล้อมไป พวกข้าวิ่งไม่ไหว ไล่ตามไม่ทันหรอก!"
"ฆ่า!"
เหล่าอาจารย์ กองกำลังรักษาเมือง และคนจากหอจับลมต่างก็ฆ่าจนตาแดง!
ขายหน้าจริงๆ ขายหน้าเกินไปแล้ว!
คนหลายร้อยที่กำลังหลบหนีถูกตาแก่กลุ่มนี้ซึ่งวิ่งแทบไม่ไหวฆ่าไปเกือบร้อยในชั่วพริบตา หากพวกเขายังไม่ฆ่าเพิ่มอีกสักหลายคน ก็คงไม่มีหน้าไปพบใครแล้ว
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างราบรื่น คนเหล่านี้ไร้ระเบียบวินัยโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ยิ่งขวัญหนีดีฝ่อ เมื่อคนหลายร้อยเข้าล้อมสังหารพวกเขา ไม่นานก็แทบไม่เห็นผู้รอดชีวิตจากลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์
ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาที่เหลือเพียงไม่กี่คนยังคงฝ่าวงล้อมอย่างดุเดือด แต่ความตายก็เป็นเพียงเรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้น
ในขณะนี้ การต่อสู้ภายในสถาบันที่ดุเดือดที่สุดยังคงเป็นสมรภูมิของขั้นทะยานนภาสองแห่ง
ทั้งสองคนสู้กันออกมานอกสถาบันแล้ว ขณะนี้ไม่เหลือความคิดสู้ตายแม้แต่น้อย มุ่งแต่จะหลบหนี
เมื่อเห็นว่าความหวังในการล้อมสังหารขั้นทะยานนภาทั้งสองมีไม่มาก เซี่ยปิงพลันตวาดลั่น "ปล่อยเขาไป ล้อมสังหารผู้หญิงคนนั้น!"
สิ้นเสียง องครักษ์หลงอู่สิบคนก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ละทิ้งชายชราในทันที แล้วพุ่งล้อมสังหารหญิงวัยกลางคนในพริบตา
"เจ้าสำนักเฉิน!"
หญิงวัยกลางคนกรีดร้องเสียงแหลม แต่เจ้าสำนักเฉินไม่แม้แต่จะหันมามอง เขาเร่งความเร็ว ทะยานขึ้นฟ้า แหวกอากาศหลบหนีไปทันที
ขอเพียงตัวเองไม่ตาย เขาจะยังสนใจคนอื่นได้อย่างไร
แทบจะในพริบตา ชายชราแหวกอากาศไปไกลหลายร้อยเมตร หลุดพ้นจากวงต่อสู้ ดวงตาเผยความยินดีที่รอดพ้นหายนะ
เมื่อกองทัพพ่ายแพ้ ทุกอย่างก็พังทลายราวภูเขาถล่ม!
เมื่อครู่พวกเขายังเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทว่าชั่วขณะที่เลือกหลบหนี กลับล้มตายแทบหมดสิ้น ทำให้ชายชราไม่คิดจะหยุดอยู่อีก เขตปกครองต้าเซี่ยมีผู้คนดุดันสมคำร่ำลือ เขาคาดไม่ถึงว่ากลุ่มทหารปลดประจำการที่พิการเหล่านั้นจะระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมาได้ถึงเพียงนี้
ในกลุ่มทหารผ่านศึกเหล่านั้น บางคนยังอยู่เพียงขั้นพันชั่งระดับกลาง ทั้งร่างกายก็เสื่อมถอยแล้ว แต่เมื่อจัดขบวนรบ กลับสังหารขั้นพันชั่งระดับสูงไปมากมายในชั่วพริบตา
นี่คือจุดแข็งของเผ่ามนุษย์ คำสั่งเป็นคำขาด ขบวนทัพเคร่งครัด
ชายชรายินดียิ่งที่หญิงวัยกลางคนรับคมหอกแทนเขา
นางต้องตายแน่!
