“คุณชาย จะทำอย่างไรดีขอรับ... อาอู่ไม่เดินไปไหนมาไหนสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก... นางไม่เคยเดินสะเปะสะปะเลยนะขอรับ!!!!”
เมื่อพบว่าอาอู่หายตัวไป เฮยฮั่นก็ร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก สองมือสั่นเทาเล็กน้อย
หวังหยางกล่าว “อย่าเพิ่งรีบร้อน เจ้าแน่ใจนะว่าเพิ่งเห็นอาอู่อยู่ตรงนี้? แน่ใจนะว่าเพิ่งเห็นไปไม่นาน แล้วอาอู่ก็หายไปเลย?”
“แน่ใจขอรับ! ข้าน้อยเห็นนางมาอุ้มฟืนด้วยตาตัวเอง ยังเตือนนางอยู่เลยว่าอย่าอุ้มมากเกินไป! แค่พริบตาเดียวทำไมถึงหายตัวไปได้ล่ะขอรับ!”
เล่อผังมองดูฟืนที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหน้าประตูจวน แล้วเอ่ยอย่างสงสัย “หรือว่าจะมีพวกค้ามนุษย์กล้าลักพาตัวคนกลางถนน?”
“พวกค้ามนุษย์...” เฮยฮั่นราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง “ไม่ได้ ข้าต้องไปช่วยนาง!” เขาพุ่งตัวออกไปข้างนอกอย่างไม่สนใจอะไร ทว่าฝีเท้ากลับไม่มั่นคงจนเกือบจะล้มลง
เล่อผังให้บ่าวรับใช้ขวางเฮยฮั่นเอาไว้ แล้วเกลี้ยกล่อมว่า “เจ้าไม่รู้ทิศทางด้วยซ้ำ จะไปตามหาที่ไหน? อีกอย่างก็ไม่แน่ว่าจะเป็นพวกค้ามนุษย์ พวกมันกินดีหมีหัวใจเสือหรือไงถึงกล้ามาจับคนในเมือง? เอาอย่างนี้ ข้าจะกระจายคนออกไปตามหา แล้วเรียกคนของสำนักศึกษาประจำจวิ้นมาช่วยด้วย”
เฉินชิงซานรีบก้าวเท้าเข้ามา เมื่อครู่หวังหยางให้นางขึ้นไปบนหลังคาเพื่อตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ
“เป็นอย่างไรบ้าง?” หวังหยางถาม
เฉินชิงซานมีสีหน้าเคร่งเครียด นางส่ายหน้า
เล่อผังเสนอแนะต่อหวังหยาง “หรือพวกเราจะแยกย้ายกันตามหาดี ข้ายังกลับจวนไปเรียกคนมาเพิ่มได้อีก”
เฮยฮั่นรีบพยักหน้าตาม บนใบหน้าเผยสีหน้าซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
หวังหยางจมอยู่ในความคิดโดยไม่พูดอะไร
เฮยฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “คุณชาย! ถ้าไม่ไปตามหาตอนนี้จะไม่ทันการนะขอรับ!”
“เมื่อครู่ชิงซานขึ้นไปมองดูรอบๆ จากที่สูงแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยใดๆ ต่อให้พวกเราออกไปตามหาตอนนี้ ถ้าไม่มีเบาะแสก็คงไม่เจออะไรหรอก” หวังหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “อาอู่เพิ่งถูกลักพาตัวไป ตอนนี้เลยยามโหย่วมาแล้ว ประตูเมืองปิดแล้ว คนร้ายออกนอกเมืองไม่ได้ อาอู่ก็ต้องยังอยู่ในเมือง! เฮยฮั่น เจ้าพูดความจริงกับข้ามาเถิด ระหว่างเจ้ากับตู้ซานเหยียมีความแค้นอะไรกันแน่?”
“ตู้... ตู้ซานเหยียหรือขอรับ? ขะ...ข้าน้อยเป็นเพียงครอบครัวทหาร จะไปมีความแค้นกับเขาได้อย่างไร? ข้าน้อยแค่เคยยืมเงินเขามา ภายหลังคุณชายช่วยใช้หนี้ให้ข้าน้อยแล้ว ก็ไม่ได้พบกันอีกเลย หรือคุณชายคิดว่าเป็นตู้ซานเหยียที่จับตัวอาอู่ไป? ตะ...แต่ทำไมล่ะขอรับ?”
“เจ้าเป็นหนี้อยู่หนึ่งหมื่นสามพันกว่าอีแปะ ตู้ซานเหยียจะเอาอาอู่ไปขัดดอก เขาทำธุรกิจแบบนี้ จะไม่ขาดทุนหรอกหรือ?”
