เฉียวอวี้รู้สึกว่าเขาสามารถคุยกับพนักงานของเว่ยป๋อคนนี้ได้สักสองสามประโยค
เพราะคนก่อนหน้าที่บอกเขาว่าสามารถติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น เป็นคนดีจริงๆ
ดังนั้นเขาจึงยินดีให้โอกาสคนจริงใจแบบนี้
น่าเสียดายที่ตอนเช้ามืดเขาต้องนอน ไม่อย่างนั้นเขาคงลองโทรไปตอนตีสามดูว่าอีกฝ่ายจะรับสายทันทีจริงๆ ไหม
เขารับโทรศัพท์ที่เฉียวซีส่งให้ แล้วกดโทรออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
อีกฝ่ายรับสายอย่างรวดเร็วตามคาด เฉียวอวี้จึงถามอย่างมีมารยาทว่า "ฮัลโหล สวัสดีครับ ผมเฉียวอวี้ ขอถามหน่อยว่าคุณรู้เบอร์แม่ผมได้ยังไง"
เฉียวซีที่อยู่ข้างๆ เบ้ปาก รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์
ตัดขาดจากสังคมมานานเกินไป ความคิดเลยเชื่องช้าลงมากจริงๆ คำถามสำคัญขนาดนี้ เมื่อวานเธอกลับลืมถามไปเสียสนิท
...
เมืองหลวง เขตไห่โจว อุทยานซอฟต์แวร์หมู่บ้านฮวากวนเฟสสอง ภายในห้องทำงานของบริษัทเทคโนโลยีเครือข่ายซิงเมิ่งฉวงเคอจำกัดในอาคารสำนักงานใหญ่ล่างเฉาเน็ต สวี่ซู่รับสายด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ จากนั้นก็ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มดีถามกลับมาอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
พูดตามตรง สำหรับพนักงานที่เพิ่งเข้าร่วมทีมบุกเบิกฝ่ายปฏิบัติการของเว่ยป๋ออย่างเขา ความกดดันในการทำงานนั้นสูงมาก
เพราะหลังจากพัฒนามาหลายปี ตอนนี้การดำเนินงานของเว่ยป๋อก็สมบูรณ์แบบมากแล้ว ถึงขั้นเรียกได้ว่าพัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์กพื้นที่สาธารณะภาษาจีน
เนื่องจากคนดังในทุกแวดวง ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผู้นำทางความคิด หรือแม้แต่องค์กรบริหารและสถาบันต่างๆ ล้วนต้องการพื้นที่สื่อและแพลตฟอร์มสำหรับสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเว่ยป๋อก็ตอบสนองความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นในช่วงแรก เว่ยป๋อจึงให้สิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรระดับหนึ่งแก่พนักงานปฏิบัติการที่รับผิดชอบการบุกเบิกธุรกิจ เพื่อใช้เชิญคนดังมาร่วมใช้งาน
แต่ตอนนี้ทรัพยากรเหล่านั้นแทบจะถูกเรียกคืนหมดแล้ว ทว่า KPI ก็ยังคงวางอยู่ตรงนั้น
พนักงานเก่ายังสามารถอาศัยการรักษาความสัมพันธ์เดิมกับบริษัทเอเจนซี่ที่ดูแลศิลปินเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้
ส่วนพนักงานใหม่อย่างสวี่ซู่ทำได้เพียงพึ่งพาสัญชาตญาณของตัวเองในการค้นหาโอกาสบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
