บนท้องฟ้า หมู่ดาวเคลื่อนคล้อยไล่ตามดวงอาทิตย์ยามอัสดง กระทั่งดวงอาทิตย์ดวงนั้นจมหายลับไปในทะเลปรโลก ดวงดาวเหล่านั้นจึงค่อยหยุดนิ่งลง
หมู่ดาวทอแสงระยิบระยับอยู่กลางแผ่นฟ้าอันมืดมิด
"สวี่อิงถูกทิ้งลงมาแล้ว!"
เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางฟ้าราตรี "ท่านตงเยว่ไม่ได้คุ้มครองเขาจนถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับพวกเราแน่"
"ท่านตงเยว่รู้จักวางตัว คงเกรงกลัวพวกเรานั่นแหละ" ใครบางคนเอ่ยเสียงแผ่ว
"บุคคลระดับสูงเช่นเขา ย่อมต้องเป็นผู้มีปัญญาที่รู้จักโอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ ไม่อย่างนั้นคงอยู่ไม่รอดมาจนถึงป่านนี้หรอก"
ทันใดนั้น สถานการณ์เบื้องล่างก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขา หมู่ดาวสว่างวาบสลับหรี่ลง หมุนวนอย่างช้าๆ เหนือผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตของทะเลปรโลก
"นั่นมันอะไรกัน?"
"ปรมาจารย์นั่ว นั่วเซี่ยง! เขตแดนเร้นลับหย่งเฉวียน ถ้ำสวรรค์ดอกบัว หอคอยสิบสองชั้น!"
ลมหายใจของพวกเขาปั่นป่วน ตื่นเต้นจนอธิบายไม่ถูก "ไม่นึกเลยว่านั่วเซี่ยงจะหนีมาที่นี่! มิน่าล่ะ ค้นหาตั้งนานถึงไม่เจอ!"
"ตอนนี้มีถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วถึงสามแห่งแล้ว! หากได้ถ้ำสวรรค์ทั้งสามนี้มา ก็สามารถตัดขุมพลังเร้นลับใหญ่ทั้งสามของคู่ต่อสู้ ทั้งยงเฉวียน เจียงกง และวังหนีหวาน เพื่อลิดรอนพลังเวทของอีกฝ่ายได้!"
บนผิวน้ำของทะเลปรโลก มียอดฝีมือห้าคนกำลังล้อมกรอบนั่วเซี่ยงอยู่ ความแข็งแกร่งของทั้งห้าคนนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของผู้บำเพ็ญปราณ พลังเวทแข็งแกร่งเหนือชั้น ซ้ำยังเชี่ยวชาญวิชาเซียนที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคโบราณ ต่อให้นั่วเซี่ยงเคยเป็นเซียนที่ทะยานขึ้นสวรรค์มาก่อน ก็ยังต้องบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บนเขาคุนหลุน นั่วเซี่ยงถูกสวีฝูลอบโจมตี แต่เขาหนีไว จึงได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด ทว่าความแข็งแกร่งของทั้งห้าคนที่กำลังล้อมโจมตีเขาอยู่นี้กลับไม่ธรรมดาเลย
'นักตกปลา' คนอื่นๆ ล้วนพยายามหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกันเลยแม้แต่น้อย และพยายามอยู่ห่างจากผู้อื่นให้มากที่สุด แต่ทั้งห้าคนนี้กลับดูเหมือนจะรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี
พวกเขาล้วนเป็นผู้บำเพ็ญปราณที่มาจากยุคสมัยเดียวกัน... ต้าซาง
ดูจากวิชาอาคมของพวกเขาแล้ว ล้วนเดินตามแนวทางของสายวิชาปักษาเสวียนเหนี่ยว น่าจะมาจากสำนักเดียวกัน คาดว่าคงเป็นผู้บำเพ็ญปราณที่ติดตามฮ่องเต้แห่งต้าซางเข้าไปบวงสรวงบรรพชนที่คุนหลุนในอดีต
ในอดีตพวกเขาเคารพปรมาจารย์นั่วมากแค่ไหน ยามนี้ที่ลงมือก็โหดเหี้ยมอำมหิตมากแค่นั้น