เขาไม่มีเวลาคิดมาก ก้มหน้าหลบหนีโดยไม่สนว่าพลังปราณจะสิ้นเปลือง เหยียบอากาศมุ่งไปข้างหน้า
หากวิ่งบนพื้นย่อมถูกขวางไว้ได้ง่ายเกินไป
แต่เมื่ออยู่กลางอากาศ เป้าหมายก็เด่นชัดเช่นกัน
ขณะที่ชายชรากำลังยินดี เบื้องหน้าก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
"โชคไม่เลว จับได้หนึ่งคน!"
ชายหนุ่มหัวเราะ สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไป "แก..."
"ไป๋เฟิง ผู้ช่วยนักวิจัยแห่งสถาบันอารยธรรมต้าเซี่ย แต้มผลงานอยู่ในมือแล้ว!"
สิ้นเสียงหัวเราะแผ่วเบา พลังปราณของชายชราพลันกระจัดกระจาย ใบหน้าซีดเผือด "แก...สลายพลังปราณของฉัน..."
"ใช่แล้ว ง่ายจะตายไป!"
ไป๋เฟิงยิ้มพลางกล่าว "ลัทธิเทพยิงฟ้าฝึกเคล็ดเทพอี้เป็นหลัก แต่มันก็เป็นเพียงวิชาขยะ มีช่องโหว่มากเกินไป เป็นแค่วิชาฝึกตนที่เผ่าเทพยิงฟ้าสร้างขึ้นมาหลอกพวกแกเท่านั้น การทำให้พลังปราณของแกย้อนทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องง่ายเหลือเกิน..."
"คุยต่อไม่ได้แล้ว ฉันยังมีธุระ แกไปตายเสียเถอะ ขอบใจสำหรับแต้มผลงาน!"
ไป๋เฟิงหัวเราะอีกครั้ง เขาไม่ได้ขยับเข้าใกล้ พลังเจตจำนงกลับปะทุออกมา ทำลายทวารทั้งเก้าของชายชราในพริบตา พลังปราณสลายสิ้นและย้อนทำร้ายร่าง ไม่นานกลิ่นอายชีวิตของชายชราก็ดับสูญ
"ได้กำไรแล้ว!"
ไป๋เฟิงหัวเราะพลางยื่นมือกวัก สิ่งของบนตัวชายชราลอยมาหา ก่อนถูกเขาเก็บเข้ากระเป๋า
"แต้มผลงานที่ได้มาเปล่าๆ ฉันชอบนัก ขั้นทะยานนภาระดับสี่ก็ถือว่าไม่น้อย"
ขณะพูด ไป๋เฟิงเห็นองครักษ์หลงอู่กับเจ้าเมืองอู๋เหวินไห่และคนอื่นๆ ต่อสู้มาทางนี้ จึงรีบถาม "ต้องการให้ช่วยไหม?"
หัวหน้าสิบคนแห่งองครักษ์หลงอู่ตวาดอย่างเดือดดาล "ไสหัวไป! ไป๋เฟิง แกหลบซ่อนตัวไม่ยอมออกมาตลอด ตอนนี้ถึงมาชุบมือเปิบหรือ?"
"อย่าใส่ร้ายกันสิ!"
ไป๋เฟิงกล่าวอย่างน้อยใจ "ฉันเพิ่งมาถึงจริงๆ คนขององครักษ์หลงอู่นี่อารมณ์ร้ายเสียจริง! นักวิจัยผู้สง่างามอย่างฉันจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร..."
ระหว่างพูด เขามองหลิวเหวินเยี่ยนที่ไล่ตามมา ก่อนยิ้มกว้าง "ยินดีกับศิษย์ลุงหลิวที่เลื่อนขั้น!"
หลิวเหวินเยี่ยนปรายตามองเขา สีหน้าไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย
"ฉันไม่ใช่ศิษย์ลุงของนาย อย่ามานับญาติมั่วซั่ว!"
"ศิษย์ลุง ก่อนมาที่นี่อาจารย์กำชับผมว่า..."
"ไสหัวไป!"
