(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 268
บทที่ 268 ห้องไลฟ์สดกลายเป็นลานระบายทุกข์
ตัวเองไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายทำลายฟ้าดินสักหน่อย
ถึงท่าทีตอนสั่งสอนรุ่นน้องจะเข้มงวดไปบ้าง แต่นั่นก็เพื่อความหวังดีต่อพวกเธอทั้งนั้น
วันข้างหน้าพอออกไปสู่สังคม คนพวกนี้จะต้องขอบคุณเธอแน่นอน
"เชี่ย! ยัยนี่มันยังมียางอายอยู่ไหมเนี่ย พูดจาผีเจาะปากมาพูดยังไม่หน้าแดงเลย"
"หล่อนไม่ใช่คนไง แน่นอนว่าต้องหน้าด้านอยู่แล้ว"
"ดูจากเรื่องที่หล่อนทำ ต่อให้ต้องไปนอนยองๆ ในคุกตลอดชีวิตก็ไม่น่าสงสารหรอก"
"พี่น้องทั้งหลาย ผมโทรแจ้งความไปแล้วนะ ถ้าผมเป็นอะไรไป พวกคุณต้องทวงความยุติธรรมให้ผมด้วย"
"ความสามารถในการบริหารจัดการของโรงเรียนนี้แทบจะเทียบชั้นมหาวิทยาลัยชั้นนำได้แล้ว อนาคตไกลจริงๆ"
"สวัสดีครับทุกคน ผมเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ ผมได้พูดคุยกับนักเรียนจางแล้ว และตอนนี้ผมถูกไล่ออกแล้วครับ"
พอเห็นว่ามีชาวเน็ตแจ้งความจับตัวเอง จางเหม่ยลี่ก็โกรธจัดจนแทบคลั่ง
"เฉินหยู แกกล้าบอกไหมว่าแกอยู่ที่ไหน?"
"ฉันจะฟ้องแกข้อหาหมิ่นประมาท ฟ้องข้อหาดูหมิ่นศักดิ์ศรี!"
"คนพวกนี้คือพยาน พวกเธอพิสูจน์ได้ว่าฉันไม่เคยทำเรื่องเลวร้าย"
เฉินหยูมองจางเหม่ยลี่ด้วยสายตาเหมือนมองคนงี่เง่า
พวกชาวเน็ตพากันโวยวายเดือดปุดๆ ไปตั้งนานแล้ว
"ประโยคหนึ่งที่ผมเห็นจากตัวคุณเลยนะ คนไม่รู้ย่อมไม่กลัว คนหน้าด้านย่อมไม่เกรงกลัวสิ่งใด"
"น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาขู่หมอเฉิน เทพแห่งอายุวัฒนะกินสารหนู รนหาที่ตายเองชัดๆ"
"รุ่นพี่เหม่ยลี่ ก่อนจะดูถูกหมอเฉิน ทางที่ดีไปลองค้นดูก่อนนะว่าจุดจบของ 'อันธพาลน้อยหอกเงิน' เป็นยังไง"
"พวกคนโหดๆ ที่โดนหมอเฉินส่งเข้าคุก ตอนนี้มีเยอะพอจะตั้งเป็นห้องเรียนได้ห้องนึงแล้วมั้ง"
"คนเลวคนอื่นมีแต่หาทางหลบหลีกห้องไลฟ์สดของหมอเฉิน แต่เธอกลับพุ่งหลาวเข้ามาเลย 666 รุ่นพี่ เธอแม่งโคตร 6 เลย"
สาวหน้าสิวขยับเข้าไปใกล้หูของจางเหม่ยลี่แล้วกระซิบสองสามประโยค
จางเหม่ยลี่เบิกตากว้าง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา แล้วเปิดเว็บไป่ตู้อย่างรวดเร็ว
พิมพ์คีย์เวิร์ดอย่าง แพลตฟอร์มหูอวี๋ อันธพาลน้อยหอกเงิน และเฉินหยูลงไป
เมื่อเห็นเนื้อหาบนหน้าเว็บ จางเหม่ยลี่ก็ตกใจกลัวจนแทบจะเป็นลม
ถ้าพูดถึงความกร่างแล้วล่ะก็ ตัวเองยังเทียบอันธพาลน้อยหอกเงินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
หมอนั่นมันกร่างของจริง
ฆ่าคนเสร็จก็ยังกินข้าว กินน้ำได้ตามปกติ
ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
จางเหม่ยลี่ใจกล้าแค่ไหน ก็ไม่กล้าฆ่าคน
อย่างมากก็แค่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ทำเรื่องผลักไสคนลงสู่โลกโลกีย์เท่านั้น
"หมอ... หมอเฉิน ฉัน... เมื่อกี้ฉันล้อคุณเล่นน่ะ"
"ฉันน่ะ... ฉันน่ะรู้สึก... รู้สึก..."