พวกเขาล้วนเป็นขุนนางในราชสำนักเดียวกัน รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี เมื่อร่วมมือกันจึงบีบให้นั่วเซี่ยงต้องหนีเข้ามาในแดนหยิน และในที่สุดก็ล้อมจับเขาไว้ได้ที่ทะเลปรโลก
ปรมาจารย์นั่วคนอื่นๆ ไม่อยู่ นั่วเซี่ยงเพียงลำพังจึงยากจะต้านทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีถ้ำสวรรค์วังหนีหวานของนั่วเผิงคอยรักษาอาการบาดเจ็บ ยิ่งทำให้บาดแผลบนร่างของเขาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ
นั่วเซี่ยงมีสีหน้าดุร้าย ปราณเซียนแปรเปลี่ยนเป็นดอกบัวสีขาวอมชมพู เขายืนอยู่กลางดอกบัว ไม้เท้าในมือกลายเป็นงูใหญ่ลายด่างซึ่งเกิดจากปราณเซียนเช่นกัน มันเลื้อยทะยานไปมา ปะทะกับยอดฝีมือทั้งห้าอย่างดุเดือด
เขามีรูปร่างสูงผอม ผมขาวโพลนดกหนา ทว่ายามนี้ทั้งเสื้อผ้าและเรือนผมล้วนถูกย้อมจนแดงฉานด้วยเลือด
แต่เขาก็ยังมีพลังมากพอที่จะทำให้คนใดคนหนึ่งในห้าคนนั้นบาดเจ็บสาหัสได้ บีบให้ทั้งห้าคนไม่กล้าทุ่มกำลังใช้ท่าไม้ตายขั้นเด็ดขาด
ทันใดนั้น ทั้งห้าคนก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติบนท้องฟ้า ต่างพากันใจหายวาบ ดวงดาวบนท้องฟ้าดูเผินๆ เหมือนจะปกติ แต่แท้จริงแล้วผิดวิสัยอย่างยิ่ง เพราะเหนือทะเลปรโลกไม่เคยมีหมู่ดาวปรากฏอยู่เลย!
"นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีคนอื่นที่จ้องเล่นงานนั่วเซี่ยงอยู่อีก เพื่อจะฆ่านั่วเซี่ยง พวกเราต้องยอมเสียถ้ำสวรรค์หย่งเฉวียนไป ฝ่าฟันความยากลำบากมาสารพัด กว่าจะบีบให้เขาหนีมายังดินแดนกันดารแห่งนี้ได้ ไม่นึกเลยว่ายังจะมีคนตามมาเจออีก!"
เดิมทีทั้งห้าคนล้วนซ่อนเร้นเจตนาแอบแฝง ไม่มีใครอยากเป็นแนวหน้าเข้าไปเสี่ยงตายกับปรมาจารย์นั่วเซี่ยง ทว่ายามนี้ไม่อาจสนใจอะไรได้อีกแล้ว ทั้งห้าสบตากัน ก่อนจะแผดเสียงคำรามยาว เปิดการแฝงกายอำพรางของตน เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงระดับดินแดนห้าเซียน!
นอกจากจิตวิญญาณดั้งเดิมที่ยังไม่บรรลุถึงระดับเซียนแล้ว องค์ประกอบด้านอื่นๆ ของพวกเขาล้วนก้าวล่วงเข้าสู่ระดับเซียนโดยสมบูรณ์ ซ้ำยังอาจจะเหนือชั้นกว่าเซียนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ!
แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาพลันสาดส่องผืนทะเลปรโลกจนสว่างไสว แสงเซียนพวยพุ่ง แปรเปลี่ยนเป็นปักษาเสวียนเหนี่ยวที่แฝงพลังทำลายล้างฟ้าดิน พุ่งทะยานเข้าใส่นั่วเซี่ยงที่อยู่กลางดอกบัว!
ชั่วขณะนั้น พลังเซียนพุ่งพล่านตลบอบอวลเหนือทะเลปรโลก วิถีเซียนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ทำเอามรรคฟ้าดินในน่านน้ำแถบนี้ถึงกับปั่นป่วนวุ่นวาย!
นั่วเซี่ยงโชกเลือดไปทั้งตัว เมื่อเห็นดอกบัวขาวของตนถูกทำลาย งูใหญ่ลายด่างก็ถูกกรงเล็บของปักษาเสวียนเหนี่ยวขย้ำจนแหลกสลาย ซ้ำยังมีปักษาเสวียนเหนี่ยวนับไม่ถ้วนกำลังพุ่งเข้าใส่ตน จึงตวาดลั่น "ในเมื่อข้ารอดไปไม่ได้ พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดไปได้เลย!"
