ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 63
บทที่ 63 ฮอตเสิร์ชระเบิด! หลายฝ่ายฮือฮา!
ทันทีที่โพสต์อัปเดตออกไป ชาวเน็ตที่ติดตามเว่ยป๋อของลวี่หมิงจำนวนมากก็ได้รับแจ้งเตือนและกรูกันเข้ามาดูอย่างรวดเร็ว
พอเห็นเนื้อหา ทุกคนก็ทำหน้ามึนงงมีเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า
[นี่ฉันทะลุมิติมาหรือไง?]
[ดาราตกกระแสหันไปเอาดีทางซีรีส์ออนไลน์ งงเดะ?!]
[กองถ่ายนี้สมองมีปัญหาหรือไง ถึงกล้าให้ดาราตกกระแสแสดง? ไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือยังไง!]
[ของจริงหรือเปล่าเนี่ย!]
[เดี๋ยวนะ พี่ชาย ช่วงนี้ผมเปิดวน “เอาที่เธอต้องการไปให้หมด” ไม่หยุด เมื่อกี้ยังชมเพื่อนอยู่เลยว่าเพลงออริจินัลของนายเพราะฉิบหาย แฟนเพลงทั้งวงการเพลงจีนก็ตั้งตารอให้นายสานต่อ สร้างเพลงฮิตอีก ดันหันมาบอกว่าหนีไปถ่ายละครแล้ว?]
[ผมมึนไปเลย!]
[พี่ ขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายสายตาผู้ชมอีกเลย วงการภาพยนตร์มันลึกเกิน นายเอาไม่อยู่หรอก]
[เราเกิดมาไม่ได้มีดวงเป็นนักแสดง จะยอมรับความจริงไม่ได้เหรอ?]
[วงการภาพยนตร์ก็ให้อภัยบาปเก่าของดาราตกกระแสแล้ว แม้แต่เหยื่อชุดแรกๆ ยังปล่อยวางไปแล้ว ตอนนี้บอกหน่อย นายจะย้อนกลับไปไล่ฆ่าผู้ชมอีกเหรอ?]
[นายยังไม่คิดจะถนอมสายตาผู้ชมใช่ไหม?]
[ไม่ไหวล่ะ แค่นึกว่าดาราตกกระแสจะยังส่ง “ผลงานยิ่งใหญ่” เข้าไปในวงการภาพยนตร์อีก ฉันก็เอาเท้าขุดหลังจอจนได้ห้องแบบสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นแล้ว]
[เพราะอะไรล่ะ!]
[…]
ช่องคอมเมนต์ระเบิดทันที
ผ่านไปแค่ห้านาทีหลังโพสต์ คำค้นชุดหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นฮอตเสิร์ชอย่างรวดเร็ว
#ดาราตกกระแสถ่ายละคร!#
#“นักพรตไร้ใจ” เป็นละครแบบไหน?#
#วันสิ้นโลกของวงการภาพยนตร์มาแล้ว!#
#ดาราตกกระแสแก้แค้นสังคม#
พอยิ่งมีคนสนใจมากขึ้น ชาวเน็ตไม่ว่าจะตกใจไม่เชื่อหรือด่ากราด ต่างก็อยากรู้ว่าดาราตกกระแสที่เล่นนอกตำราคนนี้จะปรุง “ของเน่าๆ” แบบไหนออกมา จึงเทความสนใจไปที่ “นักพรตไร้ใจ” กันล้นหลาม
หลายคนสงสัยว่ามีบริษัทไหนกล้าบ้าบิ่น เอาเงินไปโยนทิ้งแบบนี้ พอไปสืบก็พบว่าสตูดิโอ “ดาวรุ่ง” ก็ถูกขุดคุ้ยออกมาด้วย
พอเจาะลึกลงไปอีก ก็พบว่าเจ้าของสตูดิโอนี้คือดาราตกกระแสนั่นเอง!
