ประมาณ 17:00 น. ของวันนั้น หลังจากได้รับอนุมัติจากลู่หมิง เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็ได้ประกาศและเปิดตัวดัชนี "3+1" ที่จัดทำขึ้นอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่เรียกว่า "3+1" ก็คือดัชนีเทียนเซิ่งซั่ง 50, ดัชนีเทียนเซิ่งเซิน 100, ดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 และดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิต
นี่เป็นเรื่องใหญ่ ประกาศออกมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็แพร่กระจายไปทั่วตลาดทุน นักลงทุนทุกสายต่างก็ศึกษาและพูดคุยเกี่ยวกับดัชนี "3+1" หลังปิดตลาด
กลุ่มวีแชตของเหล่าหยางนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าก็กำลังคุยเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
สมาชิกกลุ่ม: "พี่น้องทั้งหลาย บริษัทเทียนเซิ่งได้จัดทำดัชนีชุดหนึ่งสำหรับการลงทุนของตัวเอง ทุกคนลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ทางการของเทียนเซิ่งสิ อยู่หน้าแรกเลย"
สมาชิกกลุ่ม: "จึ๊ๆๆ... พอลองเปลี่ยนกราฟดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตเป็นรายสัปดาห์ดู แนวโน้มแม่มโคตรมั่นคงเลย เป็นการไต่ระดับทำมุม 50 องศาชัดๆ"
สมาชิกกลุ่ม: "น่าเสียดายที่ได้แค่มองตาปริบๆ ถ้าดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวิ่งแบบนี้ได้ก็คงดีสิ~~"
สมาชิกกลุ่ม: "เมื่อสองปีก่อนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตกไปที่ 2,800 จุด ตอนนี้อยู่ที่ 3,100 จุด สองปีขึ้นมาตั้ง 300 จุด ส่วนดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตมีค่าฐานเริ่มต้นที่ 1,000 จุดเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้พุ่งไป 3,186 จุดแล้ว เวลาประมาณสองปีเท่ากันแต่ขึ้นมาถึง 2,186 จุด..."
สมาชิกกลุ่ม: "เอาชนะดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตไปแล้ว ปาดเหงื่อเลย..."
สมาชิกกลุ่ม: "ที่แท้ก็แยกเทียนเซิ่ง 150 ออกมา... เดี๋ยวนะ เชี่ยไรเนี่ย? จงเสี่ยวผาน 300 คืออะไรวะ? อี้เกอ นายไม่ได้อวยแนวทาง 'ใหญ่และสวยงาม' หรอกเหรอ? ทำไมถึงทำดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ออกมาได้ล่ะ?"
สมาชิกกลุ่ม: "6666 อี้เกอแอบเล่นตุกติกอีกแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้ว คำพูดของสถาบันก็คือผีหลอกคนชัดๆ!"
สมาชิกกลุ่ม: "ดูเหมือนว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กพรุ่งนี้คงจะมีการดีดตัวกลับแน่ๆ อย่างน้อยหุ้น 300 ตัวที่อี้เกอจัดมานี้ก็น่าจะมีลุ้น"
สมาชิกกลุ่ม: "เหล่าหยางมองข่าวที่เทียนเซิ่งประกาศวันนี้ยังไงบ้าง? ช่วยวิจารณ์การเคลื่อนไหวของดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 หน่อยได้ไหม?"
สมาชิกกลุ่ม: "ใช่เลยครูหยาง ผมเริ่มงงแล้ว ตกลงว่ามันคือใหญ่และสวยงาม หรือเล็กและสวยงามกันแน่?"
เหล่าหยาง: "เกินความคาดหมาย แต่ก็สมเหตุสมผล มุมมองของผมคือ การที่อี้เกอวางหมากในจงเสี่ยวผาน 300 จะไม่เปลี่ยนตรรกะของสินทรัพย์หลักในปัจจุบัน อย่าคิดว่าการที่อี้เกอทำดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ขึ้นมาจะสามารถเปลี่ยนแนวโน้มของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งหมดได้ เป็นไปไม่ได้หรอก อาจจะมีการดีดตัวกลับบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องร่วงลงอยู่ดี"
สมาชิกกลุ่ม: "ยังไงเหรอ?"
