(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 445
บทที่ 445 มือหน้าหิ้วมือหลังประคอง อาวุธวิเศษหกลำกล้องประจำตัวหมอเฉิน
คำว่าผู้พิพากษาเพียงคำเดียว แทบจะทำเอาคนธรรมดาทั้งบ้านตกใจจนเข่าทรุด
ทุกคนในที่นี้ ต่อให้ฝันก็คงนึกไม่ถึง
ว่าใต้เท้าผู้พิพากษาในตำนาน จะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพวกเขาในวันหนึ่ง
"ชื่อเสียงอันโด่งดังของคุณเฉิน ต่อให้ผมจะเก็บตัวอยู่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ก็ยังได้ยินมาไม่น้อย"
"เรื่องในวันนี้ ล้วนเกิดจากการทำงานบกพร่องของลูกน้องผมเอง"
"ขอให้คุณเฉินเห็นแก่หน้าผม ยอมให้ผมนำตัวปีศาจและผีสางเหล่านี้กลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองด้วยเถอะ"
นอกจากความตื่นตระหนกแล้ว ทุกคนยังอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เฉินหยูมีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไงกันแน่ ถึงได้ทำให้ผู้พิพากษาเกรงใจขนาดนี้?
ตามตำนานพื้นบ้านบันทึกไว้ว่า
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองหางโจวเริ่มสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้
ส่วนผู้พิพากษาในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ก็คือญาติห่างๆ คนหนึ่งของอ๋องเฉียนในยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร
ว่ากันว่าหลังจากคนผู้นี้ตายไป วิญญาณก็ไม่แตกซ่าน และเร่ร่อนอยู่ในโลกมนุษย์นานหลายร้อยปี
หลังจากสร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเสร็จ เจ้าพ่อหลักเมืองก็ออกลาดตระเวนไปทั่วสารทิศ
บังเอิญมาพบคนผู้นี้เข้า จึงรับมาเป็นผู้พิพากษา
คนโบราณเมื่อพันกว่าปีก่อน กลับพูดจาเกรงอกเกรงใจชายหนุ่มยุคปัจจุบันคนหนึ่ง
หรือว่าสถานะของเฉินหยูจะเจ๋งยิ่งกว่าผู้พิพากษาซะอีก?
เฉินหยูยิ้มเยาะและพูดว่า "ผู้พิพากษาเฉียนใช่ไหม?"
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้พิพากษามีแววโกรธเคืองวาบผ่านไปอย่างยากจะสังเกตเห็น
"ไม่ทราบว่าคุณเฉินมีคำชี้แนะอะไรหรือเปล่า?"
จากนั้น ความโกรธเคืองของผู้พิพากษาเฉียนก็หายวับไปในพริบตา
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "คุณเป็นญาติโกโหติกาอะไรกับผมหรือเปล่า?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้พิพากษาเฉียนก็ขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า "ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกัน"
"แล้วคุณเป็นคนสวยไหมล่ะ?"
"คุณเฉินล้อเล่นแล้ว ผมเป็นชายชาตรีอกสามศอก จะเป็นผู้หญิงไปได้ยังไง"
"แล้วคุณเป็นลูกชายผมหรือเปล่า?"
"นี่คุณ!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้พิพากษาเฉียนก็มลายหายไปจนสิ้น
"นี่คุณอะไรเล่า"
เฉินหยูพูดอย่างไม่เกรงใจ "ในเมื่อคุณไม่ใช่ญาติผม ไม่ใช่สาวสวยไร้ที่ติ และยิ่งไม่ใช่ลูกชายผม"
"แล้วทำไมผมต้องไว้หน้าคุณด้วย!"
"ซวยชะมัด"
พูดจบ เฉินหยูก็ถ่มน้ำลายลงพื้นดังถุย
"ต่อหน้าทำเป็นยิ้มแย้ม ลับหลังด่าพ่อล่อแม่"
"คนเป็นๆ อย่างผม ไม่มีอารมณ์มานับพี่นับน้องกับผีตายโหงอย่างคุณหรอกนะ"
"เฉินหยู คุณอย่าให้มันมากนักนะ!"
ผู้พิพากษาเฉียนชักสีหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "การที่มีปีศาจและภูตผีมาอาละวาดในโลกมนุษย์ เป็นความหละหลวมในการลาดตระเวนของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจริงๆ แต่เมื่อกี้ผมก็บอกไปแล้ว ว่าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองคนไม่พอ การจะมีข้อผิดพลาดบ้างก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"
"ถึงคุณจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรในโลกมนุษย์ แต่ผมเป็นถึงผู้พิพากษาแห่งนรก ถ้าพูดถึงสถานะ ผมอยู่สูงกว่าคุณมาก"
"ที่ยอมอ่อนข้อให้คุณก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะกลัวคุณหรอกนะ แต่เพื่อแสดงความขอโทษจากผมต่างหาก"
หากไม่ใช่เพราะมีจุดอ่อนอยู่ในมือเฉินหยู แถมเฉินหยูยังมีบุญบารมีมหาศาล
ผู้พิพากษาเฉียนคงไม่มาเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกับเขาหรอก
คงสั่งให้คนมากระชากวิญญาณของเฉินหยูไปนานแล้ว
จะได้ให้เขาลองลิ้มรสดูว่า จิตใจคนดั่งเหล็กกล้า อำนาจรัฐดั่งเตาหลอม มันเป็นยังไง
"ผู้พิพากษาแห่งนรกงั้นเหรอ คุณนี่ช่างกล้ายกหางตัวเองจริงๆ นะ"
"ผู้พิพากษาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอย่างคุณน่ะ เทียบกับสี่มหาผู้พิพากษาแห่งนรกแล้ว ยังห่างชั้นกันตั้งแสนแปดหมื่นลี้"
"พอได้เงินก็อ้างว่าหละหลวมในการลาดตระเวน ถ้าไม่ได้เงิน คุณจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลมาเป็นร้อยปีเหรอ?"
เฉินหยูสวมวิญญาณนักกีฬายิมนาสติกฝีปากระดับมืออาชีพ ด่าซะจนผู้พิพากษาเฉียนหน้าเปลี่ยนสี
ชาวบ้านรอบๆ พี่น้องตระกูลต่ง และสองพ่อลูกพังพอนต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสี
ถึงผู้พิพากษาเฉียนจะไม่ใช่ผู้พิพากษาแห่งนรก แต่ยังไงก็ถือว่าอยู่ในระบบเดียวกัน
ด่ากราดซึ่งๆ หน้าแบบนี้ เฉินหยูไม่กลัวโดนแก้แค้นเลยหรือไง?
ในวินาทีนี้
ไม่ว่าใครก็ฟังออกว่าผู้พิพากษาเฉียนไม่ใช่คนดีอะไร
การที่สองพ่อลูกพังพอนลอยนวลอยู่เหนือกฎหมายมาเป็นร้อยปี ล้วนพึ่งพาการคุ้มครองจากผู้พิพากษาเฉียนทั้งสิ้น
เครื่องเซ่นไหว้ที่สองพ่อลูกส่งส่วยให้ทุกปี ก็ต้องตกถึงมือผู้พิพากษาเฉียนอย่างแน่นอน
"หมอ... หมอเฉิน เขา... เขาเป็นถึงผู้พิพากษาเลยนะ"
ครั้งนี้เฉินหยูมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ตระกูลต่ง ในเมื่อตอนนี้ไปล่วงเกินผู้พิพากษาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเข้าแล้ว ต่งหมิงซานก็จำต้องแสดงท่าทีอะไรบ้าง
"แล้วยังไงล่ะ"
เฉินหยูปรายตามองผู้พิพากษาเฉียนอย่างไม่แยแส
ไอ้สารเลวคนนี้ ไม่เพียงแต่ปกป้องสองพ่อลูกพรตอวิ๋นเซียวเท่านั้น
เรื่องระยำที่เคยทำไว้ยังมีอีกเยอะแยะ
ผีเฒ่าที่ถูกเชือกดึงวิญญาณมัดไว้ ก็คือลูกสมุนวิญญาณที่เขาให้พรตอวิ๋นเซียวขอยืมมา
ผีเฒ่าสิงร่างศพแม่ต่ง แสร้งทำเป็นสร้างภาพลวงตาว่าโลงศพหนักอึ้ง
พอโดนเฉินหยูฟาดเตือนไปสามฝ่ามือ ผีเฒ่าก็หนีเตลิดเปิดเปิง
แต่ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ กลับมาเล่นมุกศพคืนชีพอีก
พอเห็นว่าเรื่องกำลังจะแดง ก็กระโดดออกมาทำทีเป็นโจรจับโจร
ยังจะเอายางอายอีกไหม?
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับแกแล้ว ยมทูตซ้ายขวา รีบไปจับกุมสองปีศาจกับอีกหนึ่งวิญญาณ กลับไปรับโทษตามกฎหมายที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเดี๋ยวนี้"
สิ้นเสียง ยมทูตแปดตนที่ยืนอยู่สองข้างผู้พิพากษาเฉียน ก็กลายร่างเป็นควันดำแปดสายพุ่งตรงเข้ามา
ทั่วร่างเฉินหยูเปล่งแสงสีทองอร่าม เขาร้องตะโกนว่า "เหล่าเมิ่ง เอาของมา"
"มาแล้ว!"