แถมสตูดิโอนี้เพิ่งตั้งใหม่ด้วย นิติบุคคลก็คือดาราตกกระแสยังพอว่า ผู้ถือหุ้นก็มีแต่เจ้าตัวคนเดียว นั่นหมายความว่า “นักพรตไร้ใจ” เป็นโปรเจกต์ที่ดาราตกกระแสควักเงินตัวเองหานักแสดงมาถ่ายทำ
เมื่อข่าวช็อกโลกนี้ถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว เว่ยป๋อก็โกลาหลเหมือนผึ้งแตกรังทันที
“เดี๋ยวนะ ไอ้บ้านี่มันไปหาเงินมาจากไหนนักหนา?” อาจารย์หวงถึงกับมึนงงทันทีที่รู้ข่าว
หลี่ชางเฟิง: “อีกแป๊บก็จะต้องแข่งรอบชิงชนะเลิศกับพ่อแล้ว เขาไม่เตรียมเพลงประกวด ดันหนีไปเข้ากองถ่าย? เดี๋ยวนะ คนนี้มีปัญหาหรือเปล่า!”
“ผมไม่เข้าใจเลย!” อู๋เชียนก็งง แต่พอคิดว่าดาราตกกระแสอาจจะเอาเงินเก็บไว้แต่งงานในบั้นปลายชีวิตไปทิ้งจนเกลี้ยง อารมณ์ก็ดีขึ้นทันตา: “คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ? ทั้งไปออกรายการวาไรตี้เพลง ทั้งแต่งเพลง ทั้งทำออริจินัล ตอนนี้ยังไม่รู้จักตาย โดดเข้าวงการภาพยนตร์อีก ไม่กลัวก้าวพลาดจนไข่ฉีกหรือไง”
“ขอให้ขาดทุนยับเลย ไอ้หลานเต่า!” อาจารย์หยางรู้ข่าวปุ๊บ ถ้าไม่ติดว่าในฐานะบุคคลสาธารณะพูดจาหยาบไม่ได้ เขาคงโพสต์ประโยคนี้แท็กดาราตกกระแสไปให้แสบๆ คันๆ แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็รีบร่างเรียงความสั้นขึ้นมาหนึ่งชิ้น เขียนคมๆ ยาวห้าร้อยคำ ในหัวข้อ #ดาราตกกระแสเล่นละคร#
อาจารย์ฮวาก็ลุกขึ้นตามทันที: “ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คนลำพองเดี๋ยวฟ้าก็ลงโทษ!”
…
ขณะเดียวกัน เหล่าพี่น้องจาก Running Man China ก็กำลังมาแรงเพราะกระแสรายการกำลังระเบิด กลายเป็นที่จับตาไม่แพ้กัน และบรรดาพิธีกรประจำก็กำลังนัดสังสรรค์ย่อมๆ
เติ้งเฉาที่เริ่มเมาเห็นการเตือนอัปเดตจากเพื่อนที่ติดตามกันอยู่ ก็ได้กินข่าวชิ้นโตทันที พออ่านเนื้อหาชัดๆ ตาก็แข็งค้าง: “เดี๋ยวๆ เสี่ยวหมิงไปโดนอะไรกระตุ้นมา ทำไมต้องดันทุรังจะมุดเข้าวงการภาพยนตร์ให้ได้ล่ะ?”
“คงอยากพิสูจน์ตัวเองล่ะมั้ง คนหนุ่มมันก็ต้องมีความทะเยอทะยานแบบนี้…” เฉินชือชือที่นั่งดื่มอยู่กับเขาก็รู้สึกทึ่งไม่แพ้กัน ช่วงนี้สนิทกันขึ้น ทั้งคู่ก็ติดตามเว่ยป๋อกันและกันแล้ว แถมยังชอบไปโผล่คอมเมนต์ในเว่ยป๋อของกันและกันเป็นพักๆ จนดึงดูดชาวเน็ตมามุงกดไลก์เพียบ
“เขาดึงเงินออกมาได้ตั้งสี่สิบล้าน ช่วงนี้ต้องกวาดเงินไปเท่าไหร่กันนะ?” เบบี้กลับโฟกัสที่ศักยภาพทางการเงินของลวี่หมิงมากกว่า: “แล้วเร่อปาดันแอบตามไปถ่ายกับเขาด้วย ไม่ใช่สิ เธอนี่ใจใหญ่เกินไปแล้วหรือเปล่า กล้าไปปั่นป่วนกับดาราตกกระแส แบบนี้ต่อให้เป็นนางฟ้าที่บารมีหนาที่สุดในวงการบันเทิงจีนมาเอง พอถ่ายจบก็มีสิทธิ์ร่วงอันดับทันทีนะ?”
