(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 349
บทที่ 349 ความลับตรงประตูโรงงานปูนซีเมนต์
"หลายคดีนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องลี้ลับจริงๆ ด้วย ความคิดโดยรวมของผมไม่ผิด ที่ผิดคือความตายของพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดินเลย"
หลี่ชางจวินลำดับทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ตายทั้งสี่คนล้วนเป็นพนักงานของโรงงานปูนซีเมนต์ชิงซาน
ในบ้านของผู้ตายคนที่สี่ พางกวงได้กลิ่นผีสาง
เมื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์การตายอันแปลกประหลาดของผู้ตายสามคนแรก
ความเป็นไปได้คร่าวๆ อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลี่ชางจวิน
ผู้ตายสามคนแรกก็น่าจะถูกผีฆ่าตายเช่นกัน
"หมอเฉิน ทำไมผีถึงต้องฆ่าพวกเขาด้วยล่ะครับ"
หลี่ชางจวินถามอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อคิดหาเหตุผลไม่ออกก็หันไปขอความช่วยเหลือจากเฉินหยู นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด
เฉินหยูถอนหายใจด้วยสีหน้าซับซ้อนแล้วพูดว่า "คนพวกนี้ทำเรื่องชั่วร้ายที่สวรรค์ไม่อาจให้อภัยได้ครับ"
"ความตายของพวกเขาคือเวรกรรม"
พางกวงตอบสนองทันทีและพูดว่า "หมายความว่าการตายของพวกเขาคือวิญญาณอาฆาตมาทวงแค้น กรรมตามสนองงั้นเหรอ"
เฉินหยูพยักหน้าแล้วพูดว่า "พวกคุณตามผมมา ผมจะพาพวกคุณไปค้นหาความจริงของคดีนี้เอง"
พางกวงและหลี่ชางจวินเดินตามเฉินหยูออกจากสถานที่เกิดเหตุทันที
จากนั้น หลี่ชางจวินก็ทิ้งตำรวจสี่นายไว้เฝ้าที่เกิดเหตุ
แล้วพาตำรวจที่เหลือทั้งหมดติดตามเฉินหยูไปยังโรงงานปูนซีเมนต์ที่ตั้งอยู่แถบชานตำบลชิงซาน
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูโรงงานปูนซีเมนต์ เฉินหยูเอามือไพล่หลังแล้วหันไปถามพางกวงที่อยู่ข้างๆ ว่า "มองอะไรออกบ้างไหม"
"มองออกครับ"
พางกวงพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ไม่ทำเรื่องชั่วร้าย ก็ไม่ต้องกลัวผีมาเคาะประตูบ้าน แค่ประตูบานเดียวก็วางค่ายกลไว้ตั้งมากมายขนาดนี้"
"ข้างในต้องมีคนทำเรื่องเลวทรามต่ำช้า ทำลายบุญกุศลของตัวเองแน่ๆ"
"พวกคุณพูดเรื่องอะไรกัน ทำไมผมถึงฟังไม่เข้าใจเลยสักคำ"
หลี่ชางจวินถามด้วยความสงสัย
พางกวงเดินไปข้างหน้าสองก้าวแล้วเอามือตบประตูโรงงานปูนซีเมนต์
"บนประตูทาเลือดหมาดำไว้ เลือดหมาดำตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ล้วนเป็นของวิเศษชั้นยอดในการขับไล่ภูตผีปีศาจ"
พูดจบ พางกวงก็ประสานมือเข้าด้วยกันแน่น
ขมวดคิ้วมุ่น พึมพำคาถาในปาก
เท้าขวาแตะพื้นเป็นจังหวะ
ไม่นาน กลิ่นอายของพางกวงทั้งคนก็เปลี่ยนไป
หลี่ชางจวินที่รับมือกับอาชญากรมาตลอดทั้งปีก็พลอยสีหน้าเปลี่ยนไปด้วย
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกถึงกระดูกจากตัวของพางกวง
กลิ่นอายนี้ทำให้หลี่ชางจวินนึกถึงพวกโจรป่าเถื่อนที่มือเปื้อนเลือดและทำเรื่องเลวร้ายมาสารพัด
วินาทีต่อมา ภาพที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคน
พางกวงกระทืบเท้าทั้งสองข้างลงกับพื้น ร่างกายราวกับจิงโจ้ตัวใหญ่ที่ปราดเปรียว
เขากระโดดพุ่งขึ้นไปสูงเกือบสามเมตร แล้วใช้สองมือดึงป้ายชื่อที่อยู่เหนือประตูลงมา
"นี่มันอะไรกัน"
หลี่ชางจวินพูดด้วยความประหลาดใจ
ด้านหลังป้ายชื่อบริษัทมีกระดาษยันต์สีเหลืองแปะอยู่เต็มไปหมด บนนั้นใช้สีแดงวาดลวดลายราวกับรอยขีดเขียนของผีสาง
พางกวงโยนป้ายชื่อลงแทบเท้าทุกคนแล้วพูดว่า "ยันต์สำหรับขับไล่สิ่งชั่วร้าย ไม่เพียงแต่ขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้เท่านั้น แต่ยังมีฤทธิ์ในการข่มพลังปราณพิฆาตได้อีกด้วย"
"ใครมาส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ข้างนอก เลิกงานแล้ว จะซื้อปูนก็มาใหม่พรุ่งนี้"
ระหว่างที่พูด ก็มีเสียงผู้ชายดังมาจากข้างใน
หลี่ชางจวินทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า "ผมเอง หัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีใหญ่ เมืองหางโจว หลี่ชางจวิน"
"หัวหน้าหลี่ ทำไมคุณถึงมาอีกแล้วล่ะครับ"
ไม่นาน ประตูโรงงานปูนซีเมนต์ก็ถูกเปิดออก
ชายแก่หัวล้านวัยห้าสิบกว่าคนหนึ่งมองออกไปยังกลุ่มคนนอกประตูด้วยสีหน้าจนใจ
"หัวหน้าหลี่ สิ่งที่ควรให้ความร่วมมือผมก็ให้ความร่วมมือไปหมดแล้ว คุณบอกว่าจะสอบปากคำพนักงานทีละคน ผมก็ให้พวกเขาหยุดการผลิตในมือ แล้วเรียกพนักงานทั้งหมดมาให้คุณสอบสวน"
"คุณบอกให้ผมเล่าประวัติส่วนตัวของพวกเขาตามปกติ ผมก็อธิบายไปหมดแล้วว่ามีอะไรบ้าง"
"ดึกดื่นป่านนี้ พวกคุณมาทำไมอีก หรือว่าคุณสงสัยว่าผมเป็นคนฆ่าพวกเขาเหรอครับ"
"เอ๊ะ ใครรื้อป้ายของผมลงมาเนี่ย"
ชายแก่บ่นไม่หยุด หางตาเหลือบไปเห็นป้ายชื่อบนพื้น
บนใบหน้าของเจี่ยงต้าเม่า เถ้าแก่โรงงานปูนซีเมนต์ชิงซานเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หลี่ชางจวินพูดด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน เป็นหน้าที่ที่พลเมืองทุกคนพึงกระทำ"
"ถ้าทางคุณไม่มีปัญหา เราก็คงไม่มาหาคุณกลางดึกแบบนี้หรอก"
"ด้านหลังป้ายชื่อคืออะไร คุณคงไม่ได้ไม่รู้หรอกใช่ไหม"
"อ๋อ คุณหมายถึงไอ้นี่น่ะเหรอ"
เจี่ยงต้าเม่าพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ยันต์ไง พวกนี้ล้วนเป็นยันต์สำหรับขับไล่สิ่งชั่วร้ายและคุ้มครองบ้านเรือน"
"พวกเราคนทำธุรกิจถือเรื่องฮวงจุ้ยกันที่สุดแหละ"
"แปะของคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยนิดหน่อย ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหมล่ะครับ"
เจี่ยงต้าเม่าถามกลับ
"ถ้าแค่ใช้เพื่อความปลอดภัย แน่นอนว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้ามีจุดประสงค์อื่น เราก็คงต้องสืบสวนกันให้ละเอียดหน่อยแล้วล่ะ"
นอกจากหลี่ชางจวินจะเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีใหญ่แล้ว เขายังควบตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษอีกด้วย
สำหรับเรื่องภูตผีปีศาจ ช่วงนี้หลี่ชางจวินก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้าย แล้วจะเอาของพวกนี้มาเฝ้าประตูทำไม
