(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 267
บทที่ 267 ลูกกตัญญูแบบนี้ ร้อยปีก็ไม่รู้จะมีสักกี่คน
เมื่อเห็นว่าคอมเมนต์ด่าทอตัวเองเริ่มลดลง จางเหม่ยลี่ก็เย้ยหยันว่า "พวกขยะก็คือพวกขยะ ตอนนี้รู้จักรึยังล่ะว่าความกลัวมันเป็นยังไง?"
หลังจากวางอำนาจเสร็จ จางเหม่ยลี่ก็พูดด้วยความสงสัยว่า "เฉินหยู ตกลงแกทำอาชีพอะไรกันแน่? แกทำไมถึงรู้ว่าฉันเรียกคนมาได้เยอะขนาดนี้?"
"แถมยังรู้อีกว่าพวกนี้ถนัดเรื่องชกต่อย?"
"หึหึหึ"
เฉินหยูยิ้มอย่างสบายๆ แล้วพูดว่า "ผมบอกไปแล้วไงครับ ว่าผมเป็นจิตแพทย์"
"จิตแพทย์สามารถประเมินสถานะและอดีตของคนคนนั้นได้ ผ่านทางสีหน้า ท่าทาง และคำพูด"
"ผมไม่เพียงแต่รู้ว่าคุณโทรศัพท์กริ๊งเดียวก็เรียกคนมาได้เป็นสิบๆ คน"
"แต่ยังรู้อีกว่าก่อนหน้านี้คุณเคยก่อเรื่องไว้ใหญ่โต จนถึงขั้นได้ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของคุณด้วย"
"พ่อของคุณด่าคุณเป็นครั้งแรกในชีวิต"
"นึกไม่ถึงเลยว่าคุณนอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังลงไม้ลงมือกับเขา แถมยังตบหน้าเขาไปตั้งสองฉาด"
"ถึงอย่างนั้น พ่อของคุณก็ยังรักและเอ็นดูคุณประดุจแก้วตาดวงใจ"
"เป็นเพราะเรื่องนั้นส่งผลกระทบเลวร้ายเกินไป พ่อของคุณเลยเปลี่ยนชื่อให้คุณ แล้วก็ย้ายคุณไปเรียนที่โรงเรียนอื่น"
ชาวเน็ตต่างพากันฟังจนอึ้งไปเลย
ขนาดพ่อแท้ๆ ยังกล้าตี
"แม่ที่ตามใจมักทำให้ลูกเสียคน พ่อที่ตามใจก็ทำให้ลูกเสียคนได้เหมือนกัน"
"ถ้าฉันมีลูกสาวแบบนี้นะ ไล่ออกจากที่บ้านแล้วเปิดไอดีปั้นลูกใหม่ไปนานแล้ว"
"พ่อของยัยนี่ตกลงทำงานอะไรกันแน่ ดูทรงแล้วอิทธิพลไม่เบาเลยนะ"
"ถ้าที่บ้านไม่มีเส้นสาย จะกล้ากร่างขนาดนี้ได้ยังไง"
"เคยดูไซอิ๋วไหมล่ะ พวกไม่มีเส้นสายโดนตีตายหมด ส่วนพวกมีเส้นสายก็ใช้ชีวิตสุขสบายสุดๆ"
"ถ้ายัยอ้วนยังกร่างต่อไปแบบนี้นะ อีกไม่นานคงได้ไปเป็นพนักงานเหยียบจักรเย็บผ้าในคุกแหงๆ"
ลูกกตัญญูแบบเธอคนนี้ ชาวเน็ตต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าร้อยปีก็ไม่รู้จะมีสักกี่คน
จางเหม่ยลี่กัดฟันกรอด ทั่วทั้งร่างแผ่รังสีอำมหิตออกมา
สี่จตุรเทพเพิ่งเคยเห็นจางเหม่ยลี่โมโหจัดขนาดนี้เป็นครั้งแรก จึงคิดอยากจะเข้าไปห้าม
แต่ก็กลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
เลยได้แต่มองหน้าส่งซิกกันไปมาอย่างลังเล หวังให้อีกฝ่ายเป็นคนออกหน้าแทน
จางเหม่ยลี่แผดเสียงคำราม "ไอ้แซ่เฉิน แกอยากตายนักใช่ไหม?"