เขาตัดสินใจสู้แบบยอมตายตกตามกัน สองเท้ากระทืบลงอย่างแรง พลันถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วแห่งเขตแดนเร้นลับหย่งเฉวียนก็ปะทุขึ้น เปลวเพลิงปรโลกอันไร้ขอบเขตทะลักทลายออกมาจากถ้ำสวรรค์แห่งนั้น แผ่ซ่านปกคลุมผิวน้ำทะเลในชั่วพริบตา!
เพียงชั่วอึดใจ ไม่ว่าจะเป็นนั่วเซี่ยงหรือยอดฝีมือไร้เทียมทานทั้งห้า จิตวิญญาณดั้งเดิมของพวกเขาล้วนถูกเพลิงปรโลกลุกท่วม ความเจ็บปวดลึกซึ้งจากส่วนลึกของวิญญาณแล่นพล่าน ทำเอาใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวเหยเกจนดูไม่ได้!
เพลิงปรโลกนั้นคือเพลิงเซียนที่ใช้หลอมสกัดโอสถเซียนแห่งจิตวิญญาณ ซึ่งอันตรายอย่างเหลือคณา หากเป็นยามปกติ ต่อให้นั่วเซี่ยงจะย่างกรายเข้าไปในเพลิงปรโลก เขาก็ยังต้องร่ายเคล็ดวิชาเซียนอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเพลิงปรโลกโดยตรง
แต่ตอนนี้เขาหมายมั่นจะลากทุกคนลงนรกไปพร้อมกัน จึงปลดปล่อยเพลิงปรโลกออกมาอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อให้คนพวกนี้ตายตกไปเป็นเพื่อนเขา!
วินาทีต่อมา ปักษาเสวียนเหนี่ยวแต่ละตัวก็พุ่งทะยานเข้ามา มุดทะลวงเข้าไปในร่างของนั่วเซี่ยง
ร่างของนั่วเซี่ยงแข็งทื่อไปชั่วขณะ จากนั้นเปลวเพลิงในกายก็ลุกโชน พวยพุ่งออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ร่างเนื้อของเขาถูกปักษาเสวียนเหนี่ยวแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตา!
เพียงแต่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่า จิตวิญญาณดั้งเดิมของนั่วเซี่ยงได้ลอบบินหลบฉากออกมา มันไม่ได้พยายามหลบหนี แต่กลับมุดเข้าไปในถ้ำสวรรค์ดอกบัวที่อยู่ด้านหลังเขาแทน
เปลวเพลิงเซียนที่โหมกระหน่ำเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง บดบังทัศนวิสัยของทุกคน จิตวิญญาณดั้งเดิมของนั่วเซี่ยงจึงฉวยโอกาสนั้นมุดเข้าไปซ่อนในถ้ำสวรรค์ดอกบัวได้สำเร็จ
ยอดฝีมืออีกห้าคนพากันฝืนสะกดเพลิงปรโลกบนร่างของตน ทว่ามีอยู่คนหนึ่งที่ถูกนั่วเซี่ยงเพ่งเล็งโจมตีเป็นพิเศษ เพลิงปรโลกกว่าครึ่งทะลักเข้าไปในร่างของเขา อีกสี่คนที่เหลือเห็นเขายืนแข็งทื่อไม่ไหวติง ก็รู้ทันทีว่าเขาถูกนั่วเซี่ยงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเสียแล้ว
ชายผู้นั้นก็เด็ดขาดนัก รีบเหาะถอยร่น หนีเตลิดไปไกลลิบในทันที
อีกสี่คนที่เหลือรู้ดีว่าถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วสำคัญที่สุด จึงไม่ได้ตามไปซ้ำเติมเขา ต่างคนต่างกัดฟันทนความเจ็บปวดแสนสาหัสจากเพลิงปรโลกที่แผดเผาวิญญาณ พุ่งทะยานไปข้างหน้า ยื่นมือหมายจะคว้าถ้ำสวรรค์ดอกบัว
และในจังหวะนี้เอง ก็เป็นเวลาเดียวกับที่สวี่อิงโคจรวิชาอิสระขั้นสูงสุด กลายร่างเป็นสายรุ้งยาวพุ่งทะยานเข้ามาพอดี เด็กหนุ่มโฉบผ่านช่องว่างระหว่างพวกเขาไป และในวินาทีต่อมาก็ลงดาบฟันถ้ำสวรรค์ดอกบัวจนขาดสะบั้น
ถ้ำสวรรค์ดอกบัวพลันเอียงวูบ ร่วงหล่นลงสู่ทะเลปรโลก ถ้ำสวรรค์แห่งนั้นยังมีก้านดอกบัวยาวเหยียด ขนาดใหญ่เท่าถังน้ำ และมีความยาวถึงสิบกว่าจั้ง
พอสวี่อิงฟันถ้ำสวรรค์ดอกบัวลงมาได้ เขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จับมันแบกขึ้นบ่าแล้วโกยอ้าวสุดชีวิตทันที!
