ซูอันอิงคลอดลูกสาวอย่างปลอดภัย ทำให้ทุกคนในครอบครัวดีใจกันมาก ตอนเที่ยง สวี่ซือฉินก็มาส่งข้าวพร้อมกับพาเจ้าหนูสวี่ไห่หยวนมาด้วย
แม้สวี่ไห่หยวนจะซนมากในเวลาปกติ แต่พอได้เจอน้องสาวก็นิ่งเชียว เขาเดินเข้าไปหอมแก้มน้องสาว แล้วก็เฝ้ามองอยู่อย่างหลงใหล เหมือนชอบน้องสาวเข้าอย่างจัง
“หยวนหยวน นี่คือน้องสาวของลูกนะ โตขึ้นลูกต้องดูแลน้องให้ดี รักน้อง ปกป้องน้อง รู้ไหม?”
พ่อจอมวางแผนเริ่มสั่งสอนลูกชายแต่เด็ก
เจ้าตัวเล็กสวี่ไห่หยวนไม่เข้าใจว่าพ่อหมายความว่ายังไง ก็เลยเอียงคอคิดอยู่พักนึง แล้วหันไปมองน้องสาวที่นอนเงียบอยู่บนเตียง ก่อนจะยิ้มออกมา
“อืม น้องสาวน่ารัก จะรักน้อง”
สวี่ไห่หยวนอายุแค่ขวบครึ่ง เคยเห็นแต่น้องชายบ้านลุงสี่ที่ทั้งซนทั้งขี้แย แต่พอมาเจอน้องสาวที่ไม่ร้องไม่งอแง แถมนอนนิ่ง ๆ แบบนี้ ก็เลยหลงรักน้องสาวทันที รู้สึกว่าน้องสาวน่ารักกว่าตั้งเยอะ
หลังจากช่วยซูอันอิงกินข้าวเที่ยงเสร็จ พอเห็นว่าสวี่ซือฉินกับสวี่ไห่หยวนอยู่ด้วยกันแล้ว สวี่ซือเยี่ยนก็รีบไปที่สำนักงานตำบล
เขาไปขอยืมโทรศัพท์ของที่ว่าการตำบล แล้วโทรไปที่สำนักงานตำบลด้ายอิง ให้คนช่วยส่งข่าวไปบอกซูเหวยจง
ส่วนพ่อของเขา สวี่เฉิงโฮ่ว ตอนนี้อยู่บนเขา ไม่ต้องไปแจ้งข่าวอะไร รีบกลับมาดูแลภรรยาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
พอกลับมาถึงโรงพยาบาล ก็เห็นสวี่ซือฉินบอกว่า เพิ่งมีคนส่งหญิงคลอดก่อนกำหนดมาอีกคนหนึ่ง ทารกในครรภ์อยู่ในท่าผิดปกติ สถานการณ์อันตรายมาก
สวี่ซือเยี่ยนเลยแอบมองไปทางห้องคลอด เห็นมีชายหญิงสองคนยืนอยู่ข้างนอก ผู้ชายอายุประมาณยี่สิบสามหรือสี่ กำลังเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย
ไม่ว่าอยู่ในยุคไหน ผู้หญิงคลอดลูกก็เหมือนเดินผ่านประตูผี มันน่ากลัวมากจริง ๆ
สวี่ซือเยี่ยนรู้สึกโชคดีอยู่ในใจ ที่ซูอันอิงคลอดง่าย ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะกระวนกระวายยิ่งกว่าผู้ชายคนนั้นเสียอีก
ในขณะที่กำลังวุ่นอยู่ในห้องคลอด จู่ ๆ ก็มีพยาบาลวิ่งออกมา
“คุณแม่เสียเลือดมากจนช็อก ต้องการเลือดกรุ๊ป O ด่วน ใครมีเลือดกรุ๊ป O บ้าง รีบหาคนมาให้เร็วเข้า!”
ยุคนั้นยังไม่มีธนาคารเลือด ถ้าจะให้เลือดก็ต้องหาคนมาบริจาคสด ๆ
ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ฝ่ายชายมือไม้สั่นไปหมด
“ผะ...ผมกรุ๊ป A แม่ผมกรุ๊ป AB...” เลือดของทั้งสองคนไม่ตรงเลย
พยาบาลหันไปมองชายหนุ่มคนนั้นแวบหนึ่ง “ถึงคุณจะมีเลือดกรุ๊ป O ก็ใช้ไม่ได้ ต้องเป็นคนนอกเท่านั้น”
การให้เลือดระหว่างญาติหรือคู่สมรสมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาแทรกซ้อนเล็กน้อย จึงต้องหาเลือดจากคนนอกเท่านั้น
“หา!? งั้นผม...ผมจะรีบกลับหมู่บ้านไปประกาศผ่านลำโพงละกัน!”