ในดวงตาของเฮยฮั่นฉายแววตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
“นะ...นั่นเป็นสิ่งที่เขียนไว้ในสัญญาก่อนหน้านี้นี่ขอรับ! ขะ...ข้าน้อยไม่ได้คิดอะไรมากมาย... ข้าน้อยคิดว่าเขาแค่ทำตามกฎ อีกอย่างเงินหนึ่งหมื่นสามพันกว่าอีแปะนั่น กว่าครึ่งก็เป็นดอกเบี้ยที่โก่งขึ้นมา ข้าน้อยคิดว่าเขาแค่อยากจะได้เงินต้นคืน... จะเป็นไปได้อย่างไร... เป็นไปได้อย่างไรขอรับ???”
เล่อผังแทรกขึ้นมาว่า “ตู้ซานเหยียที่พวกเจ้าพูดถึง คือตู้ซานเหยียแห่งโรงเตี๊ยมกว่างหยวนใช่หรือไม่?”
หวังหยางกล่าว “เจ้าก็เคยได้ยินหรือ?”
“ใช่แล้ว คนผู้นี้มีอ๋องหลูลิงหนุนหลังอยู่ พัวพันกับทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายมืด มีอิทธิพลในเมืองอยู่บ้าง ทว่าเขาเป็นคนปล่อยเงินกู้ ไม่เคยได้ยินว่าเขามีธุรกิจค้ามนุษย์ด้วย”
ใช่แล้ว อวี่อวี๋หลิงเคยพูดไว้ว่าบุตรสาวของตู้ซานเหยียเป็นอนุภรรยาของอ๋องหลูลิง นายท่านที่อยู่เบื้องหลังโรงเตี๊ยมกว่างหยวนก็อาจจะเป็นอ๋องหลูลิงเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้ การไปแจ้งความก็อาจจะไม่ได้ผล
ตอนนี้สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกมีอยู่สองเรื่อง หนึ่ง พวกเขาซ่อนอาอู่ไว้ที่ไหน? สอง หลังจากเจอสถานที่แล้วจะช่วยคนออกมาได้อย่างไร?
หวังหยางประสานมือโค้งคำนับเล่อผัง “อาเล่อ ข้าอยากขอร้องเจ้าสักเรื่องหนึ่ง”
เล่อผังรีบประคองหวังหยางขึ้น “พวกเราเป็นสหายกัน จะเกรงใจไปทำไม! หากข้าช่วยได้ก็ต้องช่วยแน่นอนอยู่แล้ว!”
“ข้าอยากขอให้บิดาเจ้าช่วยเหลือ ส่งทหารไปค้นหาที่พำนักของตู้ซานเหยีย”
หลิวเจาเป็นขุนนางสำนักศึกษา เซี่ยซิงหานเป็นแขกที่มาพักอาศัย ตัวเขาเองสนิทชิดเชื้อกับอวี่อวี๋หลิง ทว่ากลับไม่คุ้นเคยกับตระกูลอวี่ จงรุ่ยบุตรชายของจงเช่อเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการหนานจวิ้น เป็นขุนนางฝ่ายปกครองที่ดูแลเรื่องทะเบียนราษฎร์... นับไปนับมา ในเครือข่ายความสัมพันธ์ของเขา มีเพียงบิดาของเล่อผังเท่านั้นที่เหมาะสมจะช่วยเรื่องนี้ที่สุด
จิงโจวไม่เพียงเป็นมณฑลฝ่ายพลเรือน แต่ยังเป็นศูนย์บัญชาการทหารด้วย ดังนั้นจึงใช้ระบบ 'มณฑลและกองบัญชาการคู่ขนาน' กล่าวคือมีทั้งระบบการปกครองและระบบทหารสองระบบ
ผู้ตรวจการมณฑลจิงโจวกุมอำนาจทางทหารและการเมือง ถือเป็น 'หมายเลขหนึ่ง' อย่างแท้จริง
รองลงมาจากผู้ตรวจการมณฑลจิงโจว ระบบขุนนางมณฑลจะมีขุนนางเปี๋ยจย้าและขุนนางจื้อจงเป็นใหญ่ ส่วนระบบขุนนางทหารจะมีขุนนางจ่างสื่อและขุนนางซือหม่าเป็นผู้นำ
อำนาจหน้าที่ของสองระบบนี้มีความทับซ้อนกันอยู่บ้าง ทว่าภายใต้แรงกดดันทางทหารอันแข็งแกร่งของราชวงศ์เหนือ การปกครองฝ่ายพลเรือนย่อมต้องหลีกทางให้กับการทหาร ดังนั้นอำนาจของขุนนางทหารโดยทั่วไปจึงมีมากกว่าขุนนางมณฑล และยังมีแนวโน้มที่จะรุกล้ำอำนาจหน้าที่ของขุนนางมณฑลทีละน้อยด้วย
แต่บิดาของเด็กหนุ่มร่างท้วมเป็นถึงขุนนางเปี๋ยจย้าแห่งจิงโจว ซึ่งดำรงตำแหน่งอันดับหนึ่งของขุนนางมณฑล
เปี๋ยจย้ามีชื่อเต็มว่าขุนนางเปี๋ยจย้าฉงชื่อสื่อ คล้ายกับรองผู้ว่าการมณฑล ต่อให้ถูกขุนนางจ่างสื่อและขุนนางซือหม่ากดขี่ ต่อให้อำนาจที่แท้จริงจะลดลงไปมาก แต่นั่นก็ยังถือเป็นบุคคลระดับผู้นำอันดับต้นๆ ในจิงโจว หากจะจัดการกับตู้ซานเหยีย ก็ต้องเป็นเขาแล้ว!
