หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 146
บทที่ 146 พี่จวิน~ผมอยากเพิ่มพอร์ต!
เหลยจวินถือแก้วเหล้าเดินเข้ามา รอยยิ้มบนหน้าดูมีเลศนัยอยู่ไม่น้อย
“คุณเฉิน จะไปไหนหรือครับ? ไปชนแก้วกับคนอื่นซะเยอะ อย่างนั้นผมขอมาคารวะสักแก้วด้วยสิ แล้วนายนั่น... ซุน อย่าแอบเลย ตัวใหญ่ปานนี้ยิ่งแอบยิ่งเด่นชัด”
ซุนจื่อเหวยลูบหัวแล้วยิ้มแหยๆ “สวัสดีครับ ประธานเหลย~”
เฉินโม่เขี่ยปลายเท้ากับพรมหนานุ่ม แล้วยิ้มบิดแก้ม “ประธานเหลย ดูคุณพูดเข้าสิ ผมนี่ก็ถือว่าได้มีส่วนช่วยให้ GDP ของรัฐเติบโตนะครับ ผมกระดกหมด คุณตามสบาย!”
ว่าแล้วเฉินโม่รีบแสดงจุดยืน ยกแก้วซัดหมดในคำเดียว
เหลยจวินเดือดจนแทบกลั้นไม่อยู่ ยกมือขึ้นกำลังจะเขกหัวเด็กนี่สักโป๊ก แต่เห็นว่านักข่าวรายล้อมอยู่ไม่เข้าท่า จึงเปลี่ยนนิ้วเป็นฝ่ามือ ตบไหล่เฉินโม่แผะๆ “นี่คือเรื่องในบ้านที่นายบอกว่าขอลางานวันนี้? เรื่องในบ้านของนายไม่เล็กนะ? หกร้อยล้าน? ซ่อนเก่งนี่หว่า? ช่วงถามตอบยังจงใจทำเมินฉันอีกเหรอ?”
ทุกคำว่า “เหรอ” ของเหลยจวินก็ตามด้วยหนึ่งแปะบนไหล่เฉินโม่ ฉากนี้คนอื่นมองแล้วเหมือนรุ่นพี่กำลังให้กำลังใจรุ่นน้อง
เฉินโม่โดนฝ่ามือที่ดูเหมือนเบาแต่หนักของพี่จวินจนยิ้มฝืน “แค่กๆ เมื่อเทียบกับพี่จวินแล้ว ผมน่ะลูกกระจ๊อกเจอพ่อมด พาน จินเหลียนเจอเล่าไอ่ ไม่น่าพูดถึงครับ ไม่น่าพูดถึง”
“ดูท่าว่าประธานเหลยกับคุณเฉินรู้จักกันมานานนะ คุยกันแบบกระซิบกระซาบเลย” ในฐานะหนึ่งในผู้ชนะค่ำคืนนี้ หลี่เยี่ยนหงเพิ่งสลัดนักข่าวหลุด พอเห็นเฉินโม่ก็แววตาวาววับ ก้าวขายาวฉับๆ เดินเข้ามา คนยังไม่ถึงเสียงมาก่อน
“ท่านหลี่”
“ท่านหลี่”
“คุณเฉิน สนใจมาร่วมงานกับพวกเรา Baidu ไหม? อย่างอื่นผมไม่กล้าการันตี แต่เรื่องสวัสดิการอยากได้อะไรบอกได้เลย สำหรับ Tuan123 ผมตั้งใจจะตั้งเป็นแผนกแยกต่างหาก ตำแหน่งหัวหน้าแผนกต้องเป็นคุณเท่านั้น ต้องรู้ไว้นะว่า Baidu ของเราให้ความสำคัญกับคนเก่งนี่ขึ้นชื่อมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเก่งรอบด้านแบบคุณ อยากได้อะไรเราจัดให้... โอ๊ะ ท่านซุนก็ยินดีต้อนรับเหมือนกัน”
เฉินโม่ได้ยินก็เก้อๆ เขินๆ เสี่ยวหลี่ คุณมาดึงตัวกันซึ่งๆ หน้าหัวหน้าปัจจุบันของผมแบบนี้มันไม่ค่อยจะงามเลยนะ
พอได้ยินดังนั้น เหลยจวินก็หุบยิ้มทันที โชว์ตัวตนและเริ่มปกป้องลูกน้อง “ไม่ต้องให้ท่านหลี่ลำบาก คุณเฉินตอนนี้เป็นรองประธานอาวุโสระดับสูงของ Xiaomi และก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Xiaomi ด้วย เสี่ยวซุนก็เป็นแกนหลักของบริษัทเช่นกัน ผมว่า Xiaomi เรายังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก”