บังเอิญว่าเขาดันไปเห็นเฉียวอวี้ที่พุ่งติดฮอตเสิร์ชหลายครั้งในรอบสัปดาห์จากผลงานในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติเสี่ยวหลี่ปาปาพอดี
โดยเฉพาะหลังจากดูวิดีโอที่เฉียวอวี้ให้สัมภาษณ์กับซิงเฉิงเฉินเป้าแล้ว เขามั่นใจมากว่าหากดึงเฉียวอวี้มาเล่นเว่ยป๋อได้ จะต้องเติบโตกลายเป็นดาต้าวีสายวิชาการที่มีคุณภาพได้อย่างแน่นอน
มีความสามารถ มีความกระตือรือร้นในการแสดงออก ความคิดชัดเจน มีโอกาสเติบโตสูงลิ่ว ภาพลักษณ์ดี เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา หรือถ้าใช้คำพูดฮิตๆ ในตอนนี้ก็คือ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก
อีกทั้งตามข้อมูลที่ซิงเฉิงเฉินเป้าเปิดเผย ปีนี้เฉียวอวี้อายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว ตรงตามเงื่อนไขการสมัครเว่ยป๋อพอดี
เรื่องยุ่งยากเพียงอย่างเดียวคือการจะติดต่อกับนักเรียนคนธรรมดาๆ อย่างเฉียวอวี้นั้นยากเกินไป
เบอร์โทรศัพท์นั้นหายากจริงๆ
สวี่ซู่คิดหาวิธีทุกวิถีทาง ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเบอร์โทรศัพท์นี้มา
พูดตามตรง ตอนที่เขาได้เบอร์นี้มาเขายังไม่รู้เลยว่าจริงหรือปลอม และยิ่งไม่รู้ว่าเบอร์นี้ได้มายังไง
ตอนนี้จู่ๆ ก็ถูกปลายสายถามมาแบบนี้ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่อายุน้อยกว่าเขาเจ็ดแปดปี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลนลาน
เขาตอบกลับไปตามตรงโดยจิตใต้สำนึก "ขอโทษด้วยครับนักเรียนเฉียวอวี้ เพราะผมอยากติดต่อคุณมากจริงๆ ก็เลยไปตระเวนถามหาวิธีติดต่อคุณจากคนอื่นไปทั่ว ต่อมามีเพื่อนช่วย ผมถึงใช้เงินซื้อเบอร์นี้มาได้ครับ"
"อ้อ จะเชิญผมไปเล่นเว่ยป๋อเพื่อเป็นบล็อกเกอร์ที่ได้รับการยืนยันตัวตนเหรอครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่ซู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วรีบตอบว่า "ใช่ๆ ขอแค่คุณตกลง คุณก็แค่สมัครเว่ยป๋อ แล้วส่งบัญชีมาให้ผม เรื่องอื่นเดี๋ยวผมจัดการให้หมดเลยครับ รวมถึงคำแนะนำตัวหลังยืนยันตัวตนผมก็คิดไว้ให้แล้ว เจ้าของเหรียญทองอายุน้อยที่สุดในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติเสี่ยวหลี่ปาปาปี 2024"
"ที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นผลดีกับคุณมากเหมือนกันนะครับ อย่างตอนสัมภาษณ์คุณยังเน้นย้ำเป็นพิเศษว่ามีคนแอบอ้างเป็นคุณในโต่วอินเยอะมาก พอมีเว่ยป๋อแล้ว คุณก็สามารถใช้เว่ยป๋อที่ยืนยันตัวตนแล้วออกแถลงการณ์ได้โดยตรง มันจะสะดวกขึ้นเยอะเลย ถูกไหมครับ"
"อ้อ งั้นถ้าผมตกลง แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องหักหลังเพื่อนคุณ โดยให้ชื่อกับเลขบัตรประชาชนของคนคนนั้น พร้อมรูปถ่ายหน้าจอประวัติการทำธุรกรรม เพื่อให้ผมเอาไปแจ้งความข้อหาละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน คุณจะยอมไหมครับ"
