เล่อผังกล่าว "เยวี่ยนสื่อจ้าว ท่านว่ามา"
ตู้ซานเหยียจ้องมองเยวี่ยนสื่อจ้าวด้วยดวงตาดุจเหยี่ยว
เยวี่ยนสื่อจ้าว : ???
เสี้ยนเว่ยก็อยู่ ทำไมท่านไม่ให้เขาพูดล่ะ?
เขาไม่กล้าขัดใจคุณชายของขุนนางเปี๋ยจย้า ทั้งยังไม่กล้าผลักไสให้เสี้ยนเว่ยเฉินออกรับหน้าอย่างโจ่งแจ้ง ประกอบกับตนเองดูแลเรื่องคดีความและเรือนจำอยู่จริงๆ จึงได้แต่กัดฟันพูดว่า "พวกเขาจับเด็กคนหนึ่งไปเป็นตัวประกัน ทั้งยังขัดขืนการจับกุมของทางการ..."
ตู้ซานเหยียลุกขึ้นยืนพรวด พลางเดินไปตรงหน้าทั้งสองคนที่ถูกจับกุม แล้วตวาดเสียงกร้าวว่า
"ข้าพร่ำบอกพวกเจ้ามาตลอดว่าให้เคารพกฎหมาย แต่พวกเจ้ากลับเอาคำพูดของข้าไปทิ้งเสียสิ้น! ถึงกับกล้าทำเรื่องผิดกฎหมายเช่นนี้! สุดท้ายก็ยังต้องลำบากข้าคอยวิ่งเต้นจัดการให้พวกเจ้าอยู่ข้างนอกอีกหรือ? เข้าไปกินความลำบากเสียหลายๆ วันเถอะ จะได้หลาบจำบ้าง"
ตู้ซานเหยียทำทีเป็นตำหนิ แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำให้ทั้งสองคนเบาใจ ความหมายคือไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทุกอย่างข้าจัดการเอง
หวังหยางฟังปุ๊บก็รู้ทันทีว่าตู้ซานเหยียกำลังวางแผนอะไรอยู่ เขาจะยอมให้ตู้ซานเหยียสมหวังไม่ได้ ในเมื่อลงมือแล้ว ก็ต้องจับให้หมดรวบยอด! เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"นี่ไม่ใช่ปัญหาที่จะขังแค่ไม่กี่วัน การปล้นชิงผู้คนถือเป็นความผิดอุกฉกรรจ์! ส่วนจะเป็นการลักพาตัวไปขาย หรือจับเป็นตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ ต้องไต่สวนให้ชัดเจนเสียก่อน โทษสถานเบาที่สุดก็คือคุนเฉียนสามปี"
คุนคือการโกนผม เฉียนคือเครื่องมือทรมาน สามขวบปีก็คือสามปี ความหมายคือต้องถูกโกนผมและสวมเครื่องทรมาน เป็นนักโทษใช้แรงงานนานสามปี
ชายร่างกำยำพอได้ฟังก็ร้อนรนขึ้นมาทันที
"สามปีไม่ได้นะขอรับ! แบบนั้นเจียวเจียวต้องหนีตามคนอื่นไปแน่! คุนคืออะไร? คือบวชเป็นพระหรือ? ข้าไม่อยากเป็นพระนะ! ท่านซานเหยีย ท่านซานเหยียท่านต้องช่วยข้านะขอรับ!"