สิ้นเสียงตะโกน ทุกคนก็ได้ยินเสียงกระจกแตกดังเพล้ง
คนผู้หนึ่งกระโดดข้ามหน้าต่างเข้ามา แล้วโยนของชิ้นหนึ่งให้เฉินหยูจากระยะไกล
"เชี่ยเอ๊ย..."
เมื่อเห็นของที่โยนมา ต่งหมิงสุ่ยก็ตาถลน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เฉินหยูไปเอาอาวุธแบบนี้มาจากไหน!
วินาทีต่อมา เฉินหยูก็รับของวิเศษที่เมิ่งต้าไห่โยนมาให้ด้วยท่าทางสุดเท่
มือหน้าหิ้ว มือหลังประคอง ถืออาวุธวิเศษหกลำกล้องสีแดงสดแวววาวไว้ในระดับสายตา
"???"
ผู้พิพากษาเฉียนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ของวิเศษของทั้งพุทธและเต๋าเขาเคยเห็นมาก็ไม่น้อย แต่ไม่เคยเห็นของประหลาดแบบนี้มาก่อน
ถึงจะดูไม่ออก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความหวาดกลัวที่ผู้พิพากษาเฉียนมีต่อของวิเศษชิ้นนี้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ของวิเศษทั้งชิ้นทำจากทองแดงแดง รอบๆ มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งไหลเวียนอยู่
"ปังๆๆ..."
ท่ามกลางเสียงแสบแก้วหูที่ดังกึกก้อง ควันดำที่ยมทูตทั้งแปดแห่งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแปลงกายมา ก็ถูกของวิเศษยิงจนพรุนเป็นรังผึ้ง
"..."
ผู้พิพากษาเฉียนไม่รู้จักของชิ้นนี้ แต่พี่น้องตระกูลต่งรู้จักดี
"พี่ นี่มันปืนกลแกตลิงในตำนานหรือเปล่าเนี่ย?"
ต่งหมิงสุ่ยถามด้วยความตกตะลึง
"ก็น่าจะใช่นะ..."
ต่งหมิงสุ่ยตาค้าง สมองรวนไปชั่วขณะ
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะทำความเข้าใจได้อีกต่อไปแล้ว
เบื้องหลังการคืนชีพของศพแม่เฒ่า ซ่อนแผนการร้ายหลอกเอาเงินของปีศาจเอาไว้
ผ่านไปไม่นาน ก็มีผีโผล่มาจากไหนไม่รู้
จากนั้น ผู้พิพากษาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็นำกำลังมาจับผีปราบปีศาจ
ตามด้วยการถูกเฉินหยูด่าเปิง
ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกัน แล้วเฉินหยูก็ดันถือปืนกลแกตลิงซะงั้น
นี่แม่งเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
เอาปืนกลแกตลิงมายิงผี ผู้พิพากษาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองปกป้องปีศาจ
ละครทีวียังไม่กล้าเขียนบทแบบนี้เลย
"เฉินหยู รีบหยุดเดี๋ยวนี้!!!"
ผู้พิพากษาเฉียนใจสลาย ยมทูตทั้งแปดคือลูกน้องคนสนิทของเขา
เพียงชั่วพริบตา ผีทั้งแปดก็แตกซ่านกลายเป็นไอ
ของวิเศษในมือเฉินหยูมีที่มายังไงกันแน่?
ทำไมถึงมีอานุภาพร้ายกาจขนาดนี้?
กระสุนที่ยิงออกมาเห็นชัดๆ ว่าเป็นถั่วเหลืองที่เห็นได้ทั่วไป แต่ทำไมถึงมีพลังวิญญาณอันเข้มข้นแฝงอยู่ได้?
ในยุคสิ้นธรรม พลังวิญญาณบนโลกมนุษย์ขาดแคลนอย่างหนัก
ผู้บำเพ็ญเพียรบนโลกมนุษย์ไม่ควรจะเห็นพลังวิญญาณสำคัญเท่าชีวิตหรอกเหรอ?
"เถ้าแก่เฉิน ฝีมือผมไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?"
เมิ่งต้าไห่พูดอย่างได้ใจ
"ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมกระเทียมดองไปเลย"
"ฮี่ๆ วิชาแกะสลักทองแดงตำรับลับหลู่ปาน จะเป็นฝีมือธรรมดาๆ ได้ยังไง"
เมิ่งต้าไห่ล้วงบุหรี่ฮวาจื่อออกมาจุดสูบมวนหนึ่ง ใบหน้าแก่ชราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ช่วงก่อนยังสูบซานฮวาอยู่เลย แป๊บเดียวเปลี่ยนมาสูบฮวาจื่อซะแล้ว"
"เหล่าเมิ่ง ชักจะเหลิงเกินไปหน่อยแล้วนะ"
เฉินหยูพูดแซว
ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจผู้พิพากษาเฉียนที่กำลังโกรธจนแทบกระอักเลือดเลยแม้แต่น้อย