“ผมได้ยินมาว่า ทาง Go Fighting! เซ็นสัญญาเขาไปแล้ว เพื่อนผมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ประธานกรรมการบริหารคนใหม่เหมือนจะติดหนี้บุญคุณดาราตกกระแสอยู่ ค่าตัวอย่างเดียวก็ให้สามสิบล้าน ถึงขั้นไม่เกรงใจแม้แต่หงเหลยกับหวงป๋อราชานักแสดง ตอนนี้เขาไม่มีบริษัทต้นสังกัดคอยดูดเลือด ค่าตัวสามสิบล้านฟาดไปก้อนเดียวเต็มๆ!” หลี่เฉินเผยข้อมูล
พอได้ยิน ก็ทั้งตกใจทั้งแอบอิจฉากันถ้วนหน้า
ว่ากันเรื่องค่าตัว ในรันนิ่งแมน เติ้งเฉาคือคนที่ค่าตัวสูงที่สุดแบบไม่มีข้อกังขา เพราะช่วงนี้รายการดังระเบิด กระแสของเขาก็พุ่งตามไปด้วย ทรัพยากรงานช่วงนี้เรียงคิวแย่งกันจีบเข้ากองถ่ายอยู่ยาว ไหนแต่เดิมเฉาเกอก็เป็นนักแสดงสายฝีมือ อยู่ในวงการบันเทิงจีนมานาน ทั้งในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ก็เคยได้รางวัลคุณภาพสูงมานับไม่ถ้วน
พอได้กระแสร้อนแรงขนาดนี้ ฝั่งวงการภาพยนตร์เขาก็กลายเป็นของดีที่ทุกทุนแย่งตัว
เท่าที่พวกเขารู้ ตอนนี้มีกองถ่ายหนึ่งยื่นข้อเสนอค่าตัวสูงสุดถึงห้าสิบล้าน แต่เพราะบริษัทต้นสังกัดต้องร่วมแบ่ง ส่วนเฉาเกอก็ยังได้แค่ครึ่งเดียวคือยี่สิบห้าล้าน หักภาษีแล้วก็ยังสู้ของดาราตกกระแสไม่ได้
แค่เรื่องค่าตัวงานก็สามารถกดดาราแถวหน้าของวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ได้แล้ว เห็นชัดว่าดาราตกกระแสรายนี้มีมูลค่าทางการค้าสูงแค่ไหน
แต่พอพ้นช่วงอิจฉา ทุกคนก็ยังมองว่าการกระทำหุนหันของน้องชายคนนี้มันช่างเหลวไหลเกินไป
ฝีมือการแสดงของลวี่หมิง พวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น ระดับชวนแสบตาขนาดนั้น… โดยกำเนิดไม่ใช่ทางนี้จริงๆ นะ
“หนุ่มๆ ทำอะไร ก็ยังหุนหันกันเกินไป”
“ใช่ ตอนนี้ดูสวยหรูจริง แถมเป็นช่วงพีคของอาชีพก็จริง แต่ถึงจะมีเงินแค่ไหนก็ทุ่มเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ครั้งหน้าถ้าเจอ ต้องคุยกันจริงจังหน่อย ช่วงนี้มูลค่าทางการค้าสูงก็เก็บเงินไว้เยอะๆ เพื่อทำทางถอยในอนาคต ไหนตอนนี้เขาก็มีศัตรูเพียบ ถ้าเมื่อไหร่กระแสซาไป จะอันตรายมาก…”
ถึงจะกลั้นขำยาก แต่สุดท้ายก็ผูกมิตรลึกซึ้งกันไว้ ทุกคนเลยพากันไปร่วมคอมเมนต์แสดงความยินดีใต้โพสต์ของลวี่หมิง พร้อมช่วยกันรีโพสต์
แม้ว่าในอนาคตพอซีรีส์ออนไลน์ระเบิดตู้มในทางลบ พวกเขาย่อมจะโดนวิจารณ์ไปด้วยส่วนหนึ่ง แต่ช่วงนี้รันนิ่งแมนกำลังฮิตจัด ในแง่หนึ่ง ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ที่กระแสพุ่งเอามาก็ล้วนได้อานิสงส์จากลวี่หมิงกันทั้งนั้น ปกติในรายการก็เรียกกันว่าน้องชายอยู่ตลอด ตอนนี้น้องชายควักทรัพย์สินทั้งหมดมาถ่ายซีรีส์ออนไลน์แล้ว ถ้าพี่ชายทั้งหลายไม่แสดงท่าทีอะไรเลยก็ดูจะไม่ใจกันไปหน่อย
กระแสที่เดือดอยู่แล้ว พอพี่ๆ ใน brothers team ที่เป็นตัวท็อปร่วมกันรีโพสต์ โพสต์ของลวี่หมิงเพียงชั่วโมงเดียวก็ขึ้นยึดฮอตเสิร์ช ระหว่างท็อป 10 มีคำค้นที่เกี่ยวกับเขาถึงแปดช่อง ดีกรีความสนใจโหดขนาดนี้ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากสุดๆ ของวงการบันเทิงจีนในรอบหลายปี
เมื่อครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นต่างพากันย้ายคลิป ประเดี๋ยวเดียว การถกเถียงเรื่องนี้ในอินเทอร์เน็ตก็ถึงกับเดือดพล่าน ระเบิดดังเปรี้ยง!