เหล่าเจ้าหน้าที่เมื่อเห็นชายร่างกำยำซื่อบื้อถึงเพียงนี้ ล้วนรู้สึกขบขัน
ตู้ซานเหยียสบถด่าในใจ แต่กลับไม่อาจยอมสละเบี้ยเพื่อรักษาขุนต่อหน้าพวกเขาได้ จึงแสร้งทำเป็นพูดอย่างสบายๆ ว่า
"ไม่เป็นไร ต่อให้ถูกตัดสินจำคุกสามปีจริง ก็สามารถใช้เงินไถ่โทษได้"
ตามกฎหมายฉี ไถ่โทษจำคุกห้าปี ต้องใช้ทองคำหนึ่งจินสิบสองตำลึง ทุกๆ หนึ่งปีที่ลดลง ให้หักออกทีละสี่ตำลึง
หวังหยางมองชายร่างกำยำแล้วกล่าวว่า "ขุนนางบัณฑิต ผู้เฒ่า เด็ก หญิงป่วยไข้ หรือผู้ที่ทำผิดโดยประมาท หรือผู้ที่เจตนาดีแต่ผลออกมาเลวร้าย และความผิดนั้นอยู่ในข่ายที่สามารถไถ่โทษได้ จึงจะอนุญาตให้ไถ่โทษ พวกเจ้าไม่เข้าเงื่อนไข ไม่อาจใช้เงินไถ่โทษได้"
"แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า?" ชายร่างกำยำมีสีหน้าร้อนรน
หวังหยางหลอกล่ออย่างใจเย็น "ขอเพียงเจ้าไม่ใช่ตัวการหลักก็จัดการได้ง่าย หากเจ้ายอมซัดทอดผู้บงการ ข้าก็จะไปบอกนายอำเภอให้ปล่อยพวกเจ้า และเอาผิดเพียงผู้บงการเท่านั้น"
ชายร่างผอมยังคงก้มหน้านิ่งเงียบ ทว่าชายร่างกำยำกลับยืดอกขึ้นกะทันหัน แล้วร้องเสียงดังว่า "คิดจะให้ข้าหักหลังลูกพี่ เป็นไปไม่ได้! ข้าชิวต้าหาวเป็นชายชาตรีผู้องอาจ! ไม่มีทางเป็นคนทรยศเด็ดขาด!"
ตู้ซานเหยียด่าชิวต้าหาวในใจว่าไอ้งั่ง ปากก็พูดปลอบโยนว่า "คดีนี้อยู่ในอำนาจการตัดสินของอำเภอเจียงหลิง พวกเจ้าไม่ต้องไปฟังคำข่มขู่ของคนอื่น เข้าไปอยู่กระคุกก่อนสักสองสามวัน เรื่องในบ้านก็ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลให้เอง"
เสี่ยวอาอู่มองชายร่างกำยำที มองตู้ซานเหยียที คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ชายร่างผอมรู้ว่านี่คือการเอาครอบครัวมาข่มขู่ของตู้ซานเหยีย ส่วนชายร่างกำยำนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย จึงพูดอย่างจริงจังว่า "ท่านซานเหยีย ที่บ้านข้าไม่มีใครต้องให้ดูแล ท่านช่วยข้าดูแลเจียวเจียวสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ? อย่าปล่อยให้นางหนีตามผู้ชายคนอื่นไป"
เจ้าหน้าที่ทางการหลายคนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตู้ซานเหยียระงับความโกรธไว้แล้วกล่าวว่า "ได้"
"ขอบคุณท่านซานเหยีย! บ้านเจียวเจียวอยู่หลังที่สองทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านทังจู่ ท่านลองไปถามหาลูกสาวบ้านสวีดูก็จะรู้เองขอรับ"
ตู้ซานเหยีย : ......
ในยามที่หวังหยางกำลังกลุ้มใจว่าจะเอาผิดตู้ซานเหยียไม่ได้นั้น เสี่ยวอาอู่ก็โพล่งขึ้นมาทันทีว่า "ข้าเห็นผู้บงการแล้ว"
ทุกคนล้วนชะงักงัน
หวังหยางรีบถาม "คือใคร?"
เสี่ยวอาอู่ยกแขนขึ้นชี้ไปทางตู้ซานเหยีย "คือเขา"
ทั้งห้องฮือฮาขึ้นมาทันที
ตู้ซานเหยียโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "เจ้าผายลม!"