เหล่าหยาง: "จะยังไงได้ล่ะ? อี้เกอจัดสรรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก 300 ตัว แต่ตลาดหุ้น A-Share มีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กกี่ตัว? มีตั้ง 2,700 กว่าตัว แล้วอีก 2,400 กว่าตัวที่ไม่ได้ถูกเลือกเล่า? มีแต่จะถูกเชือดหนักกว่าเดิม ไม่เชื่อพวกคุณก็รอดูตลาดในอนาคตก็แล้วกัน"
เหล่าหยาง: "ด้วยอิทธิพลของอี้เกอในตลาดทุนในประเทศตอนนี้ การที่เทียนเซิ่งจัดสรรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในครั้งนี้ หุ้น 300 ตัวที่ถูกเลือกย่อมเป็นผลดีอย่างแน่นอน แต่มองอีกมุมหนึ่ง ในระยะยาวมันกลับเป็นผลเสียที่ใหญ่กว่าสำหรับหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งหมด"
สมาชิกกลุ่ม: "ที่เหล่าหยางพูดมาก็มีเหตุผล"
สมาชิกกลุ่ม: "สินทรัพย์หลักยังไงก็หอมหวานกว่า เหล่าหยางสุดยอดจริงๆ เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ร่วงไม่หลุด 9,200 จุดตามคาด เดือนนี้มีโอกาสจะทะลุแนวต้านจุดสูงสุดเดิมไปแตะระดับ 10,000 หยวนได้เลย!"
สมาชิกกลุ่ม: "คนที่กอดหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กไว้น่าสงสารจัง ปีนี้คงขาดทุนจนหมดตัวแล้วมั้ง น่าเวทนาจริงๆ เห็นในเน็ตมีคนโชว์ใบส่งมอบหุ้นเยอะแยะ ส่วนใหญ่ก็ขาดทุนย่อยยับกันทั้งนั้น"
เหล่าหยาง: "ต่อไปถ้าจะดูหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ก็แค่ดูหุ้นองค์ประกอบดัชนีในดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ก็พอแล้ว ตัวอื่นไม่ต้องไปดู ไม่ได้บอกว่าต้องเด็ดขาดขนาดนั้น แต่ตัวที่อี้เกอมองข้ามไปก็คือหุ้นขยะอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้ ผมถึงบอกว่าการที่อี้เกอเลือกหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในระยะยาวจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เขาเท่ากับลงมือเปิดโปงขยะที่อยู่ข้างในด้วยตัวเอง"
สมาชิกกลุ่ม: "แล้วระยะสั้นล่ะ?"
เหล่าหยาง: "ระยะสั้นมีการดีดตัวกลับบ้าง แต่ผมคิดว่าโดยรวมแล้วจะไม่เกิดสภาวะตลาดที่ใหญ่โตอะไร เหตุผลที่จะมีการดีดตัวกลับ ตรรกะของมันอยู่ที่ว่าเจ้ามือและเงินทุนที่ซุ่มซ่อนอยู่ในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กต้องใช้เวลาในการหนี ดังนั้นพวกเขาจึงต้องประคองตลาดเอาไว้ เมื่อคนเริ่มรู้ตัวมากขึ้น ความเร็วในการหนีของเงินทุนก็จะเร็วขึ้น พอการดีดตัวกลับจบลง ก็จะมีแต่การเชือดที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม!"
เหล่าหยาง: "ความจริงแล้วพวกเจ้ามือและเงินทุนที่ซุ่มอยู่ในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กน่าจะเกลียดอี้เกอมาก ชื่อเสียงของอี้เกอโด่งดังเกินไป ดึงดูดสายตาของรายย่อยที่ชอบลอกการบ้าน คนที่ติดดอยตายตัวในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็ขยับไปไหนไม่ได้ แต่พออี้เกอมา ต้นหอมหน้าใหม่ที่ชอบลอกการบ้านก็ยิ่งโปรดปรานหุ้น 300 ตัวที่อี้เกอเลือกมากกว่า สิ่งนี้ทำให้หุ้นขนาดเล็กอีก 2,400 กว่าตัวไม่มีสภาพคล่องมาเติมเต็ม เหลือเพียงการต่อสู้ของเงินทุนเดิม แถมยังต้องเผชิญกับเงินทุนที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพวกมันก็จะร่วงลงเรื่อยๆ"
เหล่าหยาง: "การที่อี้เกอจัดสรรจงเสี่ยวผาน 300 ย่อมเป็นการโจมตีอย่างหนักต่อหุ้นขยะที่อยู่ข้างในอย่างแน่นอน แต่สำหรับหุ้นเติบโตที่แท้จริงและม้ามืดในหมู่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กแล้วถือเป็นเรื่องดี พวกเขาได้รับการเพิ่มการถือครองและการระดมทุนจากสถาบันขนาดใหญ่ คาดว่าการที่อี้เกอจัดสรรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็คงหวังว่าจะสามารถขุดค้นบริษัทเติบโตที่มีศักยภาพจะเป็นผู้นำหุ้นมาร์เก็ตแคปแสนล้านได้ ส่วนหุ้นขยะข้างในนั้น ต่อไปก็คงกลายเป็นหุ้นเพนนีที่ไม่มีใครเหลียวแล"