"หา?! เอ่อ..." สวี่ซู่นิ่งอึ้งไปทั้งตัว เขาลังเลอยู่นาน ก่อนจะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วพูดว่า "นักเรียนเฉียวอวี้ ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับ เรื่องพรรค์นี้ผมทำไม่ลงจริงๆ ถือซะว่าผมผิดเอง ถ้าอย่างนั้น คุณมีอะไรโมโหก็มาระบายที่ผมเถอะ หรือว่า... หรือว่าคุณจะเอาเลขบัตรประชาชนผมไปล่ะ"
ใช่แล้ว บัณฑิตที่เพิ่งจบหมาดๆ จากมหาวิทยาลัย ยังไม่ทันได้ผ่านการโบยตีจากสังคม ชาตินี้เขาเพิ่งจะเคยทำเรื่องแย่ๆ ที่ยังมีข้อกังขาอยู่เพียงเรื่องเดียว... เมื่อบัฟทั้งหมดสะสมรวมกัน พอจู่ๆ ได้ยินคำพูดแบบนี้ เขาก็ใจเสียขึ้นมาจริงๆ
"เอ๋ สังคมนิติรัฐคุณยังจะมารักษาความมีน้ำใจ อีกเหรอ งั้นก็ช่างเถอะ ไม่มีอะไรจะคุยกับคนแบบคุณแล้ว เมื่อกี้คุณบอกว่าผมแค่สมัครเว่ยป๋อ คุณก็จะช่วยจัดการเรื่องยืนยันตัวตนหลังบ้านให้ผมทั้งหมดเลยใช่ไหม"
ประโยคที่จู่ๆ ก็โพล่งออกมาจากปลายสาย ทำให้สวี่ซู่อึ้งไปอีกครั้ง
แต่ในเมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง หัวคิดก็ยังพอมีอยู่บ้าง เขาจึงตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วและรีบพูดว่า "ใช่ๆๆ แต่ก็ยังต้องขอข้อมูลบ้างนิดหน่อยนะครับ อย่างเช่นบัตรนักเรียนของคุณ หลักฐานที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์เสี่ยวหลี่ปาปา บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบที่ผู้จัดออกให้ หรือหลักฐานหลังบ้านก็ได้ครับ"
"แต่ไม่ต้องให้คุณจัดการเองหรอกครับ ส่งมาให้ผมทางวีแชตได้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้คุณเอง เมื่อวานผมแอดวีแชตเบอร์นี้ของคุณไปแล้ว คุณแค่กดรับก็พอครับ"
"ไม่ได้ครับ วีแชตที่ผูกกับเบอร์นี้แม่ผมเป็นคนใช้ วีแชตผมผูกกับซิมรองอีกเบอร์ เดี๋ยวผมแอดคุณไปเองดีกว่า วีแชตคุณใช้เบอร์นี้ไหมครับ"
"ใช่ครับ ใช่ครับ"
"งั้นเดี๋ยวคุณค่อยแอดผมมา แล้วค่อยคุยกันในวีแชตนะครับ ลาก่อน"
อีกฝ่ายพูดจบ ก็วางสายไปดื้อๆ
สวี่ซู่ฟังเสียงตื๊ดๆ ในโทรศัพท์ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง
นี่คือความสามารถของผู้เข้าแข่งขันเหรียญทองคณิตศาสตร์งั้นเหรอ
โทรศัพท์แค่สายเดียว ทำให้ระดับอารมณ์ของเขาสวิงขึ้นลงจนถึงขีดสุด
จู่ๆ สมาร์ทวอทช์บนข้อมือก็สั่นขึ้นมา สวี่ซู่ยกข้อมือขึ้นดู ปรากฏว่าเป็นการแจ้งเตือนอัตโนมัติจากนาฬิกาว่าอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ ตัวเลขสีแดงแสดงให้เห็นว่าเมื่อครู่นี้อัตราการเต้นของหัวใจเขาพุ่งสูงถึง 126 ครั้งต่อนาที
นี่มันโคตรจะระทึกใจเลยพับผ่าสิ!
...