จางเหม่ยลี่ติดอ่างไปชั่วขณะ
สาวหน้าสิวพูดขึ้นว่า "เลื่อมใสค่ะ"
"ใช่ๆ เลื่อมใส หมอเฉิน ฉันเลื่อมใสในตัวคุณมากๆ เลยนะ"
จางเหม่ยลี่พูดตะกุกตะกัก
"เอาเป็นว่าเราแอดวีแชตกันไหม มีอะไรก็คุยกันในวีแชต"
ชาวเน็ตดูออกได้ไม่ยากเลยว่าจางเหม่ยลี่กำลังกลัวจนหัวหด
คิดอยากจะขอสงบศึกกับเฉินหยูเป็นการส่วนตัว
เฉินหยูพูดเสียงเย็น "รุ่นพี่ครับ ผมชอบท่าทางหยิ่งผยองอวดดีของคุณเมื่อกี้มากกว่านะ"
"จู่ๆ คุณก็เปลี่ยนมาสุภาพขนาดนี้ ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกเลย"
พอฟังออกว่าเฉินหยูกำลังประชดประชัน จางเหม่ยลี่ก็ฝืนยิ้มประจบแล้วพูดว่า "หมอเฉิน คุณอย่าโกรธไปเลย ฉันล้อคุณเล่นจริงๆ นะ"
"รบกวนบอกไอดีวีแชตของคุณมาหน่อยสิคะ เดี๋ยวฉันจะรีบแอดไปเลย"
"ถึงตอนนั้น คุณก็จะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของฉันแล้วล่ะ"
จางเหม่ยลี่กลัวจริงๆ แล้ว
หน้าเว็บที่เกี่ยวกับเฉินหยูและอันธพาลน้อยหอกเงินมีเป็นพันๆ หน้า
นักข่าวไม่เพียงแต่สืบเจอเรื่องเลวร้ายที่อันธพาลน้อยหอกเงินทำมาตลอดหลายปีนี้
แม้แต่ภูมิหลังครอบครัวของเขา ก็ยังถูกขุดคุ้ยออกมาจนหมดเปลือก
พ่อของอันธพาลน้อยหอกเงินเป็นประธานบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในหางโจว
มีทรัพย์สินมากถึงหมื่นล้าน
ส่วนพ่อของตัวเองอย่างมากก็เป็นแค่เจ้าของสถานบันเทิงยามค่ำคืน
ทรัพย์สินทั้งหมดรวมกันแล้วก็ไม่เกินสิบยี่สิบล้าน
รู้อย่างนี้ว่าเฉินหยูน่ากลัวขนาดนี้ ให้ตายจางเหม่ยลี่ก็ไม่มีทางคอลกับเฉินหยูเด็ดขาด
เฉินหยูพูดอย่างขบขัน "ถ้าคุณอยากจะขอโทษผมล่ะก็ เอาไว้ค่อยว่ากันอีกยี่สิบปีให้หลังเถอะครับ"
จางเหม่ยลี่ทำหน้างง
ไม่เข้าใจว่าอีกยี่สิบปีให้หลังที่เฉินหยูพูดหมายความว่ายังไง
ชาวเน็ตหัวไวหลายคนตั้งตัวทันแล้ว
เฉินหยูหมายความว่า อีกเดี๋ยวจางเหม่ยลี่ก็จะได้เข้าไปอยู่ข้างในแล้ว
ไปเหยียบจักรเย็บผ้าสักยี่สิบปี
พอเห็นคอมเมนต์ที่ชาวเน็ตส่งมา จางเหม่ยลี่ก็ใจหล่นวูบ
ยี่สิบปี เธอไม่เอาด้วยหรอก!
อย่าว่าแต่เหยียบจักรเย็บผ้ายี่สิบปีเลย แค่ยี่สิบวันเธอก็ไม่เอา
ขืนคุยกับเฉินหยูต่อไป ผีเท่านั้นแหละที่จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จางเหม่ยลี่ไม่สนที่จะประจบเฉินหยูอีกต่อไป เธอปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือทันที
สาวร่างสูงพูดขึ้น "รุ่นพี่คะ เฉินหยูคนนี้มีของอยู่นะคะ เอาเรื่องของพี่มาพูดต่อหน้าชาวเน็ตเป็นล้านคนแบบนี้ ฉันกลัวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะ..."
