"เอาล่ะ เลิกคุยเรื่องทะลึ่งๆ แบบนี้ได้แล้ว ฉันมีเรื่องจะถาม พวกเธอสองคนอยากเข้าไปทำงานในกลุ่มบริษัทตำนานไหม ฉันหมายถึงในระดับบริหารน่ะ..."
หลินนั่วเริ่มพูดถึงเรื่องจริงจัง
กู้สิงรู้สึกถึงความพิลึกพิลั่นแปลกๆ ขึ้นมา ในตอนที่อยู่บนโลก เขาชอบอ่านนิยายออนไลน์มาก ตอนที่อ่านนิยายแนวฮาเร็มก็มักจะอดบ่นไม่ได้ว่า ทำไมพระเอกถึงชอบมอบหมายกิจการของตัวเองให้พวกนางเอกดูแลตลอด ตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว:
หนึ่งคือความไว้ใจ
สองคือหาเรื่องให้พวกสาวๆ ในฮาเร็มทำ
ฮาเร็มของฮ่องเต้ในยุคโบราณวันๆ เอาแต่ว่างงาน ถึงได้มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลังอะไรเทือกนั้น ถ้าผู้หญิงมีหน้าที่การงานของตัวเอง ก็จะไม่รู้สึกว่าชีวิตน่าเบื่ออีกต่อไป
ทว่าผลลัพธ์กลับทำให้กู้สิงและหลินนั่วต้องประหลาดใจ:
เฉินหลิงซูที่ในจินตนาการน่าจะเป็นคนทะเยอทะยานและมีท่าทีกระตือรือร้นกับเรื่องนี้ กลับไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่กลับแสดงสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมา ส่วนลั่วหนิงที่แต่เดิมคิดว่าคงไม่สนใจงานนี้เลยแม้แต่น้อย กลับตอบออกมาโดยไม่เสียเวลาคิด:
"ฉันไม่มีปัญหา"
หลินนั่วหันไปมองกู้สิง แววตาแฝงความประหลาดใจเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอก็คิดไม่ถึงว่าลั่วหนิงจะตอบตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ "ฉันนึกว่าเธอจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้ซะอีก"
"จะว่าสนใจก็คงไม่ใช่ หลักๆ คือฉันอยากช่วยพวกคุณแบ่งเบาภาระมากกว่า"
ลั่วหนิงมองกู้สิง แม้กู้สิงจะบอกว่าชาตินี้เขาจะไม่กลับไปเป็นหลินโม่แล้ว แต่เรื่องที่เขาใส่ใจกลุ่มบริษัทตำนานที่ตัวเองเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาก็เป็นเรื่องจริง ในฐานะว่าที่ภรรยาของกู้สิง ลั่วหนิงจึงเต็มใจที่จะช่วยแบ่งเบา
"แล้วเธอเล่า?"
หลินนั่วหันไปทางเฉินหลิงซู
เฉินหลิงซูไม่ได้ตอบในทันที เธอก้มหน้า ใช้นิ้ววาดวนเป็นวงกลมบนโต๊ะอย่างเหม่อลอย วาดอยู่หลายรอบถึงได้เงยหน้าขึ้นมองกู้สิง "คุณคิดว่าฉันทำได้จริงๆ เหรอ?"
"อืม"
กู้สิงมองเธอแล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเพลง หรือเรื่องอื่นๆ คุณก็สามารถทำได้ดีทั้งนั้น"
"ตกลง"
เฉินหลิงซูตอบตกลง "แต่ฉันกับลั่วหนิงก็ไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยนี่นา ให้พวกเราสองคนเข้าไปอยู่แผนกดนตรีด้วยกันดีไหม?"
"ไม่มีปัญหา"
หลินนั่วหัวเราะเบาๆ "แต่เรื่องนี้คงต้องรอให้พวกเราแต่งงานกันเสร็จสรรพ หรือไม่ก็รอจนพวกเธอสองคนคลอดลูกซะก่อน ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบไปทำงานหรอก"
"อืม"
หลังจากคุยเรื่องจัดแจงงานเสร็จ เฉินหลิงซูก็ถามด้วยความสงสัย "แต่ตอนนี้ประธานกลุ่มบริษัทตำนานคือซ่งเฉาตู้ไม่ใช่เหรอ เขาจะยอมให้นั่วนั่วจัดการอะไรตามใจชอบได้ยังไง?"