แม้แต่ในวงการอื่นๆ ก็เริ่มมีเสียงพูดถึง “นักพรตไร้ใจ” กันแล้ว
แต่อย่างว่าล่ะ ถึงจะฮอต แต่เสียงไม่เชื่อถือมีเกินเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ถึงจะมีคนสนับสนุนหรือคาดหวังอยู่บ้าง ก็ยังปนโทนล้อเลียน เช่น “ดาราตกกระแสลงทุนทั้งตัว เพื่อทำลายวงการซีรีส์ออนไลน์” “นี่คือการเสียสละเพื่อส่วนรวม ผู้ชมบอกว่าวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์เน่ามาก เขาเลยอาสาเป็นตัวที่เน่าที่สุดเพื่อให้เพื่อนร่วมวงการดูดีขึ้น”
จะว่าไป พวกที่เสียใจที่สุดคงหนีไม่พ้นแฟนคลับของเร่อปาอย่าง “อลิซ”
ถ้าเร่อปาไปทำกระแสคู่จิ้นกับดาราตกกระแสในวาไรตี้โชว์ พอคิดถึงหน้าตาระดับเทพที่หาใครเทียบไม่ได้ในวงการบันเทิงจีนของเขา บวกกับพรสวรรค์ด้านดนตรีที่ลวี่หมิงโชว์จนลบล้างความเข้าใจเดิมของทุกคน อลิซก็พอจะกัดฟันทนไหวอยู่หรอก แต่คราวนี้ไอดอลของตัวเองดันไปถ่ายซีรีส์ออนไลน์กับดาราตกกระแส แถมจากข้อมูลที่พวกเธอไปขุดมา สองคนนี้ยังเล่นเป็นคู่จิ้นกันในเรื่องอีก?
นี่มันต่างอะไรกับที่ดาราตกกระแสคนนั้นมายกเท้าถีบหัวพวกเธอตรงๆ กันล่ะ!
……
ในเวลาเดียวกัน
โหยวฮั่น ที่อยู่ในวงการบันเทิงจีนมาสองปีเต็ม จนตอนนี้ตกชั้นเป็นดาราแถวสอง เหลือเพียงชื่อที่คนคุ้นหู ไม่กี่วันก่อนเขาก็เพิ่งปิดกล้องผลงานใหม่ของตัวเอง “ซานซานมาแล้ว”
เรื่องนี้เชิญอาจารย์เสี่ยวจ้าวมารับบทนางเอก ตั้งแต่ประกาศรายชื่อนักแสดงก็เรียกความสนใจได้ไม่น้อย โหยวฮั่นมองอนาคตของเรื่องนี้ในแง่ดีมาก ตั้งแต่เปิดกล้องก็หวังให้ “ซานซานมาแล้ว” พาตัวเองไต่กลับไปเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการภาพยนตร์อีกครั้ง
ทว่าเพราะระหว่างถ่ายทำเกิดเหตุไม่คาดฝันหลายอย่าง ทำให้ความคืบหน้าล่าช้าอย่างหนัก ซีรีส์ยาว 34 ตอนถ่ายกันเกือบหนึ่งปีเต็ม แม้เมื่อไม่กี่วันก่อน กองถ่ายรวมถึงอาจารย์เสี่ยวจ้าวและนักแสดงทุกคนจะพร้อมใจกันโปรโมตซีรีส์นี้บนเว่ยป๋อ แต่เพราะช่วงนี้ความสนใจในวงการบันเทิงจีนเทไปทางดาราตกกระแสแทบทั้งหมด การโปรโมตของพวกเขาเลยแทบไม่ก่อกระแสเลย
พักนี้โหยวฮั่นถึงกับหน้ามุ่ยอยู่แล้ว
เขาห่างหายจากการมีผลงานดังระเบิดมาหลายปี ตอนนี้หวังจะใช้ภาพลักษณ์ประธานกรรมการบริหารสายโหดที่หล่อจนสาวๆ ละลาย ในเรื่องนี้ พาตัวเองกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง แต่พอการโปรโมตของกองถ่ายไม่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในวงการบันเทิงจีนแม้แต่น้อย นี่ไม่ใช่ลางดีเอาเสียเลย แม้เขาจะมั่นใจในฝีมือการแสดงสุดๆ โดยเฉพาะในสนามบทประธานกรรมการบริหาร เขายังเชื่อว่ามองทั้งวงการก็แทบไม่มีคู่แข่ง
แต่เหล้าอร่อยก็ยังกลัวร้านอยู่ในตรอกลึก!