พูดยังไม่ทันจบ จางเหม่ยลี่ก็วิ่งพรวดพราดออกไปราวกับสายลม
เมื่อวิ่งออกไปนอกตึกห้องพัก จางเหม่ยลี่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งอย่างคล่องแคล่ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีเสียงแหบพร่าของคนแก่ดังมาจากปลายสาย
"ตาแก่ ทางนี้ฉันเจอเรื่องยุ่งแล้ว เรื่องที่ฉันเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ แกหาวิธีจัดการให้สะอาดซะล่ะ ห้ามให้ใครสืบเจอเด็ดขาด"
"ไม่งั้นฉันคงต้องเข้าไปเหยียบจักรเย็บผ้าแน่ๆ"
"นี่แกไปก่อเรื่องอะไรมาอีกแล้วฮะ?"
พ่อของจางเหม่ยลี่ถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ว่าช่วยทำตัวดีๆ สักสองสามวันไม่ได้หรือไง
เพื่อคอยตามเช็ดตามล้างให้จางเหม่ยลี่ หลายปีมานี้ เขาไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลยสักวัน
ไม่ทันไร จางเหม่ยลี่ก็มักจะก่อเรื่องยุ่งยากขึ้นมาอีก
ไม่ทำร้ายเพื่อนนักเรียนจนบาดเจ็บ ก็ทำลายโฉมหน้าของเด็กผู้หญิง
เรื่องเลวร้ายที่เขาทำมาครึ่งค่อนชีวิต เอามารวมกันยังไม่เท่ากับที่ลูกสาวทำตอนเรียนปวส. สามปีเลยด้วยซ้ำ
จางเหม่ยลี่เล่าเรื่องของเฉินหยูอย่างรวบรัด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง "แกมีญาติบนโลกนี้แค่ฉันคนเดียวนะ ถ้าฉันตาย แกก็ต้องกลายเป็นคนแก่โดดเดี่ยว"
"รีบไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้สะอาดสะอ้านซะ"
วางสายเสร็จ จางเหม่ยลี่ก็กลัวว่าเฉินหยูจะเล่นลูกไม้ตุกติกอะไรอีก
เธอใช้เบอร์มือถือสมัครแอคเคาต์ชั่วคราว แล้วดาวน์โหลดแพลตฟอร์มหูอวี๋
กดค้นหาแล้วเข้าไปในห้องไลฟ์สดของเฉินหยู
ในเวลานี้ ห้องไลฟ์สดดูเหมือนจะกลายเป็นลานระบายทุกข์ไปเสียแล้ว
ไม่รู้ว่ามีนักเรียนจากโรงเรียนเดียวกันโผล่มาจากไหนเยอะแยะ
จางเหม่ยลี่ไม่เพียงแต่บังคับปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับนักเรียนที่มีฐานะยากจนในโรงเรียน
แต่ยังมักจะแย่งชิงของของคนอื่นอีกด้วย
มีทั้งสินค้าดิจิทัลอย่างคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องประดับ
แม้กระทั่งแฟนหนุ่มของคนอื่นหล่อนก็ยังแย่ง
ตลอดสามปีที่ผ่านมา นักเรียนที่เคยถูกจางเหม่ยลี่รังแก ถ้าไม่มีห้าร้อยคน ก็ต้องมีสักสามร้อยคน
คนที่ถูกหล่อนทำร้ายจนบาดเจ็บ มีมากถึงหลายสิบคน
ในจำนวนนั้น มีนักเรียนหญิงห้าคนที่ถูกจางเหม่ยลี่ทำร้ายจนเสียโฉม
ชาวเน็ตคนหนึ่งแฉว่าครูใหญ่ของโรงเรียน เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับพ่อของจางเหม่ยลี่
ทุกครั้งที่จางเหม่ยลี่เกิดเรื่อง ครูใหญ่จะติดต่อไปหาพ่อของจางเหม่ยลี่เป็นคนแรก
พ่อของจางเหม่ยลี่รับหน้าที่จ่ายเงินเพื่อปิดเรื่อง ส่วนครูใหญ่รับหน้าที่กดดันสื่อไม่ให้รายงานข่าว
ด้วยความช่วยเหลือจากสองคนนี้ จางเหม่ยลี่จึงทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ามามากมาย โดยที่ไม่มีข่าวคราวเล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อจางเหม่ยลี่รนหาที่ตายด้วยตัวเอง ความนิยมในห้องไลฟ์สดก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
จำนวนชาวเน็ตที่เข้าชมไลฟ์สดพุ่งขึ้นจากห้าล้านกว่าคนเมื่อกี้ เป็นแปดล้านคน
ต่อให้เป็นห้องไลฟ์สดของเน็ตไอดอลระดับสิบล้าน ความนิยมยังไม่ถึงครึ่งของห้องไลฟ์สดของเฉินหยูเลย
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
โทรศัพท์มือถือของจางเหม่ยลี่ก็ดังขึ้นกะทันหัน







