การลงทุนของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในบริษัททั้ง 18 แห่งนี้ใช้เงินไปทั้งหมด 11,096 ล้านหยวน โดยพื้นฐานแล้วบริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นหุ้นกระทิงตัวใหญ่ที่จะเติบโตเป็นสิบเท่าในอนาคต และตอนนี้พวกมันก็ยังอยู่ในช่วงเติบโต
ลู่หมิงมีความได้เปรียบโดยกำเนิดในด้านการรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว การลงทุนที่แม่นยำของเขาจึงไร้ที่ติ และบนพื้นฐานนี้ ลู่หมิงก็มั่นใจว่าภายใต้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของเทียนเซิ่งแคปปิตอล การเติบโตในอนาคตของบริษัทเหล่านี้จะต้องไปได้ไกลกว่าชาติก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการเปิดพื้นที่ขาขึ้นให้กว้างขึ้นไปอีก
ในบรรดาบริษัททั้ง 18 แห่งนี้ อนาคตจะมีบริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับแสนล้านเกิดขึ้นมากมาย แม้แต่ฮุ่ยติ่งเคอจี้ที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ในท้ายที่สุด ก็ยังเคยเป็นตัวท็อปในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ระดับแสนล้านที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นรวมกันถึง 16 เท่าในช่วงเวลาเพียงสามปีกว่าหลังเข้าตลาด
ส่วนเรื่องที่ฮุ่ยติ่งเคอจี้ทำผลงานได้ย่ำแย่ในภายหลังนั้น โดยพื้นฐานแล้วเทียนเซิ่งแคปปิตอลจะถอนตัวออกมาก่อนที่มันจะร่วงลงพอดี ซึ่งเป็นจังหวะที่หุ้นติดไซเลนต์พีเรียดได้รับการปลดล็อคทั้งหมด จึงสามารถขายได้ราคาดี และผลตอบแทนสิบเท่าก็ถือเป็นขั้นต่ำสุดแล้ว
ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การลงทุนในบริษัทใหญ่อีกสามแห่งที่กำลังดำเนินการอยู่อย่างมั่นคงนั้นมีขนาดใหญ่กว่ามาก
สำหรับการลงทุนในหนิงเต๋อฉือไต้ ปัจจุบันข้อตกลงเบื้องต้นที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลและบริษัทดังกล่าวบรรลุร่วมกันคือ จะลงทุน 13,500 ล้านหยวน ซึ่งประเมินมูลค่าบริษัทหลังการลงทุนไว้ที่ 45,000 ล้านหยวน และโอนหุ้น 30% ให้กับเทียนเซิ่งแคปปิตอล
ตัวเลขนี้สูงกว่ายอดเงินลงทุนรวมของบริษัททั้ง 18 แห่งก่อนหน้านี้โดยตรง และยังมากกว่าถึงประมาณ 2,400 ล้านหยวน
ส่วนการเจรจาลงทุนกับม่ายรุ่ยอีเลียวนั้น จำนวนเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องยิ่งน่าตกใจกว่า โดยเตรียมจะลงทุน 17,500 ล้านหยวน ประเมินมูลค่าหลังการลงทุนไว้ที่ 50,000 ล้านหยวน และถือหุ้นในสัดส่วน 35%
จำนวนเงินลงทุนในเหยาหมิงคังเต๋อก็เป็นตัวเลขมหาศาลเช่นกัน โดยจำนวนเงินที่เตรียมลงทุนสูงถึง 3,600 ล้านหยวน ประเมินมูลค่าหลังการลงทุนไว้ที่ 18,000 ล้านหยวน และโอนหุ้น 20% ให้กับเทียนเซิ่งแคปปิตอล
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องยาและอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงเหิงรุ่ยอีเย่า นี่คือหนึ่งในสินทรัพย์หลักที่มีคุณภาพสูงสุดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ เทียบเท่ากับไฟเซอร์ เมดโทรนิค และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันของจีนแผ่นดินใหญ่ ตลาดในประเทศและตรรกะของแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุในอนาคตนั้นชัดเจนอยู่แล้ว อนาคตข้างหน้าจึงมีพื้นที่จินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด
บริษัทแบบนี้ต่อให้ต้องเผชิญกับหงส์ดำจนร่วงลงมา หรือแม้กระทั่งถูกหั่นครึ่งราคา ในฐานะผู้นำของวงการ ถึงจะร่วงลงไปก็ยังสามารถกลับมาและทำจุดสูงสุดใหม่ได้
ส่วนหนิงเต๋อฉือไตะนั้น พลังงานใหม่คือแนวโน้มใหญ่ในอนาคต รถยนต์พลังงานใหม่ถูกปั่นกระแสมาตั้งแต่สิบปีก่อน และอีกสิบปีข้างหน้าก็จะถูกปั่นกระแสต่อไป สิ่งที่ถูกปั่นก็คือพื้นที่จินตนาการอันหาที่เปรียบไม่ได้ของมัน
เกมของตลาดทุน สิ่งที่ปั่นกันก็คือความคาดหวัง
การลงทุนที่มีความเสี่ยงในตลาดแรกของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในปีนี้ คาดว่าจะลงทุนในบริษัททั้ง 21 แห่งนี้รวมทั้งหมด 45,700 ล้านหยวน หลังจากนี้ก็แทบจะไม่ลงทุนเพิ่มในบริษัทเหล่านี้อีกแล้ว เพราะถ้าลงทุนเพิ่มก็เท่ากับเป็นการเข้าซื้อกิจการบริษัทเหล่านี้ สิ่งที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลต้องทำต่อไปก็คือการผลักดันให้บริษัทเหล่านี้ดำเนินการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