หลี่เยี่ยนหงทำหน้าแปลกใจปนกระดาก คิดไม่ถึงว่าเฉินโม่ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ แต่มีเจ้าของแล้ว ทว่าทันใดนั้นสีหน้าก็กลับมาเป็นปกติ
“ไม่น่าแปลกใจที่หนุ่มมากความสามารถแบบนี้ก็เพราะประธานเหลยสั่งสอนดี โทษทีที่ผมศึกษามาไม่รอบคอบ แต่คุณเฉิน สิ่งที่ผมพูดเมื่อครู่ยังคงเดิม ประตูของ Baidu เปิดต้อนรับคุณเสมอ งั้น... ไว้เจอกันนะครับทุกท่าน”
พูดจบก็ยกแก้วเป็นเชิงทักทาย แล้วผละไปอย่างสง่างาม
“รองประธานอาวุโสระดับสูง? เลื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้เรื่อง?”
“...อันนั้นเป็นคำเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับคนนอก อย่าคิดมาก!”
“...ก็ได้ แต่หลี่เยี่ยนหงพูดเมื่อกี้นี่แอบมีแง่ๆ นะ~”
“ฟังออกก็ดีแล้ว”
“พี่จวิน ความสัมพันธ์แบบสหายร่วมรบของเรา โคมไฟบนเพดานเป็นพยานได้!”
ซุนจื่อเหวยถือแก้วเหล้า พยักหน้าหงึกๆ “ผมก็เหมือนกัน”
เรื่องประกาศจุดยืน เขาตามจังหวะได้ แต่บนใบหน้าก็ยังงงๆ อยู่ว่า... สรุปสองคนนี้ฟังออกว่าอะไร
งานเลี้ยงจบ เฉินโม่กับซุนจื่อเหวยได้นั่งรถของเหลยจวินกลับ
ระหว่างทางกลับ เหลยจวินที่นั่งเบาะหลัง หันไปถามเฉินโม่ข้างๆ ว่าทำไมต้องขายเว็บไซต์ ตามที่เขารู้จักเฉินโม่ คำพูดสวยหรูที่ไอ้หมอนี่พูดก่อนหน้านั้นก็ไว้หลอกคนอื่นเท่านั้น
เฉินโม่จึงเล่ามุมมองต่อตลาดซื้อแบบกลุ่มของตัวเอง และเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้เหลยจวินตามไปบิดแข่งต่อ
ซุนจื่อเหวยที่นั่งหน้าข้างคนขับ มองตรงไปข้างหน้า ทำหูทวนลมไม่ข้องเกี่ยวเรื่องนอกหน้าต่าง
คุยจบเรื่องนั้น เฉินโม่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
จากนั้นในรถก็เงียบลง
เหลยจวินมองนีฮงนอกหน้าต่างที่วูบไหวผ่านไปเร็วๆ เงียบไม่เอื้อนเอ่ย ความคิดหนักอึ้งในใจ รู้สึกยิ่งจับทางไอ้ลิงเฉินตัวนี้ไม่ออกเข้าไปทุกที
บนอินเทอร์เน็ตกำลังเดือดพล่านด้วยกระแสงานประมูลของไชน่าการ์เดียนครั้งนี้ คึกคักเอิกเกริกสุดๆ
งานประมูลที่แปลกใหม่และประสบความสำเร็จเป็นพิเศษแบบนี้ เท่ากับเป็นการยกมาตรฐานให้กับงานประมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกแห่ง
ไชน่าการ์เดียนอาศัยศึกครั้งนี้ กวาดกระแสในประเทศขึ้นสู่จุดสูงสุด ทาบรัศมีกับโรงประมูลชื่อดังของต่างประเทศได้อย่างไม่ด้อยไปกว่า
ที่สำนักงานใหญ่บริษัทประมูลนานาชาติโพลี ประธานของโพลีนั่งดูข่าวเงียบๆ พอฟังรายงานจากคนสนิท สีหน้าก็ดำเคร่ง “คุณกำลังบอกว่า ปี่อั้น มาหาเราก่อนงั้นเหรอ?”