เมืองดารา ภายในบ้านอันอบอุ่นในชุมชนการรถไฟ
เฉียวซีจ้องมองลูกชายตัวแสบของเธอแล้วถามว่า "ในเมื่อแกอยากได้การยืนยันตัวตนบลูวี แล้วไปขู่เขาทำไม"
เฉียวอวี้ก้มหน้ากดโทรศัพท์พลางพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "ก็ขอดูหน่อยว่าคนนี้เป็นยังไง อีกอย่าง ขู่ไว้สักหน่อย บางทีวันหลังอาจจะได้รับบริการที่ดีกว่าเดิมก็ได้ นี่เรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังไง"
เฉียวซีเบ้ปาก ไม่แสดงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ก่อนจะถามด้วยความสงสัยอีกว่า "แกไม่ได้พูดมั่วๆ ใช่ไหม มันมีข้อหาละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองจริงๆ ใช่หรือเปล่า"
"มีสิ แต่มาตรฐานการรับฟ้องสูงมากนะ อย่างเช่นต้องขายข้อมูลเส้นทางการเดินทาง แล้วถูกคนอื่นเอาไปใช้ก่ออาชญากรรม หรือรู้อยู่แก่ใจว่าคนอื่นจะเอาไปใช้ก่ออาชญากรรม แต่ก็ยังขายหรือให้ไป หรือไม่ก็ลักลอบได้มาหรือขายข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่ห้าสิบรายการขึ้นไป"
"เขาแค่ซื้อเบอร์โทรศัพท์เบอร์เดียว แถมจุดประสงค์ก็เพื่อจะเชิญผมไปเล่นเว่ยป๋อ ขืนไปแจ้งความจริงๆ คุณตำรวจคงขี้เกียจสนใจแน่ อีกอย่างตอนนี้อากาศก็ร้อนจะตาย ใครจะอยากออกจากบ้านล่ะ"
"ยังไงซะ ขอแค่แม่ซื้อของออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ดูวิดีโอ... เบอร์โทรศัพท์ก็คงเก็บเป็นความลับไม่ได้หรอก คนที่ชื่อสวี่ซู่คนนี้เป็นคนซื่อ เขาคงกลัวจริงๆ นั่นแหละ เมื่อกี้ตอนพูดยังเสียงสั่นเลย"
เฉียวอวี้อธิบายอย่างไม่ใส่ใจนัก
เรื่องที่เขาเคยบอกคนดีคนนั้นว่าเขาศึกษาประมวลกฎหมายอาญามาโดยเฉพาะนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกจริงๆ
แม้ข้อกฎหมายแบบละเอียด เขาจะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ชื่อข้อหาพื้นฐานและมาตรฐานคร่าวๆ ในการรับโทษทางอาญานั้น ล้วนฝังอยู่ในหัวของเขา
หลังจากขู่คนที่ชื่อสวี่ซู่ไปนิดหน่อย อีกฝ่ายก็ดูจะทำงานได้เต็มที่ตามคาด คำขอเพิ่มเพื่อนในวีแชตเพิ่งส่งไป ไม่ถึงสองวินาทีอีกฝ่ายก็กดตอบรับแล้ว
เฉียวอวี้จัดการสมัครบัญชีเว่ยป๋อก่อน จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในห้อง หาบัตรนักเรียนมัธยมต้นใบเก่าของตัวเองมาถ่ายรูป แล้วแคปหน้าจอระบบหลังบ้านของการแข่งขันคณิตศาสตร์เสี่ยวหลี่ปาปาอีกสองสามรูป ส่งไปให้พร้อมกัน
