“ก๊อก! ก๊อก!”
เสียงเคาะประตูย้ำขึ้นอีกครั้ง จังหวะเหมือนกับเมื่อครู่นี้เป๊ะ ระยะห่างของแต่ละครั้งไม่คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย
ยากจะจินตนาการได้ว่าคนเราจะสามารถควบคุมจังหวะได้ละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้ เป็นน้าเล็กหรือเปล่า? จางหยวนชิงปวดหัวราวกับจะระเบิด สมองมึนงงไปหมด เขาเพิ่งจะลุกจากเตียงไปเปิดประตู แต่ในเสี้ยววินาทีที่เลิกผ้าห่มขึ้น ร่างกายก็แข็งทื่อไปกะทันหัน
เขาพลันนึกขึ้นได้ว่า...
คนที่อยู่หลังประตู ไม่มีเสียงฝีเท้า
ใช่แล้ว ไม่มีเสียงฝีเท้า ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น เขาไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใดๆ เลย และสำหรับคนทรงเทพท่องราตรีระดับ 2 แล้ว ระยะห่างที่ใกล้ขนาดนี้ ต่อให้ประตูห้องจะมีประสิทธิภาพในการเก็บเสียงที่เบาบางแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดกั้นการได้ยินของเขาได้อย่างสมบูรณ์
ไม่ใช่คนธรรมดา!!
จางหยวนชิงยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดคลึงศีรษะที่ปวดตุบๆ พลางครุ่นคิด
มีคนสืบรู้ตัวตนที่แท้จริงของผมแล้ว? ถึงได้ตามมาถึงหน้าประตูบ้าน? กุหลาบรัตติกาล หรือว่าคนของยมทูตดำ หรือว่าจะเป็นสำนักไท่อี?
วินาทีนั้น ร่างกายของเขาตึงเครียด อะดรีนาลีนหลั่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนสามารถระงับอาการปวดหัวไว้ได้ชั่วขณะ
“ไม่ว่าจะเป็นขุมกำลังฝ่ายไหน การลอบเข้ามาในบ้านของผมในเวลานี้ ย่อมไม่ได้มาดีแน่ ผมลงมือกับอีกฝ่ายในบ้านไม่ได้ เดี๋ยวจะไปกระทบถึงน้าเล็กกับคนอื่นๆ ต้องหาทางล่อออกไป...”
ตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็หยุดลง จากนั้น จางหยวนชิงก็เห็นลูกบิดประตูค่อยๆ ขยับ
“แกร๊ก”
ท่ามกลางเสียงแผ่วเบาของสลักกลอนที่เด้งออก ประตูห้องนอนก็เปิดแง้มออกพร้อมเสียง “เอี๊ยด” ภายนอกช่องว่างนั้นคือความมืดมิดอันดำสนิทและเข้มข้น
จางหยวนชิงจ้องเขม็งไปที่รอยแยกของประตูที่เปิดอ้า กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็ง เขายังคงสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของศัตรู แผ่นหลังมีเหงื่อเย็นผุดพราย
“ปัง!” ทันใดนั้น มือที่สีผิวคล้ำดำสนิทข้างหนึ่งก็ยื่นเข้ามาจากนอกช่องว่าง จับกรอบประตูไว้ แล้วผลักประตูให้เปิดกว้างที่สุด
เมื่อประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างหยาบคาย ในที่สุดจางหยวนชิงก็มองเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญได้อย่างชัดเจน
นี่คือผู้หญิงที่ผมเผ้ารุงรังคนหนึ่ง สวมเสื้อคลุมสีขาวสกปรกที่เต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะ ลากยาวไปจนถึงพื้น
ท่ายืนของเธอประหลาดมาก บิดๆ เบี้ยวๆ เหมือนตุ๊กตาที่ถูกต่อแขนขาผิดตำแหน่ง
มือขวาสีดำสนิทของเธอถือมีดอีโต้ที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง คมมีดหันไปทางด้านหลัง
เส้นผมยาวดกหนาและยุ่งเหยิงบดบังใบหน้าของเธอ ระหว่างเส้นผมมีหยดเลือดสีดำสนิทหยดติ๋งๆ ลงมาไม่หยุด
นี่ รูปลักษณ์นี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน... จางหยวนชิงพลันตระหนักขึ้นมาได้ หญิงฆาตกรชุดขาว? วิญญาณอาฆาตในข้อความเมื่อตอนกลางวันนั่นน่ะเหรอ?
นั่นไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรอกเหรอ?!
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าข้อความขยะที่ได้รับเมื่อตอนกลางวัน จะเป็นเรื่องจริง?