“ครับ ท่านประธาน”
“งั้นอธิบายมาหน่อยสิ ทำไมตอนนี้ในข่าวถึงมีแต่ไชน่าการ์เดียน?”
“เพราะฝั่งเราตอบกลับช้าไปครับ”
“ลำดับผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการเรื่องนี้ ตรวจชัดหรือยังว่าเป็นใครบ้าง?”
“เอ่อ... เป็นรองผู้จัดการหวังกับผู้จัดการระดับล่างใต้สังกัดครับ”
“รองผู้จัดการหวัง... ยังไม่ต้องแตะ ส่วนบรรดาผู้จัดการกับพนักงานที่เกี่ยวข้องข้างล่าง คุณน่าจะรู้ว่าต้องจัดการยังไง”
“...รับทราบครับ”
“ไปทำงานได้!”
วันถัดมา ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการประมูลของไชน่าการ์เดียน สองเว็บไซต์ราคาทะลุ 610 ล้าน กลายเป็นกระแสเดือดจ้าทั่วเน็ต คาดว่าคงต้องกินเวลาสักพักกว่ากระแสจะซา
เฉินโม่ก็ได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากหลายคนรวมถึงเฉินถงและจางจ่างฟา แน่นอนว่าระหว่างพูดคุยก็มีทั้งมุกล้อเล่นและความทึ่งปะปนกันไป
เช้าตรู่วันนั้น เฉินโม่กับซุนจื่อเหวยพอมาทำงานก็โดนลูกน้องในสังกัดแซวกันอย่างอารมณ์ดี ทั้งสองคนเองก็ทำใจไว้ก่อนแล้ว
เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันต่างก็ยิงมุกกันยกใหญ่ “นึกว่าคุณเฉินจะทิ้งพวกเราเอาเงินหนีไปซะแล้ว” “ก็มองไม่เห็นเลยว่ารวยแล้วจะหล่อขึ้นนะ” “มูลค่าทรัพย์สินนี่แซงประธานเหลยไปรึยัง...” “พี่ซุน คิดไม่ถึงจริงๆ นะว่าคนคิ้วเข้มตาโตอย่างพี่จะเปลี่ยนฝ่ายได้” ประมาณนี้
เดิมทีคนในแผนกสามคิดว่าเฉินโม่คงเปลี่ยนไป
แต่พอทั้งวันผ่านไปก็พบว่า หัวหน้าก็ยังเป็นหัวหน้าคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเพราะเรื่องมูลค่าทรัพย์สินอะไรทั้งนั้น
เมื่อวานยังคุยหัวเราะเฮฮากับบรรดาบอสใหญ่ได้อย่างใจนิ่งไม่หวั่นไหว วันนี้ตอนทำงานก็ยังลงมาช่วยพวกเขาแก้ปัญหา ช่วงว่างก็ยังคุยเล่นปล่อยมุกกันได้เหมือนเดิม
ก่อนเลิกงาน เฉินโม่กับซุนจื่อเหวยได้ทำการส่งมอบงานสำหรับหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้เรียบร้อย
เฉินโม่ช่วยตัวเองและซุนจื่อเหวยขอลาหยุดหนึ่งสัปดาห์กับเหลยจวิน ฝ่ายหลังเข้าใจทันทีและอนุมัติแบบไม่ลังเล
ในสัปดาห์นั้น นอกจากทั้งสองจะจัดการงานเก็บกวาดปิดท้ายของเว็บไซต์แล้ว ยังรับการสัมภาษณ์จาก 《นิตยสารฟอร์จูน》 อีกด้วย
ระหว่างสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่เป็นเฉินโม่ที่พูดเพลินไม่หยุด ส่วนซุนจื่อเหวยรับบทเป็นเฮลโลคิตตี้เวอร์ชันคิงคอง
เมื่อนักข่าวถามว่า “อย่างสองท่านที่เป็นหนุ่มไฟแรงสุดยอดแบบนี้ จบมาเพียงสองสามปีก็มีประสบการณ์สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ อยากจะแชร์เคล็ดลับการทำธุรกิจให้ทุกคนฟังหน่อยได้ไหม?”