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที อีกฝ่ายก็ส่งข้อความมา
"ยินดีด้วยครับนักเรียนเฉียวอวี้ การยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว ถ้าทางฝั่งคุณยังไม่แสดงสถานะบลูวี แค่ออกจากระบบแล้วล็อกอินใหม่ก็น่าจะเห็นแล้วครับ ระหว่างการใช้งาน ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็สามารถทักมาให้ผมช่วยจัดการให้ได้ตลอดเวลาเลยนะครับ อ้อ นี่คือกฎการใช้งานบลูวี ลองอ่านดู แล้วกดตกลงได้เลยครับ"
ท้ายข้อความนี้มีลิงก์แนบมาด้วย
เฉียวอวี้กดเข้าไปดู ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิทธิและหน้าที่บางอย่าง อย่างเช่น ห้ามโพสต์เนื้อหาประเภท XX, XX มิฉะนั้นเว่ยป๋อมีสิทธิ์ลบเนื้อหาที่ละเมิดกฎ จนถึงขั้นแบนบัญชีถาวร อะไรทำนองนั้น
เรื่องพวกนี้ไม่มีผลผูกมัดอะไรกับเฉียวอวี้อยู่แล้ว
เฉียวอวี้เชื่อมาตลอดว่าเด็กมัธยมต้นที่สอบวิชาศีลธรรมและนิติรัฐในการสอบเข้ามัธยมปลายได้ 57 คะแนนอย่างเขา ไม่มีทางทำผิดพลาดในประเด็นที่เกี่ยวกับหลักความถูกต้องและผิดชอบชั่วดีอย่างแน่นอน
หลังจากชื่นชมบัญชีเว่ยป๋อบลูวีของตัวเองอยู่พักหนึ่ง สวี่ซู่คนนั้นก็ส่งข้อความมาอีก
"นักเรียนเฉียวอวี้ จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ คุณลองโพสต์เว่ยป๋อทักทายชาวเน็ตทุกคนดูได้เลยครับ"
เป็นคำแนะนำที่สมเหตุสมผลมาก เฉียวอวี้จึงรีบพิมพ์ตอบกลับไปว่า "ได้ครับ"
จากนั้นเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโพสต์เว่ยป๋อข้อความแรกในชีวิตออกไป
"ไง สวัสดีทุกคน ผมคือเฉียวอวี้ เด็กมัธยมที่เข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์เสี่ยวหลี่ปาปาแล้วคว้าเหรียญทองหมวดทฤษฎีจำนวนมาได้ ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมชั้นทุกคนที่ชอบการแข่งขันคณิตศาสตร์ มาถกปัญหาโจทย์ยากๆ กับผมในเว่ยป๋อนะ
พวกคุณสามารถเอาโจทย์แข่งขันคลาสสิก สนุกๆ หรือโจทย์ที่หาคำตอบในแอปอื่นไม่ได้มาทิ้งไว้ในช่องคอมเมนต์ หรือส่งข้อความส่วนตัวมาหาผมก็ได้ แน่นอนว่า ผมจะไม่ช่วยพวกคุณตอบฟรีๆ หรอกนะ"
เมื่อพิมพ์เสร็จ เฉียวอวี้ก็กดส่ง
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที สวี่ซู่ก็ส่งข้อความมาทางวีแชตอีก "เอ่อ นักเรียนเฉียวอวี้ ประโยคสุดท้ายของคุณเขียนผิดหรือเปล่าครับ"