สภาพคล่องกว่า 400,000 ล้านหยวนของบริษัท ลู่หมิงเผาผลาญไปกว่า 150,000 ล้านหยวนในเวลาเพียงหนึ่งถึงสองเดือน ความเร็วในการเผาเงินนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ถึงกระนั้น บริษัทก็ยังมีสภาพคล่องอยู่ในมืออีกถึง 250,000 ล้านหยวน
การใช้เงินก็เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อยเหมือนกัน
……
ตั้งแต่เข้าสู่เดือนกรกฎาคม ตลาดทุนในประเทศก็คึกคักเป็นอย่างมาก ช่วงต้นเดือนกลุ่มอุตสาหกรรมคอนเซปต์การเข้าถือหุ้นใหญ่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่หลังจากที่หุ้นอีลี่กลับมาซื้อขายอีกครั้ง กลุ่มอุตสาหกรรมคอนเซปต์การเข้าถือหุ้นใหญ่ก็แทบจะดับวูบลง หุ้นที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ถูกปั่นด้วยอารมณ์ขึ้นไปอย่างไรก็ร่วงลงมาอย่างนั้น
แต่ตลาดทุนโดยรวมกลับกำลังทะลุแนวต้านพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่งขึ้นกว่า 50 จุด อัตราการเพิ่มขึ้นตลอดทั้งวันพุ่งสูงถึง +1.82% ปิดด้วยแท่งเทียนบวกที่ไม่มีไส้เทียนด้านบน ดัชนีมาอยู่ที่ 3,049 จุด มีท่าทีว่าจะทะลุแนวต้านจุดสูงสุดเดิมในเดือนเมษายนที่ 3,097 จุด
วันอังคารยังคงเป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง จำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในทั้งสองตลาดมีมากกว่า 1,900 ตัว หุ้นบลูชิพชั้นหนึ่งและชั้นสองที่เป็นหุ้นที่มีน้ำหนักมากล้วนปรับตัวขึ้นได้ดีมาก โดยเฉพาะหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีที่ตอนนี้นักลงทุนรายย่อยเรียกติดตลกว่า "ดัชนีเทียนเซิ่ง 150" ล้วนปรับตัวขึ้นได้ดีมาก เห็นผลกำไรได้อย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่า ในรอบการทำกำไรจากดัชนีตั้งแต่เพิ่งเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังนี้ ตลาดส่วนใหญ่ต่างจับจ้องไปที่สภาพคล่องกว่า 300,000 ล้านหยวนในมือของเทียนเซิ่งแคปปิตอล โดยคิดว่าลู่หมิงไม่มีทางที่จะกำเงินจำนวนมากขนาดนี้ไว้โดยไม่เข้าตลาดตลอดไปหรอกใช่ไหม? ในเมื่อคุณหงายไพ่มาแล้ว งั้นฉันก็จะดึง "เทียนเซิ่ง 150" ของคุณขึ้นมาก่อน รอคุณมารับช่วงต่อ แล้วฉันก็จะทำกำไรชิ่งหนีไป
ช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน
ล้วนแต่คิดจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากอี้เกอกันทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ
ช่วงเวลานี้ แนวโน้มของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็ดีมากเช่นกัน หลังจากที่แท่งเทียนบวกขนาดกลางรายสัปดาห์แท่งแรกทะลุแนวต้านจุดสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ไปได้ ก็เผชิญกับการปรับฐานนานสามสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้หลุดแนวรับ
พอถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายน เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็ปรับฐานเสร็จสิ้น แท่งเทียนบวกรายสัปดาห์หนึ่งแท่งกลืนกินแท่งเทียนลบรายสัปดาห์สามแท่งก่อนหน้าและทะลุแนวต้านไปได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็เป็นแนวโน้มการขึ้นต่อเนื่องอย่างมั่นคงติดต่อกันสามสัปดาห์
ราคาของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ราคาหุ้นแตะระดับที่ 7,297.53 หยวน ยืนหยัดเหนือแนวรับตัวเลขกลมๆ ที่ 7,000 หยวนได้อย่างสำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นการทะลุแนวต้านที่น่าตื่นเต้น ห่างจากจุดสูงสุดของวันแรกที่กลับมาซื้อขายอีกครั้งเพียงแค่ต้องปรับตัวขึ้นอีกห้าถึงหกเปอร์เซ็นต์ก็จะสามารถทะลุแนวต้านจุดสูงสุดของวันแรกที่กลับมาซื้อขายและทำจุดสูงสุดใหม่ได้แล้ว
เมื่อราคาหุ้นของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์สามารถทะลุแนวต้าน 7,000 หยวนไปได้สำเร็จ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
……
15 กรกฎาคม
ในกลุ่มวีแชทกลุ่มหนึ่งของประเทศ ซึ่งก็คือกลุ่มที่เหล่าหยางสายวีไอพาสมาชิก 25 คนเล่นหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์นั่นเอง
สมาชิกกลุ่ม: "ปิดตลาดแล้ว ราคาหุ้นของเทียนเซิ่งปิดที่ 7,255.87 หยวน เหล่าหยาง ฉันหลุดดอยแล้ว ฮ่าๆ!"