ซุนจื่อเหวยชำเลืองมองเฉินโม่แวบหนึ่ง “เลือกคนให้ถูก... จบ... จบแล้ว!”
“แล้วคุณเฉินล่ะครับ?”
เฉินโม่ยิ้มเล็กน้อย “การทำธุรกิจ ถ้ามีแค่ความพยายามกับความขยันอย่างเดียวมันไม่พอหรอก คนฉลาดคนขยันบนโลกนี้มีเยอะมาก นั่นเป็นเพียงเงื่อนไขเบื้องต้นของความสำเร็จเท่านั้น จะสำเร็จหรือไม่ ต้องดูว่าคุณยืนอยู่บนจุดที่ลมกำลังพัดส่งและทำตามกระแสได้ไหม นี่แหละสำคัญที่สุด
พวกเราแค่โชคดี ยืนอยู่บนจุดที่กระแสซื้อแบบกลุ่มกำลังร้อนแรง ก็เท่านั้นเอง”
“ทำตามกระแส? มุมมองนี้ดูจะไปในทิศทางเดียวกับประธานเหลย เหลยจวินของ Xiaomi เลยนะ!”
“อืม ผมก็คือได้เห็นบทสัมภาษณ์บางส่วนของประธานเหลยแล้วเกิดความรู้สึกตามนั้น จะบอกว่าเขาก็ถือเป็นผู้นำทางบนเส้นทางสตาร์ทอัพของผมก็ได้ โดยเฉพาะการก่อตั้ง Xiaomi เองก็ยืนอยู่บนจุดที่ลมกำลังพัดส่ง ถึงเวลานั้นไม่แน่ว่าอาจทะยานขึ้นตามกระแส ”
เฉินโม่ที่กระหายจะพัฒนาตัวเองยังพูดไม่จบ ก็ถูกนักข่าวขัดจังหวะ หันกลับมาถามต่อว่า “ในต่างประเทศมีเคสสตาร์ทอัพที่ดรอปเรียนเยอะมาก อย่างในอดีตมีบิลเกตส์ก่อตั้งไมโครซอฟท์ สตีฟ จ็อบส์ก่อตั้งแอปเปิล ปัจจุบันก็มีเฟซบุ๊กของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก คุณมีอะไรอยากบอกกับวัยรุ่นยุคนี้หรือเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันของคุณบ้างไหม?”