"ไม่ผิดนี่ ปกติโพสต์เว่ยป๋อโพสต์แรกก็ต้องเป็นการสร้างคาแรคเตอร์ไม่ใช่เหรอ ขอแค่ผมสร้างขีดจำกัดล่างของคาแรคเตอร์ให้ต่ำพอ ต่อไปก็จะไม่มีทางถูกใครเอาการผูกมัดทางศีลธรรมมาขู่เข็ญได้ แบบนี้ไม่ดีหรือไง อ้อ จริงสิ คุณช่วยปักหมุดโพสต์นี้ให้ผมหน่อยสิ"
ทางวีแชตตอบกลับมาเป็นสติกเกอร์ที่ดูอารมณ์ซับซ้อน
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การทำงานของอีกฝ่ายล่าช้าลงแต่อย่างใด พอเฉียวอวี้กดรีเฟรชอีกครั้ง โพสต์เว่ยป๋อนั้นก็ถูกปักหมุดแล้วจริงๆ
จากนั้นก็มีข้อความส่งมาอีกว่า "ในเมื่อต่อไปคุณอยากตอบคำถามแบบมีค่าตอบแทน งั้นก็สมัครฟีเจอร์กระเป๋าเงินแล้วเปิดช่องทางถามตอบแบบจ่ายเงินไปด้วยเลยสิครับ"
"หืม? ไม่เคยเล่นเว่ยป๋อเลยไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี่ก็ตอบคำถามแบบมีค่าตอบแทนได้ด้วย ผมนึกว่ามีแค่จือหูที่ทำได้ซะอีก" นัยน์ตาของเฉียวอวี้เป็นประกาย
เขาเปิดใช้งานเว่ยป๋อบลูวีนี้ถูกจริงๆ ด้วย ต่อไปเวลาว่างๆ พักสมอง บางทีเขาอาจจะทำโจทย์หาเงินพิเศษนิดๆ หน่อยๆ ได้ด้วย
จากนั้นเขาก็วุ่นวายอยู่พักใหญ่โดยได้รับความช่วยเหลือจากสวี่ซู่ ในที่สุดก็จัดการสมัครทุกอย่างเรียบร้อย
หากมีคนมาขอให้เขาตอบคำถาม หลังจากจ่ายเงินเขาก็จะได้รับข้อความ เขายังสามารถกำหนดช่วงราคาสำหรับการตั้งคำถามได้เองด้วย
จากประสบการณ์ในชีวิตจริง เฉียวอวี้จึงตั้งราคาไปส่งๆ ว่า 50-10000 และถ้าหากเขาต้องการ เขายังสามารถเขียนบทความที่ชาวเน็ตต้องจ่ายเงินถึงจะอ่านได้อีกด้วย
ดังนั้นเฉียวอวี้จึงมีความคิดบ้าระห่ำขึ้นมาอีกอย่าง
"สวี่ซู่ คุณช่วยเขียนลงไปในการยืนยันตัวตนส่วนบุคคลให้ผมหน่อยได้ไหมว่า ผมสอบได้คะแนนเต็มทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษในการสอบเข้ามัธยมปลายของเมืองดารา อีกอย่าง ถ้าผมจะโปรโมทในเว่ยป๋อว่ารับจ้างทำการบ้านระดับมัธยมต้นทั่วประเทศทุกวิชาแบบมีค่าตอบแทน แถมเลียนแบบลายมือได้ด้วย คุณคิดว่าจะเวิร์คไหม"
อีกฝ่ายส่งสติกเกอร์ร้องไห้โฮมา
"นักเรียนเฉียวอวี้ ให้ผมเรียกคุณว่าพี่เลยดีไหมครับ ถึงเรื่องนี้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่มันผิดกฎนะครับ! ผู้ปกครองคงแห่กันมาร้องเรียนจนบ้าตายแน่ๆ"
"อ้อ งั้นช่างเถอะ คุณพักผ่อนเถอะ ผมจะยุ่งแล้ว"
พูดจบ เฉียวอวี้ก็ออกจากหน้าแชทกับสวี่ซู่ แล้วส่งภาพแคปหน้าจอที่ตัวเองได้รับการยืนยันตัวตนบลูวีลงไปในกลุ่มผู้เข้าแข่งขันเหรียญทองเสี่ยวหลี่ปาปากับเพื่อนๆ ของเขา พร้อมกับแท็กทั้งสองคนไปด้วย