ระหว่างที่โหยวฮั่นคิดไม่ตก เขาหยิบมือถือขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เดิมกะจะเข้าไปดูยอดรีโพสต์ความเคลื่อนไหวล่าสุดของตัวเอง แต่พอเข้าหน้าเว่ยป๋อ ช่องค้นหากลับขึ้นคำแนะนำว่า #ฝีมือการแสดงของดาราตกกระแส# เขาเลยกดเข้าไปด้วยความอยากรู้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งตะลึง พอกินข่าวชิ้นโตนี้จบ เขาก็แค่นหัวเราะดูแคลนทันทีว่า
“เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็กล้าลงมาถ่ายซีรีส์ออนไลน์กันหมดสินะ ไอ้ดาราตกกระแสนี่มันไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเลยรึไง ตัวเองมีศักยภาพแค่ไหน ในใจไม่รู้จักประเมินบ้างเหรอ?”
บ่นจบ สีหน้าโหยวฮั่นก็ชะงัก
ถัดมา ไอเดียก็แล่นวาบในหัว “ได้แล้ว ได้สิ!”
“ตอนนี้ทั้งวงการกำลังกินกระแสด้านลบจากดาราตกกระแส เป็นคนเป็นผีก็ต้องโผล่มาเกาะกระแสกันหน่อย ในเมื่อคนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้? เหยียบหัวเขาเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง ทั้งดูชอบธรรม ทั้งได้ความสนใจ แล้วจะไปเสียเงินเสียแรงจ้างหน้าม้าให้เปลืองทำไมล่ะ?”
คิดได้ดังนั้น โหยวฮั่นก็ปลื้มในไหวพริบของตัวเองทันที
ไม่พูดพร่ำ ไม่ถามความเห็นใครในกองถ่ายด้วย เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์บนคีย์บอร์ด ไม่นาน เรียงความสั้นฉบับหนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย
[สภาพแวดล้อมที่ดีของวงการต้องอาศัยทุกคนช่วยกันรักษา สำหรับบางคนที่ไม่มีฝีมือการแสดงเอาเสียเลย แถมยังไม่มีความเคารพต่อการแสดงแม้แต่นิด เอาแต่หมกมุ่นอยู่ในโลกของตัวเองแล้วสำเริงสำราญกับตัวเอง ผมส่วนตัวรู้สึกต่อต้านอย่างยิ่ง ผมเชื่อเสมอว่า มีความสามารถแค่ไหน ก็ทำเรื่องให้สมกับฝีมือเท่านั้น ขอเตือนดาราบางคนอย่าก้าวล่วงเข้ามาในวงการภาพยนตร์ให้ทำคนในอาชีพต้องหมองหน้า]
[เมื่อเทียบกับคนและผลงานที่เอาแต่เรียกความสนใจ ผมอยากให้ทุกคนหันมาสนใจ “ซานซานมาแล้ว” มากกว่า]
[ดั่งชื่อเรื่องของเรา ผมอยากกล่าวคำขอโทษต่อแฟนๆ ที่สนับสนุนผมมาโดยตลอด ผม ฮั่น มาช้าเสียแล้ว!]
