วินาทีนี้ เฒ่าเจี่ยตระหนักได้ว่าปัญหาใหญ่โตเสียแล้ว นายทุนที่อายุน้อยกว่าเขามากคนนี้ไม่ได้อ่อนหัดตามอายุเลย อีกฝ่ายเด็ดขาดและเหี้ยมโหดกว่าที่เขาคิดไว้มาก คำพูดเหล่านั้นแฝงไปด้วยการใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ทั้งข่มขู่และล่อลวงไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน โลกภายนอกก็กำลังจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าเทียนเซิ่งจะเข้ามากอบกู้เล่อซื่อหรือไม่ หากทั้งสองฝ่ายต้องแยกย้ายกันไปแบบไม่สวย ตลาดจะตีความเรื่องนี้อย่างไร?
อิทธิพลของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในเวลานี้ไม่ธรรมดาเลย หลังจากลู่หมิงกลับไป เพียงแค่เขาพลิกมือเผยแพร่รายงานการวิจัยสู่สาธารณะ พร้อมกับปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเล่อซื่อ แค่นี้ก็เพียงพอจะทำให้เล่อซื่อกระอักเลือดได้แล้ว
หากเทียนเซิ่งแคปปิตอลพุ่งชนตรงๆ แล้วลู่หมิงแฉสถานการณ์รวมถึงมุมมองในแง่ลบที่มีต่อเล่อซื่อออกมาจนหมด ดีไม่ดีเล่อซื่ออาจจะพังทลายลงก่อนเวลาอันควรเสียด้วยซ้ำ
เฒ่าเจี่ยไม่กล้ามองข้ามอิทธิพลของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเลยแม้แต่น้อย ใครจะไปรู้ว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทียนเซิ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากลู่หมิงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระดานหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ตลาดก็ตอบสนองทันควัน หุ้นขนาดเล็กพากันดิ่งพสุธาอย่างรวดเร็วในช่วงท้ายตลาด
หากเทียนเซิ่งเผยแพร่รายงานการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของเล่อซื่ออย่างครอบคลุมในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ตลาดทุนจะต้องให้ความสำคัญกับรายงานของเทียนเซิ่งอย่างมากแน่นอน เล่อซื่อไม่มีทางรับมือกับข่าวร้ายแบบนี้ได้ไหว นักลงทุนที่เห็นรายงานจะต้องเกิดความตื่นตระหนกจนเดือดพล่าน และร้อยทั้งร้อยมันจะเร่งให้เล่อซื่อล่มสลายเร็วขึ้น
เฮียเจี่ยเข้าใจความหมายของลู่หมิงแล้ว ตราบใดที่ยอมขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ของเล่อซื่อให้อีกฝ่าย เขาก็จะหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร และจะไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเล่อซื่อมากนัก
เวลานี้ เก๋อเฟิงและคนอื่นๆ ต่างไม่รู้เลยว่าพวกเขาสองคนเพิ่งซุบซิบอะไรกัน และไม่สามารถคาดเดาอะไรจากสีหน้าได้เลย ระดับบิ๊กบอสที่เป็นนักแสดงรางวัลตุ๊กตาทองกันทั้งคู่จะไปดูออกได้อย่างไร...