สมาชิกกลุ่ม: "ของฉันก็กลับมาบวกแล้ว ไม่เพียงแต่หลุดดอยแต่ยังกลับมาบวกได้กำไรนิดหน่อย 1 เปอร์เซ็นต์ ทุนฉัน 7,180!"
สมาชิกกลุ่ม: "เทียนเซิ่งดันขึ้นมาถึง 7,200 กว่าหยวนอย่างเงียบๆ ซะงั้น แอบขึ้นไปดื้อๆ เลย"
สมาชิกกลุ่ม: "ตามครูหยางถัวเฉลี่ยที่จุดต่ำสุด วันนี้หลังจากทำ T ออกมาแล้ว ต้นทุนก็ลดลงมาเหลือ 5,782 หยวน ตอนนี้กำไร +25.5% เทียนเซิ่งสุดยอด เหล่าหยางสุดยอด!"
สมาชิกกลุ่ม: "66666 พี่ชายใช้ได้เลย"
สมาชิกกลุ่ม: "ซื้อสวนที่ 4,398.56 นี่ฟินสุดๆ ไปเลย คิดตามราคาปิดวันนี้ได้กำไรตั้ง +65% ใครซื้อสวนที่จุดต่ำสุดนี้ได้ต้องฟินสุดๆ แน่นอน"
สมาชิกกลุ่ม: "แม่งเอ๊ย การกระทำโง่ๆ ก่อนหน้านี้ทำให้ต้นทุนพุ่งไปถึง 8,000 กว่าหยวน เฮ้อ ถ้าอยู่นิ่งๆ ป่านนี้ก็หลุดดอยไปแล้ว"
สมาชิกกลุ่ม: "@ไม่ได้ใส่ก็โดนอีกแล้ว โชคดีที่ตามกลับมาได้ ไม่งั้นคงโมโหแทบระเบิด ตอนนี้ถือว่าผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้แล้ว ทนทุกข์ทรมานมาสามเดือนเต็มๆ ต้องอกสั่นขวัญแขวนทุกวัน ขนาดฝันยังฝันว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์กลายเป็นปิโตรเลียมจีนแห่งที่สอง โคตรบัดซบเลย"
เหล่าหยาง: "@ไม่ได้ใส่ก็โดนอีกแล้ว ถือไว้ให้ดี ถือให้มั่น ถือไว้อย่างแน่วแน่ หุ้นที่ไม่ค่อยมีนักลงทุนรายย่อยทั่วไปมักจะไม่ได้แย่อะไรนักหรอก หุ้นเทียนเซิ่งตัวนี้ฉันมองในแง่ดีมากๆ พูดมาหลายรอบแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะเริ่มเข้าสู่แนวโน้มการขึ้นต่อเนื่องแล้ว"
สมาชิกกลุ่ม: "รอบนี้ต้องกดไลก์ให้ครูหยางสักหน่อยแล้ว ต้องให้ 6 สัก 66 ตัวถึงจะพอ"
สมาชิกกลุ่ม: "ขอบคุณเหล่าหยางที่คอยให้กำลังใจและสร้างความมั่นใจให้พวกเราอย่างต่อเนื่อง ไม่งั้นก็ไม่แน่ว่าจะทนกับหุ้นที่เอาแต่แกว่งตัวไปมาของเทียนเซิ่งได้"
สมาชิกกลุ่ม: "หุ้นที่ไม่มีนักลงทุนรายย่อย... โคตรเรียลเลย ฮ่าๆ!"