[เรื่องนี้คือผลงานที่ผมขัดเกลาฝีมือมาหลายปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนหมด ในเรื่อง ผมรับบทเฟิงเถิง ซึ่งเป็นการสรุปทุกประสบการณ์การแสดงของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า “ซานซานมาแล้ว” จะกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ฮิตที่สุดของวงการภาพยนตร์จีนปีนี้ และผมก็มีความมั่นใจว่าจะอาศัยบทเฟิงเถิงบทนี้ พุ่งเข้าชิงรางวัลอินทรีทองในปีนี้!]
[ซีรีส์ “ซานซานมาแล้ว” ที่ผมร่วมงานกับ @เสี่ยวจ้าวผู้ชอบเผือก จะได้พบกับทุกคนในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ตอนนั้นจะออกอากาศพร้อมกันบนแพลตฟอร์มเพนกวินและสถานีโทรทัศน์เจียงซื่อ โปรดติดตาม!]
หลังตรวจทานข้อความที่พิมพ์อย่างละเอียด เขาก็เริ่มลังเลเล็กน้อย “ดิสเครดิตเขาแบบนี้ จะไม่โจ่งแจ้งไปหน่อยเหรอ”
“อืม คำแรงๆ ที่ใช้วิจารณ์ดาราตกกระแสนี่มันยังไม่ค่อยกัดเท่าไหร่ ดูแล้วเหมือนแค่เกาๆ ให้อาการคันหายๆ ชาวเน็ตเห็นก็คงคิดว่าฉันแค่โปรโมตซีรีส์ใหม่ ไม่ได้ตั้งใจจะเหยียบดาราตกกระแสจริงๆ…”
คิดได้ดังนั้น โหยวฮั่นก็พิมพ์ข้อความเพิ่มเติมอีกสามสี่ร้อยคำถ้วน คำพูดชิงชังราวกับว่าดาราตกกระแสคนนั้นจะทำลายทั้งวงการภาพยนตร์ได้ในวินาทีถัดไป ก่อกรรมทำเข็ญยิ่งใหญ่เพียงนั้น
โหยวฮั่นไล่อ่านอีกสองสามรอบ ก่อนพอใจเต็มที่แล้วก็กดโพสต์ทันที
ส่วนเรื่องว่าจะไปทำให้ดาราตกกระแสโกรธไหม?
เขาไม่แยแสเลย เดี๋ยวนี้จะเอาตัวรอดในวงการบันเทิง ถ้าอยากไต่ระดับ ต้องรู้จักอย่างน้อยหนึ่งในสี่สกิลหลัก ได้แก่ เหยียบคนอื่น เกาะกระแส ปั่นข่าว และเรียกสายตา ไหนๆ ดาราตกกระแสก็ดันมาชนปากกระบอกปืนของเขาเองแล้ว ถ้ายังไม่กัดกินกระแสฉาวนี้สักคำสองคำ ก็เหมือนจะผิดต่อโชคชะตา
พอโพสต์เผยแพร่ออกไป ก็เรียกชาวเผือกแห่เข้ามามุงอย่างรวดเร็ว
เหล่าแอนตี้หมิงเห็นโหยวฮั่นด่ายับดาราตกกระแสขนาดนี้ ต่างอารมณ์ดีถ้วนหน้า พร้อมใจกันรีโพสต์ไปแทงใจดำอีกฝ่าย
ส่วนชาวเผือกก็คิดเห็นหลากหลาย ทั้งเห็นด้วย ทั้งคัดค้าน และบางส่วนก็มองออกว่าโหยวฮั่นกำลังยืมประเด็นมาเกาะกระแส
สุดท้าย ก่อนหน้านี้ดาราตกกระแสกับโหยวฮั่นไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันเลยด้วยซ้ำ คนอื่นอย่างอาจารย์หวงกับอู๋เชียนแทงซ้ำตอนล้มยังพอเข้าใจได้ แต่โหยวฮั่นอยู่ๆ โผล่มาเปิดอัลติเสียบหน้าตรงๆ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