เขาไม่มีเวลามามัวหลอมสกัด อย่างไรเสียก็เป็นโอกาสที่ท่านตงเยว่อุตส่าห์ 'แย่งชิง' มาให้ เขาต้องคว้าเอาไว้ให้มั่น โอกาสเช่นนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป หากเขาวิ่งช้าไปแม้แต่นิดเดียว คงต้องถูกยอดฝีมือไร้เทียมทานทั้งสี่รุมสับจนไม่เหลือซากแน่!
"วางมันลงเดี๋ยวนี้!"
เสียงคำรามเกรี้ยวกราดสี่สายดังขึ้นพร้อมกัน ยอดฝีมือต้าซางทั้งสี่ตวาดลั่น จิตวิญญาณดั้งเดิมของพวกเขาปรากฏขึ้นพร้อมเพรียง ร่างวิญญาณสูงตระหง่านนับหมื่นจั้งยืนหยัดอยู่กลางความว่างเปล่าเบื้องหลัง มีปักษาเสวียนเหนี่ยวบินวนเวียนอยู่รอบกาย ดูอลังการทว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เพลิงเซียนแทบจะแผดเผาน่านฟ้าเหนือทะเลปรโลกจนหลอมละลาย ท้องฟ้าทั้งผืนกลายเป็นสีแดงฉาน!
"ฟู่ "
จิตวิญญาณดั้งเดิมของทั้งสี่ต่างยื่นมือออกไป พลันผิวน้ำทะเลนับหมื่นลี้ก็บิดเบี้ยวหมุนวน ถูกปีกของปักษาเสวียนเหนี่ยวม้วนตลบจนกลายเป็นช่องทางหมุนเกลียว แปรสภาพเป็นนิ้วมือของพวกเขา!
พวกเขากางนิ้วทั้งห้า คว้าหมับออกไป ครอบคลุมอาณาเขตกว้างไกลนับหมื่นลี้ไว้ในอุ้งมือ!
วิชาอิสระขั้นสูงสุดของสวี่อิงนั้นรวดเร็วเหนือชั้น เป็นวิชาที่อัจฉริยะแห่งวิถีบู๊คิดค้นขึ้นมาชนิดที่เรียกได้ว่าลบหลู่เจตนารมณ์และจิตวิญญาณแห่งวิถีบู๊อย่างสิ้นเชิง เวลาใช้หนีตายนั้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ไร้ผู้ต่อต้านอย่างแท้จริง
ทว่าต่อให้เป็นสุดยอดวิชาหนีตายที่ทรงอานุภาพเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งฝ่าระยะทางนับหมื่นลี้ได้ในเวลาอันสั้น!
สวี่อิงแบกถ้ำสวรรค์ดอกบัวกระโจนทะยานร่าง มุดลอดผ่านร่องนิ้วของฝ่ามือยักษ์แต่ละข้าง ทะลุมาโผล่ที่หลังนิ้ว แล้วแนบตัววิ่งตะบึงไปตามหลังนิ้วอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ผิวน้ำเบื้องหน้าก็ระเบิดตูม คลื่นยักษ์ในทะเลปรโลกปั่นป่วนโหมกระหน่ำ พวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า น้ำในทะเลปรโลกก่อตัวเป็นฝ่ามือยักษ์ค้ำฟ้า ตบฉาดลงมาที่เขา!