หลี่ชางจวินยื่นนิ้วชี้ไปที่ประตู แล้วถามคาดคั้น "ถ้าบอกว่าแปะยันต์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้โรงงานปูนซีเมนต์ของคุณ แล้วที่ทาเลือดหมาดำบนประตูล่ะ หมายความว่ายังไง"
เจี่ยงต้าเม่าสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วพูดว่า "ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยเหมือนกันนั่นแหละครับ"
"ผมทำธุรกิจปูนซีเมนต์ ทุกวันในโรงงานมีเสียงดังตลอดเวลา มันง่ายมากที่จะไปรบกวนสิ่งที่ไม่สะอาดบางอย่างเข้า"
"หัวหน้าหลี่ คุณก็อย่าหัวเราะเยาะผมเลย ไม่ว่านี่จะเป็นความงมงายหัวโบราณหรือไม่ แต่มันก็เป็นแค่การปลอบใจตัวเองของพวกนักธุรกิจอย่างเราเท่านั้นแหละครับ"
"คุณไปดูบริษัทอื่นได้เลย ผมกล้ารับประกันว่าพวกเขาต้องมีลูกเล่นเยอะกว่าผมแน่นอน"
"หึๆๆ"
เฉินหยูหัวเราะเย็นชาแล้วพูดว่า "เถ้าแก่เจี่ยง ดึกป่านนี้แล้ว คุณแต่งตัวซะเรียบร้อย คงไม่ได้จะไปไนต์คลับเฟิ่งหวงเฉิงหรอกนะ"
"ไม่สิ ช่วงนี้คุณแบกรับความกดดันทางจิตใจอย่างหนัก ต่อให้อยากไป ก็คงมีใจแต่ไร้กำลัง"
"น่าจะเตรียมซื้อตั๋วข้ามคืน เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างถิ่นมากกว่ามั้ง"
เจี่ยงต้าเม่าแต่งตัวเรียบร้อย สวมรองเท้าผ้าใบที่สะดวกต่อการเคลื่อนไหว
"เถ้าแก่เจี่ยงตั้งใจจะไปไหนเหรอ"
หลี่ชางจวินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ผม... ผมไม่ได้คิดจะไปไหนเลย เมื่อกี้มัวแต่ยุ่งกับการทำบัญชีก็เลยยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวผมก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อนแล้วครับ"
เจี่ยงต้าเม่าแก้ตัว
เฉินหยูถามต่อ "เหลียงอวี่เถียน พนักงานในโรงงานเพิ่งตายอย่างน่าเวทนาอยู่ในบ้านไปเมื่อไม่นานมานี้ คุณยังจะนอนหลับลงอีกเหรอ"
เมื่อได้ยินคำว่าเหลียงอวี่เถียนตายอย่างน่าเวทนาอยู่ในบ้าน เจี่ยงต้าเม่าก็ทรุดฮวบลงกับพื้นราวกับเห็นผี
หลี่ชางจวินส่งสายตาให้ลูกน้องซ้ายขวา
ตำรวจสองนายพยุงเจี่ยงต้าเม่าลุกขึ้นจากพื้น แล้วควบคุมตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา
"เจี่ยงต้าเม่า คุณอายุอานามก็ปูนนี้แล้ว คุณน่าจะรู้ถึงนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดีนะ"
"สารภาพลดโทษ ต่อต้านเพิ่มโทษ คุณกับผู้ตายพวกนี้ ไปทำเรื่องชั่วร้ายอะไรมาใช่ไหม"
"กลัวว่าเวรกรรมจะตามสนองตัวเอง ก็เลยจะหนีไปกบดานที่อื่นงั้นสิ"
หลี่ชางจวินดูออกแล้วว่าเจี่ยงต้าเม่ามีชนักติดหลัง
ดวงตาที่กลอกไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน และขาทั้งสองข้างที่สั่นเทา พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความน่าสงสัยอย่างมาก
"เปล่า เปล่า ไม่มีเด็ดขาด"
"ผมใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนคน เคยทำแต่เรื่องดีๆ ไม่เคยทำเรื่องเลวร้าย ความตายของพวกเขาไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลยนะ"
เจี่ยงต้าเม่าพยายามอธิบายอย่างสุดชีวิต
หลังจากเลิกงานวันนี้ เขาก็ไม่ได้ก้าวเท้าออกจากโรงงานปูนซีเมนต์เลยแม้แต่ก้าวเดียว