เสี่ยวอาอู่ตกใจจนหลบไปอยู่หลังขาของหวังหยาง เฉินชิงซานยกฝักดาบขวางไว้ตรงหน้าตู้ซานเหยีย
อาอู่โผล่หัวเล็กๆ ออกมา น้ำเสียงแม้อ่อนเยาว์ทว่าหนักแน่น "คือเขา! ข้าเห็นชัดเจน! เขาถือป้านน้ำชาเดินเข้ามา ดูข้า... ดูว่าข้าถูกมัดไว้ดีหรือไม่..."
ตู้ซานเหยียโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ
เขาเคยไปดูอาอู่จริงๆ ทว่าตอนนั้นดวงตาของนางถูกผ้าดำปิดเอาไว้ ไม่มีทางมองเห็นเขาได้อย่างเด็ดขาด! อีกอย่างเขาไม่ได้ถือป้านน้ำชาอะไรนั่นด้วย! แต่กลับกลายเป็นว่าคำพูดเหล่านี้ตนเองก็ไม่อาจอธิบายได้ จึงได้แต่ตวาดด่าว่า
"เด็กบ้า เจ้าพูดจาเหลวไหล! ใครเป็นคนสอนเจ้า?!"
ชายร่างกำยำร้องว่า "เจ้าพูดจาไร้สาระ! ตอนนั้นท่านซานเหยียเอามือไพล่หลัง ไม่ได้ถือป้านน้ำชาเสียหน่อย! เจ้ากล้าใส่ร้ายท่านซานเหยีย..."
ทุกคนล้วนเงียบกริบ พลางหันไปมองตู้ซานเหยีย
ตู้ซานเหยียโกรธจัด พุ่งเข้าไปเตะชายร่างกำยำล้มกลิ้งไปกองกับพื้น
เล่อผังกล่าว "ยังรออะไรอยู่อีก จับกุมคนผู้นี้ซะ!"
"ใครกล้า!" ตู้ซานเหยียชักมีดสั้นในแขนเสื้อออกมา แต่กลับถูกฝักดาบของเฉินชิงซานปัดทิ้ง
เหล่าเจ้าหน้าที่กรูกันเข้าไป จับตู้ซานเหยียกดลงกับพื้น
ตู้ซานเหยียถลึงตา "พวกเจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ?! ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องรับผลกรรม! หวังหยาง! เจ้าคิดว่าเป็นคนตระกูลหวังแห่งหลางหยาแล้วจะวิเศษนักหรือ? หากอ๋องหลูลิงรู้เรื่องนี้เข้า..."
หวังหยางตวาด "หุบปาก! ทำผิดกฎหมายแล้วยังกล้าซัดทอดอ๋องหลูลิงอีก! ลากตัวออกไป!"
"ท่านซานเหยียไม่ได้ถือป้านน้ำชา! ท่านซานเหยียถูกใส่ร้าย!" ชายร่างกำยำยังคงส่ายหัวตะโกนร้องไปตลอดทางจนถูกลากตัวออกไป ทุกคนล้วนรู้สึกขบขัน ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายใต้แววตาที่ดูซื่อบื้อและตื่นตระหนกนั้น กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้สายหนึ่ง
...
ยามดึกสงัด จวนขุนนางเปี๋ยจย้าสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
เล่อจ้านได้รับรู้เรื่องที่บุตรชายจับเอาเด็กรับใช้จากครัวเรือนทหารมาอ้างว่าเป็นสตรีตระกูลหวังแห่งหลางหยา ซ้ำยังจับตู้ซานเหยียเข้าคุกไปแล้ว ก็โกรธจนควันออกหู!
ยามนี้ ชายกระโปรงของขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งจิงโจวผู้นี้ถูกเหน็บไว้ที่สายคาดเอว ในมือถือพลองยาวทำจากไม้พุทรา ยืนเบิกตากว้างรอคอยบุตรชายอกตัญญูกลับจวน ผู้คุ้มกันและบ่าวรับใช้โดยรอบล้วนยืนรออยู่ห่างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
บ่าวรับใช้วิ่งเข้ามารายงาน "คุณ... คุณชายกลับมาแล้วขอรับ ยัง..."