"ยังไงก็ต้องพิจารณาความคิดเห็นของซ่งเฉาตู้ด้วย"
หลินนั่วหัวเราะเบาๆ "กลุ่มบริษัทตำนานเป็นของพี่ชาย เป็นของเขามาตลอด ส่วนซ่งเฉาตู้น่ะ เธอคิดซะว่าเขาเป็นพ่อบ้านคนหนึ่งก็พอแล้ว"
เฉินหลิงซูชะงักไปเล็กน้อย
กู้สิงอธิบาย "เมื่อชาติก่อนผมยกหุ้นบริษัทให้นั่วนั่วไปแล้ว เพียงแต่ตอนที่ผมเสียชีวิต นั่วนั่วยังเด็กอยู่มาก สัญญาการสืบทอดหุ้นฉบับนี้ก็เลยยังไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา"
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ:
แค่เอาสัญญาฉบับนี้ออกมา หลินนั่วก็สามารถเข้าไปกุมอำนาจในกลุ่มบริษัทตำนานได้โดยตรง แต่ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือหลินนั่ว ต่างก็ยังไม่รีบร้อนที่จะลงมือ อย่างน้อยก็ต้องรอให้จัดการเรื่องแต่งงานเสร็จเรียบร้อยไปก่อน
พูดถึงเรื่องนี้
อันที่จริงกู้สิงยังสามารถใช้ระบบเพื่อดึงเอาอำนาจของกลุ่มบริษัทตำนานมาได้ แต่หลังจากที่ได้ปรับความเข้าใจกับหลินนั่วน้องสาวแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยากอ้อมค้อมขนาดนั้นอีก
สำหรับซ่งเฉาตู้แล้ว กู้สิงไม่สามารถไว้ใจได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่กับหลินนั่ว กู้สิงสามารถไว้ใจเธอได้อย่างเต็มร้อย รอให้สัญญาหุ้นมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ เขาคงกลายเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินของจริงแล้วล่ะ
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกลับมาที่รายการอีกครั้ง รายการ «นักร้อง» ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในรอบที่เจ็ดแล้ว เมื่อเทียบกับรอบก่อนๆ ดูเหมือนว่ากระแสการพูดถึงในรอบนี้จะลดลงไปบ้าง
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่ารายการ «นักร้อง» หมดความน่าสนใจสำหรับผู้ชมแล้ว
แต่เป็นเพราะว่าช่วงนี้การล่มสลายของซีเหมินเยี่ยนได้ดึงเอาข่าวดาราฉาวๆ ออกมามากมายเหลือเกิน ทำให้ความสนใจของผู้ชมถูกดึงดูดไปทางอื่นต่างหาก
เรียกได้ว่าช่วงนี้ชาวเน็ตแค่เสพข่าวฉาวก็เสพกันจนพุงกางแล้ว
ทว่าการมาถึงของรายการ «นักร้อง» รอบที่เจ็ด อย่างไรเสียก็ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของกู้สิงหลังจากที่เขาทะยานเข้าสู่ตารางอันดับดัชนีศิลปิน แม้กระแสการพูดคุยจะลดลง แต่ความสนใจกลับพุ่งสูงขึ้นเสียด้วยซ้ำ!
เพียงเพราะแม่ม่ายดำล่มสลาย กู้สิงก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วย!
นอกเหนือจากเรื่องที่เด็กน้อยทั้งสามคนของวงหนุ่มน้อยจักรวาลไปซื้อบริการทางเพศจนเกิดเรื่องแล้ว สิ่งที่ชาวเน็ตพูดถึงกันมากที่สุด ก็คือเรื่องราวในวงการบันเทิงในอดีตที่แม่ม่ายดำเคยอยากจะหลับนอนกับกู้สิงแต่กลับไม่สำเร็จ บวกกับช่วงนี้มีศิลปินตกม้าตายกันเยอะมาก ศิลปินที่พังทลายเพราะเรื่องคาวโลกีย์มีโผล่มาให้เห็นคนแล้วคนเล่า จนทำให้ "พี่รื่น" ผู้บุกเบิกการสร้างฮาเร็มยุคใหม่ในหมู่ชาวเน็ต กลายเป็นแบบอย่างทางศีลธรรมไปซะงั้น พอข้อความบนหน้าจอเด้งขึ้นมาก็มีแต่คำว่า:
【ยินดีด้วยพี่รื่น แก้แค้นสำเร็จแล้ว!】
【ยิ่งมีดาราไปหาแม่ม่ายดำให้เป็นแม่เล้าเยอะเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งซาบซึ้งในความผุดผ่องไร้มลทินของกู้สิงมากเท่านั้น เขาแค่มีแฟนเพิ่มมาสองคน เขาผิดตรงไหน?】
【ก็แค่เจ้าชู้ไปหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปซื้อกินซะหน่อย】
【ฮ่าๆๆๆ บ้าบออะไรที่ว่าแค่เจ้าชู้ไปหน่อย ในที่สุดวงการบันเทิงก็เพี้ยนไปจนถึงขั้นที่ว่าแค่ไม่ซื้อบริการทางเพศ ไม่เลี่ยงภาษีก็ถือว่าเป็นคนดีแล้วเหรอ?】
【พวกคุณในวงการอาจจะไม่รู้ แต่คนธรรมดาอย่างพวกเราหลายคนก็เป็นแบบนี้แหละ】
【ใครบอกว่าพี่รื่นมีแฟนแค่สองคน ช่วงนี้ฉันได้ยินข่าวลือมาว่าองค์หญิงนั่วถูกใจพี่รื่นเข้าแล้ว】