สวี่อิงหักเลี้ยวกลางอากาศ หลบมือยักษ์ที่ก่อตัวจากน้ำทะเลไปได้อย่างหวุดหวิด เขาชะงักไปชั่วครู่ "ไม่ใช่ฝีมือของยอดฝีมือต้าซางทั้งสี่คนนั้น นี่ไม่ใช่วิชาอาคมของพวกเขา หรือว่าที่นี่นอกจากข้าแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่อีก?"
ถึงตอนนี้เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าดวงดาวแต่ละดวงบนท้องฟ้ากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงลิ่ว ดวงดาวหลายสิบดวงพุ่งแหวกอากาศราวกับดาวตก!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีดาวตกแตกตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่วงหล่นจากดาวแม่ทิ้งรอยแสงสว่างวาบเป็นทางยาว พุ่งตรงมายังฝั่งที่เขาอยู่ นั่นคือวิชาอาคมมหาศาลที่มีอานุภาพสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน!
วิชาอาคมเหล่านี้แฝงพลังอานุภาพไว้ยังไม่ปะทุ ทว่าขอเพียงเข้ามาใกล้ตัวเขา มันก็จะระเบิดออกในทันที และทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสแน่!
สวี่อิงใจหายวาบ "ท่านตงเยว่ไม่ได้บอกข้านี่นา ว่าที่นี่จะมีคนเยอะขนาดนี้!"
หางตาของเขากระตุกยิกๆ เบื้องหลังของเขาคือยอดฝีมือไร้เทียมทานทั้งสี่แห่งยุคต้าซาง ที่แม้จะถูกเพลิงปรโลกแผดเผาก็ยังไม่ตาย ส่วนเหนือหัวของเขาก็คือตัวตนอันแข็งแกร่งดุดันอย่างนายแห่งวังหนีหวาน ชายสวมหมวกสาน คนปลูกผัก และชายตัดฟืน
เดิมทีเขาคิดว่าคนที่ลงมือกับนั่วเซี่ยงมีแค่ห้าคน จึงกะจะเล่นบท 'ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นคอยตะครุบอยู่ด้านหลัง' แต่ใครจะไปนึกว่าด้านหลังของนกขมิ้นอย่างเขา จะมีเหยี่ยวตามมาอีกเป็นฝูง!
สายตาทุกคู่จ้องเขม็งมาที่สวี่อิง เมื่อเทียบกับนั่วเซี่ยงแล้ว สวี่อิงมีมูลค่าสูงกว่ามาก
นั่วเซี่ยงมีถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วเพียงแห่งเดียว แต่สวี่อิงกลับมีถึงสอง
แล้วตอนนี้ ก็กลายเป็นสามแห่งแล้ว!
ท้องฟ้าเหนือทะเลปรโลกพลันสว่างไสวเจิดจ้าขึ้นมาทันควัน วิชาอาคมจากเบื้องบนร่วงหล่น บิดเบือนมิติเวลาโดยรอบ ขณะที่สวี่อิงกำลังจะถูกวิชาอาคมเหล่านี้กลืนกิน ทันใดนั้นปลาตัวใหญ่ยักษ์ก็กระโจนพรวดขึ้นมาจากทะเลปรโลก อ้าปากกว้างฮุบกลืนสวี่อิงเข้าไปทั้งตัว
"ตู้ม!"
ปลาใหญ่ตัวนั้นมุดกลับลงไปในทะเลปรโลก พอหางของมันสะบัดพลิ้ว ก็พลันบังเกิดหมู่ดาวผุดพรายขึ้นในมหาสมุทร
วิชาอาคมของนายแห่งวังหนีหวานและพวกพ้องร่วงหล่นลงมากระแทกผิวน้ำ วิชาอาคมอันแฝงพลังทำลายล้างฟ้าดินเหล่านั้นทะลวงลึกลงไป ปะทะเข้ากับหมู่ดาว ทว่าอานุภาพกลับอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
ทุกคนรีบทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้า ดำดิ่งลงสู่ทะเลปรโลกเพื่อค้นหา แต่กลับเห็นเพียงน้ำทะเลที่กลายสภาพเป็นดวงดาวนับไม่ถ้วน และมีปลาใหญ่แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวเหล่านั้น
"นี่มันภาพลวงตาหรือของจริงกันแน่?"