นี่มันทำให้คนตั้งตัวไม่ติดเลยนะเนี่ย แต่ว่า ถ้าเป็นวิญญาณอาฆาตละก็ ผมก็ไม่ได้กลัวหรอก... ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น หญิงฆาตกรชุดขาวที่อยู่ตรงประตูก็ก้าวเท้าอันเชื่องช้าทว่ารวดเร็วพุ่งตรงเข้ามาหาเขา
ท่าทางของเธอประหลาดมาก เหมือนกำลังเดินถอยหลัง ระหว่างที่เดิน ร่างกายก็บิดเบี้ยว แขนขาแสดงให้เห็นถึงการบิดงออย่างไม่สมเหตุสมผล
“หึ!” ความมืดมิดเอ่อท้นขึ้นในดวงตาของจางหยวนชิง เขารวบรวมพลังไท่อิน...
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน เพราะพบว่าตนเองสูญเสียความสามารถที่ประทับอยู่ในยีนไปแล้ว สูญเสียการสะกดข่มวิญญาณอาฆาตไปแล้ว
ตอนนั้นเอง หญิงฆาตกรชุดขาวก็เดินถอยหลังมาถึงอย่างสั่นเทา ชูมีดอีโต้ขึ้นสูง แขนขวาหมุนไปหนึ่งร้อยแปดสิบองศาดัง “กร๊อบๆ” คมมีดหันเข้าหาจางหยวนชิง แล้วฟันฉับลงมาทันที
จางหยวนชิงกลิ้งตัวไปบนเตียง ฉึก ฉึก ฉึก...
มีดอีโต้ไล่ฟันตามเขา สับลงบนเตียงจนเกิดเป็นรอยมีดครั้งแล้วครั้งเล่า
จางหยวนชิงกลิ้งจากเตียงลงไปบนพื้น สีหน้ายิ่งดูไม่ได้หนักขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่เพียงแต่สูญเสียสกิลไปเท่านั้น แม้แต่สมรรถภาพทางกายก็ยังกลับไปอยู่ในระดับคนธรรมดาด้วย
ถูกตีกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำบรรยายในข้อความ นี่คือความฝันงั้นเหรอ?!
ไม่ใช่ว่าสกิลของผมหายไป แต่เป็นเพราะผมกำลังอยู่ในฝันร้าย สกิลของผม ไอเทมของผม ล้วนไม่สามารถใช้งานได้เลย
ไม่มีเวลาให้คิดมาก หางตาเหลือบไปเห็นวิญญาณอาฆาตในชุดคลุมสกปรกเงื้อมือฟันมีดลงมาอีกครั้ง
จางหยวนชิงกลิ้งตัวหลบอีกครั้ง ได้ยินเสียงพื้นไม้เอล์มแตกกระจายดังอยู่ข้างหู หากโดนมีดนี้ฟันเข้าละก็ เขาคงได้หัวหลุดออกจากบ่าคาที่แน่
เขายันมือทั้งสองข้าง ดีดตัวขึ้นจากพื้น พุ่งพรวดไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว
พุ่งไปที่โถงทางเข้า พุ่งไปยังประตูนิรภัย
เขาต้องการหนีออกจากบ้านหลังนี้
ทว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถบิดลูกบิดของประตูนิรภัยได้ สลักกลอนราวกับถูกสนิมกัดกินจนติดตายอยู่ข้างในบานประตู
เสียงลมพัดหวีดหวิวแว่วมาจากด้านหลังศีรษะ จางหยวนชิงย่อตัวลงทันทีโดยไม่ต้องคิด
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
มีดอีโต้หมุนคว้างลอยมา ปักฉึกเข้าที่ประตูนิรภัย
มีดอีโต้ยังปาได้อีกเหรอ? จางหยวนชิงลอบกลืนน้ำลาย จิตใต้สำนึกอยากจะดึงมีดอีโต้ออกมาเพื่อตอบโต้วิญญาณอาฆาต แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่ามีดอีโต้หายไปแล้ว ประตูนิรภัยเหลือเพียงรอยมีดลึกๆ รอยหนึ่งเท่านั้น
ส่วนหญิงฆาตกรชุดขาวก็ถือมีดอีโต้อีกครั้ง แล้ววิ่งถอยหลังตรงเข้ามา
จางหยวนชิงเห็นดังนั้นก็ก้าวสองสามก้าวมาที่โต๊ะอาหาร คว้าเก้าอี้พนักพิงสูงขึ้นมา ฟาดสวนกลับไปอย่างแรง รับมีดอีโต้ที่สับลงมา
เก้าอี้พนักพิงสูงในมือแตกหักเสียงดัง “แกรก” มีดอีโต้ฟันเก้าอี้จนแหลกละเอียด แล้วสับลงบนหน้าอกของจางหยวนชิง
ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราดเข้ามาในพริบตา คมมีดที่เต็มไปด้วยสนิมผ่าอกของเขา ตัดกระดูกซี่โครงขาดไปหลายซี่
และตัวเขาที่อยู่ในความฝัน ก็ได้สูญเสียความสามารถในการรักษาตัวเองไปแล้ว
จางหยวนชิงได้กลิ่นอายของความตาย เดินโซเซไปสองสามก้าว แล้วพิงขอบโต๊ะอาหารไว้
หญิงฆาตกรชุดขาวเดินถอยหลังรุกคืบเข้ามาอย่างสั่นเทา ชูมีดอีโต้ขึ้นสูง จางหยวนชิงเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว มีดอีโต้ที่เต็มไปด้วยสนิมสับลงบนโต๊ะอาหารเสียงดัง “ฉึก” ฝังลึกลงไป
หญิงฆาตกรชุดขาวดึงอยู่หลายครั้ง แต่ก็ดึงไม่ออก
เมื่อสบโอกาส จางหยวนชิงก็ฝืนทนความเจ็บปวดที่หน้าอก คว้าเก้าอี้พนักพิงสูงข้างกายขึ้นมา รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ฟาดกระแทกเข้าที่เอวของวิญญาณอาฆาตอย่างแรง
“ปัง!”