หลิวเหวินเยี่ยนไม่เกรงใจเขาเช่นกัน ใบหน้าดำคล้ำ เขาไม่ชอบเจ้าหมอนี่
ไป๋เฟิงถอนหายใจ 'ฉันไปหาเรื่องใครเข้า?'
'ฉันเพิ่งมาถึงจริงๆ แถมยังช่วยพวกคุณฆ่าขั้นทะยานนภาระดับสี่ไปคนหนึ่ง พวกคุณปฏิบัติต่อฉันแบบนี้หรือ?'
ไป๋เฟิงไม่พูดอะไรอีก เขาร่อนลงไปด้านข้าง ไม่สนใจการต่อสู้ทางนั้น หากองครักษ์หลงอู่ร่วมมือกับเจ้าเมืองแล้วยังล้อมสังหารขั้นทะยานนภาระดับสามไม่ได้ ก็ควรตายจริงๆ
"ศิษย์ลุง..."
ไป๋เฟิงเพิ่งจะเอ่ยปาก หลิวเหวินเยี่ยนก็ตวาดอย่างฉุนเฉียว "ใครเป็นศิษย์ลุงของนาย!"
"แค่กๆ อาจารย์หลิว อาจารย์หลิว!"
ไป๋เฟิงกระแอมเบาๆ แล้วกล่าวยิ้มๆ "อาจารย์หลิว ทางสถาบันได้รับคำขอความช่วยเหลือจากคุณก็ส่งผมมาทันที อาจารย์เป็นห่วงคุณมาก..."
หลิวเหวินเยี่ยนกล่าวอย่างหงุดหงิด "ฉันไม่ต้องให้เขามาห่วง! ฉันอยู่ดีมาก ส่วนนายก็มาช้าเสียด้วย นายอยากให้ฉันติดหนี้บุญคุณเขาหรือ? นี่เป็นงานส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว จะนับเป็นบุญคุณอะไรได้!"
"ใช่ๆๆ ผู้อาวุโสพูดไม่ผิดเลย"
ไป๋เฟิงไม่ถือสา ยิ้มพลางกล่าว "ศิษย์...อาจารย์หลิว ทางสถาบันสูญเสียมากไหม?"
หลิวเหวินเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้านหลัง ผู้อำนวยการชราหอบหายใจตามมา สีหน้าเศร้าสลดอยู่บ้าง ก่อนตอบอย่างรวดเร็ว "อาจารย์เสียชีวิตห้าคน กองกำลังรักษาเมืองกับหอจับลมเสียชีวิตสิบกว่าคน ส่วนนักเรียน...คนที่อยู่ในห้องเรียนปลอดภัยดี แต่คนที่อยู่ข้างนอกเกรงว่าจะเสียชีวิตสิบกว่าคน..."
เมื่อนับรวมกัน การต่อสู้ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเกือบสามสิบคน
สีหน้าหลิวเหวินเยี่ยนไม่น่าดู ไป๋เฟิงเองก็เลิกยิ้ม กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน "ผมรีบมาเร็วมากจริงๆ เดินทางโดยไม่หยุดพักเลย ผู้อำนวยการหวัง ศิษย์ลุง ขอโทษครับ ผมนึกว่าจะมาทัน..."
"ฮึ!"
หลิวเหวินเยี่ยนคร้านจะสนใจเขา ส่วนผู้อำนวยการไม่ได้กล่าวโทษ เพียงเอ่ยว่า "แค่นี้ก็ดีมากแล้ว นายรั้งขั้นทะยานนภาคนนั้นไว้ได้ นั่นก็คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด"
ส่วนเรื่องที่มีคนตาย...มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์มีพลังรบไม่อ่อนแอ ครั้งนี้ยังส่งคนมามากมาย แม้ฝ่ายตนจะเสียชีวิตสามสิบคน แต่ก็กวาดล้างสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ทั้งหมด หากอยู่ในสนามรบ นี่ก็นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่
...
"แข็งแกร่งเหลือเกิน!"
ในขณะนี้ ซูอวี่กับเฉินฮ่าวก็เข้ามาใกล้ประตูสถาบัน และได้เห็นการต่อสู้ก่อนหน้านี้
ซูอวี่ตกตะลึงอยู่บ้าง ชายหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งเหลือเกิน
ก่อนหน้านี้องครักษ์หลงอู่ล้อมสังหารเจ้าสำนักเฉินอยู่นาน ไม่เพียงจัดการอีกฝ่ายไม่ได้ ยังเกือบมีคนเสียชีวิต แต่เจ้าสำนักเฉินกลับถูกเจ้าหมอนี่ที่ชื่อไป๋เฟิงสังหารอย่างง่ายดาย คนคนนี้มีพลังระดับใดกัน?
"เขาเป็นคนของสถาบันอารยธรรมหรือ?"
ซูอวี่อดมองหลิวเหวินเยี่ยนที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้ อาจารย์ไม่ได้หลอกเขาจริงๆ คนที่สถาบันอารยธรรมส่งออกมาสุ่มๆ คนหนึ่งกลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
ขั้นทะยานนภาระดับสี่ คิดจะฆ่าก็ฆ่าได้ทันที!
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเจตจำนงของอาจารย์ก่อรูป ก็สังหารขั้นหมื่นศิลาหลายคนกับยอดฝีมือขั้นทะยานนภาระดับสองอีกหนึ่งคนในพริบตา ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไป!
"นี่คือพลังของสถาบันอารยธรรม พลังแห่งเจตจำนงอย่างนั้นหรือ?"
เขาตกตะลึง ส่วนเฉินฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ก็ตาค้าง "อาอวี่ ขั้นทะยานนภาแข็งแกร่งมากไม่ใช่หรือ? ทำไมฉันรู้สึกว่า...เหมือนทำจากกระดาษเลย!"
หลิวเหวินเยี่ยนฆ่าอู๋เหินเช่นนี้ ไป๋เฟิงฆ่าเจ้าสำนักเฉินก็เช่นเดียวกัน
รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ!
แทบจะเพียงชั่วพริบตา ขั้นทะยานนภาสองคนก็ตายแล้ว
"ไม่รู้สิ..."
ซูอวี่สะเทือนใจเช่นกัน พ่อของเขาอยู่ขั้นพันชั่งระดับเก้า เขาเคยคิดมาตลอดว่าพ่อของตนเก่งกาจไม่น้อย แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบตอนนี้...พ่ออ่อนแอจริงๆ!
วันนี้แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นหมื่นศิลาก็ตายไปหลายสิบคนแล้ว!
ด้วยฝีมืออย่างพ่อยังจะไปต่อสู้ในสนามรบพหุภพอีก ไม่กลัวตายจริงๆ!
ขณะกำลังคิด เสียงกรีดร้องแหลมบาดหูก็ดังขึ้น หญิงวัยกลางคนถูกเซี่ยปิงฟันศีรษะแยกเป็นสองซีก เสียชีวิตทันที!
การรุกรานของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ถูกบดขยี้แล้ว
พ่ายยับทั้งกอง!
กองกำลังชั้นยอดหลายร้อยคนไม่มีผู้ใดรอดชีวิต ทั้งหมดตายอยู่ที่หนานหยวน
และในวันนี้ ซูอวี่สังหารผู้ฝึกตนขั้นพันชั่งระดับสูงไปสองคน ทั้งยังได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของสถาบันอารยธรรม
ขณะนี้ ในใจเขามองว่าสถาบันอารยธรรมนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว ส่งใครออกมาสุ่มๆ ก็เป็นขั้นทะยานนภา ฆ่าขั้นทะยานนภาง่ายดายดุจบี้มด ส่วนอาจารย์หลิว...เกรงว่าคงเป็นคนที่ตกต่ำที่สุดจริงๆ
เขาไม่รู้เลยว่า คำว่า "ผู้ช่วยนักวิจัย" ของไป๋เฟิงนั้นหมายถึงอะไรกันแน่