ทันใดนั้นทุกคนก็สังเกตเห็นแม่น้ำไน่เหอ แม่น้ำไน่เหอที่พัดพาวิญญาณนับไม่ถ้วนไหลหลั่งมาจากสรรพจักรวาล ไหลมารวมกันในน่านน้ำแห่งดวงดาวแห่งนี้ ดวงดาวในน่านน้ำไม่ใช่ดวงดาวจริงๆ แต่เป็นวิญญาณของดวงดาวต่างหาก
พวกเขามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงรีบไล่กวดไปข้างหน้า กระชั้นชิดปลาใหญ่เข้าไปทุกที ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็ชี้ไปเบื้องหน้า พลางตะโกนลั่น "โลกหน้า! โลกหน้า!"
ทุกคนรีบชะเง้อมองไปเบื้องหน้า ในใจพลันสะท้านเยือก เห็นแสงเซียนสาดประกายออกมาจากส่วนลึกของหมู่ดาวนับไม่ถ้วน เมื่อมองจากที่ไกลๆ ก็ดูราวกับดอกบัวกำลังเบ่งบานอยู่ท่ามกลางห้วงดารา!
นั่นคือโลกหน้า โลกหน้าของทะเลปรโลก!
และเคียงข้างโลกหน้ายังมีเทือกเขาโบราณอันกว้างใหญ่ไพศาลตระหง่านอยู่ มันใหญ่โตเสียยิ่งกว่าหมู่ดาวใดๆ และปลาใหญ่ตัวนั้นก็กำลังแหวกว่ายตรงไปยังเทือกเขาแห่งนั้น
ทุกคนไล่ตามปลาใหญ่ไป เมื่อเพ่งมองจากที่ไกลๆ ก็เห็นตัวอักษรขนาดยักษ์สลักอยู่บนซุ้มประตูเขา เขียนไว้ว่า 'เฟิงตู'
ทันใดนั้น หมู่ดาวก็ถาโถมเข้ามา แปรสภาพเป็นเกลียวคลื่นสูงเทียมฟ้าซัดสาดเข้าใส่พวกเขา คลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดกระหน่ำผลักดันพวกเขาให้ถอยร่นออกไปไกล ห่างไกลจากโลกหน้าออกไปทุกที
ทุกคนตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ พากันโผล่พรวดขึ้นมาเหนือน้ำ แต่กลับพบว่าน้ำทะเลก็ยังคงเป็นน้ำทะเล ไม่มีปลาใหญ่ ไม่มีสวี่อิง ไม่มีหมู่ดาว ไม่มีโลกหน้า และไม่มีภูเขาเฟิงตูลูกนั้นอยู่เลย
ทุกคนพากันตื่นตระหนกและสับสนงงงวย
สวี่อิงยืนอยู่ภายในปากของปลาใหญ่ บ่าแบกถ้ำสวรรค์ดอกบัวไว้ เขามองตรงไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้างุนงง
เบื้องหน้าของเขา แแสงเซียนพวยพุ่ง เพลิงปรโลกแผดเผาจนกลายเป็นทะเลเพลิง และที่ใจกลางของทะเลเพลิงนั้นก็มีหอคอยสิบสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกองเพลิงอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
สวี่อิงวางถ้ำสวรรค์ดอกบัวบนบ่าลง แล้วชะโงกหน้ามองเข้าไปในถ้ำสวรรค์ ก็เห็นว่าภายในนั้นมีทะเลเพลิงปรโลกอยู่เช่นกัน และมีหอคอยสิบสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกองเพลิง
สวี่อิงมองดูหอคอยสิบสองชั้นในถ้ำสวรรค์ดอกบัว สลับกับหอคอยสิบสองชั้นที่อยู่เบื้องหน้า
หรือว่าจะเป็นสถานที่เดียวกัน? หรือว่าปลาใหญ่ตัวนี้ จะพาเขามาส่งถึงโลกหน้าของทะเลปรโลกแล้ว?