อย่างไรก็ตาม “ประกาศโจมตี” ของเขาก็สร้างกระแสไม่น้อยในวงการบันเทิงจีนในเวลาอันสั้น
แค่ชั่วโมงเดียว แฮชแท็ก #โหยวฮั่นถล่มดาราตกกระแส ก็พุ่งขึ้นฮอตเสิร์ช
“เดี๋ยวนี้ขึ้นฮอตเสิร์ชง่ายขนาดนี้เลย?” โหยวฮั่นเห็นว่าหลังโพสต์ไปเพียงชั่วโมงเดียว ยอดสถิติก็แซงโพสต์ประกาศซีรีส์ใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อนของตัวเองไปเรียบร้อย ก็ยิ้มแก้มปริ “เกาะกระแสดาราตกกระแสนี่ ยังไงก็ช้าไปหน่อยสิ…”
ถ้าได้กินกระแสสีดำที่น่าสนใจนี่เร็วกว่านี้ เขาคงไต่ระดับไปนานแล้ว จะต้องรอถึงตอนนี้ทำไมกัน
อาจารย์เสี่ยวจ้าวที่ว่างๆ เปิดเว่ยป๋อเข้าไปเล่นพอดี ก็ได้รับการแจ้งเตือนแท็กจากเพื่อนที่ฟอลโลว์กันอยู่ เธอแตะนิ้วเดียวก็เด้งไปหน้าโฮมของโหยวฮั่น พอเห็นแคปชันที่ชวนให้เดือดพล่านนั้น หญิงสาวก็ขมวดคิ้วทันที “คนคนนี้ช่างไม่รู้จักอายเอาเสียเลย คนเขาไม่ได้ไปหาเรื่องก่อนสักหน่อย เพื่อเกาะกระแสถึงกับทิ้งศักดิ์ศรีเลยเหรอ?”
ข่าวเผือกเรื่องการถ่ายทำของดาราตกกระแส เธอก็เพิ่งตามกินมาเหมือนกัน
เมื่อเทียบกับชาวเน็ตที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง อาศัยสัญชาตญาณของผู้หญิง เธอแอบรู้สึกว่าครั้งนี้ดาราตกกระแสอาจไม่ได้เล่นๆ
ในวงการเริ่มมีข่าวลือว่า เร่อปารับเล่นแบบค่าตัวเป็นศูนย์ ไม่ว่าทั้งคู่จะคบกันหรือไม่ ถ้าฝีมือการแสดงของดาราตกกระแสยังแทงตาเหมือนเดิม คนที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีพี่มี่หนุนหลัง แถมอนาคตมีลุ้นคว้าตำแหน่งสี่นางเอกวัยรุ่น ไม่มีทางจะยอมทำลายอนาคตตัวเองแน่
ต่อให้หัวใจลุ่มหลงอยากไปวุ่นวายกับดาราตกกระแสจริงๆ พี่มี่ที่นิสัยแข็งกร้าวก็ต้องห้ามเต็มที่
มีเพียงความเป็นไปได้เดียว คือดาราตกกระแสคนนี้ตอนนี้น่าจะเล่นละครได้จริง และได้รับการยอมรับจากพี่มี่แล้ว
ไม่อย่างนั้นอธิบายไม่ได้เลย
แต่ว่ายังไงก็ตาม อาจารย์เสี่ยวจ้าวที่ขึ้นชื่อว่าใจดี ไม่อยากลงไปลุยน้ำขุ่นนี้หรอก ไหนๆ ก็ปิดกล้องแล้ว อีกอย่างเธอก็ไม่ได้สนิทกับโหยวฮั่น เลยเข้าไปคอมเมนต์ตอบทันทีว่า “หากินบนความทุกข์ของคนอื่นโดยไม่มีสาเหตุ แบบนี้มันน่าอายจริงๆ!”
โหยวฮั่น: “???”
“ไม่ใช่ ยัยนี่เพี้ยนรึเปล่า!” โหยวฮั่นที่อยู่หลังจอเห็นคอมเมนต์ของคู่ร่วมงาน ก็สบถลั่น “กูก็เกาะกระแส เธอทำอย่างกับไม่ได้อานิสงส์งั้นแหละ ก็เราทั้งคู่ก็เป็นดาราแถวสองเหมือนกัน จะมาทำเป็นสูงส่งอะไรนักหนา?!”
“เชี่ย!”