เฉินโม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ผมมีข้อคิดเพียงข้อเดียว คืออย่า ALLIN เพื่อไปสตาร์ทอัพ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าคิดจะเริ่มธุรกิจก่อนจบมหาวิทยาลัย เรื่องพวกนั้นคืออคติจากผู้รอดชีวิตต่างหาก”
ไม่กี่วันถัดมา 《นิตยสารฟอร์จูนรายสัปดาห์》 ตีพิมพ์ภาพของเฉินโม่และซุนจื่อเหวย พร้อมพาดหัวว่า “มหาเศรษฐีพันล้านที่อายุน้อยที่สุด: คู่หูแห่งปี่อั้น”
เฉินโม่มองรูปหล่อๆ ของตัวเองบนปก ใจนี่ปลื้มสุดๆ กะว่าซักพักจะเอาไปใส่กรอบแขวนผนัง แต่พอเปิดไปหน้าท้ายๆ กลับพบว่าช่วงถามตอบเรื่อง “อย่าไปเริ่มสตาร์ทอัพ” โดนตัดทิ้งไป เฮ้อ เวรเอ๊ย เลยปาหนังสือลงถังขยะทันที
แม้เว็บไซต์จะขายได้ 610 ล้าน แต่พอแบ่งให้ไชน่าการ์เดียนแล้ว หักภาษีนิติบุคคลอีก สุดท้ายเหลือไม่ถึง 500 ล้าน
เพราะงั้นอย่าไปมองว่าลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ได้เงินกันหลายสิบล้านหลายร้อยล้านกันง่ายๆ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราสูงสุด 45% ต้องจ่ายกันไป พอหักภาษี แล้วยังโดนคำว่าหน้าที่ทางศีลธรรมให้บริจาคอีกนิดหน่อย สรุปแล้วเหลือ...เอ่อ ก็ยังเหลือเยอะอยู่นั่นแหละ...งั้นก็ช่างเถอะ
จริงๆ ส่วนแบ่งของไชน่าการ์เดียนก็ไม่ได้เยอะ แค่ 10% แต่เอาชนะราคาประมูลที่พุ่งสูงไม่ได้ เดิมทีไชน่าการ์เดียนเตรียมใจว่าจะขาดทุนจัดงาน แต่ผลลัพธ์กลับเสมอตัว แน่นอนว่านั่นแค่ในเชิงบัญชี
ทรัพยากรโปรโมตที่ไชน่าการ์เดียนทุ่มให้ และทรัพยากรที่ใช้เรียกเชิญบรรดาบิ๊กๆ ทั้งหลายนั่น ไม่ใช่ตัวเลขไม่กี่สิบล้านจะวัดกันได้ ไม่งั้นสองเว็บนี้ก็ไม่มีทางขายได้ราคาขนาดนี้
แต่จากผลลัพธ์ภายหลัง ผู้บริหารไชน่าการ์เดียนพอใจมาก ไม่ใช่แค่สร้างอิทธิพลทะลุวงการ แต่กระแสในประเทศยังดังยิ่งกว่าโรงประมูลชื่อดังของต่างประเทศหลายเจ้า
ดังนั้นในคืนงานเลี้ยงรับรอง ประธานกรรมการบริหารของไชน่าการ์เดียนจึงตั้งใจมาคุยกับเฉินโม่และซุนจื่อเหวยสองสามประโยค พร้อมทิ้งนามบัตรไว้ บอกว่าหลังจากนี้ถ้าปี่อั้นมีอะไรอยากนำออกประมูลก็ให้ติดต่อร่วมงานกันต่อไปได้ ไชน่าการ์เดียนเป็นพาร์ตเนอร์ที่วางใจได้ประมาณนั้น
ทว่าเรื่องที่ทำให้พวกเขาปวดหัวในเวลาต่อมาคือ หลังจบการประมูล “การประมูลสองค่ายรวมพลัง” พวกเขากลับได้รับคำขอนำส่งของประมูลสารพัดแบบที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายเต็มไปหมด