เขาราวกับถูกผีผลัก ล้วงเอาของวิเศษชิ้นหนึ่งออกมาจากดินแดนซีอี๋ มันคือขวานเล่มหนึ่งที่เขาหยิบติดมือมาเก็บไว้ในดินแดนซีอี๋ของตนเองลวกๆ ตอนที่ไปปล้นสุสานของสำนักอู๋จี๋แห่งไท่ซาน
สวี่อิงเรียกขวานเล่มนั้นขึ้นมา แล้วโยนลงไปในถ้ำสวรรค์ดอกบัว
เหนือน่านฟ้าของโลกหน้าเบื้องหน้า ทันใดนั้นขวานยักษ์เล่มนั้นก็ร่วงหล่นลงมา ตกลงสู่ทะเลเพลิง
เขาพลันตระหนักรู้ขึ้นมาได้ จึงรีบลงมือหลอมสกัดถ้ำสวรรค์ดอกบัวในทันที ถ้ำสวรรค์ดอกบัวแห่งนี้ในฐานะถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่ว มีหน้าที่ดูดซับโอสถเซียนจากโลกหน้าในทะเลปรโลก เดิมทีมันก็เป็นถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วของเขาอยู่แล้ว สวี่อิงจึงหลอมสกัดได้อย่างราบรื่นคล่องแคล่ว ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ ทั้งปวง
เขาเพิ่งจะหลอมสกัดถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วสำเร็จ พอถ้ำสวรรค์โคจรเพียงเล็กน้อย มันก็หลอมสกัดโอสถเซียนแห่งจิตวิญญาณที่สะสมอยู่ในร่างของเขามาเนิ่นนานจนสะอาดหมดจด ไม่เหลือหลอแม้แต่หยดเดียว
สวี่อิงรู้สึกได้ทันทีว่าแก่นทองคำในหอคอยสิบสองชั้นได้รับการยกระดับขึ้นไม่น้อย ยามนี้แม้พลังเวทจะยังไม่เพียงพอ ทว่าพลังวิญญาณกลับเปี่ยมล้น หากเขาต้องการจะทะลวงรังไหมเพื่อก่อกำเนิดจิตวิญญาณดั้งเดิม ก็ย่อมสามารถทำได้อย่างแน่นอน!
สวี่อิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ยอมก้าวข้ามไปสู่จุดนั้น
ยามนี้เขาครอบครองถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วถึงสามแห่ง ก้าวเข้าสู่อาณาเขตสามเซียน พลังเวทยอดเยี่ยมยิ่งกว่าแต่ก่อน ส่วนการบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นจิตวิญญาณดั้งเดิมนั้น กลับไม่ได้ช่วยยกระดับตบะบารมีของเขามากเท่าไรนัก เขาจึงเลือกที่จะรอคอยต่อไปอีกสักระยะจะดีกว่า
เขาต้องการให้จิตวิญญาณดั้งเดิมของตนเองสมบูรณ์แบบไร้ที่ติที่สุด
ปลาใหญ่ไม่ได้แหวกว่ายไปทางทะเลเพลิง ทว่ามุ่งหน้าไปยังภูเขาเฟิงตู ภูเขาลูกนี้ช่างยิ่งใหญ่โอฬารตระการตา เทียบชั้นได้กับคุนหลุน ทว่ากลับดำทะมึนราวกับเหล็กกล้า ไร้ซึ่งกลิ่นอายของขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย กลับดูมืดทะมึนน่าสะพรึงกลัวเสียมากกว่า
ปลาใหญ่หยุดลงที่ซุ้มประตูเขา สวี่อิงกำลังจะก้าวเท้าออกจากปากปลา ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง "รบกวนหน่อย ขอทางหลีกที"
สวี่อิงสะดุ้งโหยง รีบเบี่ยงตัวหลบ พลันเห็นชายชราหลังค่อมผู้หนึ่ง มือถือตะเกียงน้ำมันใสเดินงุดๆ ออกมาจากท้องปลา แล้วกระโดดลงจากปากปลาไป
ชายชราวางตะเกียงน้ำมันลง ดึงเชือกเส้นหนึ่งออกมาจากใต้คอของปลาใหญ่ แล้วผูกปลาใหญ่เอาไว้ที่หน้าซุ้มประตูเขา
สวี่อิงเดินลงมาจากปากปลา เห็นปลาใหญ่สะบัดหางไปมา ก่อนจะค่อยๆ สงบลง
ชายชราประคองตะเกียงน้ำมันใส เดินเข้าไปในซุ้มประตูเขา ถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเอ่ยกับสวี่อิงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หลังประตูเขานี้คือสถานปฏิบัติธรรมของข้า เมื่ออยู่หลังประตูเขา ข้ายังพอใช้พลังเวทได้บ้าง แต่ถ้าออกไปข้างนอก ข้าก็ทำได้แค่พึ่งพาสัตว์พาหนะคอยหลอกล่อข่มขู่ชาวบ้านเท่านั้นแหละ เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากลงมือช่วยเจ้าฆ่าคนหรอกนะ แต่ข้าลงมือไม่ได้ต่างหาก ขืนข้าลงมือ ความก็แตกกันพอดี"
สวี่อิงกะพริบตาปริบๆ เอ่ยว่า "ผู้อาวุโส..."