"ลูกอกตัญญู! คืนนี้หากข้าตีเจ้าไม่ตายก็ละอายต่อบรรพบุรุษนัก!" เล่อจ้านไม่รอฟังบ่าวรับใช้พูดจบ ก็ลากพลองพุ่งตรงออกไปนอกโถงด้วยรังสีอำมหิต! แล้วก็บังเอิญปะทะเข้ากับเล่อผังและหวังหยางที่กำลังพูดคุยหัวเราะกันเดินเข้ามาในจวนพอดี
"ข้าจะบอกอะไรให้นะ ท่านพ่อของข้าชอบบทกวีที่สุด ชอบอ่านกวีของผู้อื่น และชอบแต่งเองด้วย แต่งบทกวีดีๆ ไว้ตั้งมากมาย..."
"เช่นนั้นท่านลุงก็เป็นผู้มีสุนทรียภาพอย่างแท้จริง..."
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ก็เห็นท่าทางลากพลองแหวกอากาศของเล่อจ้านเข้า ทั้งสองจึงยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที
เมื่อเล่อจ้านเห็นว่ามีคนนอกอยู่ด้วยก็ชะงักไปเช่นกัน ความโกรธบนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย ทว่าก็เพิ่มความกระอักกระอ่วนขึ้นมาอีกหลายส่วน
ทั้งสามคนสบตากัน บรรยากาศกลายเป็นกระอักกระอ่วนถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
"ท่านพ่อ... นี่ นี่... ก็คือหวังหยางขอรับ" เล่อผังกล่าวเสียงสั่น
หวังหยางก็ตั้งสติได้ เขาตากะพริบตาปริบๆ แล้วรีบประสานมือคารวะเล่อจ้าน "ผู้น้อยหวังหยาง นามรองจือเหยียน เรื่องราวในวันนี้ ต้องขอบคุณท่านลุงที่ยื่นมือช่วยเหลืออย่างมีคุณธรรมขอรับ"
เล่อจ้านโยนพลองออกไปด้านนอก ดึงชายเสื้อที่เหน็บไว้ตรงสายคาดเอวออกอย่างแนบเนียน แล้วเดินเข้าไปหัวเราะกล่าว "อ้อ! ที่แท้ก็จือเหยียนนี่เอง! สง่างามสมคำร่ำลือจริงๆ..."
...
การที่หวังหยางมาที่นี่ ประการแรกเพื่อขอบคุณที่เล่อจ้านช่วยเหลือ ประการที่สองคือเพื่อปรึกษาหารือกับเล่อจ้านเรื่องการจัดการปัญหาของตู้ซานเหยีย
บ่าวรับใช้ทั้งหมดถูกสั่งให้ออกไปแล้ว เหลือเพียงสองพ่อลูกตระกูลเล่อและหวังหยางที่กำลังปรึกษาหารือกันอย่างลับๆ
เล่อจ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง "หาคนพบก็ดีแล้ว ข้าขอแนะนำเจ้าว่าอย่าได้ยึดติดกับเรื่องนี้นักเลย ปล่อยให้อำเภอเจียงหลิงจัดการไปเอง จะหนักเบาก็ปล่อยพวกเขาไป ตู้ซูป่าวผู้นี้แม้จะนับไม่ได้ว่าเป็นญาติของอ๋องหลูลิง แต่บุตรสาวของเขาก็เป็นอนุภรรยาคนโปรดของอ๋องหลูลิง อีกทั้งเขายังช่วยอ๋องหลูลิงดูแลการค้าในจิงโจวด้วย หากต้องผิดใจกับชินอ๋องเพราะคนเช่นนี้ ย่อมไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย"
หวังหยางบีบนิ้วมือ พลางกล่าวเสียงเบา "ตีงูไม่ตาย เกรงว่าจะเป็นภัยในภายหลังนะขอรับ"