เหล่าหยาง: "หุ้นตัวนี้ตอนนี้ฉันมีสถานะอยู่ 8 ส่วน สถานะที่ถัวเฉลี่ยเพิ่มก็ไม่คิดจะทำ T ออกมา และตั้งใจจะถือยาว สถาบันไม่ออกฉันก็ไม่ออก สถานะอีก 2 ส่วนที่เหลือเอาไว้เล่นหุ้นซิลลิ่ง ทำกำไรกับหุ้นกระแสเล่นๆ ได้"
สมาชิกกลุ่ม: "ตามจังหวะครูหยางไปติดๆ!"
เหล่าหยาง: "แต่ว่า การอยากทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจากหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ตัวนี้นั้น ต้องใช้เวลาสร้างผลตอบแทนทบต้น ทุกคนต้องเตรียมใจไว้ให้ดีว่าอย่าหวังให้มันขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น"
เหล่าหยาง: "ตอนนี้เทียนเซิ่งคือผู้นำของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ เป็นตัวถ่วงน้ำหนักระดับฐานรากของกลุ่มอุตสาหกรรม มูลค่าตลาดรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ที่ 2.58 ล้านล้านหยวน แค่เทียนเซิ่งบริษัทเดียวก็ปาเข้าไป 580,000 กว่าล้านหยวนแล้ว คิดเป็นสัดส่วนน้ำหนักประมาณ 22.5% ของกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีคำกล่าวที่เรียกว่า 'ดัชนีเทียนเซิ่ง 150' โผล่ออกมา ทำให้เทียนเซิ่งกลายเป็นผู้นำที่พิเศษสุดๆ ของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์"
เหล่าหยาง: "ถ้าเทียนเซิ่งไปได้สวย นั่นก็แสดงว่าหุ้นส่วนประกอบของเทียนเซิ่ง 150 เหล่านั้นไปได้สวย และหุ้น 150 ตัวนี้ก็คือผู้นำขององค์กรชั้นนำต่างๆ ในตลาดหุ้น A-Share อย่างน้อยก็เป็นหุ้นบลูชิพชั้นสอง บวกกับตรรกะที่ลู่หมิงมองในแง่ดี นั่นก็หมายความว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์กับหุ้น 150 ตัวที่เทียนเซิ่งทุ่มเงินลงทุนหลักแสนล้านนี้นั้นสอดประสานซึ่งกันและกัน"
เหล่าหยาง: "พวกเราต่างก็รู้กันดีว่า ตลาดมีฉันทามติอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือเมื่อมีแนวโน้มใหญ่หรือตลาดกระทิงมาเยือน หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์มักจะทะยานขึ้นก่อน หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์คือเครื่องยนต์ของตลาดกระทิง ดังนั้นในฐานะผู้นำที่พิเศษสุดๆ ของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์จึงเป็นชนวนจุดไฟ"
เหล่าหยาง: "ช่วงนี้ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากในการศึกษาเทียนเซิ่งจนได้ข้อสรุปว่า ทันทีที่เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เกิดแท่งเทียนบวกขนาดใหญ่ระดับรายวัน อย่างเช่นพุ่งขึ้น 7-8 เปอร์เซ็นต์ หรือแม้กระทั่งพุ่งชนซิลลิ่ง ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของแนวโน้มใหญ่"
สมาชิกกลุ่ม: "ขอบคุณครูหยางที่แบ่งปัน จำไว้แล้ว ถ้าเทียนเซิ่งเกิดการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ระดับรายวันหรือพุ่งชนซิลลิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ"
สมาชิกกลุ่ม: "เชี่ย นี่ไม่ได้หมายความว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เป็นเหมือนหัวใจสำคัญของตลาดหุ้น A-Share ทั้งตลาดเลยเหรอ?"
เหล่าหยางสายวีไอ: "อย่างน้อยฉันก็คิดแบบนั้น ในอนาคตเมื่อหุ้นหมุนเวียนของเทียนเซิ่งขยายตัวขึ้น สถานะในตลาดหุ้น A-Share จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ว่ากันตามเหตุผลแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ต้องดูสีหน้าของเทียนเซิ่ง หากแนวโน้มจะเริ่มต้น หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์พยายามดึงราคาขึ้นไปอย่างบ้าคลั่งก็เปล่าประโยชน์ เทียนเซิ่งทุบกลับลงมาห้าหกเปอร์เซ็นต์ ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมก็ลุกไม่ขึ้นแล้ว หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ลุกไม่ขึ้น ตลาดก็จะไม่ยอมรับว่าตลาดกระทิงกำลังจะมา ในทางกลับกัน ถ้าเทียนเซิ่งดึงแท่งเทียนบวกขนาดใหญ่ออกมา หรือแม้กระทั่งพุ่งชนซิลลิ่ง ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์จะต้องคลั่งอย่างแน่นอน"
สมาชิกกลุ่ม: "ได้ความรู้แล้ว ได้ความรู้แล้ว!"
……