ชายชราผู้นั้นคล้ายกับอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาเนิ่นนานเกินไป จึงเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วอยู่ฝ่ายเดียว "สหายเต๋าสวี่ โปรดแสดงถ้ำสวรรค์ดอกบัวออกมาเถิด ข้าจะขอผูกวาสนากับเจ้าสักหน่อย"
สวี่อิงข่มความสงสัยในใจลง แล้วเรียกถ้ำสวรรค์ดอกบัวออกมาตามคำขอ
ชายชราจ่อตะเกียงน้ำมันใสไว้ริมฝีปาก เอ่ยว่า "ไฟที่โลกหน้า ข้าเป็นคนจุดเองเมื่อหลายปีก่อน ทว่าช่วงหลายปีมานี้ ข้าชักจะแก่จนเลอะเลือนแล้ว ถึงได้ปล่อยให้เทพมารมากมายแอบลักลอบเข้าไปทำชั่วบ่อนทำลาย... เจ้านั่นเตรียมจะลอบกัดเจ้าอยู่ หากอยู่นอกประตูเขา ข้าคงจัดการมันไม่ได้ แต่ตอนนี้อยู่ในสถานปฏิบัติธรรมของข้า ข้ายังพอมีแรงฮึดสู้อยู่เฮือกหนึ่ง..."
เขาเป่าลมพรวดเข้าไปในตะเกียงน้ำมัน ทันใดนั้นมังกรเพลิงปรโลกสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเหนือโลกหน้าแห่งทะเลปรโลก แผดเผาโลกหน้าทั้งใบจนลุกโชน!
ท่ามกลางทะเลเพลิง จิตวิญญาณดั้งเดิมของปรมาจารย์นั่ว นั่วเซี่ยง พลันทะยานพรวดขึ้นฟ้า รีดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ก่อนจะถูกเพลิงปรโลกอันร้อนแรงแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
ในทะเลเพลิงแห่งนั้น ยังมีเทพมารอีกหลายตนที่เข้าสิงร่างเนื้อของผู้บำเพ็ญปราณในบริเวณนั้น ยามนี้ก็ถูกเพลิงปรโลกแผดเผาไปด้วยเช่นกัน ร่างของพวกมันบิดเบี้ยวหน้าเกลียดน่ากลัว ร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา จนไม่อาจทนดูได้!
สวี่อิงสะดุ้งเฮือก ถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดชายชราจึงบอกว่ามีการซุ่มโจมตี!
ไม่นึกเลยว่านั่วเซี่ยงจะยังไม่ตาย ซ้ำยังชักนำเทพมารตั้งมากมายมาดักซุ่มอยู่ในโลกหน้าแห่งทะเลปรโลกอีก!
หากสวี่อิงเปิดถ้ำสวรรค์ดอกบัวออก นั่วเซี่ยงก็คงจะฉวยโอกาสตอนที่เขาเผลอนำทัพเทพมารบุกทะลวงออกมาเข่นฆ่าเป็นแน่!
"หากเขาคิดจะยึดร่างข้า..."
สวี่อิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็คงต้องตายอนาถสุดๆ ไปเลยสินะ?"
ครู่ต่อมา ชายชราก็เหนื่อยหอบจนตัวโยน ในที่สุดเขาก็หลอมสกัดเทพมารเหล่านั้นรวมถึงนั่วเซี่ยงจนตายตกไปหมดสิ้น ใบหน้าที่ดูไม่ค่อยสันทัดในการพูดจาปั้นรอยยิ้มเจื่อนๆ ออกมา เอ่ยว่า "ถือซะว่าผูกวาสนากัน สหายเต๋าสวี่ วาสนาที่ดีนะ"