ชายคนนั้นถึงกับพูดไม่เป็นคำ สมองเริ่มเบลอไปหมด
“ถ้าคุณกลับไปประกาศด้วยลำโพง คนไข้คงไม่รอดแน่แล้ว”
พยาบาลถอนหายใจ รู้ว่าคงพึ่งสองคนนี้ไม่ได้ พวกเขาแทบช็อกไปแล้ว
เธอจึงเดินมาทางห้องพักคนไข้ แล้วตะโกนขึ้นว่า
“มีใครเลือดกรุ๊ป O ไหม? มีคนไข้เสียเลือดมาก ต้องการเลือดด่วน!”
ฝั่งห้องพักมีญาติคนไข้อยู่หลายคน และยุคนั้นจิตสำนึกของผู้คนค่อนข้างดี ถ้าเลือดตรงกันก็ยินดีช่วยเหลือกันทั้งนั้น
สวี่ซือเยี่ยนเดินออกมาจากห้องแล้วพยักหน้าให้พยาบาล
“ผมเอง พาไปตรวจเลยครับ”
ช่วยชีวิตคนคือบุญกุศล คิดซะว่าเป็นการทำบุญให้ลูกสาวที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็แล้วกัน
มีผู้ชายอีกคนออกมาจากห้องพักเช่นกัน บอกว่าเขาก็เลือดกรุ๊ป O
พยาบาลจึงรีบพาทั้งสองคนไปตรวจเลือด ตรวจความเข้ากันของเลือด แล้วจึงนำไปให้คนไข้
ทั้งสวี่ซือเยี่ยนและชายอีกคนต่างก็บริจาคเลือดไปคนละ 400 มิลลิลิตร หมอและพยาบาลก็พยายามกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายก็ช่วยชีวิตแม่ลูกไว้ได้สำเร็จ
เด็กที่คลอดออกมาเป็นผู้ชาย ตัวเล็กผอมเหมือนลูกแมว ถูกคุณย่าพากลับมาที่ห้องพัก
สามีของคนไข้พอจัดแจงภรรยาเสร็จแล้วก็รีบมาทางนี้ มาหาสวี่ซือเยี่ยน
เขาทั้งยื่นเงิน ทั้งโค้ง ทั้งไหว้ น้ำตาคลอเบ้า ขอบคุณที่ช่วยชีวิตภรรยาเขาไว้
“พี่ชายขอบคุณจริง ๆ ถ้าไม่ได้พี่ชายกับอีกคนมาช่วย ภรรยากับลูกผมคงไม่รอดแน่”
แต่สวี่ซือเยี่ยนจะไปรับเงินได้ยังไง?
“น้องชาย พี่ก็เป็นพ่อคน เป็นสามีคนเหมือนกัน พี่เข้าใจความรู้สึกนายดี
เงินพี่รับไม่ได้ ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก กลับไปดูแลภรรยาให้ดีเถอะ”
บริจาคเลือดไปตั้ง 400 มิลลิลิตร ร่างกายก็เริ่มอ่อนเพลีย จะให้เขายืนพูดมากมายก็คงไม่ไหว
เขาเลยพูดดี ๆ แล้วส่งชายคนนั้นกลับไปดูแลภรรยาแทน
ผู้ชายคนนั้นแน่นอนว่าเป็นห่วงภรรยาและลูกชายของเขา แต่ในเมื่อสวี่ซื่อเยี่ยนไม่ยอมรับเงินเลย ก็ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่กลับไป
หลังจากกลับไปแล้ว เขาก็เริ่มถามไถ่จากคนอื่นว่าคนสองคนที่บริจาคเลือดในวันนี้มาจากกองไหน ชื่อว่าอะไร
สวี่ซื่อเยี่ยนให้เลือดกับคนอื่นไปแล้วก็ต้องพักผ่อนบ้าง
พอดีโจวกุ้ยหลานมาพอดี พอได้ยินเรื่องนี้ เธอก็เลยให้ลูกชายกลับบ้านไปพักผ่อน เดี๋ยวเธอจะอยู่ดูแลแทน
สวี่ซื่อเยี่ยนเดินกลับบ้าน เดิมทีตั้งใจจะนอนพักสักหน่อย แต่ดันหลับไปเลย พอลืมตาอีกทีฟ้าก็เกือบจะมืดแล้ว
เขารีบลุกขึ้นมาก่อไฟทำกับข้าว พอทำเสร็จก็รีบเอาไปส่งที่โรงพยาบาล สลับให้โจวกุ้ยหลานกับสวี่ซื่อฉินกลับไปกินข้าวพักผ่อน
ตอนกลางคืน สวี่ซื่อเยี่ยนอยู่เฝ้าที่โรงพยาบาล
ทางนี้ลูกสาวคนโตของเขานอนหลับสบาย ไม่ร้องไม่งอแง ส่วนห้องข้าง ๆ เด็กชายที่คลอดก่อนกำหนดกลับร้องไห้ทั้งคืน
ซูอันอิงร่างกายแข็งแรง เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีน้ำนมมา
ลูกสาวตัวน้อยหลับตากินนมอย่างเอร็ดอร่อย กินเสร็จก็นอนต่อ เลี้ยงง่ายสุด ๆ
แต่เด็กผู้ชายห้องข้าง ๆ กลับยังคงร้องไห้ไม่หยุด เสียงแหบจนฟังแล้วใจหาย
“ซื่อเยี่ยน ไปถามหน่อยสิ ว่าลูกเขาเป็นอะไร?