……
เรื่องที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลประกาศและเปิดตัวดัชนี "3+1" ได้รับความสนใจอย่างมาก คืนนั้นเมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ทางการของบริษัทก็พุ่งปรี๊ดในระยะเวลาสั้นๆ ต้อนรับยอดเข้าชมจำนวนมหาศาล
ล้วนแต่มาดูดัชนี "3+1" ซึ่งในตอนนี้สามารถดูได้บนเว็บไซต์ทางการของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเท่านั้น
ทว่าในขณะเดียวกัน ซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นรายใหญ่อย่าง ถงฮวาซุ่น, ตงไฉ และอื่นๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย เมื่อทราบว่าดัชนีเหล่านี้สามารถขอสิทธิ์ได้ ต่างก็เริ่มเลือกที่จะนำดัชนีเข้าสู่ซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นของตัวเอง
เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ใช้ก็จะสามารถตรวจสอบแนวโน้มของดัชนีบนซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นเหล่านี้ได้โดยตรง
ดัชนีเทียนเซิ่งซั่ง 50, เทียนเซิ่งเซิน 100 และเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 อ้างอิงตามดัชนีเชิงรับใหญ่ทั้งสามอย่างดัชนี SSE 50, ดัชนี SZSE 100 และดัชนี CSI 500 ตามลำดับ เดิมทีคิดว่าแนวโน้มจะคล้ายกัน แต่ผลปรากฏว่าเมื่อนำมาซ้อนทับเปรียบเทียบกันเป็นคู่ๆ ถึงได้พบอย่างน่าตกใจว่าดัชนีทั้งสามของเทียนเซิ่งนำหน้าดัชนีเชิงรับไปไกลลิบ
เป็นการจัดสรรหุ้นองค์ประกอบดัชนี 50 ตัวของดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเหมือนกัน แต่เทียนเซิ่งซั่ง 50 กลับเอาชนะดัชนีเชิงรับ SSE 50 ได้ และยิ่งเอาชนะดัชนีตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตไปได้อย่างขาดลอย นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แค่คัดเอาหุ้นโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ไม่ขึ้นหรือกระทั่งร่วงลงออกไป ก็เท่ากับสลัดตัวถ่วงกองโตทิ้งไปได้แล้ว
พูดได้โดยไม่เกินจริงเลยว่า เทียนเซิ่งซั่ง 50 ได้เลือกหุ้นองค์ประกอบดัชนีคุณภาพสูง 50 ตัวที่ทำกำไรได้ดีที่สุดในดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของตลาดหุ้น A-Share ออกมา เทียนเซิ่งเซิน 100 และเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ก็เช่นเดียวกัน
ตอนนี้เมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อหุ้นองค์ประกอบดัชนี นักลงทุนรายกลางและรายย่อยจำนวนมากในตลาดที่ความเป็นจริงมักจะอ้างอิงหุ้นองค์ประกอบดัชนีเชิงรับอย่างซั่ง 50, เซิน 100 เพื่อเลือกหุ้นรายตัวสำหรับการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
ตอนนี้มีคนจำนวนมากหันมาเลือกเป้าหมายการลงทุนจากรายชื่อหุ้นองค์ประกอบดัชนีของดัชนีทั้งสามที่บริษัทเทียนเซิ่งแคปปิตอลจัดทำขึ้นเอง ความคิดของพวกเขานั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมามาก ตัวเองไม่มีความสามารถในการทำวิจัยวิเคราะห์จำนวนมหาศาล แต่เป้าหมายที่สถาบันขนาดใหญ่อย่างเทียนเซิ่งแคปปิตอลเลือกออกมานั้น ถือว่าผ่านการคัดกรองครั้งสำคัญมาแล้ว ย่อมพึ่งพาได้มากกว่าการที่ตัวเองไปซื้อสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างแน่นอน
จากนั้นก็เริ่มลอกการบ้าน...