……
เพียงชั่วข้ามคืน
บนอินเทอร์เน็ตเกิดเรื่องมากมาย คีย์เวิร์ดต่างๆ ที่เกี่ยวกับดาราตกกระแสยังคงแขวนอยู่บนกระแสฮอตเสิร์ชสูงปรี๊ด และเมื่อประเด็นนี้ยิ่งลุกลาม ความร้อนแรงก็พุ่งขึ้นถึงระดับที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เช้าวันถัดมา
ลวี่หมิงพอตื่นนอนแล้วยกเหล้าขึ้นจิบคำแรก เสียงแจ้งเตือนใสหูของระบบก็ดังขึ้นข้างหูทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่ม ‘อู่เหลียงเย่’ พื้นฐานการร้องเพลง +30!]
[พื้นฐานการร้องเพลง อัปเกรด: เลเวล 5!]
สีหน้าลวี่หมิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ช่วงนี้เขาไม่เคยลืมดื่มเหล้าทุกวัน แต่เพราะเลเวลความสามารถต่างๆ สูงมากแล้ว ความชำนาญที่ต้องใช้ในการอัปเกรดครั้งต่อไปจึงมหาศาล จริงๆ แล้วเลยแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทว่าหลังสะสมมาพักใหญ่ ในที่สุดก็ฝ่าฟันความยากลำบาก เติมค่าประสบการณ์ร้องเพลงจนเต็ม!
ทันทีที่พื้นฐานการร้องเพลงแตะเลเวล 5 ลวี่หมิงก็รู้สึกเหมือนในสมองพรั่งพรูด้วยข้อมูลมากมายที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน
ในห้วงพร่าเลือน เขาเสมือนยืนอยู่ในห้องอัด เสมือนยืนหยัดอยู่บนเวทีใต้แสงไฟพริบพราว และเสมือนยืนบนเวทีคอนเสิร์ตที่ทอดตาไปมีแต่คลื่นศีรษะผู้คนแน่นขนัด
ขณะภาพลวงตาทีละฉากกวาดผ่านสายตา เพียงครู่เดียวลวี่หมิงก็เหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันยาวนาน ราวกับได้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตของเหล่าราชานักร้องในประวัติศาสตร์วงการเพลงจีนทั้งหมด พอกลับมามีสติ สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดคือ ตัวเขาเองเหมือนเพิ่งจัดคอนเสิร์ตระดับมหึมากว่าพันรอบติดกัน
ว่ากันว่าชำนาญจากการฝึกฝน แต่ก็ไม่มีผู้ใดต้านทานการกัดกร่อนของกาลเวลาได้ หากจะสร้างอะไรสักอย่าง คว้าบางสิ่งบางอย่าง ย่อมต้องใช้เวลา หันกลับมามองอีกที ก็พบว่าตัวเองเผลอแก่ไปโดยไม่รู้ตัว
ทว่าในยามนี้ หลังผ่านความรู้สึกเสมือนข้ามภพ ลวี่หมิงก็พลันตระหนักว่าความชำนาญด้านการร้องเพลงของตนสูงลิบจนต่างจากอดีตราวอยู่กันคนละโลก หากพูดเฉพาะสนามนี้ เขาเหมือนรวบรวมข้อเด่นของร้อยสำนัก ไม่ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมใด เผชิญหน้ากับเวทีอลังการเพียงไหน เขาจะร้องสดเสมอ ไม่มีพลาดแม้แต่นิด โทนเสียงทุกตัวโน้ตจะเป็นแบบอย่างระดับตำราเรียน!
ความรู้สึกนี้…
บรรยายได้คำเดียวว่างดงาม!
“ระดับอย่างนี้ ถึงจะเรียกว่าเป็นปรมาจารย์” ลวี่หมิงอุทานในใจ “ฉันไร้เทียมทานแล้ว!”
เพราะคืนนี้หนึ่งทุ่มจะเริ่มรายการ ใครคือราชานักร้อง รอบชิงชนะเลิศ หลังเก็บเกี่ยวผลลัพธ์มหาศาล ลวี่หมิงกินข้าวกลางวันเสร็จด้วยอารมณ์เบิกบาน ก็รีบไปถึงห้องพักที่สตูดิโอถ่ายทอดสด เข้าห้องอัดเพื่อเริ่มจูนเสียงตั้งแต่เนิ่นๆ
เพลงที่เขาจะขึ้นร้องในรอบชิงวันนี้ ก็เป็นเพลงออริจินัลเช่นกัน