ตอนนั้นเอง ลู่หมิงก็พูดขึ้นอีกว่า "ในสถานการณ์ที่เล่อซื่อตึงเครียดด้านเงินทุนอย่างหนัก แต่กลับไม่ยอมหยุดก้าวเดินในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ ในช่วงปีที่ผ่านมา ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ของเล่อซื่อเติบโตพุ่งพรวดไปกว่า 4 พันล้าน ปัจจุบันสินทรัพย์ลิขสิทธิ์ที่มีมูลค่าทางบัญชี 6 พันล้านกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะด้อยค่าลงเรื่อยๆ ตอนนี้ผมเสนอราคาเพิ่มให้ 500 ล้านจากมูลค่าทางบัญชีปัจจุบัน ถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรมมากแล้ว"
ทรัพยากรลิขสิทธิ์ในมือเล่อซื่อนั้นอุดมสมบูรณ์มากจริงๆ วิสัยทัศน์ของเฒ่าเจี่ยในจุดนี้ไม่มีที่ติ ในยุคแรกเริ่มที่ปัญหาลิขสิทธิ์วิดีโอออนไลน์ในประเทศแทบจะไม่มีใครเข้ามาควบคุมดูแล ทำให้ผู้ให้บริการวิดีโอรายใหญ่ยอมให้ผู้ใช้อัปโหลดวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์ลงในเครื่องเล่นหรือเว็บไซต์วิดีโอของตนเอง สำหรับเรื่องพรรค์นี้ เว็บไซต์วิดีโอทั้งหลายต่างรู้ดีว่าผิดกฎหมายแต่ก็เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่ง
ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครฟ้องร้องอยู่แล้ว ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น
แต่เฒ่าเจี่ยกลับมองเห็นปัญหาลิขสิทธิ์ก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็นบอสของเว็บไซต์วิดีโอคนแรกในบรรดาบอสมากมายที่ยอมควักกระเป๋าซื้อทรัพยากรลิขสิทธิ์วิดีโอจำนวนมหาศาลเข้ามาเก็บไว้ และยังถูกคนไม่น้อยหัวเราะเยาะว่าโง่แต่รวยอีกต่างหาก
เนื่องจากเฒ่าเจี่ยเป็นคนแรกที่ทำเช่นนี้ ค่าลิขสิทธิ์ในเวลานั้นจึงถูกแสนถูก โดยเฉลี่ยแล้วใช้เงินเพียง 15,000 หยวนก็สามารถซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ได้หนึ่งเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นราคาผักกาดขาวเลยทีเดียว ตอนนี้ถ้าคิดจะซื้อลิขสิทธิ์ด้วยราคาผักกาดขาวแบบนี้ก็คงได้แต่ฝันไป อีกไม่กี่ปีข้างหน้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง
นี่แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์มูลค่าทางบัญชี 6 พันล้านในมือของเล่อซื่อนั้นมากมายมหาศาลเพียงใด แม้ว่ามูลค่าทางบัญชี 6 พันล้านนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีนั้น แต่ทรัพยากรลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในมือก็ยังคงมหาศาลอยู่ดี
"6.5 พันล้าน...ก็ใช่ว่าจะคุยกันไม่ได้"
จู่ๆ เฮียเจี่ยก็ยอมอ่อนข้อลง ทำให้เก๋อเฟิงและคนอื่นๆ ประหลาดใจมาก รวมไปถึงคนฝั่งเฒ่าเจี่ยเองก็เช่นกัน ยิ่งทำให้พวกเขาสงสัยว่าบอสสองคนนี้แอบไปทำข้อตกลงลับอะไรกันตอนซุบซิบเมื่อครู่ ทำไมท่าทีของเฒ่าเจี่ยถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกระทันหันแบบนี้?
ท้ายที่สุด หลังจากปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือกันได้
ไม่ใช่การขายให้เทียนเซิ่งแคปปิตอลโดยตรง เฒ่าเจี่ยเองก็ไม่ได้โง่ ขายทรัพยากรลิขสิทธิ์ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเล่อซื่อทิ้งแล้วคุณคิดจะทำอะไรล่ะ? ตลาดทุนจะตีความเรื่องนี้อย่างไร? เริ่มขายสมบัติกินแล้วงั้นหรือ? นั่นไม่เท่ากับบอกคนอื่นหรอกหรือว่าระเบิดที่เพิ่งตูมตามไปตอนนี้เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
ดังนั้นจึงไม่สามารถขายได้โดยตรง แต่เป็นการจำนำ นำเอาทรัพยากรลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ไปจำนำไว้กับเทียนเซิ่งแคปปิตอลโดยตรง เล่อซื่อจะได้รับกระแสเงินสด 6.5 พันล้าน ระยะเวลาจำนำคือ 58 วันตามปฏิทิน กำหนดชำระหนี้คือในเดือนกรกฎาคม
หากเล่อซื่อไม่ชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เจรจา และสามารถจัดการกับทรัพยากรลิขสิทธิ์เหล่านี้ได้โดยตรง ซึ่งก็เท่ากับการเปลี่ยนเป็นเงินสดและเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมในครั้งนี้
คืนเงินงั้นหรือ?