"เพื่อนๆ ตอนนี้ผมเป็นบัญชีวีไอพีที่ได้รับการรับรองแล้วนะ วันหลังถ้าพวกนายมีโจทย์คณิตศาสตร์ข้อไหนไม่เข้าใจ ก็สามารถเลือกทักมาปรึกษาแบบจ่ายเงินในเว่ยป๋อได้โดยตรงเลย ไม่ต้องเขินหรอก ขอแค่พวกนายไม่บอกชื่อเว่ยป๋อกับผม ผมก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นมือใหม่สองคนอย่างพวกนาย"
ครั้งนี้เจ้าอ้วนโผล่มาก่อน พออ้าปากก็พ่นคำหยาบทรงคุณค่าของชาติออกมาเลย
"เชี่ย เชี่ย เชี่ย ตัวน้อยน่ารักแบบไหนกันวะ ถึงจะยอมจ่ายเงินปรึกษาโจทย์คณิตศาสตร์บนเว่ยป๋อ ในวีแชตก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน พวกเราต่างก็มีครูกันทั้งนั้นนะ! เก็บโจทย์ไว้ไปถามครูไม่ได้หรือไงวะ"
"หึๆ... ทำไมนายไม่ไปฝึกทหารล่ะ"
"ฝึกทหารเสร็จไปตั้งแต่กลางเดือนแล้วโว้ย! พวกเราสอบแบ่งห้องวันที่ 10 วันที่ 11 คะแนนออกก็แบ่งห้อง วันที่ 12 ฝึกทหาร วันที่ 18 ก็ฝึกทหารเสร็จแล้ว ป่านนี้ยังมีโรงเรียนดีๆ ที่ไหนเขาฝึกทหารกันอยู่อีกเรอะ!"
"ขอโทษที โรงเรียนฉันกำลังฝึกทหารอยู่ว่ะ กลางเดือนสิงหามันไม่ร้อนหรือไง"
"นายไปลองสืบดูสิว่า ฤดูร้อนที่ฉงชิ่งบ้านเรามีตอนไหนที่ไม่ร้อนบ้างวะ"
คุยกันได้แค่สองประโยค จักจั่นไม่รู้หิมะ ก็ถูกระเบิดให้โผล่ออกมาเหมือนกัน
ข้อความยังคงสั้นกระชับ เป็นสติกเกอร์เหยียดหยาม พร้อมกับคำพูดสองคำ "ปัญญาอ่อน!"
"ฮ่าๆ เหล่าอวี๋ ฉันรู้ว่านายเป็นผู้ใหญ่ แต่ทางด้านคณิตศาสตร์นายยังมีจุดอ่อนนะ โอกาสที่จะใช้เงินนิดหน่อยมาอุดช่องโหว่แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ หรอกนะ เพราะเปิดเทอมแล้วฉันก็คงยุ่งเหมือนกัน อาจจะยกเลิกการตอบคำถามแบบคิดเงินตอนไหนก็ได้นะเว้ย"
"เหล่าอวี๋ ไม่ใช่ว่าฉันยุยงนะ แต่เฉียวอวี้นี่มันดูถูกนายหน้าด้านๆ เลยว่ะ ถ้าฉันเป็นนาย ฉันทนไม่ได้แน่ เอาเงินฟาดหน้ามันเลย ฟาดจนกว่ามันจะไม่กล้าพูดว่านายมีจุดอ่อนอีก!"
หลังจากต่อล้อต่อเถียงกันในกลุ่มทุกวันช่วงนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าอ้วนกับอวี๋เหวยก็เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางแปลกๆ
อย่างน้อยก็ไม่ได้มีแต่ความไม่สบอารมณ์เหมือนเมื่อก่อน...
น่าเสียดายที่หลังจากอวี๋เหวยพิมพ์ประโยคนั้นจบ ก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรมาอีก
เรื่องนี้ทำให้เฉียวอวี้รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
ไหนว่าพวกเศรษฐีรุ่นสองชอบผลาญเงินไงล่ะ เศรษฐีรุ่นสองบ้านไหนถึงได้ใจเย็นขนาดนี้วะ!