โอ้ย ฉันฟังแล้วมันปวดใจจังเลย
เด็กนั่นร้องตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า คลอดก่อนกำหนดอีก แบบนี้จะเลี้ยงรอดไหมเนี่ย?”
ในฐานะแม่ ซูอันอิงยิ่งทนฟังเสียงเด็กร้องไห้ไม่ได้ แม้จะไม่ใช่ลูกของตัวเองก็อดสงสารไม่ได้
“เมื่อคืนฉันก็ถามอยู่ เด็กคนนั้นเป็นลูกคนแรก คลอดก่อนกำหนด
ผู้หญิงคนนั้นลื่นล้มอยู่ดี ๆ ก็ปวดท้องจะคลอด แล้วก็เสียเลือดเยอะ
กว่าจะคลอดเด็กออกมา เด็กยังไม่ถึงห้าชั่งเลย เล็กเท่าแมวลูกหนึ่ง
แม่เด็กเมื่อคืนยังสลบอยู่เลย ไม่มีน้ำนมให้ลูก เด็กก็เลยร้องไห้งอแง”
ในโรงพยาบาลข่าวสารแพร่เร็ว ตอนที่สวี่ซื่อเยี่ยนเดินเล่นเมื่อคืนนั้น ก็ได้ยินคนในห้องอื่นคุยกัน ก็เลยรู้เรื่องพอสมควร
ยุคนี้ไม่มีนมผงขายง่าย ๆ ต่อให้มี ก็หาได้แต่ในเมืองใหญ่ พื้นที่ชนบทอย่างตงกังไม่ต้องหวัง
เด็กนั่นเกิดก่อนกำหนด พัฒนาการก็ยังไม่สมบูรณ์ แถมไม่มีอะไรให้กิน ร้องไห้ก็เป็นเรื่องธรรมดา
“งั้นเธอไปถามญาติของเด็กดูสิ ถ้าพวกเขาไม่มีอะไรจะให้กิน ก็ให้เด็กมาทางนี้ ฉันจะให้นมสักหน่อย
อย่าปล่อยให้ร้องแบบนั้นเลย เด็กดี ๆ ยังร้องจนเป็นอะไรได้ ยิ่งเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนดยิ่งไม่ไหว”
ซูอันอิงใจอ่อน เป็นแม่แล้วก็ยิ่งอ่อนไหวกับเสียงเด็กร้อง
“น้ำนมฉันก็มีเหลือ ลูกเรากินไม่เยอะ เอาแต่หลับ นมมันไหลซึมเปื้อนหมด ช่วยเขาได้ก็ช่วยหน่อยเถอะ”
“เธอนี่ ใจดีเกินไปแล้ว” สวี่ซื่อเยี่ยนถอนหายใจ
ภรรยาเขานี่ทั้งใจดี อ่อนโยน และอารี ไม่รู้ว่าตัวเองทำบุญมาสักกี่ชาติ ถึงได้แต่งกับผู้หญิงดี ๆ แบบนี้
“ก็ได้ ฉันจะลองไปถามดู ว่าทางนั้นเขาจะยอมหรือเปล่า เราก็ไม่รู้หรอก”
ถามสักคำ ก็ถือว่าได้แสดงน้ำใจแล้ว อย่างน้อยในเมื่อคลอดลูกในวันเดียวกัน อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน ก็ถือว่ามีวาสนาได้เจอกัน