คืนกับผีสิ เฮียเจี่ยไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งนานแล้ว และจะกลับประเทศในสัปดาห์หน้าต่างหาก
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่เล่อซื่อจะหาเงิน 6.5 พันล้านมาคืนให้เทียนเซิ่งแคปปิตอลได้ทันในเดือนกรกฎาคม
รอจนถึงเดือนกรกฎาคม ต่อให้เล่อซื่อจะเจอมรสุมพายุฟ้าผ่ากระหน่ำแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเทียนเซิ่งแคปปิตอลแม้แต่แดงเดียว ถึงอย่างไรตอนนี้ก็โยนเงิน 6.5 พันล้านให้เฒ่าเจี่ยไปถลุงเล่นแล้ว เดือนกรกฎาคมพอเล่อซื่อไม่คืนเงินตามกำหนด เทียนเซิ่งก็แค่จัดการกับทรัพยากรลิขสิทธิ์โดยตรง
...
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผลลัพธ์ก็ออกมา ความคืบหน้ารวดเร็วจนทำเอาคนอ้าปากค้าง
ช่วงเช้าคุยกับเฒ่าเจี่ย ช่วงบ่ายทั้งสองฝ่ายก็จัดงานแถลงข่าวและทำพิธีลงนามอย่างเปิดเผย ลู่หมิงเองก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ
การจัดเตรียมงานของเฒ่าเจี่ยนั้นเอิกเกริกมาก ภายใต้การเป็นพยานของสื่อมวลชน ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาจำนำฉบับนี้
ในงานแถลงข่าว เฮียเจี่ยกล่าวกับสื่อมวลชนด้วยความฮึกเหิมว่า "กลุ่มเทียนเซิ่งและคุณลู่ได้มอบสายฝนที่โปรยปรายลงมาได้ทันเวลาให้กับเล่อซื่ออย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยกระแสเงินสดหมุนเวียน 6.5 พันล้านนี้ ปัญหาห่วงโซ่เงินทุนของเล่อซื่อก็ได้รับการแก้ไขจนหมดสิ้น..."
หลังจบงานแถลงข่าว ภาพถ่ายจับมือระหว่างลู่หมิงกับเฮียเจี่ยก็แพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว สื่อสำนักใหญ่ต่างก็แนบภาพนี้ลงในรายงานข่าวและแย่งกันนำเสนอ
เฒ่าเจี่ยในภาพดูฮึกเหิม ยิ้มกว้างจนหุบปากไม่ลง
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ลู่หมิงและเทียนเซิ่งแคปปิตอลก็คือนักดับเพลิงที่รีบรุดมาดับไฟให้เล่อซื่ออย่างแน่นอน เท่ากับให้เฒ่าเจี่ยยืมเงิน 6.5 พันล้านไปหมุนฉุกเฉินฟรีๆ แบบนี้จะไม่ใช่นักดับเพลิงที่มาช่วยดับไฟได้อย่างไร
เฮียเจี่ยได้รับรัศมีเพิ่มขึ้นมาอีกชั้น โคตรจะเจ๋งเป้งไปเลย ชาวเน็ตขาเผือกที่ไม่รู้ความจริงต่างก็พากันเชิดชูเฮียเจี่ยต่อไป
นี่เป็นข่าวใหญ่ระดับบิ๊กบึ้มอย่างแน่นอน ตลาดทุนเองก็ฮือฮากับเรื่องนี้ ผู้ถือหุ้นเล่อซื่อกว่า 280,000 คนต่างพากันตื่นเต้นดีใจ
"เฒ่าเจี่ยเจ๋งโคตรๆ เป็นคนจริงตัวท็อปแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าจะจัดการอี้เกอได้ง่ายดายขนาดนี้ เท่ากับให้เงินเฒ่าเจี่ยไปถลุงเล่น 6.5 พันล้านฟรีๆ เลยนะเนี่ย"
"ไม่ยอมรับใครก็ต้องยอมรับเฮียเจี่ย เรื่องเล่านิทานหลอกตลาดทุนของเฒ่าเจี่ยนี่ถือเป็นที่หนึ่งเลยว่าไหม!"