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือ ดัชนีทั้งสามจะผันผวนตามตลาดหุ้นในประเทศ และมีกราฟรายนาทีระหว่างวันเป็นของตัวเอง การเปิดและปิดตลาดของตลาดหุ้น A-Share ก็สอดคล้องไปกับมัน
ทว่า "ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิต" จะผันผวนตลอด 24 ชั่วโมง ดัชนีนี้เป็นตัวแทนความผันผวนแบบเรียลไทม์ของราคาของสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้เทียนเซิ่งแคปปิตอล แต่จะไม่เปิดเผยประเภทของเป้าหมายการลงทุนอย่างเจาะจง บางอย่างก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ เช่น บิตคอยน์
ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตครอบคลุมการลงทุนในตลาดทุนในประเทศ, ตลาดแรก, ตลาดรอง, กองทุนรวมขนาดใหญ่ภายใต้บริษัท รวมถึงการลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศ ทั้งหุ้นสหรัฐฯ, แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และอื่นๆ
เป็นเพราะครอบคลุมรายการลงทุนทั้งหมดทั่วโลก จึงทำให้มีความผันผวนตลอด 24 ชั่วโมง
ตามคำอธิบายพื้นฐานของ "ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิต" ดัชนีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอ้างอิงความผันผวนของราคาของสินทรัพย์และสถานการณ์ผลกำไรโดยรวมของสินทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ร่วมลงทุนสถาบันทั้งหมดของเทียนเซิ่งแคปปิตอล แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่สามารถสะท้อนถึงสถานการณ์ผลตอบแทนของผู้ร่วมลงทุนสถาบันรายใดรายหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเช่น นักลงทุนกองทุนที่เพิ่งซื้อกองทุนเทียนเซิ่งแวลูโกรทมิกซ์ ในวันนั้นเขาอาจจะขาดทุนลอยตัว แต่ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตในวันนั้นอาจจะปรับตัวขึ้น หรืออย่างเช่นผู้ร่วมลงทุนสถาบันอันดับหนึ่งอย่างฉาวหยุนทรัสต์ ในความเป็นจริงผลตอบแทนของสถาบันแห่งนี้จะมากกว่าข้อมูลที่สะท้อนจากดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตอย่างมาก เพราะฉาวหยุนถูก "ถัวเฉลี่ย" ไปแล้ว
แต่สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์พื้นฐาน หากดัชนีนี้ร่วงลงอย่างหนัก ส่วนใหญ่แล้วจะสะท้อนว่าผู้ร่วมลงทุนสถาบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอลส่วนใหญ่มีผลตอบแทนลดลง หรือกระทั่งขาดทุนในบางส่วน ในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิต ส่วนใหญ่แล้วจะสะท้อนว่าผู้ร่วมลงทุนสถาบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอลส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หรือกระทั่งพุ่งสูงขึ้นในบางส่วน
เมื่อมีดัชนี "3+1" นี้แล้ว ผู้ร่วมลงทุนสถาบันก็สามารถตรวจสอบดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตเพื่อประเมินว่าเงินที่ตัวเองมอบให้ลู่หมิงบริหารจัดการนั้นมีโอกาสทำกำไรหรือขาดทุนมากกว่ากัน ตัวอย่างเช่น วันไหนดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตพุ่งขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ ผู้ร่วมลงทุนสถาบันพอมองปุ๊บก็รู้เลยว่าวันนี้ต้องได้กำไรแน่ๆ แถมยังอยากจะดูเมื่อไหร่ก็ดูได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งที่ผู้ร่วมลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ให้ความสนใจมากที่สุดก็คือ "ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิต" เพราะพวกเขาลงทุนด้วยเงินมากที่สุด ดัชนีเทียนเซิ่งคอมโพสิตจึงเป็นตัวแทนการสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่สุด
หลังจากที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลประกาศดัชนี "3+1" สิ่งที่นักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจมากที่สุดก็คือการดูว่าหุ้นที่ตนถืออยู่ในบัญชีตรงกับหุ้นองค์ประกอบดัชนีในดัชนีทั้งสามหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนที่ตอนนี้ยังคงแช่อยู่ในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก คนที่รู้ข่าวนี้ต่างก็พลิกดูหุ้นองค์ประกอบดัชนีของดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 เพื่อดูว่าหุ้นที่ตัวเองซื้อไว้เป็นหุ้นองค์ประกอบดัชนีในนั้นหรือเปล่า
……
(จบตอน)