【พรืด!】
【คอมเมนต์บนนี่มั่วได้ใจจริงๆ กู้สิงกับองค์หญิงนั่วเนี่ยนะ ฉันยังไม่พูดถึงความเป็นไปได้ที่องค์หญิงนั่วจะชอบกู้สิงหรอกนะ แต่คนที่มีแฟนแล้วแถมยังมีตั้งสองคนอย่างกู้สิงเนี่ย ใครจะไปรับได้กับการเป็นแฟนคนที่สามของเขากันล่ะ?】
【นั่นสิ】
【คนคลั่งรักแบบลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูนั้นหาได้ยากมาก ยอมอยู่ร่วมกันในฮาเร็มอย่างสันติ แถมยังสวยหุ่นดีขนาดนี้ บนโลกนี้จะมีสักกี่คนกัน?】
บนโลกนี้ไม่มีความลับที่ไหนปิดได้มิด
ปกติเวลาอยู่ข้างนอก กู้สิงกับหลินนั่วก็มักจะดึงทึ้งหยอกล้อกันโดยไม่ค่อยได้หลบซ่อนสายตาใครเท่าไหร่นัก
อย่างเช่นตอนที่กู้สิงซ้อมกับกงชิงอี๋ หลินนั่วก็นั่งดูอยู่ข้างเวทีอะไรทำนองนั้น ไม่ได้จงใจปิดบังทีมงานเลยแม้แต่น้อย
มีสายตาจับจ้องอยู่มากมายขนาดนั้น ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข่าวลือแพร่สะพัดออกไป
แต่ถึงอย่างนั้นกู้สิงกับหลินนั่วก็ไม่ได้ใส่ใจหรอก สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องระวังก็คือ อย่าไปจูบหรือจับมือกันในที่สาธารณะก็พอ การอยู่ด้วยกันตามปกติ หรือมีสายตาท่าทางคลุมเครือบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะมันเอามาเป็นหลักฐานมัดตัวไม่ได้
ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด มวลชนก็ไม่มีทางเชื่อเรื่องพรรค์นี้แน่นอน
ต่อให้มีคนเชื่อก็ไม่เป็นไร เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน ในฐานะผู้เกี่ยวข้องแล้วกู้สิงกับหลินนั่วก็ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
ช่วยไม่ได้นี่นา
หลินนั่วคือน้องสาวของราชาแห่งความบันเทิงหลินโม่ กู้สิงถูกตัวเองในชาติก่อนผูกมัดมือเท้าเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงสามคนได้อย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหนึ่งในนั้นยังเป็นองค์หญิงนั่วที่ทุกคนต่างแหงนหน้ามอง
ท่ามกลางข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาบนหน้าจอ
รายการก็เริ่มต้นขึ้น
และประโยคแรกของอาจารย์เหอก่อนที่รายการจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากนักร้องที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนได้สำเร็จ "ดีใจมากครับที่รอบนี้พวกเราทุกคนสามารถมารวมตัวกันได้ครบถ้วนขนาดนี้"
คุณค่าของประโยคนี้ ชาวเน็ตที่ติดตามข่าวฉาวในช่วงนี้ต่างก็เข้าใจดี...
ดาราในวงการบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากคดีแม่ม่ายดำนั้นเรียกได้ว่ามีโผล่มาไม่หยุดหย่อน ตอนนี้พวกเขาส่วนใหญ่ต่างก็หดหัวไม่กล้าโผล่ออกมา ทว่าทุกคนในรายการ «นักร้อง» กลับไม่มีใครเข้าไปพัวพันกับเรื่องของแม่ม่ายดำเลยแม้แต่คนเดียว
นี่เป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก!
ต้องรู้ก่อนว่าช่วงนี้รายการวาไรตี้หลายรายการต่างก็ได้รับผลกระทบกันหมด เพราะแขกรับเชิญหลายรายการที่เดิมทีรับงานไว้ดิบดี จู่ๆ ก็มาไม่ได้ซะงั้น หรือไม่ก็ถ่ายทำไปแล้วแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศ อย่างเช่นรายการ «ค่ายสุขสันต์» ตอนล่าสุดของตำนาน ที่ตอนแรกเชิญหลิงคงมา
แต่หลิงคงดับวูบไปแล้ว
ส่งผลโดยตรงให้รายการ «ค่ายสุขสันต์» ตอนล่าสุดต้องถ่ายทำใหม่กะทันหัน โดยดึงเอาดาราที่ชื่อชั้นไม่ได้โด่งดังมากนักมาช่วยกู้สถานการณ์ เกือบจะวุ่นวายจนกลายเป็นข้าวต้มเละๆ ไปแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
รายการ «นักร้อง» ที่เชิญดารามามากมายขนาดนี้ แต่ยังสามารถถ่ายทอดสดได้ตามปกติ การที่อาจารย์เหอจะรู้สึกทอดถอนใจแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก พอหน้าจอข้อความได้ยินแบบนี้ก็พากันหัวเราะร่วนในทันที!