เอวของหญิงฆาตกรชุดขาวหักสะบั้นลงในพริบตา บริเวณเอวบิดเบี้ยวอย่างน่าประหลาด ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น
“กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!”
วิญญาณอาฆาตที่นอนอยู่บนพื้นแขนขากระตุก ศีรษะพับไปทางซ้าย แขนขาแต่ละข้างขยับไปในทิศทางตรงกันข้าม หัวเข่าซ้ายหันไปทางขวา หัวเข่าขวาหันไปทางซ้าย ราวกับเป็นตุ๊กตาที่ถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างมั่วซั่ว
ท่ามกลางเสียงกระดูกขยับดังกึกกัก เอวของเธอก็เด้งขึ้นมา ท่อนล่างยืนขึ้น ส่วนท่อนบนลากไปกับพื้น
“บ้าเอ๊ย!” เมื่อเห็นฉากนี้ จางหยวนชิงก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบ เอามือกุมแผลถูกฟันที่หน้าอก แล้ววิ่งโซซัดโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน
ไอ้ของพรรค์นี้ฆ่าไม่ตาย
เมื่อกลับมาถึงห้อง เขาก็ล็อคประตูห้อง ถอยร่นไปที่ริมหน้าต่างอย่างทุลักทุเล จางหยวนชิงเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอก ภายนอกมืดมิดไปหมด ไม่มีไฟถนน ไม่มีรถยนต์ และไม่เห็นอาคารที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงเลย
หากเป็นในโลกแห่งความเป็นจริง เขาคงจะเสี่ยงกระโดดลงไปเหยียบคอมเพรสเซอร์แอร์ด้านนอก
แต่ที่นี่คือความฝัน
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าการกระโดดหน้าต่างจะช่วยชีวิตตัวเองได้หรือไม่ แล้วถ้าจุดจบของการกระโดดหน้าต่างคือความตายล่ะ?
ทำยังไงดี?
หนีออกจากความฝันไม่ได้ แถมยังฆ่าวิญญาณอาฆาตไม่ตาย สกิลกับไอเทมก็ใช้ไม่ได้... จางหยวนชิงตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเสียแล้ว
ที่อันตรายถึงชีวิตยิ่งกว่านั้นก็คือ เลือดที่หน้าอกหยุดไหลไม่ได้เลย หากปล่อยไว้แบบนี้ ไม่เกินสิบนาที เขาคงต้องตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปซะก่อน
ตายในความฝัน แล้วในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นยังไง?
เขาไม่กล้าคิดเลย
ใครต้องการจะฆ่าผม? ผมจำได้ว่าความฝันเป็นอาณาเขตของปรมาจารย์มายา แต่ผมไม่เคยผูกใจเจ็บกับปรมาจารย์มายา และไม่เคยข้องเกี่ยวกันเลย...
ตอนนั้นเอง ลูกบิดประตูก็ขยับเล็กน้อย หลังจากพบว่าเปิดประตูไม่ได้ วิญญาณอาฆาตที่อยู่ข้างนอกก็ดูหงุดหงิดงุ่นง่านมาก บิดลูกบิดประตูดัง “แกรกๆ”
ไม่กี่วินาทีต่อมา มันก็หยุดลงอีกครั้ง ดูเหมือนจะยอมแพ้ในการเปิดประตูแล้ว
ทันใดนั้น ก็มีเสียง “ปัง” ดังสนั่น ปลายมีดอีโต้โผล่ทะลุบานประตูออกมา
มันกำลังฟันประตู... แววตาสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของจางหยวนชิง เขามองไปนอกหน้าต่างที่มืดมิดแวบหนึ่ง กำลังพิจารณาว่าจะลองเสี่ยงกระโดดหน้าต่างดูดีไหม
ปัง ปัง ปัง!
ท่ามกลางการสับมีดอีโต้ลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า บานประตูก็ค่อยๆ ถูกฟันจนเละ รอยโหว่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด ท่ามกลางเสียง “โครม” บานประตูก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ วิญญาณอาฆาตผมเผ้ารุงรังถือมีด ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอันแปลกประหลาด







