(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 350
บทที่ 350 ฆาตกรรมด้วยยาอีเทอร์ บดทำลายศพเพื่อซ่อนเร้น
"ในเมื่อคุณไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไร ก็ลองอธิบายมาสิว่า อาหง พนักงานเสิร์ฟของไนต์คลับเฟิ่งหวงเฉิง ตอนนี้หายไปไหน" เฉินหยูพูด
"อาหงอาลวี่อะไรกัน คุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?"
เจี่ยงต้าเม่าพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว "ตกลงคุณเป็นใครกันแน่? มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาเหลวไหลอยู่ที่นี่"
"ผมไม่ได้คิดจะหนี ไม่ได้ทำเรื่องน่าละอายใจอะไร และยิ่งไม่รู้ด้วยว่าอาหงที่คุณพูดถึงน่ะมันคือตัวอะไร"
ไม่ว่าใครก็ดูออกว่า การที่เจี่ยงต้าเม่ากำลังโต้แย้งเฉินหยูอยู่นี้ อันที่จริงเขาแค่กำลังปฏิเสธแบบข้างๆ คูๆ มากกว่า
เจี่ยงต้าเม่าที่ภายนอกดูแข็งกร้าวแต่ภายในกลับอ่อนยวบ แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความรู้สึกผิดอย่างปิดไม่มิด
"ในเมื่อคุณไม่ยอมพูด ถ้างั้นผมจะช่วยพูดแทนคุณเอง คุณจะได้ไม่ต้องกระวนกระวายใจไปมากกว่านี้"
เมื่อรู้ว่าเฉินหยูกำลังจะพูดความจริง หลี่ชางจวินและลูกทีมต่างก็กลั้นหายใจและตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"ภรรยาของคุณเป็นผู้หญิงดุร้าย แถมยังขี้หึงสุดๆ เธอคอยควบคุมคุณอย่างเข้มงวด"
"ตั้งแต่เธอเสียชีวิตด้วยอาการป่วยเมื่อสิบปีก่อน คุณก็ปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่"
"และไม่นานก็กลายเป็นลูกค้าประจำของไนต์คลับเฟิ่งหวงเฉิง"
"เมื่อไม่นานมานี้ คุณไปที่ไนต์คลับเฟิ่งหวงเฉิงเพื่อพบกับคู่ขาเก่า แล้วบังเอิญเจอพนักงานเสิร์ฟหญิงวัยสามสิบกว่าๆ ที่ยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจคนหนึ่ง"
"หลังจากลองสอบถามดู ก็ได้รู้ว่าพนักงานเสิร์ฟหญิงคนนั้นชื่ออาหง เพิ่งมาทำงานที่เฟิ่งหวงเฉิงได้ไม่นาน"
"อาหงหน้าตาสวยราวกับนางฟ้า แต่กลับยอมเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟ ไม่ยอมนั่งดื่มเป็นเพื่อนแขก และยิ่งไม่ยอมออกไปทำเรื่องแบบนั้นกับแขกข้างนอก"
"พอเห็นว่ามีแขกหลายคนต้องกินแห้ว คุณก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนอย่างเด็ดขาด"
"เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับอาหง"
"แต่อาหงไม่หลงกลมุกนี้เลย ไม่ว่าคุณจะเอาอกเอาใจแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมเป็นแฟนของคุณ"
"อย่างมากก็มองคุณเป็นแค่เพื่อน"
"ยิ่งอาหงปฏิเสธ ความรู้สึกอยากครอบครองเธอของคุณก็ยิ่งรุนแรงขึ้น"
"คุณคิดว่าอาหงแค่แกล้งทำตัวใสซื่อ และจงใจหลอกล่อคุณให้ติดกับเหมือนปลาตัวโต"
"ความอยากครอบครองเธอของคุณมันพุ่งสูงจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงวางกับดัก เตรียมจะใช้กำลังบังคับขืนใจเพื่อครอบครองอาหง"
"จากนั้นก็ถ่ายรูปพวกนั้นไว้ เพื่อเอามาแบล็กเมล์อาหง"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินหยูก็มองไปที่หว่างคิ้วของเจี่ยงต้าเม่าอย่างครุ่นคิด
เมื่อไม่กี่วันก่อน เจี่ยงต้าเม่าใช้ข้ออ้างว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรง และอยากกินข้าวกับอาหงตามลำพังสักมื้อก่อนจะเข้ารับการรักษา
ถือซะว่าเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของพวกเขา
อาหงไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ หลังเลิกงานเธอจึงนั่งรถแท็กซี่มาที่โรงงานปูนซีเมนต์
เพื่อที่จะได้ครอบครองอาหง เจี่ยงต้าเม่าจึงใส่ยาอีเทอร์ลงไปในอาหารปริมาณมาก
เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทำเรื่องแบบนี้ เจี่ยงต้าเม่าจึงไม่รู้ว่าควรใส่ปริมาณเท่าไหร่
เขาจึงเลือกที่จะเทยาอีเทอร์ทั้งหมดลงไปในอาหาร
ยาอีเทอร์ปริมาณมหาศาลไม่เพียงทำให้อาหงสลบไปในทันที แต่ยังพรากชีวิตของเธอไปด้วย
หลังจากย่ำยีอาหงเสร็จแล้ว เจี่ยงต้าเม่าถึงเพิ่งรู้ว่าอาหงตายไปแล้ว
"ไอ้เดรัจฉาน!!!"
พางกวงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ถ้าในที่เกิดเหตุไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เขาคงจะใช้มือเดียวเด็ดหัวสุนัขๆ ของเจี่ยงต้าเม่าหลุดออกมาแน่!
เฉินหยูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตอนนั้นเป็นเวลาตีสี่ คุณเตรียมจะโยนศพของอาหงลงในเครื่องบดหินอย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้ใครรู้"
"เมื่อเครื่องบดหินทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะถูกบดจนกลายเป็นผง"
"ไนต์คลับมีการเข้าออกของพนักงานบ่อยมาก ต่อให้อาหงไม่มาปรากฏตัวอีก ก็คงไม่มีใครสงสัย"
"แต่คุณกลับคำนวณพลาดไปอย่างมหันต์ คุณคิดว่าในโรงงานไม่มีพนักงานอยู่เลยสักคน แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีอยู่สองสามคนที่ยังไม่ได้กลับไป"
"เมื่อวันก่อนพวกเขาทำโอทีไปหลายชั่วโมง พอทำงานเสร็จก็เลยเลือกที่จะนอนพักในโรงงาน"
"ตอนที่คุณแบกศพไปที่โรงงาน ทั้งสี่คนก็ตื่นขึ้นมาพอดี"
ทั้งสี่คนเป็นชาวบ้านในเมือง เจี่ยงต้าเม่ารู้เรื่องครอบครัวของพวกเขาเป็นอย่างดี
เมื่อความแตก เจี่ยงต้าเม่าจึงเสนอผลประโยชน์ให้พวกเขา
ขอแค่คนพวกนี้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไปจนตาย เจี่ยงต้าเม่าจะให้เงินค่าปิดปากคนละห้าแสน
อาศัยโรงงานปูนซีเมนต์แห่งนี้ เจี่ยงต้าเม่าหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้มากกว่าสิบล้าน
แถมยังรู้จักพวกนักเลงหัวไม้ไม่น้อย
ด้วยการใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง คนเหล่านี้จึงกลายมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของเจี่ยงต้าเม่า
พูดมาถึงตรงนี้ เฉินหยูก็หยุดพูด
เจี่ยงต้าเม่าสั่นเทาไปทั้งตัว เหงื่อเย็นเยียบไหลรินจากหน้าผากหยดลงสู่พื้นไม่หยุด
"ทั้งสี่คนนั้นไม่มีพ่อมีแม่คอยสั่งสอนหรือไง? การกระทำอันเลวร้ายแบบนี้แทนที่จะเอาไปแฉ กลับเลือกที่จะร่วมมือทำชั่วด้วยเนี่ยนะ?"
พางกวงตะโกนด้วยสีหน้าโกรธแค้น
เฉินหยูถอนหายใจ น้ำเสียงของเขาเจือความซับซ้อน "เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ พวกเขาจะยอมเชื่อฟังเจี่ยงต้าเม่าแต่โดยดีได้ยังไง"
"เจี่ยงต้าเม่าเป็นคนเหี้ยม เขาเพิ่มเงินค่าปิดปากจากห้าแสนเป็นหนึ่งล้าน"
"ถ้าอยากได้เงินก้อนนี้ ไม่ใช่แค่ต้องทำเป็นมองไม่เห็น แต่ต้องมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และช่วยเจี่ยงต้าเม่าโยนศพลงไปในเครื่องบดหินด้วย"
ด้านหนึ่งคือผลประโยชน์หนึ่งล้าน ส่วนอีกด้านคือคำขู่จากเจี่ยงต้าเม่า
พวกเขาถึงยอมตกลงช่วยเจี่ยงต้าเม่าปิดบังเรื่องนี้
พวกเขาช่วยกันโยนศพลงในเครื่องบดหิน และช่วยกันจัดการกับเศษซากศพที่เหลือ
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนเหล่านี้ก็กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของเจี่ยงต้าเม่า
แม้จะรู้ว่ามันเป็นอาชญากรรม แต่ก็ไม่มีใครเลือกที่จะไปแจ้งความ
พวกเขาได้รับเงินค่าปิดปากหนึ่งล้านตามที่เจี่ยงต้าเม่าสัญญาไว้
สามคนในนั้นเลือกที่จะลาออกจากโรงงานปูนซีเมนต์
สำหรับเรื่องนี้ เจี่ยงต้าเม่าไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย
คนพวกนั้นมีนิสัยซื่อสัตย์และเรียบง่าย แถมยังมีส่วนร่วมในการทำลายศพเพื่อซ่อนเร้นด้วยกัน
"คุณใส่ร้ายป้ายสี!!! ผมไม่เคยทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าแบบนั้น!!!"
"ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ต่อให้ตีผมจนตาย ผมก็ไม่มีทางทำหรอก"
เจี่ยงต้าเม่าตะโกนเสียงหลง
เฉินหยูพูด "ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ นี่ก็คือการกระทำอันเลวร้ายที่คุณลงมือทำเองกับมือ"
"พวกเขาทั้งสี่คน ได้ชดใช้กรรมในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแล้ว"
"ตัวการใหญ่อย่างคุณ ก็ลอยนวลอยู่ได้อีกไม่นานหรอก"
"หลังจากสามคนแรกตายไป คุณก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ และกังวลว่าอาหงที่ตายไปจะกลายเป็นผีร้ายกลับมาทวงแค้น"
"ดังนั้น คุณจึงซื้อเลือดสุนัขดำและยันต์มาเป็นจำนวนมาก"
"เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คุณรู้ข่าวว่าเหลียงอวี่เถียนตายอยู่ที่บ้าน ก็รีบเก็บข้าวของเตรียมจะหนีไปจากที่นี่ทันที"
"พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกประตู คุณก็คิดขึ้นมาทันทีว่าอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่มาหาคุณ"
"ถ้าแอบหนีไปในตอนนี้ ก็เท่ากับเป็นการกินปูนร้อนท้อง"
เมื่อได้ฟังคำพูดของเฉินหยู เจี่ยงต้าเม่าที่หวาดกลัวอยู่แล้วในตอนแรกก็ยิ่งหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
เฉินหยูพูดอย่างเย็นชา "ความเชื่องมงายพวกนั้นช่วยคุณไม่ได้หรอก ยังไงคุณก็หนีการลงโทษไม่พ้น"
เมื่อพูดจบ เฉินหยูก็หันไปพูดกับตำรวจสองนายที่ควบคุมตัวเจี่ยงต้าเม่าอยู่ "รบกวนทั้งสองท่าน ปล่อยตัวเขาเถอะครับ"
"เลยเที่ยงคืนไปแล้ว จะมีคนมาลากตัวเขาไปรับโทษตามกฎหมายเอง"
ทั้งสองคนได้ยินดังนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยเจี่ยงต้าเม่า แต่หันไปมองหลี่ชางจวินเป็นเชิงถาม
"ปล่อยเขาไป ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมว่าเจี่ยงต้าเม่าเป็นคนลงมือ ไปตรวจสอบที่บ้านของเหลียงอวี่เถียนก่อน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาตรวจสอบที่โรงงานปูนซีเมนต์แห่งนี้อีกครั้ง"
ตำรวจทั้งสองนายปล่อยมือ แล้วเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมทีม
เมื่อเห็นว่าหลี่ชางจวินกำลังจะไป เจี่ยงต้าเม่าก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าดีใจสุดขีด เขารีบหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในส่วนลึกของโรงงาน
ไอ้พวกโง่เอ๊ย
พรุ่งนี้พวกมันกลับมา เขาคงหนีไปอยู่ต่างถิ่นตั้งนานแล้ว
เฉินหยูเผยรอยยิ้มเย็นชา
อีกเดี๋ยว เขาก็จะได้รับแต้มบุญจากการเป็นตัวแทนสวรรค์ลงทัณฑ์คนชั่วแล้ว