เล่อผังลำบากใจเล็กน้อย “เรื่องนี้... หากไปค้นจวนของคนทั่วไปคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นตู้ซานเหยียผู้นี้ล่ะก็... จะว่าไปเขาก็ไม่ใช่ตัวละครสลักสำคัญอะไร เป็นแค่คนตระกูลธรรมดา ทั้งยังไม่มีตำแหน่งขุนนาง ใครๆ ต่างก็ดูแคลนเขา แต่เขามีอ๋องหลูลิงคอยคุ้มครอง หากจะค้นจวนของเขา จะต้องมีหลักฐานแน่ชัดเสียก่อน”
“แล้วถ้าคนอยู่ข้างในนั้นล่ะ?”
เล่อผังคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “นั่นก็จัดการยากเหมือนกัน บิดาข้าไม่มีอำนาจทางทหาร ต่อให้จะค้นก็ต้องยืมมือที่ทำการอำเภอเจียงหลิง แต่ถ้าตู้ซานเหยียออกหน้ามาขัดขวาง แล้วยังยกเอาอ๋องหลูลิงมาเป็นเกราะกำบังอีก คนของที่ทำการอำเภอก็คงไม่กล้าบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก”
หวังหยางเงียบไป
ในตอนนี้เฮยฮั่นหลุดพ้นจากสภาวะแตกตื่นทำอะไรไม่ถูกในตอนแรกแล้ว เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มาถึงทางตัน บนใบหน้าดำคล้ำก็ปรากฏแววตาเด็ดเดี่ยว เขาคุกเข่าโขกศีรษะให้หวังหยางสามครั้งทันที
“การที่ข้าน้อยได้ติดตามคุณชาย ถือเป็นวาสนาที่ข้าน้อยสั่งสมมาหลายชาติภพ!!! คุณชายช่วยเหลือครอบครัวข้าน้อยมามากพอแล้ว ไม่ควรต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องแบบนี้อีก เรื่องนี้ในเมื่อเริ่มต้นจากข้าน้อย ก็ควรให้ข้าน้อยเป็นคนจัดการ สิ่งที่ข้าน้อยติดค้างคุณชาย คงต้องรอชาติหน้าค่อยชดใช้คืนให้แล้วขอรับ!”
พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปยังลานเรือน เขาจะไปหยิบดาบอวี้จางของเขา
หวังหยางตวาด “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”
“คุณชาย!”
หวังหยางมีสีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “เจ้าจะจัดการอย่างไร? ก็แค่จับดาบไปสู้ตาย สู้ตายแล้วจะช่วยอาอู่กลับมาได้อย่างนั้นหรือ? ต่อให้ต้องสู้ตายก็ใช้วิธีสู้แบบนี้ไม่ได้ ต้องวางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือ! ในเมื่อเจ้ามาเป็นกองกำลังส่วนตัวของข้าแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องฟังคำสั่งข้า!”
เฮยฮั่นคุกเข่าดังตุ้บลงบนพื้น ขอบตาแดงก่ำ “คุณชาย ข้าน้อย...”
หวังหยางเดินเข้าไปตบไหล่เฮยฮั่นเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลงมาก “ข้ารู้ว่าเจ้าร้อนใจอยากช่วยบุตรสาว แต่การทำงานต้องมีแบบแผน ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งทำให้เสียเรื่องไม่ได้”
เฉินชิงซานกล่าวขึ้นมาทันทีว่า “ข้าสามารถลอบจู่โจมตอนที่เขาไม่ทันตั้งตัว จับกุมคนผู้นั้นไว้ แล้วเค้นถามที่ซ่อนของอาอู่ได้”
ดวงตาของเฮยฮั่นเป็นประกาย มองเห็นความหวังในชั่วพริบตา แต่หลังจากผ่านเรื่องเมื่อครู่มา เขาก็ไม่บุ่มบ่ามอีกต่อไป ทำเพียงแค่มองไปที่หวังหยางเพื่อรอรับคำสั่ง
หวังหยางส่ายหน้า “อย่าว่าแต่คนอย่างตู้ซานเหยียจะไม่ได้ถูกจับกุมง่ายๆ เลย ต่อให้เจ้าจับเขาได้ แล้วเขายืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ เจ้าจะทำอย่างไร? ใช้ศาลเตี้ยหรือ? หรือว่าจะฆ่าเขาทิ้งเสียเลย? หากทำผิดกฎหมายอาญา แล้วตู้ซานเหยียแว้งกัดเอา สุดท้ายก็ยังหาคนไม่พบอยู่ดี ถึงตอนนั้นจะจัดการเรื่องราวที่ตามมาอย่างไร?”
เฉินชิงซานนิ่งเงียบไป