"พูดถึงเรื่องอยากตาย ในบรรดาคนที่เคยโดนคุณรังแก ก็มีหลายคนเลยนะที่มีความคิดแบบนี้"
เฉินหยูใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง น้ำเสียงฟังดูลึกล้ำ
"อย่างเช่น ครูผู้หญิงคนนั้น"
"หลังจากเรื่องนั้นผ่านไป สภาพจิตใจของเธอก็ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนกลายเป็นโรคทางจิตเวช และคิดอยากจะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง"
"แล้วก็ยังมีคนที่นี่ คนที่เคยโดนคุณรังแกอีกหลายคนก็ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชในอาการที่แตกต่างกันไป"
"เมื่อกี้มีชาวเน็ตคนหนึ่งบอกว่า ถ้าเขามีลูกสาวแบบคุณ เขาจะไล่ออกจากบ้าน แล้วเปิดไอดีปั้นลูกคนใหม่แน่นอน"
"ผมเห็นด้วยกับคำพูดนี้มากๆ เลยล่ะ พ่อของคุณเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน"
"น่าเสียดาย ที่ใจเขาอยากทำแต่ร่างกายมันไม่เอื้ออำนวย"
"เขาไร้น้ำยาเรื่องแบบนั้นไปตั้งนานแล้วล่ะ"
ชาวเน็ตที่เตรียมจะด่าทอกับจางเหม่ยลี่ต่อ ถึงกับหลุดขำออกมาเป็นเสียงหมูร้องทันที
เฉินหยูด่าคนได้เจ็บแสบโดยไม่ต้องใช้คำหยาบเลยจริงๆ
พ่อของจางเหม่ยลี่อยากเปิดไอดีปั้นลูกใหม่ แต่ใจพร้อมกายไม่พร้อม
นั่นก็เท่ากับบอกว่าพ่อของเธอเป็นหมันน่ะสิ
ไม่สามารถมีลูกคนที่สองได้แล้ว
จางเหม่ยลี่ไม่เคยเจอใครปากคอเราะร้ายขนาดนี้มาก่อน ใบหน้าของเธอโกรธจัดจนแดงก่ำเป็นสีตับหมู
ผู้หญิงตัวสูงหนึ่งในสี่จตุรเทพพูดปลอบใจว่า "รุ่นพี่คะ ไม่เห็นต้องไปใส่ใจกับขยะแบบนี้เลย..."
"เพียะ!"
จางเหม่ยลี่ตบหน้าผู้หญิงตัวสูงไปหนึ่งฉาด แล้วชี้หน้าด่าว่า "ฉันจะทำยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แกจะต้องมาพูดพล่ามแถวนี้"
"หุบปากไปซะ ไม่งั้นฉันจะเตะแกให้ตาย"
ผู้หญิงตัวสูงรีบกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปทันที
"เรื่องที่คุณควรถามมากที่สุดไม่ใช่เรื่องความรักหรอก แต่เป็นเรื่องเงินทองกับหน้าที่การงานต่างหาก"
"คุณมักจะทำได้ดีในเรื่องพวกนี้มาตลอด ความสามารถของคุณเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันไปไกลลิบ"
"อายุแค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุดเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดยังไง"
"ถึงหอพักของโรงเรียนจะซอมซ่อไปหน่อย แต่ผู้บริหารของพวกคุณก็รู้จักทำการตลาดดีนะ"
"ทุกๆ ปีจะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อทำการตลาดรับสมัครนักศึกษาใหม่"
"เพราะงั้น ถึงโรงเรียนของคุณจะชื่อเสียงเน่าเฟะแค่ไหน แต่ละปีก็ยังมีนักศึกษาใหม่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาเรียนที่นี่ไม่น้อย"
"คุณใช้ข้อมูลส่วนตัวของพวกเธอ เพื่อคัดเลือกเด็กผู้หญิงเป้าหมายจากบรรดานักศึกษาใหม่"
พอได้ยินแบบนี้ จางเหม่ยลี่ก็สติแตกในที่สุด
จางเหม่ยลี่แผดเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง "ถ้าแกยังไม่หุบปากล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่"
ด้วยคัมภีร์เทียนจี เฉินหยูได้มองทะลุถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของจางเหม่ยลี่มาตั้งนานแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นแค่อันธพาล แต่เป็นถึงปีศาจร้าย
ด้วยความกังวลว่าหากปล่อยลูกสาวออกไปสู่สังคม ไม่ช้าก็เร็วคงต้องโดนจับเข้าคุก
พ่อของจางเหม่ยลี่จึงอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปผูกมิตรเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับผู้บริหารของโรงเรียน
และใช้เส้นสายนี้ฝากฝังให้จางเหม่ยลี่เข้ามาเรียนที่นี่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจางเหม่ยลี่ถึงสามารถเดินกร่างคับโรงเรียนได้โดยที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ต้องยอมรับเลยว่า
เจตนาแรกเริ่มของพ่อของจางเหม่ยลี่นั้นเป็นเรื่องดี
ถ้าจางเหม่ยลี่ไม่ได้เข้ามาเรียนที่วิทยาลัยแห่งนี้ แล้วออกไปทำตัวเหลวแหลก
ตอนนี้ถ้าไม่โดนลูกปืนเจาะกะโหลก ก็คงไปนั่งเหยียบจักรเย็บผ้าอยู่ในคุกแล้ว
ทว่า มันกลับกลายเป็นความซวยของนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้แทน
จางเหม่ยลี่เป็นเหมือนปีศาจร้ายจอมตะกละตะกลาม
นักเรียนคนไหนที่ถูกเธอหมายหัว ต่างก็ต้องพบเจอกับความโชคร้ายไปทีละคนๆ
"แกไม่มีหลักฐาน จะพูดยังไงมันก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ"
จางเหม่ยลี่ปฏิเสธคำพูดก่อนหน้านี้ของเฉินหยูไปซะทุกเรื่อง