แน่นอนว่าเฉินโม่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เขาสนแค่ว่าเข้ามือเท่าไหร่ คำนวณอยู่ตั้งนาน รวมกับเงินที่มีอยู่เดิมแล้ว เต็มที่ก็ราวๆ เกือบ 500 ล้านเท่านั้น
เฉินโม่ถึงกับเจ็บจี๊ดในใจ ภาษีนี่แหละตัวหลัก เข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงไปจดบริษัทตามเกาะแถบไอซ์แลนด์ หมู่เกาะเคย์แมนอะไรพวกนั้นเพื่อเลี่ยงภาษีกัน
ฝ่ายของซุนจื่อเหวยได้ไปประมาณ “หนึ่งเป้าหมายเล็กๆ” อย่างที่ว่า อย่างน้อยตลอดชีวิตนี้ก็ไฟแนนเชียลฟรีดอมสมบูรณ์ ตามความฝันจะเป็นนักสะสมเรื่องราวก็คงไม่มีปัญหา
ครั้งก่อนตนเองยังแหย่ถามเขาอยู่เลย ตอนนี้น้องซุนก็เก็บเรื่องได้แล้วหนึ่งเรื่อง: สาวคนหนึ่งกลางวันเป็นครูสอนโยคะ กลางคืนมารับงานพิเศษเก็บเงิน ความฝันคือเปิดฟิตเนสของตัวเอง
เฉินโม่ยึดหลักอย่าเอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว กระจายการลงทุนไว้
เขาแบ่งเงินก้อนใหญ่เป็นสองส่วนในสัดส่วนเจ็ดต่อสาม โดยจัดสามส่วนไว้เป็นกองสำรองภัย เผื่ออนาคตเล่นใหญ่เกินไป อย่างน้อยก็ยังมีเงินใช้เป็นคุณชายสุขสบายยามบั้นปลาย
ขนาดรวมราวๆ 100 ล้าน เอาไว้ซื้อหุ้น แล้วจะซื้ออะไรดี? เฉินโม่ไม่เชี่ยวชาญหุ้น แต่ในความทรงจำมีตัวเลือกไม่กี่ตัว เหมาไถ เทนเซ็นต์ เทสลา
เลือกเหมาไถ เพราะในเมื่อเหมาไถฝังภาพจำไว้ได้ ก็ต้องเป็นของขึ้นแรงสุดๆ แกนหลักกลิ่นเหล้าซอสคือเทคโนโลยีหัวใจ เชิญอย่าคิดว่าล้อเล่น หลังๆ เหมือนจะมีถึงขั้นได้เข้าเป็นสถาบันบัณฑิตด้วยหรือเปล่า จำไม่ค่อยได้แล้ว
ส่วนเทนเซ็นต์นี่ชัดเจน ตอนนี้หุ้นละไม่ถึง 30 ดอลลาร์ฮ่องกง ภายหน้าขึ้นได้สิบเท่า แถมยังมีแตกพาร์ 1 ต่อ 5 อีก แต่จะแตกตอนไหนเฉินโม่จำไม่ได้
ถึงครั้งนี้วีแชตจะอยู่ในมือเขา แต่ช้างตายทั้งตัวก็ยังใหญ่กว่าม้าอยู่ดี เฉินโม่ไม่คิดว่ามีแค่นี้จะทำให้เทนเซ็นต์ดับได้ นั่นดูถูกเสี่ยวหม่าเกอเกินไป แน่นอนว่าอนาคตราคาหุ้นเทนเซ็นต์คงต่ำกว่าบนไทม์ไลน์เดิมอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยขึ้นได้หลายสิบเท่าคงไม่ใช่ปัญหา
ส่วนเทสลานั้น เฉินโม่จำได้ว่าเปิดเกมมาแย่พอตัว SpaceX ของมัสก์ฝั่งต่างประเทศตอนแรกระเบิดรัวๆ กระทบถึงเทสลาด้วย ถ้าไม่ใช่ไปตั้งโรงงานที่มหานครเซี่ยงไฮ้ เกือบสิ้นชีพ เหมือนจะมาดีทีหลัง อันนี้ PASS ไว้ก่อน ไว้ค่อยว่ากัน
เอ๊ะ? ทำไมเป็นคนแซ่หม่าอีกแล้ว?