"คนเก่งของแท้!"
"เงิน 6.5 พันล้านนี่คือสายฝนที่โปรยปรายลงมาได้ทันเวลาของเล่อซื่อชัดๆ!"
"การเคลื่อนไหวของอี้เกอรอบนี้ดูไม่ออกเลยแฮะ ฉันนึกว่าจะไปลงทุนในเล่อซื่อ ทำไมถึงอุตส่าห์ถ่อไปให้เล่อซื่อยืมเงินล่ะ?"
"หรือว่าอี้เกอจะถูกใจลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์? ตอนนี้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์มีมูลค่ามากจริงๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
"ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ของเล่อซื่อเป็นสินทรัพย์หลักที่มีคุณภาพมากจริงๆ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร? เล่อซื่อไม่มีทางปล่อยมือหรอก"
"ก็จริง ถ้าลิขสิทธิ์หายไป เล่อซื่อเน็ตเวิร์กจะเอาอะไรไปสู้ พอหนี้ครบกำหนด ต่อให้เฒ่าเจี่ยต้องขายบ้านขายรถก็ต้องเอาเงินมาคืนเทียนเซิ่งเพื่อไถ่ทรัพยากรลิขสิทธิ์กลับคืนมาให้ได้"
...
ผู้ถือหุ้นเล่อซื่อสองสามแสนคนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ซึ้งถึงความร้ายแรงของปัญหา ยังคงรู้สึกว่าเล่อซื่อไม่มีทางล้มละลาย ในเวลานี้ก็ไม่มีใครคิดหรอกว่าบริษัทที่ใหญ่โตขนาดนี้จะล้มละลายได้ ต่อให้ตอนนี้จะมีระเบิดลงตูมตามก็ยังไม่ถึงขั้นโดนแขวนป้าย ST นับประสาอะไรกับการล้มละลาย
ประกอบกับข่าวการเข้ามาแทรกแซงของเทียนเซิ่งแคปปิตอลซึ่งเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดี ทำให้ทุกคนต่างมีความหวัง รู้สึกว่าขอเพียงเล่อซื่อได้รับการช่วยเหลือจากเทียนเซิ่งแคปปิตอลในครั้งนี้ หลังจากผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ปัจจัยพื้นฐานก็จะพลิกฟื้นกลับมา
ทุกคนเริ่มมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง คิดไปในทิศทางที่ดี และจุดประกายความหวังต่ออนาคตขึ้นมาอีกครั้ง
นอกจากลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์แล้ว อย่างอื่นของเล่อซื่อล้วนไม่มีค่าเลยงั้นหรือ?
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่
สิ่งที่มีค่าที่สุดของเล่อซื่อคือที่ดิน หากพูดถึงมูลค่าเชิงพาณิชย์ ที่ดินในนามของเล่อซื่อต่างหากที่มีค่าที่สุด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรื่องเล่านิทานของเฒ่าเจี่ยช่วยให้เล่อซื่อกว้านซื้อที่ดินมากักตุนไว้ได้ไม่น้อยเลย
ตอนนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังร้อนแรง ราคาที่ดินก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ นี่ต่างหากคือทองคำแท้ในกองขยะกองโตของเล่อซื่อ
ทว่าลู่หมิงกลับไม่หวั่นไหวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เขายึดหลัก "ตักน้ำเพียงกระบวยเดียว" แค่กวาดเอาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ไปก็พอแล้ว หากไม่ใช่เพราะการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของเขาต้องการจิ๊กซอว์ชิ้นที่เป็นเนื้อหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์อย่างมาก ลู่หมิงก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับน้ำขุ่นๆ บ่อนี้เลยจริงๆ ได้ทรัพยากรลิขสิทธิ์มาแล้วก็ชิ่งหนีดีกว่า อย่าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้มากความ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวตามมา
...