งั้นก็เทหน้าตักสองตัวแรกก่อน
อีกส่วน เขาเตรียมซื้อบิตคอยน์ เขาเช็กดูแล้ว ตอนนี้บิตคอยน์แค่ 0.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งเหรียญ ซื้อ 100,000 เหรียญก็แค่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เขาจำได้ว่าอีกสัก 5-6 ปีจะมีรอบขึ้นพีค ซื้อเพิ่มจากต่างประเทศแล้วเอาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ อีกไม่กี่ปีกลับมาเจอกันคงมีเซอร์ไพรส์ใหญ่แน่ๆ
เขาเหมือนจะจำได้ว่ามีเพื่อนคนนึงเก็บบิตคอยน์ไว้ในฮาร์ดดิสก์ 7,002 เหรียญ ตอนนั้นรวมๆ มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 1.9 พันล้านหยวน แต่ดันปล่อยทิ้งไว้นานมากจนลืมรหัสฮาร์ดดิสก์เข้าให้ มีโอกาสลองใส่รหัสได้สิบครั้ง เขาลองพลาดไปแล้ว 8 ครั้ง ยังเหลืออีก 2 ครั้ง คาดว่าใจแตกสลายไปแล้ว ชีวิตชาตินี้คงไม่สดใสแน่นอน
ท้ายที่สุดยังบวกกับออร่าความเป็น “ราชาแห่งหัวชิงเจียหยวน” ของตัวเอง ครอบครองบ้านสิบกว่าหลัง ตอนนี้ราคาหลังละสี่ถึงห้าล้าน พอขายราวปี 2020 อย่างต่ำก็พุ่งไปหลังละสิบห้าล้านขึ้นไป จุดพีกต่อหลังคงกดไปใกล้ๆ 200,000 ต่อ ตารางเมตร นั่นแหละบ้านโซนโรงเรียนที่ถูกเรียกว่า “ศูนย์กลางจักรวาล” ของแท้ ขวัญใจชนชั้นหัวกะทิแห่งปักกิ่ง
กลไกสำรองรับมือความเสี่ยงตอนนี้ถือว่าแน่นพอ ขอแค่ตัวเองทำตามกฎหมาย หากไม่โดนกำจัดทางกายภาพ ชาตินี้ไม่มีวันจน
ส่วนที่เหลือก็เอาไว้ใส่เพิ่มการลงทุน ลงอะไรดีล่ะ? ในเมื่อตัวเองเป็นเบอร์สองของ Xiaomi แน่นอนว่าต้องลง Xiaomi สิ!
เฉินโม่รู้ดีว่า ด้วยสถานะตอนนี้ของ Xiaomi เงินทุนไม่มีทางประคับประคองไปจนสมาร์ทโฟน Xiaomi เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ นั่นแปลว่าก่อนตรุษจีน เหลยจวินต้องระดมทุนรอบ A แน่นอน ถึงตอนนั้นหุ้นของตัวเองย่อมถูกทุนนอกชุดใหม่เข้ามาไดลูต
ยิ่งตอนนี้ไลน์การผลิตสมาร์ทโฟน Xiaomi ก็เข้าที่แล้ว ช่วงนี้ไม่ได้ต้องพึ่งช่องทางทรัพยากรอื่นอะไร คิดแบบ “น้ำดีไม่ไหลออกนอกนา” งั้นก็คงถึงเวลาคุยจริงจังกับเสี่ยวเหลยแล้วล่ะ
หนึ่งสัปดาห์ถัดมา เฉินโม่กับซุนจื่อเหวยก็มาทำงานตามปกติ
เฉินโม่เห็นประตูห้องทำงานด้านหน้าถูกเปิดอ้าอยู่ จึงเดินดิ่งเข้าไป
เขามองหน้าเสี่ยวเหลยที่ยังงงๆ ลูบมือตัวเองเบาๆ ตรงมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
“พี่จวิน~ ผมอยากเพิ่มพอร์ต! สนใจไหม?”







